ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 95 ยันต์ดอกไม้ไฟสารภาพรัก

            ยามกลางคืน บนลานในเรือนของอาจารย์ใหญ่หญิงงาม

            “เจ้าอ้วน กลางคืนไม่นอนหรือ? มาหาข้าทำไมเล่า?” อาจารย์ใหญ่หญิงงามเห็นผู้มาเยือน ก็อดกลอกตาไม่ได้

            “ฮ่าๆๆ ข้ามีของดีจะให้เจ้าดู ตามข้ามาสิ!” พูดพลางจูงมือนางออกมาจากในตัวบ้าน

            เมื่อมาถึงลาน อาจารย์ใหญ่หญิงงามมองรอบด้านกลับไม่พบสิ่งใด “ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่?”

            “ฮึๆ อยู่ตรงนี้” พูดจบ อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนเอายันต์ดอกไม้ไฟแผ่นหนึ่งออกมากระตุ้น

            “ฟิ้ว...” ลูกไฟดวงหนึ่งบินขึ้นไป ระเบิดออกกลายเป็นดอกหมู่ตันงดงามดอกหนึ่ง

            “สวยนักเชียว!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามมองอาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนทีหนึ่งแล้วยกมุมปาก ในใจคิด ‘ดูท่าว่าใจเจ้าอ้วนยังมีข้าอยู่นะ ถึงกับตั้งใจซื้อยันต์ดอกไม้ไฟให้เชียวหรือ’

            “หงหงงามที่สุด มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง” ต้วนอิ้งหงเห็นตัวอักษรสีทองบรรทัดนั้นพลันเม้มปากกลั้นยิ้ม

            “เจ้าอ้วนน่าตาย พูดเหลวไหลเก่งนัก!” แม้ปากบ่นอย่างร้ายกาจ แต่ในใจต้วนอิ้งหงยินดีเป็นอย่างยิ่ง

            “ฮ่าๆๆ ข้าพูดจริง ข้าพูดความจริงหรอก!” หลิ่วเทียนฉี เจ้าหนูนี่ฉลาดเสียจริง กระทั่งข้าอยากพูดสิ่งใดกับหงหงก็ล้วนรู้ชัด

            “แค่แผ่นเดียวเองหรือ?” ต้วนอิ้งหงยืนมองที่เดิมอยู่นาน ชำเลืองมองอาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนเหมือนยังดื่มด่ำไม่เต็มอิ่มทีหนึ่ง

            “ไม่ ยังมีอีก” พูดพลางยิงแผ่นที่สองออกมา

            “หงหง วิชาโอสถอันดับหนึ่งในใต้หล้า โลกหล้าไร้เทียมทาน!” ต้วนอิ้งหงกะพริบตา เป็นคำพูดที่เหมาะกับนางดีนัก

            อาจารย์ใหญ่อ้วนเห็นต้วนอิ้งหงมีใบหน้ายิ้มแย้มก็หัวเราะ “ในใจข้า หงหงนั้นสวยที่สุด ร้ายกาจเป็นที่สุด!”

            “เฮอะ รู้ก็ดี! ยังมีอีกไหม?”

            “มี ยังมีอีกแผ่นหนึ่ง แผ่นสุดท้ายแล้วล่ะ!” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนพูดพลางรีบกระตุ้น

            “ฟิ้ว!” ลูกไฟดวงสุดท้ายบินขึ้นฟ้า

            “หงหง ข้ารักเจ้า แต่งงานกับข้านะ!” ต้วนอิ้งหงจ้องอักษรสีทองชัดกระจ่างบนท้องฟ้ายามราตรีอันเงียบสงัด นางนิ่งอึ้งไป

            เมื่อเห็นตัวอักษร อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนอดหดคอไม่ได้ มุมปากกระตุกไม่หยุดพลางคิด ‘หลิ่วเทียนฉี เจ้าสารเลว ทำไมถึงทำประโยคเช่นนี้ออกมาเล่า นี่จะฆ่าเขาหรือไงกัน?’

            ต้วนอิ้งหงมองท้องฟ้ายามราตรี เนิ่นนาน กระทั่งอักษรเหล่านั้นเลือนหาย ถึงหันมามองอาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนที่ยืนอยู่ข้างกาย

            “เจ้า คิดเช่นนี้มาตลอดเลยหรือ?”

