ผลการซ้อมบุกรุกปราสาทตกเป็นของฝ่ายบุก ไข่มุกทั้งแปดเม็ดโดนหัวขโมยตัวดีทายาทเดอเบอร์โรว์กวาดเกลี้ยง ส่วนบรรดา คิง องค์สำคัญ ๆ ก็โดนทายาทนักฆ่าแห่งซาเรสปลงพระชนไปกว่าครึ่ง เดือนร้อนถึงฝ่ายวางแผนที่ต้องปวดหัวมานั่งประชุมงานเพื่อเตรียมรับมือกันหมดอีกรอบในตอนเช้า
แน่นอนเรื่องที่เกิดขึ้นในระหว่างการซ้อมบุกมีเพียงแค่บุคคลสำคัญ ๆ เท่านั้นที่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนคนอื่น ๆ ยังคงเข้าใจว่าเป็นการซ่อมบุกตามปกติ เฟรินและ คิลที่ได้รับมอบหมายหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบุกรุก ได้รับคำชมอย่างมาก และถูกสั่งให้มาร่วมการวางแผนในครั้งนี้ด้วยสภาพที่อิดโรยจนน่าสงสาร
“ก็มันไม่มีข่ายเวทย์แบบนี้ หมายังเดินเข้ามาได้เลย”
มาดัส เดอเบอร์โรว์แขกรับเชิญที่มาร่วมการประชุมวางแผนด้วยในครั้งนี้กล่าวเสนอเรียบง่าย ทุกคนหันไปมองผู้อาวุโสที่สุดในห้องเป็นเชิงถาม มาดัสเพียงส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ ขยับหมากหนีคนเป็นลูกชาย ไหวไหล่
“แล้วท่านมีความคิดเห็นเช่นไร ท่านมาดัส”
ไธนอสเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าผู้สูงอายุไม่ตอบ
“บ๊ะ ไอเจ้าพวกนี่ ก็บอกอยู่ว่าข่ายมนต์มันไม่มี”
ทุกคนในห้องประชุมแทบกุมขมับกับแขกรับเชิญของท่านเสนาธิการฝ่ายซ้าย ผู้ชำนาญการด้านหัวขโมยเกียรติศักดิ์แห่งบารามอส
ช่างเหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก...
“แต่ในงานนี้มีผู้แพ้เวทย์ติดตามมาด้วย เรื่องนี้...”
“บ๊ะ... ให้ไอคนแพ้เวทย์มันจามทีสองที กับคนตายกันทั้งงาน เลือกเอาแล้วกัน”
คาโลเริ่มปวดหัวกับพ่อเจ้าตัวดีที่นั่งเล่นหมากรุกกับลูกชายที่นั่งยิ้มแป้นไม่เอ่ยความคิดเห็นใด ๆ ก่อนถอนหายใจเฮือก ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ได้มีการวางมวยขึ้นแน่
“งั้นเพื่อความปลอดภัย เราจะวางข่ายมนต์คลอบคลุมพื้นที่ทั้งโรงเรียนพระราชาตามปกติ เรื่องนี้ให้ไปขอความร่วมมือกับมหาปราชญ์เลโมธี ส่วนในงานก็จะมีข่ายมนต์อีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องการแขกที่มาร่วมในงาน และจะมีการจัดการเวรยามให้แน่หนากว่าเดิม” คาโล กล่าวสรุปงาน
แล้วแผนงานที่วางขึ้นมาใหม่เพื่อความปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นก็ถูกดำเนินการต่อ ซึ่งกินเวลาไปหลายชั่วโมงจนเกือบบ่าย หัวขโมยที่ร่างกายไม่แข็งแรงพอเริ่มมีอาการจนผู้เป็นพ่อสังเกตได้ จึงส่งสัญญาณให้แก่คาโลที่นั่งประชุมอยู่หัวโต๊ะ
