ห้องนอนขนาดกว้างโทนสีชมพูพาสเทล โต๊ะอ่านหนังสือบิ้วอิน มีโคมไฟสีขาววางอยู่ข้างๆแล็บท็อปพร้อมหนังสือเรียนสองสามเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะ
แสงแดดยามเช้าส่องมาที่หน้าต่าง มือเรียวนอนกอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ไว้ในอ้อมกอด ผมสีคาราเมลยาวสวยขับเน้นใบหน้าเนียนให้ขาวผ่องยิ่งขึ้น เปลือกตาที่ยังปิดสนิทขนตางอนหนาเรียงตัวเป็แพสวยงาม คิ้วสวยได้รูปขมวดเป็ปมเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดังที่หัวเตียง
มือเรียวยื่นมือไปหยิบมากดปิดเสียง ดวงตาสีดำกลมโตค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วลุกบิดี้เี ก่อนจะลุกออกจากที่นอน ด้วยชุดนอนสีขาวลายแคร์แบร์น่ารัก เธอเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ มือบางหยิบยาสีฟันมาบีบ แล้วเริ่มแปรงฟันซี่สวยอยู่นานก่อนจะเดินไปอาบน้ำ
ร่างระหงที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวรีบออกจากห้องน้ำเพื่อมารับโทรศัพท์เมื่อมีเสียงเรียกเข้ากำลังดัง
“ตื่นหรือยังเหมือนฝัน” เสียงเพื่อนสนิทของเธอดังมาจากปลายสาย
“ตื่นแล้ว”เสียงหวานเอ่ยกับเพื่อนรัก
“น้อยหน่าโทรมามีอะไรหรือเปล่า”เหมือนฝันถามเพื่อนพร้อมเดินไปแต่งตัวต่อ เธอหยิบชุดนักศึกษาที่รีดแล้วออกจากตู้แล้วนำมาแขวนที่หน้าตู้เสื้อผ้าเตรียมใส่
“เปล่าไม่มีอะไร แค่จะโทรมาบอกว่าเจอกันที่โรงอาหารของคณะนะ”
“ได้ แล้วเจอกัน” หลังจากวางสายเหมือนฝันก็รีบแต่งตัวต่อ มือบางจับแปรงปัดแป้งฝุ่นลงที่หน้าบางเบา ดินสอเขียนคิ้วถูกมือเรียววาดๆเพียงชั่วขณะก็ได้คิ้วโก่งได้รูปสวย ก่อนจะหยิบลิปกรอสสีชมพู่ระเรื่อขึ้นมาปาดลงที่ปากอิ่ม ชุดนักศึกษาพอดีตัวกับกระโปรงจีบรอบสั้นเลยเข่ามานิดๆ เธอหมุนตัวรอบกระจกอีกครั้งแล้วยิ้มให้ตัวเองด้วยรอยยิ้มที่สดใส เมื่อพร้อมแล้วเหมือนฝันจึงเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายพร้อมหนังสือเรียนเธอไม่ลืมที่จะหยิบกุญแจห้องก่อนจะเดินออกจากห้องพักไป
ห้องพักของเหมือนฝันอยู่ไม่ไกลจากคณะมากนัก เธอเดินออกมารอรถสองแถวที่วิ่งเป็ประจำในทุกๆเช้าเมื่อต้องเข้าเรียน หรือบางครั้งที่ต้องเข้าในเมืองรถสองแถวก็มีวิ่งตลอดเช่นกัน เธอชอบในความสะดวกนี้มากกว่าที่จะต้องขับรถเองดูปลอดภัยกว่าด้วย
ด้วยเหตุผลนี้เธอจึงไม่ได้เอารถจากที่บ้านมาใช้ หรือแม้บางครั้งเพื่อนๆของเธอก็จะมารับหากว่ามีสถานที่ที่นัดกันไป
“กำลังจะไปเรียนหรอ?”เหมือนฝันหันมาตามเสียงที่เอ่ยถาม ร่างบางนั่งลงข้างๆหมาจรจัดที่คุ้นเคย
“เควิน ไม่ได้เจอตั้งหลายวัน คิดถึงจัง วันนี้เหมือนมีเรียนเช้า”เหมือนฝันเอามือสองข้างลูบที่ข้างแก้มของเควิน หมาจรจัดที่เธอตั้งชื่อให้
“รถน่าจะยังไม่มาง่ายหรอกเพราะพึ่งวิ่งผ่านไปเมื่อกี้นี้เอง”
“งั้นหรอ ไม่เป็ไรเหมือนรอได้ไม่รีบ”
“เดี๋ยวรอเป็เพื่อนนะ”เ้าหมาเควินพูดกับเธอ
“เอาสิ” เหมือนฝันนั่งเล่นกับเควินขณะรอรถ
