การสอบรอบนี้โเี้ยิ่งกว่าครั้งก่อนนัก
รอบที่แล้วยังเป็แค่การคัดคนออกครึ่งหนึ่งแต่รอบนี้กลับคัดผู้เข้าสอบออกไปแล้วถึงเก้าในสิบส่วน!
สามพันคนที่เหลือท้ายที่สุดแล้วมีไม่ถึงสามร้อยคนที่สามารถยืนหยัดอยู่จนจบระดับความยากนั้นมากเกินไป
ในที่สุดม่านแสงแสดงผลการจัดอันดับผลสอบก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน
อันดับ1หลี่ตู้ คะแนนรวม 1,872 ความยาก ระดับนรก
อันดับ2ฝูิ คะแนนรวม 780 ความยาก ระดับฝันร้าย
......
“เป็ไปได้ยังไงกัน เขาถึงกับเลือกระดับนรกเลยรึเขาเป็อาชีพระดับมหากาพย์หรือ”
เมื่อเห็นผลคะแนนของหลี่ตู้ฝูิก็ถึงขั้นเสียอาการ
เธอเคยลองระดับนรกมาแล้วแต่ไม่ว่าจะสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหรืออันตรายที่แฝงอยู่ ล้วนแต่สูงส่งเกินไปนักดังนั้นไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องถอนตัวออกมา
เธอคิดว่าความยากระดับฝันร้ายของตนนั้นเพียงพอที่จะก้าวข้ามคนส่วนใหญ่แล้ว
และความจริงก็เป็เช่นนั้น
ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการสอบคัดเลือกอิสระครั้งก่อนๆ มีคะแนนรวมเพียงหกร้อยกว่าแต้มและส่วนใหญ่แล้วคนอื่นได้แค่สามสี่ร้อยแต้มเท่านั้น
แต่หลี่ตู้กลับทำลายทุกอย่างสิ้นซากดันคะแนนพุ่งสูงจนยากที่ใครจะตามทัน!
“เขาไม่ได้โกงใช่ไหม”
ความคิดนี้ผุดขึ้นทันทีในหัวของฝูิแต่เมื่อคิดไปคิดมาอย่างถี่ถ้วนอีกที เธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธ
นี่คือการสอบคัดเลือกอิสระของมหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยความเข้มงวดในทุกด้านไม่ด้อยไปกว่าการสอบระดับชาติเลยสักนิดใครจะกล้าโกงในการสอบเช่นนี้? คิดว่าเหล่ายอดฝีมือที่เฝ้าสังเกตการณ์หอคอยทดสอบตาบอดหรือ?
เกรงว่าคนที่ชื่อหลี่ตู้ผู้นี้จะเป็ผู้มีอาชีพระดับมหากาพย์ที่ปิดบังตัวตนอยู่
มีแค่ความเป็ไปได้นี้เท่านั้นไม่อย่างนั้นฝูิคิดอย่างไรก็เชื่อไม่ลงว่าตนจะถูกทิ้งห่างมากขนาดนี้ได้
ไม่นานนักบรรดาผู้เข้าสอบก็ถูกส่งตัวออกมาจากหอคอยทดสอบทีละคน
“การสอบคัดเลือกอิสระสิ้นสุดลงแล้วและจะมีการประกาศผลการจัดอันดับในภายหลัง!ทางมหาวิทยาลัยของเราจะทำการตรวจสอบผลการสอบครั้งนี้เป็เวลา 2 วัน และเมื่อผลการสอบถูกต้องก็จะประกาศให้สาธารณชนทราบ!”
