ใบหน้าของจางซวี่พลันเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้นทว่าในขณะเดียวกันเขากลับรู้สึกไม่คุ้นชินกับอารมณ์เช่นนี้เอาเสียเลย
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้รับคำชื่นชมในด้านการเรียนที่แท้หากเขาตั้งใจจริง เขาก็มีศักยภาพพอที่จะเรียนรู้มันได้ความคิดมากมายประโคมเข้ามาในหัวทำให้สายตาที่เขามองไปยังจี้ทิงนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างซับซ้อน
เมื่อเห็นจางซวี่ตอบถูกคนอื่นๆที่เหลือซึ่งยังตอบไม่ได้ต่างก็พากันรบเร้าให้จี้ทิงช่วยตั้งโจทย์ให้อีกหลายๆ ข้อ
จี้ทิงทำราวกับครูโรงเรียนอนุบาลที่กำลังแจกแอปเปิลให้เด็กๆเขาเปิดกราฟหุ้นให้ทุกคนดูคนละตัว ผลปรากฏว่านอกจากชายผมน้ำตาลแล้ว คนอื่นๆต่างก็ตอบถูกกันถ้วนหน้า
ชายผมน้ำตาลเอนหลังพิงโซฟาพลางคร่ำครวญอย่างโหยหวนตรงกันข้ามกับสวีเทียนฮ่าวที่เร่งเร้าด้วยความตื่นเต้น“จี้ทิง อย่าไปสนใจหมอนั่นเลย รีบสอนพวกเราต่อเร็วเข้า”
ทว่าตอนนั้นเองจี้ทิงกลับปิดไอแพด แล้ววางปากกาในมือลง “ฉันสอนได้แค่เท่านี้แหละถ้าพวกนายยังอยากเรียนต่อ ก็ไปหาอาจารย์มืออาชีพสอนให้เป็เื่เป็ราวเถอะ”
เขาไม่ใช่พวกที่ชอบสั่งสอนใครเป็นิสัยถ้าวันนี้จางซวี่ไม่เป็ฝ่ายหาเื่ก่อน เขาคงไม่ยอมปริปากพูดมากขนาดนี้อีกอย่างเขาก็ศึกษามาเพียงเท่าที่เห็นเป้าหมายเดิมทีเพียงแค่อยากรู้ว่าเงินสี่ล้านหยวนนั้นหายไปได้อย่างไรไม่ได้คิดจะลงสนามเล่นออปชันจริงจังเสียหน่อย
เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนต่างก็ส่งเสียงแสดงความผิดหวังความกระตือรือร้นที่มีเมื่อครู่พลันมอดดับลงไปกว่าครึ่ง
“เย็นนี้ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ”
เพราะเหตุการณ์ขัดแย้งก่อนหน้านี้ครั้งนี้จึงไม่มีใครกล้ารั้งจี้ทิงไว้ทำได้เพียงเอ่ยปากว่าหวังจะคบค้าสมาคมกันต่อในวันหน้า
จี้ทิงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเขาเพียงกล่าวลาเรียบๆ แล้วผลักประตูห้องรับรองออกไป
“ยินดีรับใช้ครับ/ค่ะ ท่าน!”
เสียงต้อนรับที่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงทำให้จี้ทิงชะงักไปเล็กน้อยเขาเหลือบเห็นพนักงานเสิร์ฟยืนเรียงแถวกันเป็ระเบียบ
คนเหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องและผู้จัดการก็สั่งห้ามไม่ให้ไปไหน พวกเขาจึงต้องยืนรออยู่ตรงนี้จนถึงตอนนี้เอง
จังหวะที่เขากวาดสายตามองไปพนักงานเสิร์ฟที่อยู่ท้ายแถวคนหนึ่งก็รีบหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดพยายามอาศัยแผ่นหลังของคนข้างหน้าช่วยบดบังตัวเองไว้
จี้ทิงไม่คุ้นเคยกับสถานที่ประเภทนี้และไม่รู้ว่าควรจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร จึงทำเพียงพยักหน้าให้ตามมารยาท
“จี้ทิง รอก่อน!” จางซวี่วิ่งตามออกมา
จี้ทิงรักษาระยะห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย“มีธุระอะไรอีก?”
สีหน้าของจางซวี่ดูขัดเขินเขาเลียริมฝีปากเบาๆ “คือว่า...ความจริงที่พวกเราเรียกนายมาวันนี้ มันมีเหตุผลอยู่นะ”
“เหตุผลอะไร?”
