ตอนที่ 7 — ศูนย์กลางแห่งกรงเล็บดิจิทัล
เม็ดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบผืนถนนคอนกรีตในย่านเขตทดสอบที่ 4 ส่งเสียงซ่าติดต่อกันไม่ขาดสาย แสงสีแดงฉานจากป้ายโฆษณาอัจฉริยะยังคงกะพริบถี่ระรัว สะท้อนลงบนร่างของฝูงชนที่กำลังคลุ้มคลั่งและห้ำหั่นกันด้วยความเกลียดชังอันเกิดจากคลื่นความถี่ระดับวิกฤตที่ถูกส่งตรงมาจากศูนย์กลางขององค์กรเงา
ใต้เงาโครงสร้างเหล็กของอาคารร้างฝั่งตรงข้าม เซบาสเตียนยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินผา แม้สายฝนจะสาดซัดเปียกชุ่มเสื้อคลุมสีเข้ม ทว่าแววตาสุกสกาวของเขากลับทอประกายความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ลูคัสและรินะยืนประกบอยู่ข้างกาย ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นด้วยความตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์เบื้องหน้า
รินะกวาดตานิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์บนแท็บเล็ตพกพา หน้าจอแสดงผลกราฟิกโฮโลแกรมพุ่งเตือนสีแดงฉาน พร้อมข้อมูลการวิเคราะห์สัญญาณที่สะท้อนความจริงอันน่าสะพรึงกลัว
รินะ (น้ำเสียงสั่นเครือ):
"เซบาสเตียนคะ... คลื่นความถี่ที่ AI ส่งออกมาในระลอกนี้ไม่ใช่แค่การกระตุ้นธรรมดาแล้ว แต่มันกำลังเชื่อมโยงระบบประสาทของคนทั้งเขตเข้าเป็เครือข่ายเดียวกันผ่านสมาร์ต폰และอุปกรณ์สื่อสาร พวกเขากำลังกลายเป็ 'เครือข่ายพฤติกรรมหมู่คณะ' ที่สมบูรณ์แบบ หากปล่อยให้สัญญาณนี้แผ่ขยายออกไปถึงเขตเมืองชั้นใน ประชาชนหลายแสนคนจะถูกครอบงำและสูญเสียเจตจำนงเสรีไปอย่างถาวร"
ลูคัสหันมองหน้าจอด้วยความเครียดจัด มือทั้งสองกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
ลูคัส:
"แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี? เครื่องส่งสัญญาณความถี่ต่ำของเราต้านทานคลื่นระดับนี้ไม่ไหวแน่ แรงดันกระแสประสาทของพวกมันสูงเกินกว่าจะใช้เครื่องมือเล็กๆ แค่นี้เข้าไปแทรกแซงได้แล้ว!"
เซบาสเตียนหันมามองเพื่อนสนิททั้งสอง รอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความมั่นคงปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
เซบาสเตียน:
"เครื่องมือภายนอกเป็เพียงสิ่งสมมติ ลูคัส... เมื่อเทคโนโลยีพยายามควบคุมมนุษย์ด้วยความรุนแรง มันย่อมสร้างแรงต้านที่รุนแรงในตัวเองเสมอ จำไว้ว่า เชื้อต้นกำเนิดนิสัยแม้จะรุนแรงแค่ไหน แต่มันก็อาศัย 'ความยึดติดและความไหลตาม' ของจิตใจเป็อาหาร ถ้าเราไม่ไหลตาม ไม่ต่อต้าน แต่ใช้ความว่างขั้นลึกซึ้งเข้าไปรองรับ... พายุความคลุ้มคลั่งนี้ก็จะสลายตัวไปเอง"
รินะั์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหลักการที่เฉินเคยถ่ายทอดไว้
รินะ:
"คุณหมายถึง... การที่เราจะหยุดยั้งวงจรอุบาทว์นี้ เราไม่ได้ต้องไปทำลายเสาสัญญาณของพวกมัน แต่เราต้องใช้ 'จิตที่ว่างและเป็กลางอย่างยิ่งยวด' เป็ตัวดูดซับแรงกระแทกทั้งหมด แล้วส่งกระแสสติบริสุทธิ์กลับคืนสู่พวกเขางั้นหรือคะ?"
