“ถามแปลกๆมาได้นะเธอเนี้ย ฉันก็คือโนอาห์ไม่ใช่เหรอ”
แววตาโนอาห์ไหววูบไปชั่วครู่กับคำถามของหญิงสาว แต่พริบตาเดียวก็เปลี่ยนกลับมาเป็อย่างเก่า แน่นอนว่ามันไม่มีทางหลุดรอดสายตาของสาวน้อยข้างๆตัวไปได้ ชายผมดำจ้องมองไปที่ดวงตาสีแดงเพลิงที่คราวนี้ดูจะจริงจังกว่าครั้งไหนๆ ใช้มืออีกข้างเกาหัวแกรกๆคิดหาทางเอาตัวรอด
มิน่าถึงได้เกาะแขนไม่ยอมปล่อย ที่แท้ก็เพื่อชักนำเขามายังที่แห่งนี้
เสียท่าเข้าเต็มเปา
“ฉันสงสัยั้แ่วันแรกที่เจอกันแล้วล่ะค่ะ” เธอถอนหายใจ “ตระกูลของฉันมีเครือข่ายที่กว้างไกลใช่เล่น เื่ติดต่อกับคนของซูิถือเป็เื่ปกติเลยล่ะค่ะ แล้วท่าเท้าของคุณรวมถึงการเคลื่อนไหวแบบนั้นย่อมไม่ใช่วิชายุทธ์ในซูิอยู่แล้ว ยิ่งเื่เมื่อคืนฉันยิ่งมั่นใจ...พวกคนอื่นๆอาจจะไม่ทันได้สังเกต แต่เพราะฉันเองอยู่ใกล้กับคุณมากที่สุด ก็เลยรู้น่ะค่ะว่ามันมีอะไรบางอย่างที่แปลกๆ” แววตาของซายากะยังคงจ้องมองมาที่เขาเหมือนกลัวว่าชายคนนี้จะหายตัวไปเสียดื้อๆ โนอาห์เม้มริมฝีปากแน่นหวนนึกถึงคำพูดของเ้าอารันที่ย้ำนักย้ำหนา
‘ถ้าเป็ไปได้อย่าใครรู้เื่ของนาย’
ถ้าเป็ไปไม่ได้ใช่ไหมล่ะ แต่ตอนนี้ทางเลือกมันแทบไม่มีแล้ว!!
“ยังมีเื่ที่คุณไม่ค่อยรู้เื่อะไรต่ออะไรอีกตั้งเยอะตั้งแยะ โกหกคนอื่นได้แต่โกหกฉันไม่ได้หรอกนะคะ” หญิงสาวยังพูดไปเรื่อยไม่สนใจท่าทีของโนอาห์ที่ตอนนี้นิ่งเฉยเสียจนน่ากลัว
“แล้วทำไมถึงอยากรู้นักล่ะ บางทีตัวฉันเองอาจจะไม่ได้เป็ไปตามที่เธอคิดมาก็ได้นา” โนอาห์ขยับรอยยิ้มชักมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง แต่ในใจตอนนี้เหงื่อแตกพลั่กกลัวเหลือเกินว่าจะถ่วงเวลาไปได้อีกซักแค่ไหน ถึงโกหกไปผู้หญิงตรงหน้านี้ก็คงจะจับทางเขาได้หมด ขืนไม่พูดอะไรเธอจะทำอะไรบ้างก็ไม่รู้
