ตอนที่ 7 เดินป่า
อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป……
ผัว ผัว! ผัว ผัว! ผัว ผัว!
เจี้ยก เจี้ยก เจี๊ยก!
แซก แซก แซก!!
หลังจากที่กลุ่มล่าสัตว์ของหมู่บ้านท่าเสด็จเดินลึกผ่านเข้ามาอีกราวๆหนึ่งชั่วโมง เสียงของฉะนีป่ากับพวกลิงกลุ่มใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่บนต้นไม้สูงเพื่อไปหากินในที่ต่างๆของป่าได้ดังขึ้นจนเสียงสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ…….
ซึ่งส่วนใหญ่พวกมันมักจะอยู่กันเป็กลุ่มใหญ่และเคลื่อนที่ด้วยความว่องไวราวกับวายุ ซึ่งหากเป็ชะนีหรือลิงในโลกปกติแล้วพวกมันจะไม่ไวอย่างนี้แต่เพราะใสโลกนี้มีแก่นสารของพลังโลกที่ช่วยให้พวกมันมีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นและตามธรรมชาติของมัน ความไวเป็สิ่งที่ลิงถนัดอยู่แล้ว ดังนั้นความสามารถพิเศษที่พวกมันได้รับจึงเป็การเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก……
ชะนีวายุพ่อผู้ใหญ่!
หือ?!
“พวกเอ็งมิต้องไปสนใจพวกฉะนีป่าวายุมันดอกพวกเอ็งก็รู้ว่าพวกมันว่องไวแค่ไหน ลูกดอกชนิดใดก็หาได้ยิงถูกตัวมันถูกไม่ยิงออกไปก็รังแต่จะเสียลูกดอกทิ้งไปเปล่าๆ !” ผู้ใหญ่บ้านพูดบอกพวกชายหนุ่มที่กำลังเล็งหน้าไม้และธนูไปที่ชะนีป่าวายุให้เลิกสนใจชะนีป่าวายุเ่าั้ เพราะด้วยความเร็วของพวกมันยังไงก็ไม่มีทางที่จะทำอะไรพวกมันได้เว้นเสียแต่ผู้นั้นจะมีวิชาอาคมเพิ่มความเร็วให้แก่ลูกธนูที่ยิงออกไป……..
“โถ้เอ๊ย ข้ากะจะสอยพวกมันให้ล้วงสักสองสามตัวเสียหน่อยไม่เช่นนั้นคืนนี้พวกเราได้กินต้มสมองชะนีกันแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ทันใดนั้นเสียงพูดคุยโวโอ้อวดของไอ้แดงก็ดังขึ้นพร้อมกับตัวมันที่แสดงท่าทางราวกับผู้เยี่ยมยุทธ….
“ถุ้ย! ไอ้ขี้คุยเอ๊ยถ้ามึงทำได้อย่างที่คุยจริง กูยอมกราบมึงเป็ลูกพี่ของกูเลยแต่ถ้ามึงทำไม่ได้มึงจักต้องกราบกูเป็ปู่ของมึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”และในเวลาเดียวกันชายหนุ่มบุญเพื่อนซี้ของไอ้แดงก็ได้พูดแทรกต่อท้ายหลังจากที่ไอ้แดงพูดจบ…….
“ไอ้บุญมึง! มึงนี้มัน……”
“พวกมึงนี้เอากันอีกแล้ว! โต้เถียงกันได้ทั้งวี่ทั้งวันสงสัยกูจักต้องปล่อยพวกมึงทั้งสองตัวไว้ที่นี่แล้วเสียกระมั้งไม่เช่นนั้นวันนี้ก็ไม่ต้องไปไหนกันพอดี เอ้า! ทุกคนเดินทางต่อ!ปล่อยไอ้หมาบ้าบ้าน้ำลายไว้ที่นี่แหละ!” ก่อนที่ไอ้แดงจะได้พูดจบเสียงของผู้ใหญ่บ้านได้ดังขัดขึ้นมา เพื่อห้ามไม่ให้ไอ้บุญกับไอ้แดงโต้เถียงกันต่อก่อนจะบอกให้คนที่เหลือเดินทางต่อและปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ที่นี่ต่อปากยังไม่ยอมหยุดโต้เถียงกัน……….
