ตอนที่96 คนสะกดรอยหน้าโง่
เมิ่งเทียนฮัวตรงกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้าให้ภรรยาในขณะที่เก็บเสื้อผ้าอยู่นั้น แม่ของเขาก็อยู่ที่บ้านด้วยเช่นกัน
“เทียนฮัวนี่ลูกทำอะไรน่ะ ? ” หญิงชราถง แม่ของเมิ่งเทียนฮัวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พรุ่งนี้เจียเหอจะออกจากโรงพยาบาลแล้วเธออยากกลับไปพักที่หมู่บ้านผิงอันชั่วคราว ผมงานยุ่งไม่สามารถดูแลเธอได้ตอนนี้ผมเลยมาเก็บเสื้อผ้ากลับไปให้เธอ” เมิ่งเทียนฮัวไม่ได้บอกความจริงออกมา
“เอ่อ……เป็นเพราะเจียเหอโกรธแม่หรือเปล่า ?ที่แม่ออกไปซื้อปลามาให้เพราะอยากให้เธอกินบำรุง แม่จะอธิบายอย่างไรดี ? ”หญิงชราถงรู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกัน
“แม่แม่คิดมากไปแล้ว เจียเหอรู้สึกแย่เพราะสูญเสียลูกไป เราต้องใจกว้างคิดเผื่อเธอการที่เธอกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่จะได้รู้สึกสบายใจยิ่งขึ้น รอให้เธอแข็งแรงดีแล้วความรู้สึกของเธอก็จะดีขึ้นตาม”เมิ่งเทียนฮัวเห็นแม่ของตนเองเป็นแบบนี้ก็รู้สึกสงสาร แต่เรื่องจริงยังไม่กระจ่างชัดเขาจำเป็นต้องปิดบังทุกคนเอาไว้ก่อน
“ก็ได้เดี๋ยวแม่ไปเตรียมของให้เจียเหอสักหน่อย ลูกนำไปให้เธอด้วยล่ะ”เมื่อก่อนหญิงชราถงคิดว่าลูกสะใภ้ไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้เธอจึงคอยขัดพวกเขาอยู่เป็นประจำ จนถึงขั้นเคยคิดอยากเปลี่ยนลูกสะใภ้ด้วยซ้ำแต่เมื่อซ่งเจียเหอตั้งครรภ์ ความคิดเหล่านั้นของหญิงชราก็หายไป
ถึงแม้ครั้งนี้ซ่งเจียเหอจะแท้งลูกแต่หญิงชราถงกลับรู้สึกสงสารลูกสะใภ้มากและก็หวังว่าซ่งเจียเหอจะกลับมาหายดีในเร็ววัน ในเมื่อครั้งนี้มีได้ครั้งหน้าก็น่าจะต้องมีได้เหมือนกัน
เมิ่งเทียนฮัวเก็บเสื้อผ้าให้ภรรยาเสร็จแล้วเขาก็นั่งอยู่บนเตียง เขามองดูเสื้อผ้าชุดเล็กที่ภรรยาเย็บไว้ให้ลูกน้อยของพวกเขาความรู้สึกเศร้าเสียใจถาโถมเข้ามา จนทำให้เขาไม่อาจระงับมันได้
เขานึกถึงเรื่องที่พ่อตาพูดไม่ว่าคนที่บอกมานั้นจะเป็นนักต้มตุ๋นหรือไม่ แต่ต่อให้มีความหวังเพียงเล็กน้อยเขาก็จะทำ และหากสามารถหาตัวฆาตกรที่ฆ่าลูกของเขาออกมาได้เขาก็จะยอมรับนับถือคนที่บอกพ่อตาเขามา !
