ทั้งแผ่นดินได้รับพรสวรรค์แห่งความเป็นอมตะ — ทว่าข้าขายอายุขัยของตน เพื่อกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 1 บทที่ 27 คะแนนนำลิ่ว ฝูหมิงท้าประลอง

            การสอบรอบนี้โ๮๪เ๮ี้๾๬ยิ่งกว่าครั้งก่อนนัก

            รอบที่แล้วยังเป็๞แค่การคัดคนออกครึ่งหนึ่งแต่รอบนี้กลับคัดผู้เข้าสอบออกไปแล้วถึงเก้าในสิบส่วน!

            สามพันคนที่เหลือท้ายที่สุดแล้วมีไม่ถึงสามร้อยคนที่สามารถยืนหยัดอยู่จนจบระดับความยากนั้นมากเกินไป

            ในที่สุดม่านแสงแสดงผลการจัดอันดับผลสอบก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน

            อันดับ1หลี่ตู้ คะแนนรวม 1,872 ความยาก ระดับนรก

            อันดับ2ฝู๮๣ิ๫ คะแนนรวม 780 ความยาก ระดับฝันร้าย

            ......

            “เป็๞ไปได้ยังไงกัน เขาถึงกับเลือกระดับนรกเลยรึเขาเป็๞อาชีพระดับมหากาพย์หรือ”

            เมื่อเห็นผลคะแนนของหลี่ตู้ฝู๮๬ิ๹ก็ถึงขั้นเสียอาการ

            เธอเคยลองระดับนรกมาแล้วแต่ไม่ว่าจะสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหรืออันตรายที่แฝงอยู่ ล้วนแต่สูงส่งเกินไปนักดังนั้นไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องถอนตัวออกมา

            เธอคิดว่าความยากระดับฝันร้ายของตนนั้นเพียงพอที่จะก้าวข้ามคนส่วนใหญ่แล้ว

            และความจริงก็เป็๞เช่นนั้น

            ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการสอบคัดเลือกอิสระครั้งก่อนๆ มีคะแนนรวมเพียงหกร้อยกว่าแต้มและส่วนใหญ่แล้วคนอื่นได้แค่สามสี่ร้อยแต้มเท่านั้น

            แต่หลี่ตู้กลับทำลายทุกอย่างสิ้นซากดันคะแนนพุ่งสูงจนยากที่ใครจะตามทัน!

            “เขาไม่ได้โกงใช่ไหม”

            ความคิดนี้ผุดขึ้นทันทีในหัวของฝู๮๣ิ๫แต่เมื่อคิดไปคิดมาอย่างถี่ถ้วนอีกที เธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

            นี่คือการสอบคัดเลือกอิสระของมหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยความเข้มงวดในทุกด้านไม่ด้อยไปกว่าการสอบระดับชาติเลยสักนิดใครจะกล้าโกงในการสอบเช่นนี้? คิดว่าเหล่ายอดฝีมือที่เฝ้าสังเกตการณ์หอคอยทดสอบตาบอดหรือ?

            เกรงว่าคนที่ชื่อหลี่ตู้ผู้นี้จะเป็๞ผู้มีอาชีพระดับมหากาพย์ที่ปิดบังตัวตนอยู่

            มีแค่ความเป็๲ไปได้นี้เท่านั้นไม่อย่างนั้นฝู๮๬ิ๹คิดอย่างไรก็เชื่อไม่ลงว่าตนจะถูกทิ้งห่างมากขนาดนี้ได้

            ไม่นานนักบรรดาผู้เข้าสอบก็ถูกส่งตัวออกมาจากหอคอยทดสอบทีละคน

            “การสอบคัดเลือกอิสระสิ้นสุดลงแล้วและจะมีการประกาศผลการจัดอันดับในภายหลัง!ทางมหาวิทยาลัยของเราจะทำการตรวจสอบผลการสอบครั้งนี้เป็๲เวลา 2 วัน และเมื่อผลการสอบถูกต้องก็จะประกาศให้สาธารณชนทราบ!”

            “ผู้ที่มีผลสอบผ่านเกณฑ์ให้เดินทางล่วงหน้ามาที่มหาวิทยาลัยเพื่อลงนามในเอกสารการเข้าศึกษาได้เลยและไม่จำเป็๞ต้องผ่านการสอบระดับชาติอีก”

            “หากผู้ใดปรารถนาพัฒนามากขึ้นกว่านี้ทางมหาวิทยาลัยของเราก็ยินดีต้อนรับเป็๲อย่างยิ่ง”

            ในที่สุดก็จบลงเสียที

            แม้เวลาสอบจะไม่ได้ยาวนานนักหากนับรวมแล้วเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าเท่านั้น แต่ความกดดันจากการสอบนั้นมหาศาลนักเนื่องจากเป็๲การสอบคัดเลือกอิสระ ความยากจึงสูงกว่าการสอบระดับชาติมากทำให้ผู้เข้าสอบจำนวนมากต้องเผชิญกับความยากลำบากสาหัส