จางซวี่ขยับเข้ามาใกล้“เมื่อหลายวันก่อนหลี่เซ่ามาเที่ยวที่นี่แล้วไปเจอพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกับหลิงซีมาก พวกเราก็เลยคิดว่า...คิดว่าจะทำให้นายเซอร์ไพรส์น่ะ”
เซอร์ไพรส์งั้นเหรอ?จี้ทิงขมวดคิ้วมุ่นเขาพยายามจะขุดรากถอนโคนต้นเหตุของความยุ่งยากอยู่แท้ๆ แต่คนพวกนี้กลับคิดจะส่ง‘ตัวแทน’ มาให้เขาถึงที่เนี่ยนะ
เมื่อเห็นสีหน้าของเขาจางซวี่ก็ลูบหน้าตัวเองแก้เก้อ “เื่นี้พวกฉันคงคิดตื้นไปหน่อยฉันรู้ว่านายรักหลิงซีมาก พนักงานเสิร์ฟแค่คนเดียวคงไม่...”
“ฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรให้เขาแล้ว”
สิ้นประโยคนั้นพนักงานเสิร์ฟที่อยู่ท้ายแถวพลันเงยหน้าขึ้นทันทีเขามองจี้ทิงนิ่งค้างด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
จางซวี่เองก็ตกตะลึงจนพูดตะกุกตะกัก“นาย... นายว่ายังไงนะ”
“สรุปคือเื่ในอดีตมันผ่านไปแล้ว พวกนายก็ลืมมันไปให้หมดเถอะ” จี้ทิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึก ก่อนจะหันไปพูดกับจางซวี่“ความจริงนายเองก็มีพร์นะ ถ้าไม่อยากถูกพ่อแม่ทอดทิ้งอีกก็อย่าปล่อยให้ชีวิตมันสูญเปล่าไปมากกว่านี้เลย”
จางซวี่ยืนนิ่งอึ้งเป็รูปปั้นอยู่ตรงนั้นกว่าจะรู้สึกตัว อีกฝ่ายก็เดินจากไปเสียแล้ว
จี้ทิงกลับมาถึงตระกูลจี้ใน่เย็น
เขาเดินจากโรงจอดรถขึ้นไปยังชั้นหนึ่งเดิมทีเขาตั้งใจจะไปหาน้ำดื่มที่ห้องอาหารทว่าพ่อบ้านกลับรีบเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเร่งรีบ
“คุณชายรองครับ คุณชายใหญ่กลับมาแล้ว แถมเขายังรู้ด้วยว่าคุณแอบออกไปเที่ยว”
จี้ทิงนิ่งเงียบไปสองวินาที“เขาโกรธเหรอ?”
“ก็ไม่ได้ถึงขั้นรุนแรงหรอกครับแต่ผมรู้สึกว่าอารมณ์ของคุณชายใหญ่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เอาเป็ว่าคุณลองไปหาเขาก่อนดีไหมครับ?”
เมื่อพิจารณาถึงสภาพจิตใจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของจี้เยี่ยนจื๋อแล้วจี้ทิงคิดว่าเลี่ยงการปะทะได้เป็ดีที่สุด “เขาอยู่ที่ห้องหรือเปล่า?”
“พอกลับมาถึงก็ตรงไปที่สวนเลยครับ”
จี้ทิงเดินไปยังสวนตามที่พ่อบ้านบอกเขาเห็นจี้เยี่ยนจื๋อยืนหน้านิ่งอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้บนศีรษะยังมีใบไม้ติดอยู่ใบหนึ่ง
จี้ทิงสาวเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะหยุดยืนเว้นระยะห่างไว้สามเมตรเขานึกถึงคำเตือนของพ่อบ้านจึงเปิดฉากสนทนาก่อน “วันนี้ผมออกไปกับพวกสวีเทียนฮ่าวมาครับ”
ต่อการยอมรับสารภาพอย่างตรงไปตรงมานั้นจี้เยี่ยนจื๋อกลับไม่แม้แต่จะชายตามามอง “ไปทำอะไรมา”
[เื่ที่ไปสอนหนังสือในคลับแบบนั้น ถ้าขืนบอกไปมีหวังจี้เยี่ยนจื๋อได้ะเิอารมณ์หนักกว่าเดิมแน่]
คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อกระตุกวูบสอนหนังสือ... ในคลับเนี่ยนะ สอนวิธีเสเพลหรือสอนวิธีทำตัวว่างงานไปวันๆ กันแน่?