……
ที่ห้องผู้ป่วยซ่งเจียเหอตกอยู่ในห้วงความทรงจำของตนเองคนในครอบครัวฟู่ไม่ปรากฏตัวในชีวิตเธอมานานแล้ว นึกถึงตอนนั้นที่เธออายุ 16 ปีหากเขาไม่ไปเป็นทหาร ตอนนี้เธอก็คงมีลูกหลายคนแล้ว
ซ่งเจียเหอเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าของชายชราซ่งมาตั้งแต่เด็กเรียกได้ว่าเธอถูกเลี้ยงดูมาจนเติบโตราวกับเป็นเจ้าหญิงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้เนื่องจากครอบครัวซ่งมีฐานะค่อนข้างดี ซ่งเจียเหอจึงไม่เคยต้องมาลำบากแต่สิ่งที่ชายชราซ่งภูมิใจที่สุดคือลูกสาวคนนี้ เขามักจะบอกว่าเธอเก่งเหมือนผู้ชาย
เพียงแต่พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดจะเกิดขึ้นจากเรื่องการแต่งงานซ่งเจียเหอหลงรักฟู่ต้าจวงมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองครอบครัวก็รู้เรื่องนี้เช่นกันดังนั้นพวกเขาจึงยินดีหากเด็กทั้งสองได้แต่งงานกันในตอนนั้นเสิ่นซู่จือก็ชอบเธอมากอีกด้วย
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเธออายุได้16 ปี ฟู่ต้าหย่งถูกฟู่เหล่าชวนขังไว้ในบ้าน ฟู่ต้าจวงไปเป็นทหารแทนซ่งเจียเหอยังจำได้ว่าตอนนั้นเธอรวบรวมความกล้าบอกฟู่ต้าจวงว่าอย่าไปเป็นทหารเลยเธอจะให้พ่อหาเส้นสายให้ฟู่ต้าจวงได้เป็นคนงานของรัฐ
น่าเสียดายที่ตอนนั้นพวกเขายังเด็กฟู่ต้าจวงไม่ไปไม่ได้ อีกทั้งในตอนนั้นฟู่ต้าจวงคิดกับเธอเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่งซ่งเจียเหอเองก็มีความหยิ่งทะนงในตนเองเช่นกัน ในเมื่อเขาปฏิเสธเธอก็ล้มเลิกเรื่องแต่งงานเช่นกัน
นับแต่นั้นมาตระกูลซ่งและตระกูลฟู่ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยทั้งสองครอบครัวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ่งเจียเหอไปทำงานให้กับภาครัฐโดยเธอทำงานเป็นเสมียนในโรงงานเครื่องจักรต่อมาเมิ่งเทียนฮัวก็เฝ้าตามจีบเธออย่างไม่ลดละ ทำให้ซ่งเจียเหอตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่กินกับเมิ่งเทียนฮัว
เธอยังจำปีที่เธอแต่งงานได้เมื่อฟู่ต้าจวงกลับมาเยี่ยมญาติ เธอจับมือเมิ่งเทียนฮัวไปปรากฏตัวตรงหน้าเขาเพื่อดูว่าฟู่ต้าจวงจะเสียใจหรือไม่ใครจะไปคิดว่าเขาแค่ยิ้มแล้วกล่าวแสดงความยินดีเท่านั้น
“เจียเหอผมเตรียมเสื้อผ้าของคุณไว้ให้แล้ว คุณดูซิว่ามีอะไรขาดเหลือไหม ?ถ้ายังขาดอะไร ผมไปที่หมู่บ้านอันผิงทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะนำไปให้”คำพูดของเมิ่งเทียนฮัวขัดจังหวะความคิดของเธอ
มองดูสามีที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งที่แต่งงานกันมา 10 กว่าปีแต่ก็ยังไม่มีลูกเขาไม่เคยบ่นว่าให้เธอเสียใจหรือโทษเธอมาก่อนที่ผ่านมาเขามักจะรักและเป็นห่วงเธออยู่เสมอ
ซ่งเจียเหอลูบท้องของตนเองเธอยังสามารถมีลูกได้อยู่ไหม ?
“เทียนฮัวด้วยตำแหน่งของคุณ คุณไม่ไปทำงานได้หรือ ? ฉันอยู่ได้ผิงผิงและลี่ลี่มีความสามารถทั้งคู่ ฉันไม่เป็นไรหรอก คุณไปทำงานเถอะ”
“ไม่เป็นไรอีกเดี๋ยวผมค่อยไป ตอนบ่ายผมไม่ได้มาเฝ้าคุณนะ ตอนเย็นค่อยให้ผิงผิงและลี่ลี่กลับบ้าน เดี๋ยวคืนนี้ผมจะอยู่เฝ้าคุณเอง”เมิ่งเทียนฮัวเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วก็ไปทำงาน
……
อีกด้านหนึ่งฟู่เยี่ยนกำลังสัมผัสประสบการณ์ได้รับจดหมายรักเป็นครั้งแรกหลังจากที่เธอมาอยู่ที่นี่
ฟู่เยี่ยนมองจดหมายในมือของโจวชิวลู่เธอรู้สึกมึนงงอยู่ครู่หนึ่งทำไมเธอถึงไม่รู้มาก่อนว่าในกระเป๋าของตนเองมีเจ้าสิ่งนี้อยู่ ?
“เสี่ยวฮั่วให้ฉันเปิดอ่านไหม ? นี่เป็นจดหมายจากใครกัน ? ”โจวชิวลู่พูดจบก็เปิดจดหมายอ่านทันที
“ฟู่เยี่ยนที่รักฉันคือ……” โจวชิวลู่ยังไม่ทันอ่านจบ ฟู่เยี่ยนก็เอามือขึ้นมาอุดปากเพื่อนสนิทแล้วจากนั้นเธอก็เก็บจดหมายฉบับนั้นกลับมา
“ไม่ต้องอ่านแล้วมันไม่ใช่จดหมายที่ดีอะไร” ฟู่เยี่ยนไม่คิดว่าจะมีคนมาแอบรักเธอด้วยคนเฒ่าคนแก่ชอบบอกว่าอย่าเพิ่งมีแฟนเร็ว ให้ตั้งใจเรียนมีอาชีพการงานที่ดีก่อน
“เหมือนจะเป็นจดหมายรักที่คนเขาชอบพูดถึงกันนะ ! ”โจวชิวลู่ยื่นหน้ามากระซิบข้างหูฟู่เยี่ยน
ในเมื่อรู้ว่าเป็นจดหมายรักแล้วยังอ่านออกมาอีก ? ! ฟู่เยี่ยนมองค้อนโจวชิวลู่โจวชิวลู่ก็แลบลิ้นใส่เพื่อนรักทันที
สองเพื่อนรักแยกกันที่หน้าประตูโรงเรียนฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวมาถึงในไม่กี่อึดใจต่อมาตอนนี้ซ่งจืออันยังไม่ฟื้นตัวได้เต็มร้อย เขาจึงลาโรงเรียนอีกวันคาดว่าพรุ่งนี้คงสามารถมาโรงเรียนได้แล้ว
สามพี่น้องเดินกลับบ้านด้วยกันแต่ที่น่าแปลกก็คือวันนี้ฟู่เยี่ยนไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของหม่าซานเลยหรือเขาอาจจะล้มเลิกไปแล้ว ?