“คุณเป็คนเองนี่คะ” เป็โนอาห์ที่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “คุณบอกเองว่าพวกเราเป็เพื่อนกัน แล้วเพื่อน...ไม่ควรจะมีความลับต่อกันไม่ใช่เหรอคะ แต่ยังไงมันคงจะลำบากใจจริงๆถ้าต้องให้บอกหมดทุกคน เพราะงั้นแล้วฉันเลยต้องสถานการณ์นี้ขึ้นมายังไงล่ะคะ” ซายากะจ้องมองเขาตาแป๋ว เธอคงนึกว่าลูกอ้อนแบบนี้คงจะได้ผลกับผู้ชายแบบเขางั้นสิ
บอกได้เลยว่าคิดถูก
ชายหนุ่มมองลึกลงไปยังดวงตาสีแดงบนดวงหน้าหวานนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ซึ่งเป็ที่แน่นอนว่าเขาเงียบอยู่ฝ่ายเดียว เพราะทางสาวเ้าเขย่าแขนเขาไปมาพูดกรอกหูไปด้วยมารยาร้อยเล่มเกวียนเท่าที่เธอจะงัดมาได้ แต่ที่ทำให้เขาใจอ่อนไม่ใช่มารยาเ่าั้เลยแม้แต่น้อย หรือต่อให้มากกว่านี้ก็คงไม่ทำให้เขาหลุดปากออกไปได้
แต่ถ้าแบบนี้แล้วจะมีเพื่อนไว้ทำไมกันล่ะ
ความลับน่ะไม่สมควรมีั้แ่แรกแล้ว
“สัญญาได้ไหมว่าจะไม่บอกใคร...อย่างน้อยๆก็ในตอนนี้น่ะ แม้กระทั่งกับยูกิเองก็ตาม” เขาถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน และถ้าได้ยินไม่ผิดเหมือนจะได้ยินเสียงเย่ๆอะไรซักอย่างดังออกมาจากปากของหญิงสาวที่กอดแขนเขาอยู่ด้วย
“ถ้างั้นปล่อยแขนฉันแล้วไปหาที่นั่งแถวนี้ดีกว่านะ ไม่งั้นคงจะเล่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่” โนอาห์ยิ้มเจื่อนๆเกาหัวแกรกๆด้วยความลำบากใจ อดนึกไม่ได้ว่านี่ยังดีที่เป็เขา ถ้าเกิดผู้ชายตรงหน้าเธอไม่ใช่เขาแล้วเป็คนอื่นขึ้นมาจะทำยังไง
“อื้ม ได้สิคะ วันนี้เรามีเวลาทั้งวันเลยล่ะ ฉันจะตั้งใจทุกประโยคทุกคำพูดเลย” ซายากะยิ้มร่าปล่อยแขนโนอาห์หลังจากถูกจองจำมานานแสนนาน สะบัดแขนไปมาคลายเส้นเพื่อให้รู้ว่าแขนข้างนี้ของเขายังใช้งานได้
หลังจากหาที่นั่งเหมาะๆแถวนั้นได้ฝ่ายชายเองถอนหายใจเฮือกใหญ่ รวบรวมความกล้าเอาไว้เต็มปอด ก่อนจะเปล่งเสียงออกไปด้วยใบหน้าที่จริงจังกว่าปกติ ทว่าอยู่ซายากะกลับเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อนด้วยน้ำเสียงใสกิ๊ง
“คุณน่ะ...ไม่ใช่คนของที่นี่สินะคะ?”
“....อาห์ คุณโนอาห์ครับ!! คุณโนอาห์!!”