เขาหันขวับมามองจี้ทิงแต่อีกฝ่ายกลับปริปากพูดเพียงสั้นๆ ว่า “ไปเที่ยวครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไรก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปมองที่เดิม
ปกติแล้วจี้ทิงควรจะเดินหนีไปทันทีแต่เมื่อเห็นใบหน้าคมดุดันของจี้เยี่ยนจื๋อ เขาก็เริ่มวิเคราะห์ตามสัญชาตญาณ :[สีหน้าแบบนี้ของแทสเมเนียน ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับอารมณ์โกรธแฮะ]
“จี้ทิง” น้ำเสียงของจี้เยี่ยนจื๋อพลันขรึมลงจนน่ากลัว
แววตาของจี้ทิงฉายแววงุนงง: [คิ้วกดต่ำ อกกระเพื่อมไหวอย่างชัดเจน... อ้าว ทำไมจู่ๆ ก็โกรธขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?]
จี้เยี่ยนจื๋อชะงักไปครู่หนึ่งไอ้เ้าบ้านี่มันมีปัญหาทางจิตหรือไง ทำไมต้องมานั่งศึกษาหน้าตาของเขาด้วยทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้หาคำตอบจี้ทิงก็หมุนตัวจะเดินกลับเข้าบ้านตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
“หยุดนะ!”
จี้ทิงหยุดก้าวตามคำสั่งแต่ยังไม่ยอมหันหลังกลับมาจนกระทั่งจี้เยี่ยนจื๋อเป็ฝ่ายเดินมาประจันหน้ากับเขาเอง
“ฉันจะถามนาย” เขาพูดพลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์“สองสามวันมานี้ นายเห็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทรงกลมบ้างหรือเปล่า?”
“ไม่เห็นครับ”
[หุ่นยนต์ดูดฝุ่นไม่มีหรอก มีแต่แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่ง]
แทสเมเนียนหมายเลขหนึ่ง?ดวงตาคมลึกของจี้เยี่ยนจื๋อหรี่ลงเล็กน้อยมีชื่อคำว่าแทสเมเนียนพ่วงมาด้วย... ดูท่าไอ้ ‘หมายเลขหนึ่ง’ที่ว่านี่คงหนีไม่พ้นเื่ที่เกี่ยวข้องกับเขาแน่ๆ
เขาแสร้งทำเป็นิ่งเฉยพลางถามด้วยน้ำเสียงเ็าต่อไป “คิดดูดีๆว่าเคยเห็นจริงไหม ถ้ากล้าโกหกฉันละก็ เตรียมตัวไว้ได้เลย”
จี้ทิงตอบเรียบๆ“ไม่ได้โกหก ไม่เคยเห็นครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อจ้องหน้าเขาอยู่สองวินาทีก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเคร่งขรึมตามเดิม “ช่างเถอะกลับไปได้แล้ว”
หลังจากจี้ทิงเดินจากไปได้ไม่นานจี้เยี่ยนจื๋อก็สั่งให้คนไปตามพ่อบ้านมาพบ
“่นี้นอกจากเื่เรียนพิเศษแล้ว จี้ทิงได้ทำอะไรอย่างอื่นอีกไหม?”จี้เยี่ยนจื๋อขยายความเพิ่ม “อย่างเช่นพฤติกรรมแปลกๆหรืออะไรที่เขาไม่เคยทำมาก่อน”
พ่อบ้านขมวดคิ้วพลางพยายามนึกย้อนกลับไป“เอ... ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกตินะครับ่นี้คุณชายรองทำตัวว่าง่ายมากเขาจะลงมาข้างล่างพร้อมกับคุณครูสวีแค่ตอนกินข้าวเที่ยงเท่านั้นเวลาที่เหลือก็อุดอู้อยู่แต่ในห้องตลอดเลยครับ”
นั่นแหละคือสิ่งที่ผิดปกติที่สุด...ด้วยนิสัยอย่างจี้ทิงเนี่ยนะ จะยอมนั่งเรียนอยู่ในห้องได้ทั้งวันนอกจากว่าฮวงซุ้ยบรรพบุรุษตระกูลจี้จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเท่านั้นแหละ
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเย็นในใจทันใดนั้นพ่อบ้านก็อุทานขึ้นมา “อ้อ คุณชายใหญ่ครับผมนึกเื่หนึ่งออก ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวไหม”
“ว่ามา”
“ประมาณอาทิตย์ก่อนครับ คุณชายรองซื้อเครื่องเกมขนาดใหญ่เข้ามาเครื่องหนึ่งแล้วบอกผมว่าจะใช้ห้องใต้ดินของตึกทิศตะวันตกเป็ห้องสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะแถมยังกำชับว่าห้ามไม่ให้พวกคนรับใช้เข้าไปทำความสะอาดด้วยครับ”