“งั้น สรุปตามนี้ ปิดการประชุมได้”
เหล่าสภาค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคนสองคนจนเหลือเพียงผู้ที่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนดีอยู่ในห้อง เฟลิโอน่ารีบรุดเข้ามาดูอาการผู้เป็นพี่ชายทันที ผีหมอโอเดล ถูกเรียกออกมาอีกครั้ง ผีแก่ชราสาละวนไปรอบ ๆ เด็กหนุ่มคนป่วยประจำที่ตอนนี้นั่งหน้าซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง หอบหายใจรวยรินจนน่าเป็นห่วง
เพราะคาโลไม่ต้องการให้ใครสงสัยก็เลยต้องให้ เฟรินที่เป็นถึงเสนาธิการฝ่ายซ้ายและหัวหน้าฝ่ายบุกเข้าร่วมประชุมด้วย แม้ว่าจะโดนน้องสาวเจ้าตัวดีโวยวายใส่อย่างหนักก็ตาม จนเขาต้องให้พ่อและน้องสาวของเจ้าหัวขโมยเข้ามาร่วมประชุมด้วยในครั้งนี้
“ท่านเฟริน นอกจากจะฝืนใช้เวทย์มนต์โบราณแล้ว ยังดึงมนต์ดำในตัวออกมาด้วย ทำให้สมดุลภายในร่างกายทรุดตัวลงอย่างหนัก อาการน่าเป็นห่วง แต่ไม่เป็นอะไรมาก ให้พักผ่อนและดื่มยาบำรุงอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก็จะกลับมามีเรี่ยวแรงเช่นเดิม แต่คราวนี้ข้าขอสั่งห้ามเด็ดขาด ไม่ให้ท่านเฟรินใช้เวทย์มนต์ แม้แต่มนต์บทสั้น ๆ ก็ตามและห้ามมีการต่อสู้ ออกกำลัง ไม่อย่างนั้นมนต์ดำในตัวของท่านเฟรินอาจจะตื่นขึ้นมา และคราวนี้แม้แต่ข้าก็คงไม่อาจช่วยได้อีก”
คำอธิบายของ ผีหมอทำให้ทุกคนในห้องเกิดอาการหนักใจขึ้น เฟลิโอน่าบีบมือพี่ชายฝาแฝดของตน และสบตาตรง ๆ ด้วยความเป็นห่วงจนคนไข้ต้องยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวอย่างเบามือ
“เจ้าพี่...”
“น้องหญิงก็ได้ยินแล้วนี่ ลุงหมอผีก็บอกอยู่ว่าอีกแค่อาทิตย์เดียวพี่ก็หายแล้ว” เฟรินหัวเราะแหบ ๆ ให้น้องสาวเหมือนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
“งั้นไอเฟริน มันก็ไร้ประโยชน์ช่วงวันงาน” คิลสรุป ก่อนไหวไหล่เมื่อโดนส่งสายตาดุ ๆ ใส่ “ก็มันจริงนี่หว่า”
“ช่วงวันงาน ให้สี่ผู้คุมกฎคอยดูแล เฟรินไม่ให้คลาดสายตา แต่เพื่อเป็นการป้องกันอีกทางหนึ่ง นายควรจะทำงานในส่วนด้านใน ใกล้ชิดกับเหล่ากษัตริย์ดีกว่า” คาโลหันไปบอกเพื่อนที่ยังไม่แข็งแรงดีนัก
“แล้วเรื่องพวกที่จับตัวมาได้ ได้เรื่องว่าไงบ้าง” โรเวนเริ่มเข้าประเด็น