เดี๋ยวก่อนสิพ่อผู้ใหญ่ รอข้าด้วย!
“ไว้คราวหลังมึงอย่าลืมต้มสมองชะนีให้กูกินด้วยนะไอ้แดงคนเก่ง”
มึง!
อีกสองชั่วโมงผ่านไป……..
ณ ธารน้ำขนาดย่อยที่อยู่ตีนูเาก่อนออกจากูเาลูกที่หนึ่ง…….
ซา ซา ซาซา!
หลังจากที่ทุกๆ คนเดินทางต่อไปได้อีกสักพักใหญ่ๆ พวกเขาก็ได้พบกับทางน้ำตกที่ไหลผ่านมาจนกลายเป็ธารขนาดย่อยซึ่งมันเป็ธารน้ำระหว่างกึ่งกลางของูเาลูกที่หนึ่งและลูกที่สองแต่ถึงจะเป็ธารน้ำยาวแต่มันก็ไม่ใหญ่มากนักผู้คนหรือสัตว์ป่าขนาดกลางขึ้นไปสามารถเดินบนก้อนหินและน้ำเพื่อข้ามไปได้……..
“หยุดพักกันก่อนโว้ยพวกมึง!” ทันใดนั้นผู้ใหญ่บ้านก็หยุดเท้าของเขาพร้อมกับบอกให้ทุกคนหยุดเดินเพื่อพักกันก่อน“พวกเราจักพักกินน้ำ กินข้าวกันตรงนี้สักครู่เพราะในตอนนี้พวกเรามาถึงธารน้ำแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนว่าเราได้เดินทางมาได้ครึ่งแล้ว”
“พอดีเลย ข้าเองก็กำลังหิวข้าวหิวน้ำพอดีเพราะตลอดทางข้าต้องใช้แรงอย่างมากเพื่อระวังตัวเองและคนอื่นๆ ให้อยู่รอดปลอดภัย!”ซึ่งไอ้แดงเ้าเดิมได้พูดขึ้นอีกครั้งตามฉบับของมันแน่นอนว่าคำพูดของมันที่พูดออกมาย่อมเป็คำพูดที่ใช้โอ้อวดตัวเอง……
“มึงเนี่ยนะเฝ้าระวังผู้อื่นจนหมดแรงกูว่าที่มึงหมดแรงเพราะมึงเอาแต่พูดมากกว่า!” เมื่อมีเสียงของแดงก็ย่อมต้องมีเสียงของบุญตามขึ้นมาเสมอเพราะทั้งสองเป็คู่ขัดคู่เถียงกันอยู่แล้ว……
มึงไอ้บุญ!
“พวกมึงจะพูดอะไรกันนักหนาวะอยู่ที่หมู่บ้านไม่มีใครพูดด้วยหรือยังไงกัน!” ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงของชายวัยกลางคนที่ดูจะอายุมากที่สุดแต่ลองจากผู้ใหญ่บ้านได้พูดแทรกขึ้นเพราะตลอดทางเขาคอยฟังทั้งสองพูดเถียงกันจนปวดหัวไปหมดแล้ว…..
“นั้นสิว่ะ! ทำไมฝีมือรบของพวกมันไม่เก่งเหมือนปากพวกมึงบ้างว่ะ!”แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ชายวัยกลางคนคนเดียวที่ไม่สบอารมณ์ชายหนุ่มที่มาด้วยหนึ่งในนั้นก็ไม่พอใจเช่นกัน ทว่าทุกคนมาจากหมู่บ้านเดียวกันเขาจึงไม่อยากที่จะสร้างปัญหาและผิดใจกัน…….
“มึงพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรวะไอ้ยอด?! ที่บอกว่าฝีมือกูไม่เก่งเหมือนฝีปากมึงจักลองประชันฝีมือกับกูสักหน่อยเป็อย่างไร?!” ถึงแม้ว่าแดงจะเป็คนขี้เล่นที่ไม่ชอบเล่นขี้แต่เขาก็จริงจังเมื่อเข้าสู่โหมดที่ต้องต่อสู้หรือไม่สบอารมณ์จริงๆ …….