นิกซ์ะโเรียกเขาในห้องนั่งเล่นของชั้นปี 1 หอซูซาคุ หลังจากเห็นว่าเพื่อนของเขาคนนี้เงียบผิดปกติหลังจากหายตัวไปั้แ่่ก่อนเที่ยงแล้วโผล่มาอีกทีก็ปาเข้าไปตอนเย็นจนงานซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อย เนื่องจากมีมติใหม่ลงมาจากอาจารย์ใหญ่ว่าให้ใช้เวทมนตร์ได้ ขอบคุณที่เหนื่อยกันมามาก เท่านั้นแหละการจลาจลย่อมๆก็เกือบจะบังเกิดถ้าไม่มีพวกอาจารย์ไประงับเหตุไว้ ดังนั้นในตอนนี้ทุกคนจึงสบายตัวไม่มีห่วงรัดคอใดๆ ถึงจะมีข่าวร้ายสำหรับบางคนที่ว่าพรุ่งนี้เปิดการเรียนการสอนตามปกติก็เถอะ
“คุณโนอาห์ครับ คุณเซเรน่ามาหาแหนะครับ” ได้เื่ทันทีที่อ้างชื่อซึ่งเปรียบได้กับคำประกาสิทธิ์สำหรับโนอาห์ ร่างสูงสะดุ้งเฮือกหันซ้ายหันขวาเหมือนพึ่งโดนผีหลอก เมื่อเห็นว่ามีแต่เพื่อนๆส่วนหนึ่งที่ทยอยกลับมานั่งโขกกีฬาในร่มอย่างหมากรุกเล่นกันแล้ว ก็ไม่พบเจอเ้าของชื่อที่ว่านั้นเลย
“ใจเย็นๆครับ ผมแค่อยากจะให้คุณโนอาห์ได้สติน่ะ เห็นเมื่อกี้ทำหน้าเหม่อเหมือนคนโดนของยังไงยังงั้น” นิกซ์เอ่ยด้วยสีหน้าที่แสดงความเป็ห่วงอย่างเช่นได้ชัด แต่สิ่งที่เขาได้คือการยิ้มแยกเขี้ยวจากคนที่ถูกเป็ห่วง
“ใครมันจะไปช่างจ้อได้ทั้งวันล่ะจริงไหม คนเราบางทีก็ต้องมีเื่ให้คิดนู่นคิดนี่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ” โนอาห์ตอบกลั้วหัวเราะ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้นิกซ์หายสงสัยขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะปกติแล้วคนๆนี้ช่างจ้อได้ซะยิ่งกว่าใครๆในชั้นปีน่ะ
“เอ้อ! จะว่าไปแล้วเ้าอารันมันไปไหนซะล่ะ ั้แ่กลับมานี่ฉันยังไม่เห็นมันเลยนะ หรือจะเกิดหน้ามืดเหมือนใครบางคนจนหลงทางกลับมาไม่ได้แล้ว” ใครบางคนที่ว่าสะดุ้งเฮือกเหมือนคนโดนของร้อน ถ้าไม่ติดว่าโนอาห์มันทำหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวกะทันหันจนคนอื่นพากันเห็นอกเห็นใจไม่ให้เขาไล่เตะมันล่ะก็ ชายที่ชื่อไรอันคงได้มีวางมวยกับโนอาห์กันซักตั้ง
“ล่าสุดฉันเห็นเขาที่ห้องสมุด” คำตอบที่ไม่น่าจะได้ยินจากไอล์ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องที่เ้าตัวเลือกจะไปอยู่เงียบๆ สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่บุรุษสวมแว่นเป็ตาเดียว ซึ่งมันก็ไม่ทำให้เขาสะดุ้งะเืแต่อย่างใด