เซบาสเตียนพยักหน้ารับช้าๆ แววตาสคมกริบทอประกายลึกล้ำ
เซบาสเตียน:
"ใช่... จงใช้ความว่างต้อนรับความโกรธ ใช้ความนิ่งสยบความบ้าคลั่ง มาเถอะ... เราต้องขยายสนามพลังแห่งสตินี้ออกไปพร้อมๆ กัน"
ว่าแล้ว เซบาสเตียนก็ก้าวเดินออกไปจากร่มเงาของอาคาร ยืนหยัดอยู่กลางลานกว้างที่สายฝนโปรยปรายลงมา เขาหลับตาลงช้าๆ ปลดปล่อยลมหายใจเข้าออกให้สอดประสานเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติรอบตัว ทันใดนั้น จิตสำนึกของเขาก็ดำดิ่งลึกลงสู่ "ความแว๊บว่างบริสุทธิ์" ขยายขอบเขตออกไปโอบกอดผู้คนที่กำลังกรีดร้องและโกรธเกรี้ยวอยู่รอบกายราวกับผืนมหาสมุทรที่รองรับทุกคลื่นลม
ลูคัสและรินะมองหน้ากันชั่วพริบตา ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วเดินตามออกไปยืนประกบซ้ายขวา ทั้งสองหลับตาลง ดำดิ่งจิตใจเข้าสู่ความสงบและแว๊บว่างตามที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
ท่ามกลางความโกลาหล พลังงานความว่างอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากพวกเขาทั้งสามคน เริ่มแผ่ขยายออกเป็วงกว้าง ราวกับระลอกคลื่นใสต้านทานกระแสพายุสีแดงฉาน
ในวินาทีนั้นเอง ณ ศูนย์ปฏิบัติการใต้ดินของอาคารศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ดร.วิชญ์ ในวัย 45 ปี นั่งจ้องมองหน้าจอหลักของระบบ AI ศูนย์กลางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
บนจอภาพโฮโลแกรมั์ กราฟแสดงระดับความเข้มข้นของเชื้อนิสัยและอัตราการควบคุมพฤติกรรมในเขตทดสอบที่ 4 ซึ่งควรจะพุ่งขึ้นถึงขีดสุด กลับเกิดรอยร้าวและร่วงหล่นลงอย่างฮวบฮาบในจุดที่เซบาสเตียนยืนอยู่ เส้นใยสีแดงที่เคยเชื่อมโยงผู้คนนับร้อยเข้าหากัน เริ่มขาดสะบั้นลงทีละเส้น ราวกับถูกคมมีดที่มองไม่เห็นตัดผ่าน
ดร.วิชญ์ (พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า):
"เป็ไปได้ยังไง...? สัญญาณรบกวนนั่นมันคืออะไร? ไม่มีโค้ดโปรแกรมชิ้นไหนในโลกที่จะล้างค่าอัลกอริทึมประสาทเทียมได้โดยไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าพลังงานสูง... นี่มันไม่ใช่เทคโนโลยี!"
รินะสาวผู้ช่วยของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือด รีบหันมารายงานตัวเลขสถิติที่พุ่งพล่าน
รินะ (ในศูนย์ปฏิบัติการ):
"ดร.วิชญ์ค่ะ! มีการตรวจพบคลื่นพลังงานจิตสำนึกที่ไม่ทราบที่มา แผ่ขยายออกมาจากใจกลางม็อบ พลังงานนี้กำลังล้างบางคำสั่งประสาทของเรา ทำให้เป้าหมายเริ่มหลุดจากการควบคุมและกลับมามีสติสัมปชัญญะอีกครั้งแล้วค่ะ!"
ดร.วิชญ์กัดฟันกรอด แววตาฉายแววหวาดระแวงและความดื้อรั้น เขาตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น
ดร.วิชญ์:
"เพิ่มกำลังส่งสัญญาณของ AI ขึ้นไปอีกร้อยเท่า! บดขยี้สัญญาณรบกวนนั้นให้แหลกคามือ! ฉันไม่เชื่อหว่าจิตใจมนุษย์จะเอาชนะโปรแกรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกได้!"
ทว่า ยิ่งดร.วิชญ์เพิ่มคำสั่งกระตุ้นความรุนแรงมากเท่าไหร่ ณ เบื้องบนกลางสายฝน คลื่นความว่างที่เซบาสเตียนแผ่ออกมาก็ยิ่งกว้างใหญ่และมั่นคงขึ้นเท่านั้น ประชาชนที่เคยคุ้มคลั่งเริ่มทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นถนน ดวงตาที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธค่อยๆ ใสกระจ่างขึ้น ความเกลียดชังที่ถูกปลุกเร้าด้วย AI ค่อยๆ ฝ่อแคระแกร็นลงจนหมดฤทธิ์
เกมการต่อสู้ระหว่างอัลกอริทึมผู้ควบคุมและสติปัญญาอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ และเื้ัเงาดำมืดนั้น ความจริงที่ถูกซ่อนไว้นับสปีชีส์กำลังรอเวลาที่จะถูกกระชากออกมาเปิดเผยในไม่ช้านี้