“รถมาแล้ว”เควินที่ได้ยินเสียงมาแต่ไกลๆเอ่ยบอกเหมือนฝัน เหมือนฝันชะโงกหน้าออกไปดูตามที่เควินบอกก็เห็นว่ารถสองแถวกำลังวิ่งมาจริงๆ
“อืมม~มาแล้วจริงๆด้วย งั้นเหมือนไปก่อนนะ”เธอเอามือลูบที่หัวของเควินก่อนจะก้าวขึ้นรถสองแถวที่จอดรับเธอ
เหมือนฝันหันมายิ้มให้เควินเมื่อนั่งประจำที่ได้แล้ว เควินนั่งมองเธอ นั่นทำให้เหมือนฝันนึกถึงอดีตสมัยตอนเธอยังเด็กที่เธอชอบคุยเล่นกับเหล่าสัตว์ต่างๆจนเพื่อนๆต่างบอกว่าเธอเป็บ้า พูดคนเดียว เธอพยายามบอกกับเพื่อนๆว่าเธอไม่ได้บ้าเธอรับรู้รับฟังเสียงของพวกเขาได้แต่ไม่มีเพื่อนคนไหนเชื่อเธอเลยจริงๆ ตอนนั้นเหมือนฝันไม่เข้าใจ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเธอเป็ตัวประหลาดเหมือนที่เพื่อนๆว่าจริงๆ และหลังจากนั้นเธอก็ไม่กล้าพูดกับเหล่าสัตว์ต่างๆให้ใครได้ยินอีกเลย จนเมื่อเธอเริ่มโตมากขึ้น เหมือนฝันเริ่มเข้าใจและรับรู้ได้ว่าเธอมีความสามรถที่พิเศษ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน มันเป็ความสามารถพิเศษที่ฟ้าประธานให้เธอ เธอเองก็ค่อนข้างจะภูมิใจกับความสามารถพิเศษนี้ที่เธอได้รับ เพราะว่ามันทำให้เธอเลือกและตัดสินใจที่จะเรียนสัตวแพทย์ รถสองแถวที่เริ่มวิ่งห่างเควินออกไปทุกทีทำให้เหมือนฝันหยุดนึกถึงอดีตเมื่อครั้งก่อน
.....
เสียงน้ำที่ไหลจากฝักบัวกำลังไหลลงมากระทบกล้ามเนื้อเป็มัดๆ ใบหน้าคมเงยหน้ารับกับหยาดน้ำที่ไหลลงมานั้น มือหนาหยิบขวดน้ำยาสระผมกดๆแล้วขยี้ที่ผมหนา จากนั้นก็หยิบครีมอาบน้ำมาชโลมที่ตัว ฟองสบู่ฟูฟ่องน้ำสบู่ไหลอาบทั่วตัวเมื่อสายน้ำเย็นกำลังล้างฟองเ่าั้ออกไปจนหมด เพียงไม่นานขาแกร่งที่มีกล้ามขาเป็มัดๆเกาะไปด้วยหยดน้ำก็ก้าวเท้าออกมาจากตู้อาบน้ำแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันที่เอวสอบ หน้าท้องเป็รอนๆชัดเจนว่าเ้าของร่างหนาดูแลร่างกายเป็อย่างดี ไหล่หนาบึกบึน เดินไปหยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดผมให้ตัวเองก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อมาแต่งตัว
ฐานทัพ ชายหนุ่มที่สาวๆต่างหลงใหลในความหล่อ คมเข้ม ฐานะดี เ้าของฟาร์มกว่าพันไร่ที่อายุน้อย แถมพ่วงท้ายยังโสด มือหนาหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาลูกน้องคนสนิท ตู๊ดดด!! ตู๊ดดด!!
“ครับนาย”เสียงลูกน้องคนสนิทดังมาจากปลายสาย
“เข้ม วันนี้ฉันจะเข้าไปดูลูกม้าที่พึ่งคลอดในฟาร์มม้าก่อนนะ เตรียมตัวให้พร้อม”
“ครับ เข้าใจแล้วครับ” เข้มลูกชายของป้าแม่บ้านคนเก่าแกซึ่งเป็ลูกน้องคนสนิทที่อายุน้อยที่สุด และรู้ใจเขาที่สุด เอ่ยตอบเขา
“อืม”มือหนากดวางสายก่อนจะเดินออกจากห้องไปที่ห้องรับประทานอาหาร
“คุณฐานทัพจะรับกาแฟไหมคะ” เสียงป้าพร แม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่กับครอบครัวเขาั้แ่นายเข้มยังไม่เกิดเอ่ยถามเขา
“ครับ”ร่างหนาหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาเปิดอ่านข่าวรอตั้งโต๊ะอาหารเช้า
…..