            “ข้า ข้า หงหง เจ้าอย่าโกรธเลยนะ! ข้าผิด! ข้าผิดไปแล้ว!” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของต้วนอิ้งหงอาจารย์ใหญ่อ้วนรีบยอมรับผิด

            มารดา คราวนี้ลำบากข้าแล้ว วันนี้ต้องถูกหงหงอัดยกหนึ่งเป็นแน่ ยันต์ดอกไม้ไฟนี่พึ่งไม่ได้เลย

            เฉียวรุ่ย หลิ่วเทียนฉี เจ้าหนูสารเลวทั้งสอง รอข้าก่อนเถอะ

            “หยวนฉี่!” ต้วนอิ้งหงมองอาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนนิ่งๆ เอ่ยเรียกเสียงเบาคำหนึ่ง

            “หง หงหง ข้า ข้าผิดไปแล้ว ครั้งหน้าข้าไม่จะไม่ทำอีก!” ฮือๆ ทำไมคำเรียกอย่างเจ้าอ้วนถึงไม่เรียกแล้วเล่า คราวนี้ถึงเคราะห์ร้ายหนักแล้วหรือ ทำอย่างไร? ทำอย่างไรดี?

            “...” เห็นท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่าย ต้วนอิ้งหงเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

            “หงหง ข้า ที่วิทยาลัยยุทธ์ยังมีงานอยู่ ข้าไปก่อนนะ!” กลยุทธ์ที่สามสิบหก หนีคือยอดกลยุทธ์ อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนหมุนตัวกลับ คิดจะชิ่งหนี กลับถูกต้วนอิ้งหงดึงแขนไว้

            “หงหง ข้าสำนึกผิดแล้ว! ข้า อื้อๆๆ...” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนยังเอ่ยไม่ทันจบ ต้วนอิ้งหงเอนกายเข้ามาจูบโดยพลัน

            “เจ้า เจ้า...” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนเบิกสองตาโตอย่างตะลึง มองต้วนอิ้งหงที่เข้ามาจูบแล้วนิ่งไป

            “เจ้ารู้ไหม? ข้ารอมาตลอด รอเจ้ามาเอ่ยประโยคนี้กับข้า!” ต้วนอิ้งหงพูดพลางบีบแก้มยุ้ยของอีกฝ่ายเบาๆ

            “ฮ่ะๆๆ เจ้า เจ้าไม่โกรธหรือ?” คิดไม่ถึงเลย นี่ข้าผ่านด่านนางแล้วหรือ?

            “แน่นอน ต้องไม่โกรธสิ ข้ายังคิดอยู่เลยว่าเมื่อไรเจ้าจะมาขอข้าเสียที?”

            “ขอ ขอเจ้าหรือ?” พูด พูดจริงงั้นหรือ หญิงงามอันดับหนึ่งของวิทยาลัยเซิ่งตูจะแต่งกับข้า แต่งกับเจ้าอ้วนอย่างข้า? เรื่องจริงหรือหลอก? ตอนนี้อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนรู้สึกว่าทุกสิ่งตรงหน้าคลับคล้ายว่าตนกำลังฝัน

            “ทำไม หรือที่เจ้าขอข้าแต่งงานนั่นพูดเล่นหรือ?” ใบหน้าของต้วนอิ้งหงบึ้งอย่างโกรธจัด

            “ไม่ๆๆ ไม่ใช่ ข้ารักเจ้า รักจนค่ำคืนนอนไม่หลับ อยากจะแต่งกับเจ้าเสียวันนี้เลยด้วยซ้ำ? แต่ แต่เจ้าเป็นยอดหญิงงาม ทั้งยังหลอมโอสถได้ยอดเยี่ยมอีก ผู้คนมากมายล้วนไล่จีบเจ้า เจ้า เจ้าน่ะหรือจะมาต้องใจข้า?”

            “เจ้าไม่ใช่ข้า เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ต้องใจเจ้าเล่า?” ต้วนอิ้งหงถลึงตา มองเจ้าอ้วนอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย

            จูบก็จูบแล้ว เจ้าหมอนี่ยังกังวลอยู่อีกว่าตนไม่ชอบ ไม่ต้องใจเขา

            “หงหง เจ้า เจ้าเป็นบุปผา!”

            “ถ้าเช่นนั้น ข้าคงอยากปักอยู่บนมูลโคอย่างเจ้า!”

