นางกำนัลและขันทียืนอย่างเป็ระเบียบเพื่อคอยรับใช้แขกคนสำคัญของฮองเฮาและกุ๊ยเฟย ขนมทานเล่นและน้ำชาถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันสวยงาม งานเลี้ยงเริ่มขึ้นเมื่อฮองเฮาและกุ๊ยเฟยเสด็จเข้ามา
"ถวายพระพรฮองเฮาของทรงพระเจริญพันปี พันพันปี ถวายพระพรกุ๊ยเฟย"
"ทุกคนตามสบายเถิด เราต้องขอบใจทุกคนที่มางานในวันนี้ เรารู้สึกยิ่ดียิ่งนัก"
สตรีในอาภรณ์สีแดงปักลายโบตั๋นที่ละเอียดประณีตเอ่ยขึ้น ทุกคนจึงได้ลุกขึ้นนั่งตามที่ ๆ ถูกจัดไว้ ในงานเลี้ยงน้ำชาล้วนมีแต่สตรีที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานเท่านั้น แม้ทุกคนจะเต็มใจมาแต่ก็ยากจะปฏิเสธว่าสตรีหลาย ๆ นางนั้นแอบหวังลึก ๆ ว่าจะได้พบกับเหล่าองค์ชายหรือท่านอ๋องที่เป็เชื้อพระวงศ์ขององค์ฮ่องเต้ จิ่งอันนั่งพิจารณาส่วนต่าง ๆ ของตำหนักหลังอย่างช้า ๆ เป็เพราะครั้งที่แล้วเกิดเื่ขึ้นหญิงสาวจึงมิได้ชมรอบ ๆ ที่จัดงาน ระหว่างนั้นเอง
"เป็หม่อมฉันต่างหากเพคะที่ต้องขอบพระทัยฮองเฮาและพระสนมกุ๊ยเฟยยิ่งนัก"
เซียวจิ่วเอ่ยขึ้นอย่างออกนอกหน้า
"เอาเถิด เรามาเริ่มงานกันดีกว่า เดี๋ยวจะช้ากันไป”
กุ๊ยเฟยเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่พระทัย เพราะพระนางรู้จักนิสัยของเซียวจิ่วเป็อย่างดี
"ฮองเฮาเพคะ จิ่วเอ๋อมีของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาถวาายเพคะ"
เซียวจิ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งกล่องใบเล็ก ๆ ให้ฮองเฮา กงกงส่วนพระองค์เป็ผู้รับไว้แล้วจึงเปิดออกเพื่อให้ฮองเฮาทอดพระเนตร ด้านในปรากฏไข่มุกเม็ดใหญ่ที่งดงามยากหาที่เปรียบได้ จิ่งอันและอีสือมองหน้ากันก่อนจะมองบนเบา ๆ ทั้งสองรู้ดีว่านี่เป็ธรรมเนียมของงานเลี้ยงที่จะต้องมอบของกำนัลให้เพื่อแสดงถึงอำนาจของแต่ละตระกูล เพราะมิใช่ทุกตระกูลจะได้รับบัตรเชิญ ดังนั้นผู้ที่มิได้รับบัตรเชิญจะถูกมองด้วยสายตาที่ดูิ่ไม่น้อย ทุกคนต่างเริ่มมอบของให้ซึ่งล้วนเป็ของที่มีค่าและมีราคาทั้งสิ้น
"ของขวัญชิ้นนี้เป็ของขวัญที่ตระกูลจิ่ง้ามอบให้องค์ฮองเฮาเป็พิเศษ แต่พี่หญิงใหญ่ของหม่อมฉันได้แอบกระซิบหม่อมฉันมาว่าอยากมอบให้องค์ฮองเฮาเองอีกต่างหากในฐานะว่าที่พระชายาของอ๋องสี่เพคะ"
จิ่งรั่วพูดขณะส่งมอบกล่องไม้ขนาดไม่ใหญ่ให้แก่ฮองเฮา ทุกสายตาพลันหันมามองทางจิ่งอันเป็ตาเดียวกัน หญิงสาวที่สังหรณ์ใจอยู่แล้วรีบเรียกสติตัวเองมิให้ตื่นใ
"จริงหรือว่าที่พระชายาอ๋องสี่"
"เพคะ"