“พวกนั้นไม่บอกอะไร แถมยังชิงฆ่าตัวตายก่อนอีกครับ” โรเป็นคนจัดการเรื่องนี้เป็นคนอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทันทีที่เขาไปถึงคุกได้ติด พวกนักฆ่าที่ถูกจับไว้ก็พากันตายกองพื้นห้องขังกันหมด ไม่มีโอกาสได้สอบถามความจริงสักคนเดียว
“แบบนี้ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลยน่ะสิ” มาทิลด้าถอนหายใจ
“บ๊ะ หาแต่เรื่องอยู่เรื่อยเลยไอลูกคนนี้”
“พ่อ”
มาดัสส่งยิ้มขำ ๆ ให้ลูกสาวคนโปรดก่อนจะโบกไม้โบกมือเป็นเชิงขอโทธ ไม่กล้าหือ อะไรมากมายเพราะยังติดค้างคดีตุ้ยท้องพี่ชายคนเก่งของเธออยู่
“เอาเป็นว่า ให้ ลอเรนซ์คอยประกบ เฟรินตลอดเวลา อย่าน้อยอยู่ใกล้นักบวช อะไร ๆ ก็คงจะดีกว่า”
“ครับ ท่านลุง”
ลอเรนซ์รับปากอย่างเป็นกันเอง ทุกคนนึกชื่นชมคนชราคนนี้ในใจ คน ๆ นี้เป็นเพียงหัวขโมย แต่กลับมีอิทธิพลกับคนมากมาย แม้แต่กษัตริย์ เขาคนนี้ยังไม่เกรงกลัว นับประสาอะไรกับเจ้าชายที่ยังไม่ขึ้นครองบันลัง
“พ่อ จะไปแล้วไง”
เฟรินที่เงียบเสียงไปอยู่นานเกริ่นขึ้น เฟลิโอน่าพยุงร่างพี่ชายให้ลุกจากเอาอี้ได้ถนัด มองสบตาคนเป็นพ่อบุตรธรรมด้วยเช่นกัน มาดัสมองลูกบุตรธรรมทั้งสองที่เขารักและเป็นห่วงเหมือนดังลูกสาว ลูกชายแท้ ๆ
“บ๊ะ ไอนี่ ข้ามันขโมยจะให้มาอยู่กับพวก คิง ๆ ได้ไง” มาดัสเอ่ย แต่พอสบดวงตาที่สลดลงของลูกชายเข้า ก็เริ่มใจอ่อน มือกร้านจับหมับเข้าศีรษะของคนเป็นลูก “ถึงแม้แกจะไม่มีพลัง ไม่มีแรง แต่แกยังมีสมอง ข้าเคยบอกแล้วไง คนมีพลังไม่มีสมองไร้ค่า หากแต่ไร้ซึ่งพลังแต่มีสมอง ยังคงคุณค่ายิ่งกว่า ตอนนี้แกยังมีสมอง ใช้สมองแก้ไขปัญหา ใช้ปัญญาวิเคราะห์สถานการณ์ ใช้สติควบคุมงาน ทุกอย่างอยู่ในกำมือของแก และอีกอย่างข้าก็ไม่ได้ไปไหนไกล เมื่อไรที่แกมีปัญหา ข้าก็จะกลับมาหาแน่นอน ไอหนู”
มาดัสหันไปหานักบวชอีกคนที่เขารู้จักมันดีพอกัน
“ข้าฝากน้อง ๆ ไว้กับเจ้าด้วย ถ้าไอเจ้าเฟรินมัน เถลไถลนักก็จัดการด้วยนี่”มาดัสล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋าสักพักก่อนจะยืนส่งให้ ลอเรนซ์ที่ยืนรับฟังนิ่ง
ยันต์... กับสร้อยประคำ
“จากนักบวชชั้นสูงของเอเธนท์เชียวน่ะเว้ย ถึงแม้ว่าจะเป็นของแอบจิ๊กมาก็ตาม ฮ่า ๆ”
“พ่อ”
“เฟร ได้เวลาทานยาแล้ว”
ร่างบางนางพยาบาลจำเป็นที่ต้องคอยดูแลคนไข้ประจำตัว ผู้ดื้อดึงไม่ยอมพักผ่อน งอแงจนเธอต้องยอมให้มาช่วยงานด้านเอกสารด้วยความใจอ่อน ใบหน้าคมคายที่ติดจะซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรงหันมามองคนพูดยิ้มบาง ๆ และวางเอกสารในมือลง