“แถมเหมือนจะเห็นเฟียน่าอยู่แถวๆนั้นเหมือนกัน” ประโยคสุดท้ายที่เรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนๆได้เป็อย่างดี จะมีแค่นิกซ์ที่ตอนนี้กุมขมับเพราะนี่มันเป็สัญญาณชัดเจนว่าเื่วุ่นๆจะก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
พอพวกผู้หญิงไม่อยู่ก็เป็ซะแบบนี้
“อะฮ้า!! เห็นเงียบๆไม่นึกว่าเ้าหมอนั่นจะเล็งเฟียน่าไว้!” เดรคกู่ร้องขึ้นมาก่อนเป็คนแรก ทำหน้ากระยิ้มกระหย่องจนน่าขนลุก
“ให้ตายเถอะ แล้วดันเป็ห้องสมุดซะด้วยสิ ไม่ธรรมดาจริงๆเ้านั้น” ไรอันพยักหน้าหงึกๆเป็ลูกคู่ขานรับด้วยใบหน้าที่น่าถีบไม่แตกต่างกันซักเท่าไหร่นัก
“ไม่น่าเชื่อว่าพวกนายสองคนจะไวไฟกันขนาดนี้ มาอยู่กันแค่ไม่กี่วันก็หวังเคลมสาวกันแล้ว นี่ถ้าฉันว่าอยู่นานหน่อยกว่านี้ล่ะก็....” ประโยคที่ไม่น่าจะได้พูดจบจากราเชลเพราะตอนนี้เ้าตัวกำลังโดนหนึ่งในพวกนายไล่เตะอย่างบ้าคลั่ง สร้างความครื้นเครงแก่เพื่อนฝูงให้ห้องโถงยิ่งนัก
“เห็นเสียงดังไปถึงด้านนอก พวกนายมีอะไรกันเหรอ?” อารันเปิดประตูทักทายพวกเขาในห้องด้วยรอยยิ้ม ในมือถือหนังสือเล่มใหญ่เอาไว้แน่น กวาดตาสายตามองไปรอบๆเผื่อว่าจะมีใครบางคนตอบคำถามของเขาได้
“กำลังพูดถึงตอนที่นายไปจีบเฟียน่าอยู่เลยล่ะเพื่อน” ดรากูนยิ้มบาง
และการปะทะก็ปะทุขึ้นมาอีกระลอก
“ถ้านิกซ์ไม่บอกนี่ฉันไม่เชื่อจริงๆนะว่าคนเริ่มจะไม่ใช่นาย”
อารันคลี่ยิ้มทอดกายลงนั่งเก้าอี้ในห้องพัก มองไปยังนิกซ์และโนอาห์ที่ตอนนี้อพยพย้ายมาพื้นที่้าเหตุผลก็เพราะพวกผู้หญิงเริ่มมานั่งที่ห้องโถงใหญ่กันแล้ว
เพื่อหลีกเลี่ยงการอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ย้ายพวกปากอยู่ไม่สุขมาไว้ข้างบนนี้แหละดีที่สุด ข้อตกลงลับๆที่พวกผู้ชายเออออกันเองแค่นั้น ถึงจะมีบ้างที่ลงไปคุยกับพวกผู้หญิงก็เถอะ แต่ใช่ว่าจะเป็กลุ่มใหญ่ๆเหมือนเมื่อกี้นี้ที่พวกเขานั่งคุยกัน
“ฉันก็ไม่ได้เลวร้ายไปขนาดนั้นหรอกน่า ว่าแต่มันเป็เื่จริงหรือเปล่าล่ะ?” แววตาสีดำสั่นระริกรอคำตอบจากชายหัวเขียวตรงหน้า
“คุณอารันไม่ได้เหมือนกับคุณโนอาห์หรอกนะครับ เห็นนั้นไหมล่ะ ดูยังไงก็แค่ไปยืมหนังสือมาจากห้องสมุด ใช่ไหมครับ?” นิกซ์หันไปถามอารันเพื่อนความแน่ใจ
“ทำไมนายถึงอยากให้ฉันมีอะไรๆกับเฟียน่าจังฮึ? ฉันก็แค่ไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดเท่านั้นเอง” อารันแย้มรอยยิ้มอย่างใจเย็น เพราะสภาพอารมณ์ตอนนี้เริ่มสงบลงบ้างแล้วจากเหตุการณ์ข้างล่าง
