นายเพิ่มที่เห็นเมียถูกต้อนโดยน้องชายจึงได้ยื่นมือออกไปช่วยเหลือเล็กน้อยแต่ก็เป็การจบเื่ราวนี้ให้สงบลงไปแต่โดยดีทุกฝ่าย
" ถ้ายืนยันว่ามีคนรัก ก็ให้คนรักของแม่พลอยมาแนะนำตนเองกับครอบครัวดีหรือไม่พ่อชิด " เขาหันไปขอความเห็นน้องชาย เพราะจะอย่างไรก็เป็บิดา" ..อีกอย่าง แม่พลอยก็จะสิบเจ็ดแล้วอยู่เป็สาวเทื้อนานไปจะไม่มีคนมาสู่ขอเอาได้ "
ปากเหรอนั่น..
" ก็ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วพี่เพิ่ม " ชิดหันหน้าไปพูดกับพี่ชายมองผ่านสายตาอุษาที่แข็งกร้าวอยู่เบื้องลึก " ส่วนเื่คุณชายท่านนี้เห็นทีจะเป็เื่ที่เข้าใจผิดกัน อย่างไรก็ให้คืนสินสอดคุณชายไปเถิด "
ทางฝั่งผู้มาเยือนเมื่อเห็นว่าไม่เป็ไปตามที่คิดจึงได้แสดงท่าทีโกรธเป็อย่างมาก
" บ้านนี้เป็พวกพูดแล้วคืนคำรึ เห็นเราเป็อะไร "แม่สื่อพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด อีกทั้งยังผสมโรงโดยแม่และคุณชายปลอม ๆ อีก
ผู้เป็แม่เอ่ยด้วยท่าทีเสียใจ" พวกเ้ามันจอมโกหกหลอกลวง "
ส่วนเ้าคนที่แสดงเป็บุตรชายก็พูดขึ้นมาบ้าง
" แม่พลอยหลอกพี่รึ พี่เสียใจนัก "แววตาเศร้าโศกจับจ้องพลอยไพลินไม่รู้วาง
หญิงสาวพลันก่นด่าเ้าหมอนี่ในใจ สงสัยพึ่งสร่างจะเล่นบทถูกหลอกให้ได้ว่างั้น? กวาดมองทั้งหมดด้วยท่าทีตื่นกลัวท่าทีราวกับอดกลั้นต่อความไม่เป็ธรรม จากนั้นจึงทรุดนั่งลงไปดูบอบบางน่าสงสารราวกับดอกไม้กลีบอ่อนนุ่มที่กำลังต่อสู้กับพายุอันเลวร้าย
" ฮือ ๆ "
เพียงเสียงปล่อยโฮกลางห้องโถงทำให้ร่างเล็กของสองแฝดรีบถลาเพื่อ้าปลอบโยนพี่สาวที่น่าสงสารถูกรังแกครั้งแล้วครั้งเล่าั้แ่เด็กจนโต
เด็กทั้งสองมองพวกผู้ใหญ่ด้วยั์ตาแดงก่ำ
..บ้านใหญ่เหตุใดจึงชอบทำร้ายพวกเขานัก
แฝดพี่เห็นรอยแดงเพราะรอยนิ้วมือห้านิ้วบนแก้มพี่สาวได้แต่เสียใจที่ตนช่วยอะไรไม่ได้ แฝดน้องก็ไม่ต่างกันเพราะฉะนั้นจึงเกิดการประสานเสียงที่ดังยิ่งกว่าโรงละคร
เด็กสองคนร้องไห้ออกมาพร้อมกัน" แง ๆ / แง ๆ "
ทั้งหมดต่างก็เหวอไปเพราะเด็กร้องไห้ขึ้นมาอย่างฉับพลันพลอยไพลินที่เห็นทั้งสองเป็เช่นนั้นก็ไม่รู้ต้องทำยังเพราะตนเองก็ยังอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีเท่าใดนัก
..หนูลูก จะมาร้องแบบนี้ไม่ได้นะ
ผู้เป็พี่สาวแทบสะดุดลมหายใจตัวเองไหงมาร้องไห้แข่งพี่ละน้องแฝด จึงได้ค่อย ๆยื่นมือออกโอบไหล่ทั้งคู่เอาไว้เพื่อปลอบโยน " โอ๋นะ ๆ โอ๋ ๆ พี่ไม่เป็ไรอย่าร้องเลย.. "
" เด็กบ้านนี้ไม่รู้ความเสียจริง สงสัยจะไม่มีคนสั่งสอน "แม่สื่อกล่าวถากถาง
บิดาเท้าสะเอวแล้วชี้หน้า" พวกเ้าก็ไม่รู้ความ ออกไปจากบ้านพวกข้า ลูกสาวข้า ข้าไม่ยกให้ใครทั้งนั้นมาทางไหนก็ไสหัวกลับไปทางนั้น ก่อนที่ข้าจะไปแจ้งความกับผู้ใหญ่บ้าน "
" พวกเ้า "
ทั้งสามคนพูดได้เพียงแค่นั้นแต่บิดาที่รักลูกยิ่งกลับด่าไล่เสียงดัง เล่นเอาสะดุ้งกันทั้งบริเวณ " ไส หัวไป! "
เมื่อถูกไล่ด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดอีกทั้งยังกลัวว่าสถานะที่แท้จริงของตนเองจะถูกเปิดโปงเพราะการเข้ามายุ่งของผู้นำหมู่บ้านจึงได้รีบเผ่นออกไปอย่างไม่เหลียวหลัง
พอนักแสดงปลอมทั้งสามหายไปแล้วก็เหลือหน้าที่นักแสดงประกอบอย่างเธอ
..ตัดไปที่โฆษณา อ่าว ไม่ใช่เหรอ?