“ผู้ที่มีผลสอบผ่านเกณฑ์ให้เดินทางล่วงหน้ามาที่มหาวิทยาลัยเพื่อลงนามในเอกสารการเข้าศึกษาได้เลยและไม่จำเป็ต้องผ่านการสอบระดับชาติอีก”
“หากผู้ใดปรารถนาพัฒนามากขึ้นกว่านี้ทางมหาวิทยาลัยของเราก็ยินดีต้อนรับเป็อย่างยิ่ง”
ในที่สุดก็จบลงเสียที
แม้เวลาสอบจะไม่ได้ยาวนานนักหากนับรวมแล้วเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าเท่านั้น แต่ความกดดันจากการสอบนั้นมหาศาลนักเนื่องจากเป็การสอบคัดเลือกอิสระ ความยากจึงสูงกว่าการสอบระดับชาติมากทำให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากต้องเผชิญกับความยากลำบากสาหัส
แต่สำหรับหลี่ตู้แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย
เมื่อผลคะแนนสอบประกาศและเห็นว่าตนได้อันดับ 1 หลี่ตู้ก็เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ
“เห็นทีว่าจากนี้ไปฉันอาจจะได้เข้าชิงตำแหน่งนักเรียนดีเด่นประจำมณฑลของปีนี้”
แน่นอนว่าในมณฑลกุ้ยยังมีอัจฉริยะที่ไม่เข้าร่วมการสอบครั้งนี้อยู่อีกแน่เป้าหมายของพวกเขาคือสิบมหาวิทยาลัยเลื่องชื่อและมหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยยังห่างชั้นไปบ้าง
หลี่ตู้ได้ยินมาว่าการสอบคัดเลือกอิสระของสิบมหาวิทยาลัยเลื่องชื่อนั้นโเี้อย่างแท้จริงแม้แต่ผู้มีอาชีพระดับมหากาพย์ยังต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากประปราย
ส่วนผู้มีอาชีพระดับตำนานปีหนึ่งก็มีผู้ผ่านการคัดเลือกแค่ประมาณ 20 คน
คู่แข่งในการสอบระดับชาติของเขาอาจจะเป็อัจฉริยะผู้มีอาชีพระดับมหากาพย์ก็เป็ได้
เมื่อการสอบสิ้นสุดลงผู้คนก็ทยอยออกไปจากตรงนั้น หลี่ตู้เองก็ตั้งใจว่าจะไปแล้วเช่นกันที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยเพียงแต่อยากรู้ว่าปัจจุบันตนเองอยู่ในระดับใด
“นายคือหลี่ตู้ใช่ไหม?”
ในเวลานั้นเองเสียงใสกังวานได้ดังขึ้น
หลี่ตู้หันกลับไปมองพบว่าตรงนั้นมีสาวน้อยสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวอมน้ำตาล สวมมงกุฎใบไม้ราวกับภูตพราย
“เธอคือ?”
สาวน้อยแนะนำตัวเอง“ฉันชื่อฝูิ เป็อันดับสองของการสอบครั้งนี้ค่ะ!”
“อย่างนั้นเหรอ” หลี่ตู้คลี่ยิ้มแล้วถามว่า “เธอมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า”
ฝูิไม่พูดอ้อมค้อมถามตามตรงว่า “อาชีพของนายคืออาชีพระดับมหากาพย์ใช่ไหม?”
“ไม่ใช่”
ฝูิแสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อก่อนจะร่ายวิชาตรวจสอบออกไปทันที
ไม่นานนักแสงของวิชานั้นก็ตกลงบนร่างของหลี่ตู้ แสดงข้อมูลของเขาออกมา
[ชื่อ: หลี่ตู้ เลเวล: 15 อาชีพ: นักรบพื้นฐาน]
เมื่อเห็นข้อมูลนี้ฝูิก็ตกตะลึง
“มัน...นี่มันเป็ไปไม่ได้! ทำไมนายถึงเป็แค่นักรบพื้นฐาน? นักรบพื้นฐานจะทำคะแนนสูงขนาดนั้นได้ไงนายมีเครื่องมือที่รบกวนวิชาตรวจสอบได้ใช่ไหม?”
หลี่ตู้ตอบว่า“ไม่มีเลย อีกอย่างการที่เธอใช้วิชาตรวจสอบกับฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ ดูจะไม่ค่อยสุภาพเท่าไรนะ”
“เฮอะ! ช่างเถอะ ฉันขอโทษ! แต่หลี่ตู้ ฉันขอท้าประลองกับนาย!”
“ท้าประลองกับฉัน?”
“ใช่แล้ว นายกล้ารับคำท้าไหม?”
หลี่ตู้พลันหัวเราะเขารู้สึกว่าฉากนี้ดูคุ้นเคยอย่างยิ่งก่อนหน้านี้เจี่ยงเหยียนิก็เคยพูดในทำนองเดียวกันนี้กับเขาแต่กับเจี่ยงเหยียนินั้น หลี่ตู้รู้สึกรังเกียจนักส่วนสาวน้อยที่ชื่อฝูิคนนี้ แม้จะดูเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็ยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง
“กล้าหรือเปล่ามันก็เป็เื่ของฉัน ทำไมต้องตอบรับคำท้าของเธอด้วย?”
ฝูิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า“ฉันคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในนครเทียนไห่ ถ้านายเอาชนะฉันได้ก็จะได้เป็คนที่แข็งแกร่งที่สุด!”
