บทที่ 11 นางเริ่มมาก่อกวนหัวใจ
คืนนั้นทั้งคืนโม่อี้หลานนอนไม่หลับ เวลาหลับตาก็นึกถึงแต่ใบหน้าของพระชายาเหมยลี่จนทำให้เขามาหลับได้เมื่อใกล้สว่าง จึงทำให้วันนี้เขานอนตื่นสาย โม่อี้หลานกำลังหลับสบายก็ได้ยินเสียงเจี้ยวจ้าวของพระชายาเหมยลี่อยู่ด้านหน้าห้องนอนของเขา เขาเลยแกล้งหลับต่อ แต่ไม่คิดว่านางจะเข้ามาแถมยังจะใช้ปิ่นปักผมแทงลงที่อกของเขา
นี่นางคงจะเกลียดเขาจริงๆ ที่ไม่ยอมหย่าให้นางแถมยังพานางกลับมาที่จวนของเขาอีก เขาดึงมือของนางแต่ว่าร่างบางตัวเล็กนิดเดียวทำให้แรงของเขาดึงนางขึ้นมานอนบนเตียงข้างๆเขา วันนี้นางช่างแต่งเติมใบหน้างดงามเหลือเกิน จนทำให้เขาอยากแนบชิดทั้งๆที่ไม่เคยคิดเป็เช่นนี้มากก่อน แถมนางยังจำไม่ได้อีกด้วยซ้ำว่าค่ำคืนเกิดอะไรขึ้นเื่ที่เขาจะหย่ากับนาง นางก็คงจำมิได้ทำให้หัวใจของโม่อี้หลานรู้สึกดี กลิ่นกายของนางที่เขาหวนคิดถึงมาทั้งคืนตอนนี้อยู่ต่อหน้าและอยู่ในอ้อมกอดของเขา ยากนักที่จะอดใจไม่ให้ัันาง
ร่างบางนอนสั่นเทาเมื่อถูกเขาประทับจูบที่ริมฝีปาก นางดิ้นขัดขืนแต่กลับถูกเขาจับกดในนอนราบบนที่ฟูกนุ่ม ร่างบางเริ่มหายใจไม่ทันเมื่อเขาดื่มด่ำน้ำหวานจากปากอิ่มของนาง แต่แล้วจู่ๆเสียงประตูก็ได้เปิดเข้ามา ทำให้โม่อี้หลานรีบลุกขึ้นจากร่างกายของหนานลี่ ทำให้นางเองก็รีบลุกขึ้นเหมือนกัน
หนานลี่รีบเช็คร่างกายของตัวเองไม่ให้เสื้อผ้ายับและรีบเช็ดปากที่ถูกท่านอ๋องัั ก่อนจะจ้องมองด้วยสายตาโกรธเคืองเขาเป็อย่างมากที่แตะต้องตัวของนาง แม้จะใจสั่นก็ตามที
“อุ้ย ! หม่อมฉันไม่รู้ว่าพระชายาก็อยู่ที่นี่ด้วย หากเช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวเพคะ” พระชายารองซินเอ๋อร์รีบก้มหน้าลงโค้งคำนับทั้งสอง แม้อยากรู้ว่าพระชายาเอกมาทำอะไรที่ห้องของท่านอ่องั้แ่เช้าตรู่เช่นนี้
“ไม่เป็ไร เ้าไม่ต้องออกไปหรอกนะ ข้าหมดธุระกับท่านอ๋องแล้ว” หนานลี่พูดกับซินเอ๋อร์เพื่อไม่ให้นางออกไปเพราะตอนนี้หนานลี่เองที่ไม่ได้อยากอยู่ร่วมห้องกับท่านอ๋องเ้าเล่ห์ผู้นี้อีกต่อไป ก่อนจะหันมาหาท่านอ๋องเพื่อพูดเื่การหย่า
“ส่วนท่านอ๋อง หนังสือหย่าที่ข้าให้ท่านลงตราประทับ ท่านได้ลงให้ข้าหรือยัง”
“วางอยู่ที่ห้องอ่านตำราและข้ายังไม่ได้ประทับตราให้เ้า หากอยากได้คืนนี้ก็จงมาเอาด้วยตัวของเ้าเอง หากเ้าไม่มาหาข้าในคืนนี้เท่ากับว่าเ้าไม่้าหย่ากับข้า” โม่อี้หลานยังคงแกล้งนางไม่หยุดเมื่อเห็นนางร้อนใจยิ่งทำให้เขาสนุก
“เ้าเล่ห์กว่าสุนัขจิ้งจอกน่าจะเป็ท่าน ” หนานลี่พูดจบก็ได้เดินออกไปนอกตำหนักของโม่อี้หลานปล่อยให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน
หลังจากที่พระชายาเหมยลี่ออกไปซินเอ๋อร์ก็เข้าไปโอบกอดท่านอ๋องที่นั่งลงบนเตียงนอนพร้อมเลียปากเสียดายที่ซินเอ๋อร์เข้ามาขัดจังหวะ
“เ้ามาหาข้ามีเื่อะไร ”