จิ่งอันจำใจตอบรับเพื่อไม่ให้เสียหน้า 'แค้นนี้ฝากไว้ก่อนนะจิ่งรั่ว' หญิงสาวยิ้มแห้ง ๆ ออกไป จิ่งรั่วและเซียวจิ่วแอบหัวเราะกันด้านหลังจิ่งอันเพราะทั้งสองคิดเอาไว้แล้วว่าเื่นี้จิ่งอันไม่มีทางแก้ไขได้อย่างแน่นอน เพราะหากนางทำไม่ได้ก็ถือว่าลบหลู่เบื้องสูงมีโทษหนักอย่างแน่นอน 'ข้าจะรอดูว่าเ้าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร'
"อันอัน"
"ไม่เป็ไรอาสือ"
จิ่งอันและอีสือกดเสียงให้ต่ำลงเพื่อคุยกันให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น
"หม่อมฉันใคร่ขอบรรเลงขลุ่ยเพื่อเป็ของขวัญให้องค์ฮองเฮาเพคะ"
เมื่อจิ่งอันพูดจบทุกคนต่างหัวเราะขบขันให้กับการแสดงที่จิ่งอันจะถวาย เพราะคนชั้นสูงส่วนใหญ่ไม่นิยมเป่าขลุ่ยกันในการแสดงหน้าพระที่นั่ง อีกทั้งยังถือว่าการเป่าขลุ่ยเป็การแสดงของพวกชนชั้นล่าง สตรีที่มาร่วมงานต่างซุบซิบหัวเราะกันอย่างสนุกปาก
“ช่างไร้มารยาท”
เสียงกุ๊ยเฟยเอ่ยขึ้นพลันทำให้เสียงหัวเราะและเสียงซุบซิบนั้นเงียบลง
"เด็ก ๆ ยกขลุ่ยมา"
ฮองเฮาเอ่ยบอกนางกำนัลที่อยู่ไม่ไกล ไม่นานขลุ่ยที่วางอยู่ในถาดปรากฏต่อหน้าทุกคน 3 เลา เลาแรกเป็ขลุ่ยที่ทำจากไผ่ม่วงหายาก เลาที่สองเป็ขลุ่ยที่ทำจากหยกขาว และเลาสุดท้ายเป็ขลุ่ยผลึกแก้วใสงดงาม จิ่งอันเลือกหยิบขลุ่ยไผ่ม่วงขึ้นมา
ขลุ่ยไผ่ม่วงจรดริมฝีปากชมพูอย่างแ่เบาจิ่งอันเริ่มเป่าบรรเพลงที่ทำให้คิดถึงวัยเยาว์ที่แสนสดใส แฝงไปด้วยความสนุก ร่าเริงของวัยเยาว์ที่มิต้องแย่งชิงมิสนใจในความทุกข์ใด ๆ มีเพียงความสดใสและความสุขในทุกวันก่อนจะเป่าเปลี่ยนทำนองอย่างแเีให้รู้สึกถึงการเติบโตของวัยเยาว์ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งรัก ห้วงแห่งความคิดถึงและความโหยหาแต่มิอาจพบพาน
"ใครกันช่างเป่าขลุ่ยได้ไพเราะยิ่งนัก"
บุรุษในชุดสีทองหยุดเท้าเพื่อฟังเสียงขลุ่ยที่ลอยมา ฝีเท้าที่เดินตามหลังองค์ฮ่องเต้ต่างหยุดลงเพื่อฟังเสียงขลุ่ยนี้เช่นกัน เดิมนั้นองค์ฮ่องเต้ได้ปฏิบัติราชกิจกับเหล่าองค์ชายและอ๋องต่าง ๆ ซึ่งหากจะให้กล่าวคือวันนี้เชื้อพระวงค์ทุกพระองค์มากันเกือบครบยกเว้นอ๋องสี่ที่องค์ฮ่องเต้ทรงพระราชทานอนุญาตให้ไม่ต้องร่วมราชกิจเพราะทรงให้อ๋องสี่ปฏิบัติกิจอย่างอื่นแทน เมื่อเสร็จจากราชกิจแล้วองค์ฮ่องเต้จึงได้ชวนทุกคนไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาของฮองเฮาเพื่อเป็การผ่อนคลาย เท้าที่ก้าวเข้าสวนดอกไม้ของตำหนักฮองเฮาพลันต้องหยุดลงเพราะความไพเราะของเสียงขลุ่ยนั้นได้ทำให้ทุกคนต้องหยุดฝีเท้าเพื่อฟังในทันที
"เราเข้าไปดูกันเถิดพะยะค่ะ"
เสียงอ๋องหุ้นเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกคนจะเดินเข้าไปยังสวนดอกไม้สถานที่จัดงานเลี้ยงน้ำชา เสียงเพลงอันแสนไพเราะบ่งบอกถึงความรู้สึกโหยหาและคิดถึงคนอันเป็ที่รักที่แฝงผ่านบทเพลงจนทุกคนอยากเห็นหน้าบุคคลผู้บรรเลงเสียงเพลงนั้น