บิดาไม่ยิ้มแย้มแม้แต่น้อยหันมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม " แม่พลอย "
หญิงสาวท่าทีห่อเหี่ยวลงไปยิ่งกว่าเดิมพ่อชิดเสียงแข็งมาเลย น่ากลัวกว่าสามคนนั่นอีกในความคิดของพลอยไพลิน
บิดายังเอ่ยต่ออีกว่า
" กลับบ้านไปพักผ่อน ยังป่วยไข้ไม่ใช่หรือไร? "
พลอยไพลินพยายามเผยรอยยิ้มใสซื่อประหนึ่งไม่ได้พบเจอเื่ราวใดมา" จ้ะ "
ชิ่งสิ!รออะไร?
มือทั้งสองรีบคว้าสองแสบติดมาด้วยทันทียังไม่ทันจะก้าวออกพลันเสียงน้องสาวอวตารก็ทำทีเป็กล่าวขึ้น
" ..ไม่ใช่ว่า "
" ... "
" พี่สาวโกหกเื่คนรักหรือจ้ะ? "
สู่รู้.. ท่าทางเอียงคอถามอ้อมแอ้มนั่นอะไรคิดว่าเป็นางเอกเรอะทำแล้วไม่ได้ดูน่ารักจนทำให้ผู้เขียนบทเอ็นดูมากขึ้นนักหรอกนะ
นายเพิ่มถอนหายใจแม้ไม่ชอบใจการกระทำของบุตรสาวนักแต่ก็ขึ้น " ถ้าอย่างนั้นภายในอาทิตย์นี้ก็พามาทำความรู้จักก็แล้วกัน ถ้ามีจริง ๆ ก็ให้คบหากันโดยอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ไปเลยได้หรือไม่เล่าแม่พลอย นี่ก็จะสิ้นเดือนแล้วไม่มีที่ทำงานที่ใดให้ทำงานทั้งเดือนหรอก "
เห็นสายตาคาดคั้นของแต่ละคนแล้วได้แต่ต้องตอบตกลงไปก่อน
" ได้จ้ะลุงเพิ่ม "
สีหน้าของลุงและบิดาดูผ่อนคลายมากขึ้นยกเว้นสองแม่ลูก ท่าทางครุ่นคิดเพื่อหาทางเอ่ยราวกับไม่อยากจบเื่
แต่แล้วยังไง?
ในเมื่อลุงพูดเสนอทางเลือกออกมาเช่นนี้แล้วเธอเองก็ี้เีอยู่ที่นี่ให้คนอื่นซุบซิบนินทา จึงได้เอ่ยขอกลับบ้าน "งั้นฉันไปพักก่อนนะจ้ะ "
เอ่ยเพียงเท่านั้นก็พาสองแสบเดินออกมาเพื่อกลับบ้านที่อยู่ด้านหลังลับหลังที่เดินออกมาไกลพอสมควรพลอยไพลินเดินกลับทั้งที่ได้ยินเสียงบิดาต่อว่าครอบครัวใหญ่ดังแว่ว ๆ
คนรักหรือ?
เธอแค่เอ่ยยกขึ้นมาบังหน้าเท่านั้นแหละจะได้มีเหตุผลหาทางหนีการมัดมือชกบ้า ๆ นั่น เพื่อไม่ให้แผนการสู่ขอสำเร็จเท่านั้นแต่ถ้าถามหาตัวจริงตอนนี้ จะไปเสกหาได้ที่ไหน?
ว่าแต่..
" ท่านตาเสกให้ได้ไหมนะ.. " ถ้าได้ต้องเอาต้นแบบจากพระเอกซีรีส์เื่ไหนดี
เลือกยากจริงๆ
เด็กสองคนเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวที่พูดอะไรสักอย่างแต่เห็นท่าทางครุ่นคิดด้วยท่าทีจริงจัง จึงได้เดินตามเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงรบกวน
บน์..
เทพพยากรณ์" ฮัดเช่ย! เหมือน่นี้อากาศจะเย็นขึ้นกระมัง? "
ผู้ยิ่งใหญ่เทียบ์เหลือบมองเทพที่คิดเื่ไร้สาระจึงได้กล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับพบเจอคนโง่ผู้หนึ่ง
" ท่านปัญญาอ่อนรึ ์ไม่เคยมีฤดูกาล "
" ... "