            “เจ้า เจ้าพูดจริงหรือ?” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง

            “เจ้าว่าไงล่ะ?” ต้วนอิ้งหงถลึงตามองท่าทางอืดอาดของอีกฝ่ายอีกครั้ง หยิกหน้าอวบอ้วนอย่างแรงทีหนึ่ง

            “อ๊า อ๊า อ๊า เจ็บ เจ็บนะ!”

            “เจ็บไหม? ไม่ใช่ฝันใช่ไหม?”

            “ไม่ ไม่ใช่!” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนลูบหน้าที่ถูกหยิกจนแดงของตนพลางบอกปฏิเสธ

            “ไปเถอะ!” ต้วนอิ้งหงเป็นฝ่ายจับมือเขา ก้าวเดินเข้าไปในบ้าน

            “ทำ ทำอะไรน่ะ? เจ้าจะอัดข้าอีกยกหนึ่งหรือ?” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนเดินตามอยู่ด้านหลัง เอ่ยอย่างน่าสงสาร

            ต้วนอิ้งหงได้ยินก็กลอกตา “คนโง่ แต่งงานสิ เจ้าบอกว่าวันนี้จะขอข้านี่!”

            “หา?” ได้ยินคำนี้ อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนยืนตะลึงอยู่ที่เดิม เร็วปานนี้เชียว?

            “ทำไม จะหนีอีกแล้วหรือ?” ต้วนอิ้งหงมองเจ้าอ้วนนิ่งอึ้งไป พูดขึ้นอย่างเหนื่อยใจ

            “ไม่ ไม่หนี ไม่หนีแล้ว!” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนพูดพลางอุ้มคนข้างกายขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

            “เจ้าอ้วนน่าตาย ทำอะไรฮึ?” ฉับพลันฟ้าดินพลิกวูบ ต้วนอิ้งหงจึงรีบร้อนกอดคออีกฝ่าย

            “หงหง ข้ารักเจ้า ข้าจะดีกับเจ้า แต่ง แต่งงานกับข้านะ?”

            “อืม!” ได้ยินเขาเอ่ยปากออกมา ต้วนอิ้งหงยิ้มอย่างพอใจ รอมาแปดสิบปี ในที่สุดก็ได้ยินเขาเอ่ยคำนี้กับตนด้วยปากนั้นแล้ว

            “ฮึๆ!” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนเห็นต้วนอิ้งหงพยักหน้าก็วิ่งดุ๊กดิ๊ก อุ้มเข้าไปในห้อง

            หลายวันให้หลัง คนทั้งหมดในวิทยาลัยเซิ่งตูพลันตะลึง เมื่อพบว่าอาจารย์ใหญ่วิทยาลัยโอสถกับอาจารย์ใหญ่วิทยาลัยยุทธ์ผูกพันธสัญญา กลายเป็นคู่ชีวิตกันไปเสียแล้ว!

            .........

            วันหยุด ในห้องหนังสือของหลิ่วเหอ

            “ท่านพ่อ ท่านว่ายันต์ที่ข้าวาดเป็นอย่างไรขอรับ?” หลิ่วเทียนฉีเอายันต์ที่ตนวาดเสร็จส่งไปตรงหน้าบิดาอย่างนอบน้อม

            “อืม ไม่เลว วาดได้ดีมาก!” หลิ่วเหอมองยันต์ที่หลิ่วเทียนฉีวาดก่อนพยักหน้าหลายหนอย่างพึงพอใจ

            “ขอบคุณท่านพ่อที่ชมขอรับ!” เขาก้มหน้าวาดอีกแผ่นหนึ่ง

            “ฉีเอ๋อร์ เดือนนี้เจ้าอยู่ที่วิทยาลัยสบายดีไหม?” หลิ่วเหอมองบุตรชาย เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

            “ท่านพ่อวางใจเถิด อยู่ที่วิทยาลัยเซิ่งตูลูกสบายดี ก่อนหน้านี้ไม่นาน ลูกเพิ่งกราบเป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่อู๋ฉิงแห่งวิทยาลัยยันต์ ตอนนี้เป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่แล้วขอรับ!”