“อ่า ไม่กินไม่ได้หรอ ลิน พึ่งกินไปเอง”
ชายหนุ่มพยายามต่อรอง ส่งสายตาปริบ ๆ เหมือนลูกแมวให้แก่หญิงสาว อย่างที่เขาเห็นว่าได้ผลทุกครั้งไปให้หวังให้เธอใจอ่อนอีกสักรอบ หากไม่ติดกลับใบหน้าซูบเซียวของชายหนุ่มกับท่าทางอิดโรยที่เห็นได้ชัดเธอก็คงใจแข็งไม่พอ
“ไม่ได้ ทานยาซะ แล้วพักผ่อนสักหน่อย”
ชายหนุ่มอิดออดเริ่มงอแง หญิงสาวจึงเดินเอาหาไปให้ใกล้ ๆ มือบางวางลงบนหน้าผากหนาเบามือเพื่อวัดไข้
“เหนื่อยมั้ย”
“อือ เหนื่อย เหนื่อยสุดๆ”
มือหนาเกี้ยวร่างบางที่กำลังสาละวนวัดไข้ จัดยา เข้าอ้อมตักก่อนจะหันให้เธอมาสบหน้าด้วย ร่างบางนั่งนิ่งเพราะเริ่มจะเคยชินกับการกระทำของชายหนุ่มแล้ว ตลอดหลายวันมานี่เธอต้องคอยดูแลจนพอจะรู้เท่าทันบ้าง จึงมีเพียงสายตาดุ ๆ ปราม ถึงแม้เธอจะรู้ดีว่าเดี๋ยวนี้ชักจะใช้ไม่ได้ผลขึ้นทุกวันก็ตาม
“งั้นก็ต้องทานยา แล้วพักซะ” มือบางยื่นแก้วยาให้ชายหนุ่มที่เบ้หน้ารับ อิดออดจนยาเกือบหก “ถ้ายอมกินดี ๆ จะให้รางวัล”
เฟรินมองหญิงสาวที่ต่อรองด้วยความแปลกใจนิด ๆ สบสายตาที่เป็นห่วงเป็นใยคู่นั้นก็ทำให้เริ่มหายดื้อลงไปได้นิด
“สัญญาแล้วน่ะ”
“ค่ะ สัญญา”
คาลิน่าให้สัญญายิ้ม ๆ พร้อมยกแก้วยาให้ชายหนุ่มดื่มจนหมดแก้ว ตามด้วยน้ำเปล่า
“สัญญาเป็นสัญญาน่ะ เจ้าหญิงห้ามคืนคำเด็ดขาด”
คาลิน่าทำหน้าหนักใจนิดหน่อย แต่ในเมื่อชายหนุ่มยังยอมทำตามคำขอของเธอ เธอก็ไม่ควรผิดคำสัญญาเช่นเดียวกัน ร่างบางโน้มเข้าหาใบหน้าคมคายก่อนจะมอบความหอมหวานให้ชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาเนิ่นนาน เมื่อเธอถอนริมฝีปากออก ชายหนุ่มก็เอาหน้ามาซุกเข้ากับเธอราวกับเด็ก ๆ ที่กำลังอ้อนแม่ จนเธอต้องเอามือลูบหัวชายหนุ่มเบา ๆ
หลายวันมานี้ตั้งแต่อาการป่วยของชายหนุ่ม เขาก็เริ่มจะออดอ้อน งอแงกับเธอมากขึ้นจนเธอแทบจะไม่ต้องทำอะไร ต้องคอยเอาใจพ่อตัวยุ่งตลอด ยิ่งพักหลัง ๆ ที่ชายหนุ่มโดนน้องสาวฝาแฝดกักบริเวณไม่ให้ออกนอกป้อม ก็ยิ่งทำให้งอแงมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
“รักลินจัง” เฟรินกระชับกอดหญิงสาวมากขึ้น จนเธอเริ่มเขินอายบ้างแล้วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกับชายหนุ่มกำลังอยู่ในสภาพไหน
“เหนื่อย ก็ไปพักสักหน่อย”
คาลิน่าลุกขึ้นประคองชายหนุ่มให้ไปนั่งที่โซฟาให้ดี ๆ ซึ่งเขาก็ยอมทำตามโดยง่าย เมื่อเธอนั่งลงบนโซฟา ชายหนุ่มก็ล้มตัวลงนอนหนุนตักเธอทันทีเหมือนทุกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋วมองสบเธออย่างตรงไปตรงมา มือหนาคว้ามือของเธอแนบใบหน้า