ที่มหาวิทยาลัย
เหมือนฝันลงจากรถสองแถวหน้าคณะแล้วเดินตรงเข้าไปที่โรงอาหารของคณะที่ที่เธอและเพื่อนๆนัดรวมตัวกัน
“เหมือนฝัน ทางนี้”เสียงของน้อยหน่าเรียกเธอ น้อยหน่าคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอ รอยยิ้มสดใสของเพื่อนที่ตอนนี้กำลังกวักมือเรียกให้เดินมาที่โต๊ะ
“มาถึงนานแล้วหรอ”เหมือนฝันเอ่ยถามเพื่อนๆที่นั่งรอที่โต๊ะ มีน้อยหน่า นาวาและฉลาม ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ถึงก่อนหน้าเธอเมื่อกี้นี่เอง”เป็น้อยหน่าที่เอ่ยตอบเหมือนฝัน
“ไปเถอะ สั่งข้าวกัน”นาวาเอ่ยชวนเพื่อน ทุกคนวางหนังสือไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะพากันเดินไปสั่งข้าว
กลุ่มเพื่อนสนิทกำลังนั่งทานข้าวก่อนขึ้นเรียนในคาบแรกตอนเก้าโมงเช้า
“อาทิตย์หน้าก็จะสอบแล้วอ่ะฉันยังไม่พร้อมเลย”เสียงของน้อยหน่าที่เอ่ยกับเพื่อนขณะกินข้าว
“ถ้าเธอไม่พร้อมแล้วใครจะพร้อมละ”นาวาเอ่ย
“จริงๆนะ”
“เหมือนอ่านไปถึงไหนแล้ว”นาวาเอ่ยถามเหมือนฝัน
“ก็เริ่มอ่านบ้างแล้ว”
“ฉันว่าเรานัดติวกันดีกว่า แบ่งกันอ่านคนละเื่อ่ะ จะได้ประหยัดเวลา ดีไหม?” น้อยหน่าถามความคิดเห็นเพื่อน
“อืม ดีเหมือนกันนะ อันนี้ฉันเห็นด้วย”ฉลามที่นั่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นเพราะเห็นด้วยกับความคิดของน้อยหน่า นาวาก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
“เหมือนคิดว่ายังไง”น้อยหน่าหันมาถามเหมือนฝัน
“ได้ไม่มีปัญหา”
“ตอนนี้รีบกินเถอะใกล้จะถึงคาบเรียนแล้ว” เสียงของนาวาเอ่ยเร่งเพื่อนๆเมื่อมองดูเวลาที่ข้อมือก็ใกล้จะถึงคาบเรียนแรกแล้ว
“อืม”ทุกคนพยักหน้ารีบกินข้าวเช้าแล้วเตรียมขึ้นห้องเรียน
.....
ที่ฟาร์มรัก
ร่างสูงเดินลงบันไดตรงไปที่รถขับเคลื่อนสี่ล้อตัวโปรดที่จอดรออยู่แล้ว
“ไปเถอะ”ฐานทัพเอ่ยบอกเข้มลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่
“ครับนาย”
รถยนต์อันคุ้นตาวิ่งเข้าจอดที่ฟาร์มม้า ฐานทัพเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินตรงไปเข้าไปในฟาร์ม
“เป็ยังไงบ้างไอ้หมอ”ฐานทัพเอ่ยกับหมอตะวัน หมอหนุ่มประจำฟาร์มของเขา ที่เป็ทั้งหมอและเป็ทั้งเพื่อนสนิทอีกคน
“แข็งแรงดีทั้งแม่และลูก”
“อืม”ฐานทัพพยักหน้าแล้วเดินตรงเข้าไปดูใกล้ๆ ลูกม้าสีน้ำตาลเข้มเพศผู้ที่กำลังนอนนิ่ง อยู่ๆก็ลุกขึ้นเมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้ มือหนาเลื่อนมือเข้าไปลูบลูกม้าตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่ใกล้ๆแม่ของมัน ม้าน้อยขยับหัวเล็กน้อยเมื่อโดนมือหนาลูบที่ข้างลำคอ
“ดูอารมณ์ดีนะ”ฐานทัพหันมาพูดกับหมอตะวัน
“อืม” ทั้งสองหันมายิ้มให้กัน
“นายครับตั้งชื่อว่าอะไรดีครับ” เข้มลูกน้องวัยยี่สิบต้นๆเอ่ยถามขึ้น
“เชลซี... เป็ไงค่ะ?”เสียงหวานที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้สามหนุ่มต้องหันหลังกลับไปมองพร้อมกัน