            “อ้อ? กราบอาจารย์แล้วหรือ?” ได้ยินเรื่องนี้ หลิ่วเหอดีใจอย่างยิ่ง

            “ใช่ขอรับ ลูกกราบอาจารย์แล้ว อาจารย์สอนข้าวาดยันต์อย่างตั้งใจ ดีกับข้าอย่างที่สุดขอรับ!”

            แม้อู๋ฉิงจะเย็นชาไปบ้าง แต่ยามสอนวาดยันต์ กลับสอนอย่างตั้งใจทีเดียว นอกจากนี้ ยันต์ป้องกันที่อู๋ฉิงวาดยังยอดเยี่ยมยิ่งกว่าหลิ่วเหอ เพราะอย่างนั้นตอนร่ำเรียน หลิ่วเทียนฉีจึงตั้งใจเป็นพิเศษ

            “ดี ดีแล้ว!” ได้ยินว่าลูกกราบอาจารย์มีชื่อ ได้ร่ำเรียนวิชาเรียบร้อย หลิ่วเหอรู้สึกพอใจนัก

            “หากลูกไม่ได้คำชี้แนะของท่านพ่อคงไม่อาจดึงสายตาของอาจารย์ใหญ่ได้ ฉะนั้น หากพูดถึงความสำเร็จในครั้งนี้ ข้าคิดว่าล้วนมาจากการสั่งสอนของท่านพ่อ ทำให้ลูกได้มีโชควาสนาเช่นนี้ ได้กราบเป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่นะขอรับ”

            “ฮ่าๆๆ ฉีเอ๋อร์ถ่อมตัวเกินไปแล้ว พ่อบอกตั้งนานแล้วว่าพรสวรรค์ด้านยันต์ของเจ้าสูงที่สุด ในวันหน้าเจ้าต้องไร้ขีดจำกัดเป็นแน่ อาจารย์ใหญ่อู๋ฉิงถึงกับรับลูกเป็นศิษย์ คิดดูแล้วคงเป็นเพราะพรสวรรค์ของเจ้า”

            “เพราะท่านพ่อสอนได้ดีต่างหากขอรับ!” หากไม่มีคำชี้แนะจากบิดา มีเพียงพรสวรรค์กับสมองอันชาญฉลาด จะมีประโยชน์อันใดเล่า?

            “เจ้านี่นะ! จริงสิ มีเรื่องหนึ่ง พ่ออยากถามความเห็นของเจ้าสักหน่อย?”

            “อ้อ เรื่องอะไรหรือขอรับ?” หลิ่วเทียนฉีมองบิดาทำหน้าเคร่งขรึมก็อดเลิกคิ้วไม่ได้

            “เป็นเช่นนี้ หลายปีที่ผ่านมาตอนพ่ออยู่ที่เมืองฝูเฉิง พ่อร่วมงานกับหอหมื่นสมบัติมาตลอด หลังจากมาถึงนครเซิ่งตู พ่อก็ยังคงร่วมงานกับร้านหลักของหอหมื่นสมบัติ ยันต์ที่วาดล้วนขายให้ที่นั่น เมื่อสองวันก่อน สหายผู้ฝึกตนจางแห่งหอหมื่นสมบัติมาหาพ่อ เขาชอบยันต์ดอกไม้ไฟที่เจ้าสร้างเป็นอย่างมาก ถามพ่อว่าเจ้ายินดีขายยันต์ดอกไม้ไฟให้พวกเขาหรือไม่ ให้พวกเขาหอหมื่นสมบัติเป็นตัวแทนขายน่ะ”

             “อ้อ เรื่องนี้นี่เอง! เรื่องนี้ท่านพ่อทำสินค้าส่งเองเลยก็ได้ขอรับ ท่านพ่อวาดยันต์ดอกไม้ไฟได้เช่นกันมิใช่หรือ?”

            ตั้งแต่เดือนก่อน หลิ่วเทียนฉีบอกวิธีวาดยันต์ดอกไม้ไฟรวมถึงวิธีฝังตัวอักษรแก่บิดาของตนไปแล้ว

            “ไม่ มันไม่เหมาะสม ยันต์ดอกไม้ไฟนี่เป็นเจ้าสร้างขึ้นมา พ่อจะเห็นแก่ตัว ทำสินค้าส่งให้ผู้อื่นได้อย่างไรเล่า?” หลิ่วเหอคิดว่า ในเมื่อยันต์นี้บุตรชายเป็นผู้สร้าง เช่นนั้นตนยิ่งไม่ควรขายยันต์ลับหลังเขา

            “มีสิ่งใดไม่เหมาะสมกันเล่า? พวกเราพ่อลูกยังต้องแบ่งแยกข้าท่านอีกหรือ?” หลิ่วเทียนฉีพูดเหมือนเป็นเรื่องถูกต้อง

            “ฉีเอ๋อร์!”