แต่เมื่อเธอเดินไปถึงหน้าประตูสหกรณ์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคสัมผัสที่หกอันแปลกประหลาดกลับมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าหม่าซานจะโดนเลิกจ้างแล้วคนที่มาใหม่ไม่รู้ว่าเป็นหม่าซื่อหรือหม่าลิ่วอีก ?
ฟู่เยี่ยนทำท่าย่อตัวลงไปหยิบก้อนหินแล้วมองดูคราวนี้เป็นผู้หญิง
หวังเสี่ยวชุ่ยทำภารกิจเป็นครั้งแรกเธอเคยเป็นผู้ดูแลเรื่องโลจิสติกส์ในทีม วันนี้ภรรยาของหม่าซานไม่สบายหม่าซานจึงขอให้เธอช่วยสองสามวัน
และเป็นเพราะฟู่เยี่ยนไม่ได้ไปที่ไหนเลยจริง ๆเธอไปแค่โรงเรียนและบ้านเท่านั้น ดังนั้นหม่าซานจึงไม่เห็นฟู่เยี่ยนอยู่ในสายตาเขาถึงขั้นคิดว่าเจิ้งจื้อกำลังทำเรื่องไร้สาระอยู่ถึงได้มีเวลามาจับตาดูสาวน้อยคนหนึ่ง วันๆ แค่จัดการกับจดหมายรายงานพวกนั้นก็ยุ่งมากพอแล้วแต่ทำไมเขาถึงยังมีเวลาว่างมาจับตาดูสาวน้อยวัยมัธยมต้นกันด้วย ?
หวังเสี่ยวชุ่ยรับภารกิจแล้วก็เดินตามฟู่เยี่ยนไปที่หมู่บ้านงานในวันนี้ของเธอจะเสร็จสิ้นก็ต่อเมื่อเธอตามสาวน้อยคนนี้ไปถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านแล้วดังนั้นหวังเสี่ยวชุ่ยจึงเดินตามไปทื่อ ๆ อย่างนั้นโดยไม่แม้กระทั่งจะปกปิดตัวเองขนาดฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวยังจับสังเกตได้
ฟู่เยี่ยนคิดว่าหม่าซานคงอยากช่วยเธอถึงได้ส่งคนสะกดรอยตามหน้าโง่แบบนี้มาดังนั้นเธอจึงกระซิบบางอย่างกับฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวทั้งสามคนแยกย้ายกันทันทีเมื่อหันไปทางหมู่บ้านทั้งสามคนรีบวิ่งเข้าไปในตรอกคนละตรอกอย่างรวดเร็วหวังเสี่ยวชุ่ยไม่ทันได้มองชัดด้วยซ้ำว่าฟู่เยี่ยนคือคนไหน
สุดท้ายเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเลือกวิ่งเข้าไปสักตรอกแต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นทางตันและไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปอยู่ที่ไหน
ฟู่เยี่ยนที่แปะยันต์ซ่อนตัวไว้มองหวังเสี่ยวชุ่ยที่กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนใจก่อนที่สาวน้อยจะเดินกลับบ้านไป
จากนั้นสามพี่น้องก็กลับมารวมตัวกันที่ทางเข้าหมู่บ้านในเวลานี้หวังเสี่ยวชุ่ยเลิกสะกดรอยตามและกลับบ้านตัวเองไปแล้วพรุ่งนี้เธอก็แค่ไปบอกหม่าซานว่าฟู่เยี่ยนกลับบ้านไปแล้ว ไม่ได้แวะไหนก็จบเรื่อง
ไม่กี่วันถัดมาฟู่เยี่ยนก็หายตัวไปและกลับบ้านทันทีหวังเสี่ยวชุ่ยจึงล้มเลิกความคิดที่จะสะกดรอยตาม เธอ แค่ไปเฝ้าดูที่หน้าประตูโรงเรียนเมื่อเห็นว่าฟู่เยี่ยนเดินกลับบ้าน เธอก็เลิกงานและกลับบ้านของตัวเองเช่นกัน
ฟู่เยี่ยนคิดว่าหากในเวลานี้เธอไม่ทำอะไรเสียหน่อยแบบนั้นจะเป็นการสูญเสียโอกาสของเธอเปล่า ๆ