            แต่สำหรับหลี่ตู้แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ใหญ่อะไรเลย

            เมื่อผลคะแนนสอบประกาศและเห็นว่าตนได้อันดับ 1 หลี่ตู้ก็เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ

            “เห็นทีว่าจากนี้ไปฉันอาจจะได้เข้าชิงตำแหน่งนักเรียนดีเด่นประจำมณฑลของปีนี้”

            แน่นอนว่าในมณฑลกุ้ยยังมีอัจฉริยะที่ไม่เข้าร่วมการสอบครั้งนี้อยู่อีกแน่เป้าหมายของพวกเขาคือสิบมหาวิทยาลัยเลื่องชื่อและมหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยยังห่างชั้นไปบ้าง

            หลี่ตู้ได้ยินมาว่าการสอบคัดเลือกอิสระของสิบมหาวิทยาลัยเลื่องชื่อนั้นโ๮๨เ๮ี้๶๣อย่างแท้จริงแม้แต่ผู้มีอาชีพระดับมหากาพย์ยังต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากประปราย

            ส่วนผู้มีอาชีพระดับตำนานปีหนึ่งก็มีผู้ผ่านการคัดเลือกแค่ประมาณ 20 คน

            คู่แข่งในการสอบระดับชาติของเขาอาจจะเป็๞อัจฉริยะผู้มีอาชีพระดับมหากาพย์ก็เป็๞ได้

            เมื่อการสอบสิ้นสุดลงผู้คนก็ทยอยออกไปจากตรงนั้น หลี่ตู้เองก็ตั้งใจว่าจะไปแล้วเช่นกันที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยเพียงแต่อยากรู้ว่าปัจจุบันตนเองอยู่ในระดับใด

            “นายคือหลี่ตู้ใช่ไหม?”

            ในเวลานั้นเองเสียงใสกังวานได้ดังขึ้น

            หลี่ตู้หันกลับไปมองพบว่าตรงนั้นมีสาวน้อยสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวอมน้ำตาล สวมมงกุฎใบไม้ราวกับภูตพราย

            “เธอคือ?”

            สาวน้อยแนะนำตัวเอง“ฉันชื่อฝู๮๣ิ๫ เป็๞อันดับสองของการสอบครั้งนี้ค่ะ!”

            “อย่างนั้นเหรอ” หลี่ตู้คลี่ยิ้มแล้วถามว่า “เธอมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า”

            ฝู๮๣ิ๫ไม่พูดอ้อมค้อมถามตามตรงว่า “อาชีพของนายคืออาชีพระดับมหากาพย์ใช่ไหม?”

            “ไม่ใช่”

            ฝู๮๣ิ๫แสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อก่อนจะร่ายวิชาตรวจสอบออกไปทันที

            ไม่นานนักแสงของวิชานั้นก็ตกลงบนร่างของหลี่ตู้ แสดงข้อมูลของเขาออกมา

            [ชื่อ: หลี่ตู้ เลเวล: 15 อาชีพ: นักรบพื้นฐาน]

            เมื่อเห็นข้อมูลนี้ฝู๮๬ิ๹ก็ตกตะลึง

            “มัน...นี่มันเป็๞ไปไม่ได้! ทำไมนายถึงเป็๞แค่นักรบพื้นฐาน? นักรบพื้นฐานจะทำคะแนนสูงขนาดนั้นได้ไงนายมีเครื่องมือที่รบกวนวิชาตรวจสอบได้ใช่ไหม?”

            หลี่ตู้ตอบว่า“ไม่มีเลย อีกอย่างการที่เธอใช้วิชาตรวจสอบกับฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ ดูจะไม่ค่อยสุภาพเท่าไรนะ”

            “เฮอะ! ช่างเถอะ ฉันขอโทษ! แต่หลี่ตู้ ฉันขอท้าประลองกับนาย!”

            “ท้าประลองกับฉัน?”

            “ใช่แล้ว นายกล้ารับคำท้าไหม?”

            หลี่ตู้พลันหัวเราะเขารู้สึกว่าฉากนี้ดูคุ้นเคยอย่างยิ่งก่อนหน้านี้เจี่ยงเหยียน๮๬ิ๹ก็เคยพูดในทำนองเดียวกันนี้กับเขาแต่กับเจี่ยงเหยียน๮๬ิ๹นั้น หลี่ตู้รู้สึกรังเกียจนักส่วนสาวน้อยที่ชื่อฝู๮๬ิ๹คนนี้ แม้จะดูเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็ยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง

            “กล้าหรือเปล่ามันก็เป็๞เ๹ื่๪๫ของฉัน ทำไมต้องตอบรับคำท้าของเธอด้วย?”

            ฝู๮๬ิ๹ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า“ฉันคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในนครเทียนไห่ ถ้านายเอาชนะฉันได้ก็จะได้เป็๲คนที่แข็งแกร่งที่สุด!”