“นั่นสิวะ! มึงพูดแบบนี้กับไอ้แดงจอมขี้คุยเพื่อนซี้กูคนนี้ได้เยี่ยงไรวะ?จริงไหมไอ้แดงจอมขี้คุย?!” ถึงแม้บุญอยู่ข้างแดงแต่คำพูดของเขากลับดูทรยศเพื่อนอย่างบอกไม่ถูก……
เดี๋ยวนะ!
“ไอ้บุญ! เมื่อครู่นี้มึงว่ากระไรน่ะ?ทำไมกูถึงรู้สึกว่ามึงกำลังด่ากูเลย?!” ในขณะที่แดงกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่นั้นเขาถึงกับเปลี่ยนอารมณ์กลับเป็เหมือนเดิมทันทีเมื่อได้ยินคำพูดหยอกล้อที่ผสมอยู่ในคำพูดให้ความช่วยเหลือของบุญ……
“ไม่มีกระไรนี่! หูมึงไม่ดีหรือเปล่าถึงไม่ได้ยินเื่ดีๆที่กูพูดไป แต่ถ้ามึงได้ยินไม่ชัดกูจักพูดซ้ำอีกครั้งก็ได้ซึ่งก่อนหน้านี้กูบอกว่า ทำไมมันถึงพูดกับมึงที่เป็คนเก่งกล้าเช่นนี้ยังไงล่ะ!”บุญพูดไปก็อดขำในใจไปไม่ได้ เพราะคำพูดประโยคแรกกับประโยคนี้มันไม่เหมือนกันเลย……
อ่า!
“ถุ้ย! มึงคิดว่าโง่หรืออย่างไรกัน!กูได้ยินมึงพูดหมดแล้ว มึงยังจะแก้ตัวอีกอย่างนั้นรึ? วันนี้ไม่มึงก็กูล่ะวะที่ต้องเจ็บตัว!”
ย๊ากกกกกกก!!
เห๊ย!
เห๊ย!
เดี๋ยวก่อนสิเห๊ย! ไอ้แดง!นี่กุบุญเพื่อนมึงนะ มึงจะเอากันถึงตายเลยหรือไงวะ!”
กูไม่สน!!
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็วิ่งไล่จับกันราวกับเด็กอีกคนวิ่งตามอีกคนวิ่งไล่ ซึ่งไม่นานทั้งก็วิ่งหายเข้าไปในป่าบริเวณนั้นแต่เสียงของทั้งสองก็ยังคงดังอยู่เช่นเดิม……
เฮ้อ!!
“ไอ้สองตัวนี้นี่นะ! เล่นกันเป็เด็กได้ทุกครั้งเลยถ้านี่ไม่ใช่ว่าจะต้องไปดงพญาหมูป่า ข้าคงจะไม่กำชับมันถึงขนาดนี้แต่เพราะนี่มันเป็ป่าดงพญาหมูป่าที่แสนจะอันตราย”ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยใจกับทั้งสองคนแต่เพราะทั้งสองเองก็มีวิชาต่อสู้ติดตัวที่สู้ไม่แพ้กับผู้ใหญ่ที่ผ่านศึกหลายครั้งคราผู้ใหญ่บ้านจึงวางใจในระดับหนึ่ง…….
“เอาละ หาที่พักกันได้แล้ว พวกเราจะพักกันที่นี่อีกเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นยังไงเราก็ต้องไปให้ถึงก่อนคืนนี้จักเป็ที่สุด!”
“ขอรับพ่อผู้ใหญ่เอ้าพวกเรามาพักกินข้าวกินน้ำให้ชื่นใจกันก่อนเต็มพลังกันก่อนที่จะขึ้นเขาลูกที่สองกัน!” ลูกบ้านชายวัยกลางอีกคนพูดบอกทุกๆให้มารับห่อข้าวที่ตนแบกมา……
ขอบน้ำใจมากไอ้ทิต!