            “ตอนนี้ลูกกำลังร่ำเรียนวาดอักขระยันต์ขั้นสามอยู่ ไม่อาจแบ่งเวลาและกำลังมาให้ยันต์ชนิดเดียวได้ ดังนั้น ลูกไม่มีกำลังวาดยันต์ชนิดเดียวมากปานนั้นหรอกขอรับ ท่านพ่อวาดเสร็จแล้วขายให้หอหมื่นสมบัติก็เหมือนกันอยู่ดี!”

            ได้ยินบุตรชายเอ่ยเช่นนี้ หลิ่วเหอถึงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้ พ่อจะทำสินค้าส่งให้หอหมื่นสมบัติ แต่กำไรที่ได้จากยันต์ดอกไม้ไฟจะเป็นของฉีเอ๋อร์ ฉีเอ๋อร์คิดว่าอย่างไร?”

            “ท่านพ่อ?”

            “หากฉีเอ๋อร์ไม่ตกลง ถ้าเช่นนั้นพ่อจะไม่ทำสินค้าส่งให้หอหมื่นสมบัติหรอกนะ!”

            เห็นบิดามีสีหน้าจริงจัง หลิ่วเทียนฉีก็จนปัญญา “ได้ขอรับ ข้าฟังท่านพ่ออยู่แล้ว!”

            “อืม!” ได้รับคำยินยอมจากบุตรชาย หลิ่วเหอพอใจเป็นอย่างมาก

            “ตอนที่ท่านพ่อฝังอักษร ท่านสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทได้นะขอรับ ประเภทหนึ่งเป็นคำอวยพร ฉลองวันเกิดให้ผู้อาวุโส อีกประเภทหนึ่งเป็นถ้อยคำรักคลุมเครือจำนวนหนึ่ง เช่นนี้ช่องทางขายยันต์ดอกไม้ไฟถึงค่อนข้างดี อีกอย่าง พวกเรายังรับสั่งทำได้ด้วย หากเป็นยันต์ดอกไม้ไฟที่สั่งทำรายคน ก็ให้หอหมื่นสมบัติเพิ่มราคาขึ้นได้ขอรับ!”

            “อืม พ่อรู้แล้ว” หลิ่วเหอพยักหน้าเข้าใจ ในใจคิด ‘บุตรชายช่างฉลาดจริงเชียว เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ยังคิดได้ละเอียดเช่นนี้อีก’

            “ท่านพ่อ ข้าว่าพักนี้อันหยางชงชาให้ท่านชำนาญขึ้นทุกทีนะขอรับ”

            “ใช่แล้ว อันหยางเป็นเด็กที่เอาใจใส่ยิ่ง ข้าอยากหาหมอสักคนมารักษาเขา อายุน้อยเช่นนี้กลับไม่อาจฝึกฝนได้ออกจะน่าเสียดายไปสักหน่อย! ฉีเอ๋อร์คิดว่าอย่างไร?”

            ได้ยินอย่างนั้น หลิ่วเทียนฉียิ้มออกมา “ในเมื่อข้ามอบให้ท่านพ่อแล้ว เช่นนั้นทุกสิ่งท่านพ่อตัดสินใจได้เลยขอรับ!”

            “อืม เข้าใจแล้ว!” ในเมื่อบุตรชายไม่คัดค้าน หลิ่วเหอจึงเริ่มคิดหาเวลา หาหมอมารักษาอันหยางเสียหน่อย

            ในนิยายต้นฉบับ หวังอันหยางอายุสิบห้าปีถึงได้ฝึกฝน และคนที่ช่วยเขารักษาชีพจรทิพย์คือพระเอก คิดไม่ถึงเลย คราวนี้ตนเป็นผู้ช่วยเหลือหวังอันหยาง ท่านพ่อกลับคิดอยากรักษาอีกฝ่ายเช่นกัน บางทีนี่อาจเป็นทิศทางของโครงเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้กระมัง?

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199