"เป็ว่าที่พระชายาอ๋องสี่นี่เอง"
อ๋องหุ้ยเอ่ยขึ้นขณะมองไปยังสตรีในอาภรณ์ขาวปักลายดอกไม้สีม่วงและผ้าคลุมขลิปม่วงที่เผยให้เห็นเนื้อหนังบางส่วนที่ดูดดูดสายตาผู้พบเห็น หญิงสาวยืนเป่าขลุ่ยอย่างสง่างาม โดดเด่นไร้ที่ติ 'ให้เ้าสี่ได้นาง ช่างเสียของเสียจริง' ชายหนุ่มยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะคิดแผนการบางอย่างในใจ
เมื่อหญิงสาวเป่าจบนางได้โค้งคำนับให้กับทุกคน เสียงปรบมือจากฮองเฮาและกุ๊ยเฟยดังขึ้นพร้อม ๆ กับทุกคนที่เคยหัวเราะให้กับนาง คงมีเพียงจิ่งรั่วและเซียวจิ่วเท่านั้นที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"ช่างไพเราะยิ่งนัก"
ทุกคนหันไปมองตามเสียงพบบุรุษในอาภรณ์สีทองสายักำลังเดินเข้ามา
"ฝ่าา"
ฮองเฮาเอ่ยขึ้น
"ถวายพระพรฝ่าา ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี"
ทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อม ๆ กันก่อนที่จะถวายบังคมท่านอ๋องและเหล่าองค์ชายที่ตามเสด็จมาด้วย
"เรามิเคยได้ยินใครเป่าขลุ่ยได้ไพเราะเช่นนี้มานานมากแล้วจริง ๆ รางวัล ๆ "
"หากฝ่าา้าประทานรางวัลแก่ว่าที่พระชายาอ๋องสี่ หม่อมฉันขอร่วมประทานด้วยได้หรือไม่เพคะ"
"ย่อมได้อย่างแน่นอน เ้า้าประทานสิ่งใดแก่นางหรือฮองเฮา"
"หม่อมฉันอยากมอบขลุ่ยหยกขาวหายากให้แก่นางได้หรือไม่เพคะ"
"ดีสิ ขลุ่ยเลานั้นจะได้มีเ้าของเสียที"
กงกงประจำตัวฝ่าาได้นำขลุ่ยหยกขาวมามอบให้แก่จิ่งอัน
"ขอบพระทัยเพคะฝ่าา ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา"
"น่าเสียดายที่เ้าได้หมั้นหมายกับอ๋องสี่ไปแล้ว มิเช่นนั้นเราคงจะให้บุตรชายของเราสักคนเลือกเ้าเป็พระชายาอย่างแน่นอน ฮ่า ๆ ๆ ๆ "
"ฝ่าาทรงล้อว่าที่พระชายาอ๋องสี่เล่นแบบนี้ไม่ได้นะเพคะ"
ฮองเฮาทรงเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ ความจริงแล้วลึก ๆ พระนางและองค์ฮ่องเต้ทรง้าจิ่งอันเป็สะใภ้อยู่ไม่น้อย แต่หญิงสาวกลับเลือกอ๋องสี่เป็พระสวามีจึงทำให้ทั้งสองต้องยอมรับในเื่นี้
"ในเมื่อตอนนี้องค์ฮ่องเต้ ท่านอ๋องและองค์ชายต่างมาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาด้วย เช่นนั้นเราก็อยากเห็นความสามารถของคุณหนูคนอื่น ๆ บ้าง มีใครอยากแสดงให้ข้าดูบ้าง"
เหล่าคุณหนูต่าง ๆ ต่างพากันเขินอาย คุณหนูเรือนไหนที่ฝึกมาดีก็จะมีท่าทีปิดยิ้มหรือยิ้มน้อย ๆ หากเป็คุณหนูที่มิได้รับการฝึกมาอย่างดีจะมีเสียงกรี๊ดออกมาเบา ๆ ที่เห็นเหล่าอ๋องและองค์ชายมาร่วมดื่มน้ำชาในครั้งนี้