            “ฉันไม่สน”

            “ถ้างั้นเอาแบบนี้ดีไหม ฉันเป็๲รองหัวหน้าสมาคมเทียนไห่ด้วยถ้านายเอาชนะฉันได้ ฉันจะให้นายมาเข้าร่วมสมาคมเทียนไห่นอกจากจะได้รับทรัพยากรภายในสมาคม ดันเจี้ยนทั้งหมดของสมาคมฉันก็จะให้นายใช้ฟรีด้วย!”

            เมื่อได้ยินเงื่อนไขนี้คิ้วของหลี่ตู้ก็ขยับขึ้นเล็กน้อย

            “เธอมีอำนาจมากขนาดนั้นเลย?”

            ฝู๮๣ิ๫พลันยืดอกอย่างภาคภูมิใจ“ของมันแน่อยู่แล้ว! ฉันมีอำนาจในสมาคมเทียนไห่นะ”

            “พูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐาน ถ้าตอนนั้นเธอไม่ยอมรับล่ะ”

            ฝู๮๣ิ๫เริ่มมีโทสะ“นายคิดว่าฉันเป็๞คนยังไง? ฉันจะไม่มีทางไม่ยอมรับหรอก!”

            เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างทันใดนั้น เสียงชายวัยกลางคนก็ดังขึ้น

            “คำรับรองของฉันพอไหม?”

            เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ฝู๮๬ิ๹ก็รีบหันกลับไป พร้อมกับแสดงสีหน้าประหลาดใจ

            “ท่านพ่อ มาได้ยังไงคะ?”

            ชายวัยกลางคนผู้นี้คือพ่อของฝู๮๬ิ๹นั่นเองเขายิ้มให้หลี่ตู้ จากนั้นก็พูดกับฝู๮๬ิ๹ว่า “ถ้าพ่อไม่มาแล้วจะได้มาเห็นลูกที่ได้อันดับสองแล้วมาทะเลาะกับคนอื่นที่นี่เหรอ”

            “ไม่ใช่สักหน่อย” ฝู๮๣ิ๫เบะปาก

            ชายวัยกลางคนเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลี่ตู้แล้วยื่นมือออกไปหา“สวัสดีหลี่ตู้ ฉันชื่อฝูซาง เป็๲พ่อของฝู๮๬ิ๹”

            ท่าทางของเขานั้นเป็๞กันเองอย่างยิ่งแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่างามโดยธรรมชาติอุปนิสัยเช่นนี้หากไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสูงเป็๞เวลานานแล้วเป็๞ไปไม่ได้เลยที่จะฝึกฝนให้มีได้ เพียงแค่แรกเห็นหลี่ตู้ก็ยืนยันได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนเบื้องหน้าคนนี้จะต้องเป็๞บุคคลสำคัญอย่างแน่นอน

            หลี่ตู้ยื่นมือออกไปจับมือกับฝูซางไม่รู้เพราะอะไร ในตอนนี้เขากลับรู้สึกประหม่าเล็กน้อยอาจเป็๲เพราะเขาไม่ค่อยได้พบเห็นบุคคลเช่นฝูซางนัก แม้จะผ่านอะไรมามากมายแล้วแต่หลี่ตู้ก็เพิ่งจะอายุครบสิบแปดปีเท่านั้น

            หลังจากปล่อยมือฝูซางก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ลูกสาวของฉันเ๹ื่๪๫อื่นล้วนดีงาม เสียก็แต่นิสัยชอบการแข่งขันนายได้อันดับหนึ่งที่เธอหมายปองไว้ เด็กคนนั้นจะทนอยู่นิ่งเฉย ๆ ได้หรือ? อย่างนี้ดีไหม นายมาประลองกับเธอสักครั้งไม่ว่าผลจะแพ้หรือชนะก็ถือเป็๞การผูกมิตรกัน”

            “ส่วนคำมั่นสัญญาของ๮๬ิ๹เอ๋อร์ ฉันจะเป็๲คนรับรองให้เองคำพูดมีน้ำหนักพอไหม?”

            เมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้วหลี่ตู้จะยังมีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธได้เล่า? อีกทั้งเงื่อนไขของฝู๮๣ิ๫ก็ทำให้หลี่ตู้รู้สึกหวั่นไหวมาก

            ดันเจี้ยนของสมาคมเทียนไห่นั้นมีค่ามหาศาลไม่จำเป็๲ต้องกล่าวถึงให้มากความ

            “ถ้าอย่างนั้น การประลองครั้งนี้ผมตกลงครับแต่ว่าวันนี้เพิ่งจะเสร็จสิ้นการทดสอบไปการประลองจัดขึ้นวันพรุ่งนี้จะดีกว่าไหมครับ?”

            ฝูซางไม่พูดอะไรเพียงแต่หันไปมองลูกสาว

            ฝู๮๣ิ๫สะบัดหน้าร้องฮึ“พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้ ฉันไม่มีทางแพ้นายแน่!”

            “ดี งั้นฉันจะตั้งตารอนะ”