“ถามมาได้!! ก็ถ้านายจีบเฟียน่าจริงๆ ข่าวของฉันกับแม่จิ้งจอกนั้นจะได้เพลาๆลงไปบ้างไม่ใช่เหรอไง อีกอย่างหนังสือใครๆก็เอาเป็ข้ออ้างกันได้ทั้งนั้น อย่ามาหลอกฉันซะให้ยาก” คำตอบที่ถึงกับทำให้อารันและนิกซ์ต้องกลับไปขบคิดในใจ ่นี้ความสัมพันธุ์ของชายหญิงคู่นี้ดูจะมีอะไรแปลกๆแม้ไม่ต้องอาศัยข่าวลือก็คิดได้อย่างไม่อายปากว่าต้องมีอะไรในกอไผ่ ยังไม่นับเื่ที่พักนี้ยูกิโอนอ่อนให้กับโนอาห์เป็พิเศษอีก
จนมีข่าวลือใหม่ว่าจะมีศึกชิงรักหักสวาทกันในชั้นปี 1
ยังดีที่ข่าวนี้ไม่ค่อยมีมูลน่าเชื่อถือเสียเท่าไหร่ คนทั้งสามเลยยังไม่รู้เื่
“แล้วไปยืมหนังสืออะไรมาเหรอครับ? ผมนึกว่าอย่างคุณอารันจะรู้เื่ทุกอย่างแล้วซะอีก ไม่น่าจะต้องศึกษาเพิ่มเติมเลยนี่นา” นิกซ์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ
แต่ไหนแต่ไรถ้าไม่นับพวกผู้หญิงคนที่ชิงดีชิงเด่นเื่ผลการเรียนภาคทฤษฏีทั้งหลายในห้องมีแค่สามคน อารัน ไอล์ เลชาน ผลัดกันนำวนเวียนอยู่เรื่อยไป อีกทั้งความสามารถด้านเวทมนตร์ที่แค่เห็นครั้งแรกก็ได้ทันทีว่าเป็รองใคร ช่างเป็เื่แปลกที่คนแบบนี้จะถึงกับถ่อไปยืมหนังสือในห้องสมุดเขาวงกตทั้งๆที่ไปก็ตั้งหลายครั้ง แต่กลับมายืมเอาก็ครั้งนี้ได้
“ไม่ใช่เื่ของฉันหรอก เื่ของเ้าโนอาห์มัน” อารันยักไหล่น้อยๆ ขณะที่โนอาห์ชี้หน้าตัวเลิกลั่ก
“โนอาห์....นายมีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า เื่ในวันนี้น่ะ” อยู่ๆชายหัวเขียวก็กล่าวขึ้นมา ชักสีหน้าจริงจังกว่าที่เคยเป็ แม้จะยังแย้มรอยยิ้มอยู่ก็ตาม
บทบาทได้ถูกสลับกันทันใด โนอาห์ทำหน้าเหมือนล่วงรู้ถึงอะไรบางอย่างหลังจากปะติดปะต่อเื่ราวทั้งหมดได้ แต่นิกซ์เองตอนนี้เหมือนจะกลายเป็ผู้อยู่นอกวงสนทนาไปกลายๆ
“นายได้บอกเื่นั้นกับเฟียน่าแล้ว” โนอาห์ยิ้มบางพูดถึงเื่ที่ต้องให้นิกซ์ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม
“แน่นอน ไม่งั้นฉันจะได้เ้าหนังสือนี้มาเหรอ ทางนายเองก็คงเื่นี้กับซายากะแล้วเหมือนกัน เห็นว่าวันนี้นายหายตัวไปกับเธอนี่นา” อารันยิ้มกลับด้วยทีท่าสบายๆแต่นิกซ์ตอนนี้ใบหน้าเริ่มจะไม่สบายเข้าไปทุกขณะ
“ฉันว่ามันคงถึงเวลาซะที” อารันและโนอาห์พูดขึ้นพร้อมกัน แววตาจับจ้องไปยังชายตัวเล็กซึ่งเริ่มเครียดขึ้นทุกขณะเนื่องจากไม่เข้าใจว่าุ์สองคนนี้คุยอะไรอยู่กันแน่ ไหนจะมองมาที่เขาอีก
“พวกเรามีเื่ต้องคุยกับนาย นิกซ์” สองเสียงประสานกันสอดเข้ามาในโสตประสาทของชายหัวส้มที่ตอนนี้นัยต์ตาเบิกกว้างเหมือนสมองรับไม่ไหวกับเื่ราวตรงหน้า
สรุปพวกคุณคุยอะไรอยู่กันแน่