“ฉันไม่สน”
“ถ้างั้นเอาแบบนี้ดีไหม ฉันเป็รองหัวหน้าสมาคมเทียนไห่ด้วยถ้านายเอาชนะฉันได้ ฉันจะให้นายมาเข้าร่วมสมาคมเทียนไห่นอกจากจะได้รับทรัพยากรภายในสมาคม ดันเจี้ยนทั้งหมดของสมาคมฉันก็จะให้นายใช้ฟรีด้วย!”
เมื่อได้ยินเงื่อนไขนี้คิ้วของหลี่ตู้ก็ขยับขึ้นเล็กน้อย
“เธอมีอำนาจมากขนาดนั้นเลย?”
ฝูิพลันยืดอกอย่างภาคภูมิใจ“ของมันแน่อยู่แล้ว! ฉันมีอำนาจในสมาคมเทียนไห่นะ”
“พูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐาน ถ้าตอนนั้นเธอไม่ยอมรับล่ะ”
ฝูิเริ่มมีโทสะ“นายคิดว่าฉันเป็คนยังไง? ฉันจะไม่มีทางไม่ยอมรับหรอก!”
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างทันใดนั้น เสียงชายวัยกลางคนก็ดังขึ้น
“คำรับรองของฉันพอไหม?”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ฝูิก็รีบหันกลับไป พร้อมกับแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ท่านพ่อ มาได้ยังไงคะ?”
ชายวัยกลางคนผู้นี้คือพ่อของฝูินั่นเองเขายิ้มให้หลี่ตู้ จากนั้นก็พูดกับฝูิว่า “ถ้าพ่อไม่มาแล้วจะได้มาเห็นลูกที่ได้อันดับสองแล้วมาทะเลาะกับคนอื่นที่นี่เหรอ”
“ไม่ใช่สักหน่อย” ฝูิเบะปาก
ชายวัยกลางคนเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลี่ตู้แล้วยื่นมือออกไปหา“สวัสดีหลี่ตู้ ฉันชื่อฝูซาง เป็พ่อของฝูิ”
ท่าทางของเขานั้นเป็กันเองอย่างยิ่งแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่างามโดยธรรมชาติอุปนิสัยเช่นนี้หากไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสูงเป็เวลานานแล้วเป็ไปไม่ได้เลยที่จะฝึกฝนให้มีได้ เพียงแค่แรกเห็นหลี่ตู้ก็ยืนยันได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนเบื้องหน้าคนนี้จะต้องเป็บุคคลสำคัญอย่างแน่นอน
หลี่ตู้ยื่นมือออกไปจับมือกับฝูซางไม่รู้เพราะอะไร ในตอนนี้เขากลับรู้สึกประหม่าเล็กน้อยอาจเป็เพราะเขาไม่ค่อยได้พบเห็นบุคคลเช่นฝูซางนัก แม้จะผ่านอะไรมามากมายแล้วแต่หลี่ตู้ก็เพิ่งจะอายุครบสิบแปดปีเท่านั้น
หลังจากปล่อยมือฝูซางก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ลูกสาวของฉันเื่อื่นล้วนดีงาม เสียก็แต่นิสัยชอบการแข่งขันนายได้อันดับหนึ่งที่เธอหมายปองไว้ เด็กคนนั้นจะทนอยู่นิ่งเฉย ๆ ได้หรือ? อย่างนี้ดีไหม นายมาประลองกับเธอสักครั้งไม่ว่าผลจะแพ้หรือชนะก็ถือเป็การผูกมิตรกัน”
“ส่วนคำมั่นสัญญาของิเอ๋อร์ ฉันจะเป็คนรับรองให้เองคำพูดมีน้ำหนักพอไหม?”
เมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้วหลี่ตู้จะยังมีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธได้เล่า? อีกทั้งเงื่อนไขของฝูิก็ทำให้หลี่ตู้รู้สึกหวั่นไหวมาก
ดันเจี้ยนของสมาคมเทียนไห่นั้นมีค่ามหาศาลไม่จำเป็ต้องกล่าวถึงให้มากความ
“ถ้าอย่างนั้น การประลองครั้งนี้ผมตกลงครับแต่ว่าวันนี้เพิ่งจะเสร็จสิ้นการทดสอบไปการประลองจัดขึ้นวันพรุ่งนี้จะดีกว่าไหมครับ?”
ฝูซางไม่พูดอะไรเพียงแต่หันไปมองลูกสาว
ฝูิสะบัดหน้าร้องฮึ“พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้ ฉันไม่มีทางแพ้นายแน่!”
“ดี งั้นฉันจะตั้งตารอนะ”