“เบื่ออ่ะ เราไปข้างนอกกันมั้ย น่ะ ลิน น่ะ”
“ก็ถ้าไม่หาเรื่อง มันจะเป็นแบบนี้ มั้ย”
“หายแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว น่ะ ๆ”
คาลิน่ายิ้มบาง ๆ ให้ชายหนุ่มที่ทำตัวเป็นเด็ก ไอร้อนจาง ๆ ที่เธอสัมผัสได้ยังอุ่น ๆ อยู่เลย หน้าก็ยังซีดเซียวแบบนี้ ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก
“ไอคิลก็ออกไปข้างนอก ไอโรก็ไปข้างนอก ทุกคนไปข้างนอกกันหมด อยู่แบบนี้น่าเบื่อจะตาย”
“ไม่อยากอยู่ก็ต้องอยู่ ยังมีไข้นิดหน่อย”
“ก็มันเบื่อนี่น่า หรือว่า ลิน เรามาทำอะไรสนุก ๆ กันป่าว”
คาลิน่าชะงักนิดหน่อยเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่ม แม้จะไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ที่เขาหมายถึง แต่ดูจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไร ร่างสูงกระโดดเด้งขึ้นมานั่งยิ้มแป้นข้าง ๆ เธอแทน แขนแกร่งคร่อมเธอเอาไว้ สบสายตาเธอตรง ๆ
“จะทำอะไร?”
“เล่น”
“เล่น อะ...”
ไม่ทันพูดจบริมฝีปากหนาของชายหนุ่มก็ฉวยโอกาสทาบปิดสนิท ส่งมอบความหอมหวานให้แก่หญิงสาว มือแกร่งอีกข้างเกี้ยวตวัดหญิงสาวให้แนบชิดกับตน ความหอมหวาน อบอุ่น เร้าร้อนทำให้หญิงสาวโอบรอบคอชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว กลายเป็นว่าเธอปล่อยให้ชายหนุ่มได้ทำตามอำเภอใจจนกว่าจะพอใจแทน
เฟรินมอบความรักความอบอุ่นให้หญิงสาวหลายต่อหลายรอบอย่างไม่รู้จักพอ เนิ่นนาน จน...
“ผ่าง... คาลิน เฟรินเป็นไงกันบ้าง”
ภาพสองหนุ่มสาวที่กำลังประคองกอด มอบจุมพิตกันอยู่ทำให้สี่สาวที่เข้ามาใหม่ต้องหน้าขึ้นสีระเรื่อ ส่วนคาลิน่าที่พอเริ่มรู้ตัวก็สะบัดชายหนุ่มที่เด้งออกมายิ้มแฉ่งข้าง ๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักหญิงสาวที่หน้าแดงก่ำใหม่อีกครั้ง
“เออ... พวกฉันแค่จะมาดูว่าเฟรินเป็นยังไงบ้าง แต่ถ้ารบกวนก็...” มาทิลด้าเอ่ยขึ้นก่อนเมื่อคิดขึ้นมาได้
“ใช่” เฟรินตอบ
“ไม่ใช่” คาลิน่าเถียง
“นึกว่าเฟรินจะโวยวายลั่นซะอีก ที่ไหนได้ ก็มีวิธีปิดปากดี ๆ เหมือนกันนี่ ใช่ไหม คาลิน่า” คำกระเซ้าของน้องสาวฝาแฝดทำให้เพื่อนสาวต้องหน้าแดงก่ำเข้าไปอีก เรียกเสียงหัวเราะใส ๆ ภายในห้องทำงานเสนาธิการฝ่ายซ้าย
.................................................................................