“ก็หม่อมฉันคิดถึงท่านอ๋องนี่เพคะ หรือท่านอ๋องไม่อยากมีข้าอยู่ข้างกายแล้ว ั้แ่ที่พระชายาเหมยลี่ฟื้นขึ้นมาท่านอ๋องทรงเปลี่ยนไปไม่สนใจหม่อมฉันเช่นเคย หรือว่าท่านอ๋องเริ่มสนใจพระชายาเหมยลี่แล้วเพคะ ” คำพูดของซินเอ๋อร์ได้ดึงสติของโม่อี้หลาน ใช่แล้วเขาไม่เคยคิดยินดีที่มีนางและไม่เคยคิดจะชอบด้วยซ้ำ แต่ทำไมเวลาอยู่ใกล้นางความรู้สึกของเขาถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้
‘ข้าเพียงแค่อยากกลั่นแกล้งนางเท่านั้น ข้ามิได้คิดอะไรกับนาง ใช่แล้ววันนี้ข้าจะมอบหนังสือให้นาง นางจะได้ออกไปจากจวนของข้าเสียที’ เขาคิดในใจเพียงผู้เดียวและโอบกอดซินเอ๋อร์
“ข้าแค่มีเื่ให้คิดเท่านั้นทำไมข้าต้องไม่สนใจเ้าด้วยเล่า อีกอย่างข้ามิได้คิดอะไรกับพระชายาเหมยลี่เ้าเองก็รู้ดี ว่าข้ากับนางจะหย่ากัน หัวใจของข้ามีเพียงเ้าเท่านั้น” เมื่อซินเอ๋อร์ได้ยินก็ดีใจ
“แล้วทำไมท่านอ๋องถึงได้ให้พระชายามาเอาหนังสือหย่าในตอนกลางคืนด้วยเพคะ หากท่านอ๋องไม่ได้รู้สึกอะไรทำไมไม่ให้พระชายาั้แ่ตอนนี้ละเพคะ หรือไม่ก็ให้หม่อมฉันนำไปให้นะเพคะ ” ซินเอ๋อร์นางอยากจะไปตอกย้ำว่านางคือผู้ชนะทั้งหัวใจและตำแหน่ง นางจึงจะนำหนังสือหย่าไปเย้ยหยันพระชายาเหมยลี่ นางรู้ดีว่าพระชายาเหมยลี่นั้นรักท่านอ๋องมากขนาดไหน นางอยากให้พระชายาอกแตกตายและเจ็บช้ำน้ำใจ
“ก็ได้หากเ้าอยากนำไปให้นางก็เข้าไปเอาที่ห้องอ่านตำราของข้า” โม่อี้หลานได้บอกให้ซินเอ๋อร์เข้าไปเอาหนังสือหย่าที่ห้องอ่านตำรา นางยิ้มร่าดีใจ
“หม่อมฉันรักท่านอ๋องนะเพคะ หากไม่ว่าอะไรคืนนี้หม่อมฉันขอมาถวายการนวดให้ท่านอ๋องนะเพคะ” เขามองหน้าของซินเอ๋อร์และใช้มือจับคางหน้าขึ้นมาเชยชม
“ใยเ้าต้องรอค่ำมืดด้วยเล่าไม่ว่ายามไดก็เหมือนกัน ” โม่อี้หลานรู้สึกว่าเขาต้องปลดปล่อยสิ่งที่ค้างคาที่ทำกับพระชายาเหมยลี่เมื่อครู่ จึงได้นำอารมณ์มาลงกับซินเอ๋อร์ที่พร้อมปรนนิบัติเขาตลอดเวลา
“แต่ตอนนี้สว่างแล้วนะเพคะ ”
“เ้าจะเขินอายอันใด ที่ผ่านมาข้าไม่เห็นว่าเ้าจะเขินอายสักนิด” พูดจบโม่อี้หลานก็ได้อุ้มนางขึ้นมาบนฟูกนุ่มพร้อมดึงผ้าม่านของเตียงลงมาปิดบังและเริ่มเริงรักกับนาง
ฝั่งด้านหนานลี่ที่เดินออกมาด้วยอารมณ์เสีย ที่ถูกอ๋องบ้าผู้นั้นจูบอย่างไม่ตั้งตัวก็อดที่จะโมโหไม่ได้แถมเขายังจะแกล้งให้นางไปเอาหนังสือหย่าด้วยตัวเองทำให้นางยิ่งเกลียดท่านอ๋องเพิ่มไปอีก
“พระชายาไปไหนมาเพคะ หม่อมฉันตามหาพระชายาจนทั่วตำหนัก” ใบหน้าตื่นตระหนกของจี่ซุนที่วิ่งมาหาหนานลี่ก็ทำให้นางรู้ว่าจี่ซุนนั้นจงรักนางจริงๆ
“ข้าไปหาท่านอ๋องมาเพื่อไปเอาหนังสือหย่านะสิ ”
“ไหนล่ะเพคะ หนังสือหย่าของท่าน ” จี่ซุนมองซ้ายมองขวาก็ไม่พบหนังสือหย่าจึงได้เอ่ยถาม
“หึ ท่านอ๋องประสาทผู้นั้นนะสิ แกล้งยั่วโมโหข้าให้ข้าไปเอาที่ห้องคืนนี้ หากข้าไม่ไปเอาจะถือว่าข้านั้นไม่อยากหย่า คิดหรือว่าข้าจะกลัวไม่มีทาง ” หนานลี่ยื่นอกยืนตัวตรงแม้จะหวั่นใจว่าจะโดนเช่นดั่งเช้านี้แต่ถ้าหากกลัวนางก็จะไม่ได้หย่ากับท่านอ๋องผู้นี้
“เฮ้อ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ” จี่ซุนส่ายหน้าไปมาและเดินตามหนานลี่กลับตำหนัก