ขอบใจพี่ทิต!
ทั้งหมดต่างก็เดินมารับข้าวจากชายวันกลางคนที่ชื่อทิตซึ่งห่อข้าวนี้ถูกจัดเตรียมโดยพวกผู้หญิงที่อยู่ภายในหมู่บ้านส่วนกับข้าวที่อยู่ในห่อนั้นก็ไม่ใช้อะไรมันคือเนื้อตากแห้งย่างกับหน่อไม้ต้มนั้นเอง เพราะอาหารเหล่านี้สามารถอยู่ได้นานเหมาะกับการเดินทางไกล……
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป…….
“ไอ้ผา ข้าขอถามเอ็งสักเื่ได้ไหมว่ะ?” ในขณะที่ทุกคนกินข้าวเสร็จแล้วและกำลังหาที่พักผ่อนกันอยู่นั้นผู้ใหญ่บ้านก็ได้เดินเข้าไปหาพันผาเพื่อพูดคุยได้……
“ได้สิจ๊ะท่านผู้ใหญ่บ้าน!” พันผาหันกลับมาพร้อมกับตอบกลับด้วยรอยยิ้ม……
“ข้าอยากรู้มากว่าก่อนหน้านี้เอ็งเคยเป็ทหารใช่หรือไม่?”คำถามนี้อาจจะดูแปลกไปบ้างสำหรับคนอื่นๆแต่เพราะผู้ใหญ่บ้านมองคนอื่นและสามารถรับรู้ได้ว่าพันผานั้นจักต้องเคยเป็ทหารมาก่อนอย่างแน่นอนแต่เขาก็ยังแกล้งถามออกไป…..
“ใช่แล้วท่านผู้ใหญ่บ้าน! ข้าเคยเป็ทหารแต่นั่นมันก็เป็อดีตไปแล้ว ตอนนี้ข้าคือไอ้ผาพ่อลูกหนึ่ง คนของหมู่บ้านท่าเสด็จ”พันผาไม่อยากที่จะคิดถึงเื่ราวเ่าั้ เขาจึงตอบกลับไปแบบปัดๆ อ้อมๆเท่านั้น……
อื้ม!
“กูเข้าใจความรู้สึกของมึงดีไอ้ผ้า ทุกคนย่อมต้องผ่านวันและเวลาที่แสนเ็ปกูเองก็เคยผ่านมาเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็จักบอกให้มึงรู้เอาไว้ไม่ว่าอดีตที่มึงเคยผ่านมาจักเป็อย่างไรคนหมู่บ้านท่าเสด็จก็จักอยู่เคียงข้างมึงเสมอ!” ไม่ต้องบอกผู้ใหญ่บ้านก็พอจะทราบว่าทำไมพันผาถึงไม่ยอมพูดดังนั้น เขาจึงได้พูดปลอบใจและให้กำลังใจกลับไป……
“ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านมากนะจ๊ะ! ข้าเองก็จะอยู่เคียงข้างหมู่บ้านท่าเสด็จเช่นกันหากใครที่มันคิดจักรังแกคนในหมู่บ้านละก็……ข้าไอ้ผ้าจักมิมีวันยอมมันแน่!”พันผารู้สึกทราบซึ้งใจกับผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยปลอบใจและดูแลเขากับลูกมาก ดังนั้นตัวเขาเองก็อยากที่จะตอบแทนหมู่บ้านท่าเสด็จด้วยกำลังที่เขามีเช่นกัน…….
“แล้วเื่……….”
เอ๊อออออ!!
“อิ่มโว้ย! อิ่มมากๆอิ่มจนแทบจะไหลกลับออกมาทางเดิมแล้ว! กินอิ่มแบบนี้ขออีกสักงีบก่อนได้ไหมว่ะแล้วค่อยเดินทางกันต่อ!” หลังจากที่ไอ้แดงกินข้าวอิ่มแล้วมันก็ส่งเสียงเรอดังออกมาอย่างน่าเกลียดจนทำให้ทุกคนที่นั่งพักอยู่ต้องหันมามองที่ไอ้แดงกันหมดด้วยความไม่พอใจ……
“ไอ้แดง! ไอ้ห่าเอ๊ยคนอื่นเขากำลังหลับกันสบายๆ ต้องมาตื่นเพราะเสียงเรอของมึงกันหมดเลย!”
“ไอ้อุบาต มึงนี่ชั่งไม่รู้จักมารยาททางสังคมเสียจริงๆส่งเสียงเรอดังออกมาอย่างนั้นได้เยี่ยงไรว๊ะ ไอ้แดง!?”
“นั่นสิว่ะ มึงนี้มันจริงๆ เลยนะ เรอเสียงดังไม่พอยังแถมกลิ่นเปรี่ยวจนขมคอกูอีก” ไอ้บุญต่อว่าไอ้แดงเพื่อนรักทันทีอย่างไม่เกรงใจเพราะตัวมันนั่งอยู่ใกล้กับไอ้แดงมากที่สุดจึงได้รับทั้งกลิ่นและเสียงมากกว่าคนอื่นๆดังนั้นไอ้บุญเลยไม่คิดที่จะช่วยแก้ตัวให้ไอ้แดง…….
“แหม๋ แค่นี้ทำเป็รับไม่ได้ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าคราวหลังกูจักระวังไม่ให้มันเรอออกมาทางปากแต่จักให้มันออกมาทางตูดกูแทนก็ได้ว่ะ! บางทีมันอาจจักทำให้เสียมารยาททางสังคมอย่างที่มึงพูดมันดีขึ้นก็ได้ไอ้บุญ!ไอ้มารยาทงามดีเด่นประจำบ้านท่าเสด็จ!” ไม่ใช่ว่าแดงไม่รู้สำนึกแต่เพราะมันเป็สันดานติดตัวไปแล้ว อย่างมากก็ทำได้แค่เบาเสียงเรอลง……
“เอาที่มึงสบายใจเลยไอ้แดงกูขอไปหาที่นั่งที่มันเย็นสบายๆ กว่านี้จะดีกว่า ถ้าขืนกูยังอยู่แถวนี้ต่อไปกูอาจจะอดใจไม่ไหวใช้บาทานวดหน้าให้ใครบางคนก็ได้!” ว่าแล้วไอ้บุญก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นักก่อนจะเดินจากไปเพราะกลัวตนจะอดใจไม่ไหวได้มีเื่กับไอ้แดงอีก……..
“เห๊ย! มึงหมายถึงใครวะไอ้บุญ?เห๊ย! กลับมาพูดกันก่อน! เห๊ย!”ไอ้แดงพยายามที่จะส่งเสียงถามไอ้บุญด้วยท่าทางที่ไม่พอใจแต่ทว่าไอ้บุญกลับไม่ยอมตอบอะไรมันอีก…….
สักพักหลังจากที่ชายหนุ่มบุญเดินออกไปแล้วนั้น ไอ้แดงก็เอนตัวลงนอนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งมันมีร่มเงาที่กว้างใหญ่แถมยังมีลมพัดอ่อนๆ พัดผ่านทำให้รู้สึกเย็นสบายอีกด้วยไม่ว่าจะเป็ใครที่ได้พบกับสถานการณ์แบบนี้ก็ต้องรู้สึกอยากนอนเป็ธรรมดา…….
ทว่าใน่ที่ทุกๆ คนกำลังพักอยู่นั้น ไอ้แดงก็พลันสังเกตเห็นต้นไม้และก้อนหินที่อยู่บริเวณรอบๆตัวของมันกำลังสั่นะเืแบบแปลกๆก่อนที่ดวงตาของมันจะเหลือบมองขึ้นไปเห็นเงาร่างขนาดใหญ่ที่ดูคุ้นตากำลังมุ่งหน้ามาทางมันและทุกคนจากบนเขาลูกที่สอง……
“ชะ……..ชะ……….ช้า!”
แป้น แป้น แป้น!
ช้าง!?
ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่ม!
โครม โครม โครม!
ตึง ตึง ตึง ตึง!