เพชรชมพู เข้ามานั่งรอฟังบรรยายพิเศษ โดยเลือกที่นั่งใกล้ประตูทางออกที่สุด เพราะหลังจากสัมมนาจบเธออยากจะรีบแจ้นออกไป เธออยากมาแอบมองเฮียโมกข์อีกหน่อยมันเป็ความสุขเพียงอย่างเดียวที่เธออนุญาต ให้ตัวเองได้รับมัน แต่ก็ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่ เพราะการมีตัวตนของเธอไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับชีวิตเขาเลย และอีกอย่างเขาจะคิดว่าเธอและน้องจะหวังเงินทองจากเขาหรือเปล่า เธอไม่รู้เลยว่า 7 ปีนี้ พิโมกข์ยังคิดถึงพวกเธอเหมือนที่เธอและน้องคิดถึงเขาหรือเปล่า
วันนี้คนมาฟังบรรยายเยอะเป็พิเศษ แต่ที่มากเป็พิเศษเห็นจะเป็พวกสาวๆ ซึ่งเธอก็ไม่แปลกใจเพราะ วิทยากรมีคุณสมบัติดึงดูดใจหลายอย่าง แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังเป็แฟนคลับเขาเลย ตอนที่เพชรชมพูเดินเข้ามาในห้องประชุมวิทยากร เข้ามาเตรียมตัวพร้อมแล้วอยู่ที่ชุดเก้าอี้รับแขก บริเวณข้างเวที เพชรชมพูขยับเก้าอี้หลบหลังคนข้างหน้า วิธีพูดของเขาที่เธอคุ้นเคย ชัดเจน เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างเห็นภาพ เธอก้มหน้าจดสิ่งที่เขาพูดออกมาเป็ข้อๆ และ สุดท้าย เขียนคำว่า “คิดถึง” ตาของเธอพร่าเลือน เสียงวิทยากรหยุดพูดกลางประโยค เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมกับที่น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงสมุดโน้ตบนโต๊ะ เธอกำลังสบตากับ “เขา” เขาหยุดสายตาที่เธอแว๊บเดียว ก่อนที่จะค่อยๆ หันมองไปที่อื่นและพูดบรรยายต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางทีเขาอาจจะลืมเธอไปแล้วก็ได้
หลังฟังบรรยายเสร็จเพชรชมพูรีบออกจากห้องเรียน วันนี้เธอมีงานพิเศษ เป็ Extra หรือตัวประกอบ ที่กองถ่ายโฆษณา หลังจากงานกองถ่ายเธอก็ไม่มีงานอื่นอีก วันนี้วันอังคาร เธอจะได้กลับบ้านเร็วไปกินของอร่อยกับนิลภัทร เมื่อวานเธอกลับถึงบ้านดึกยังไม่ได้คุยอะไรกับน้องชายเลย
วันนี้ที่กองถ่ายเป็โฆษณายาสระผม ซึ่งนางแบบหลักคือไฮโซสาว ชมพู่ สิรินทิพย์ ทายาทสาวของคุณสุนันท์นักธุรกิจเ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่ในเมืองไทย บังเอิญเธอและชมพู่มีสีผิว สีผม และทรงผมคล้ายๆ กันเธอจึงได้เป็ แสตนด์อิน ยืนตากแดดแทนเพื่อให้ช่างภาพ และ ช่างไฟใช้เป็จุดอ้างอิงวัดแสง เป็งานที่ต้องใช้ความอดทนมากแดดวันนี้ก็ร้อนเหลือเกิน เธอยืนตากแดดั้แ่บ่ายสองโมงครึ่งจนกระทั่งสี่โมงเย็น หลังจากนั้นก็ต้องรับบทเป็คนเดินผ่านหน้ากล้อง ขนมปังที่เธอรีบกินที่โรงอาหารตอน 11 โมง ก่อนที่จะเข้าฟังบรรยายตอนนี้คงย่อยหมดไม่มีเหลือ เธอเดินไปเดินมาซะจนหิวจนกระทั่งเลิกกองตอนประมาณ 6 โมงเย็น พี่พี่ทีมงานที่กำลังเก็บของ คงสงสาร ดาราปลอมแบบฉันเลยแบ่งข้าวกล่องให้เป็ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว เธอเห็นแล้วก็นึกถึงน้องชาย เลยเก็บไว้ให้เ้านิลกินดีกว่าเธอเดินหิ้วถุงใส่ข้าวกล่องไปยืนรอรถเมล์ ขณะยืนรอรถเมล์ก็เห็น ไฮโซสาว ชมพู่ กำลังขึ้นรถ BMW สีดำสนิท รถเคลื่อนผ่านหน้าเธอไปช้า ๆ เธอก้มหน้าลงมองโทรศัพท์ ที่ตกแล้วตกอีก แตกแล้วแตกอีก แต่ก็ทนทายาท กดโทรศัพท์หานิลภัทร “นิลตอนนี้นิลอยู่ไหนถึงบ้านหรือยัง”
เสียงปลายสายตอบกลับมา “พี่เพชรวันนี้นิลมารับจ้างที่ร้านข้าวต้มหน้าปากซอยบ้านเรานะ พี่เพชรจะกลับหรือยัง เข้าบ้านไปก่อนอย่าลืมลงกลอนแล้วคล้องโซ่ไว้ด้วยนะ อย่าลืมนะ นิลเคาะประตู 2-1-2-1 ถ้าไม่ใช่พี่เพชรอย่าเปิดเชียวนะ ระวัง ไอ้อ้วน ด้วยนะตอนนิลออกมามันอยู่บ้านนะ”
เพชรชมพูตอบกลับ “จ้าพ่อ คุยนานจังเ้าของร้านเขาจะว่าอู้เอานะ” ปีนี้นิลภัทรอยู่ ม.4 แต่เ้าน้องชายก็สูงเอาสูงเอา หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ผิดกับเธอที่ดูเหมือนจะหยุดความสูงไว้ที่ 156 ซม. นิลภัทร ไม่ช่างพูดช่างต่อปากต่อคำเหมือนตอนเด็กเขาโตขึ้นมาก เธอหาเงินส่งน้องชายและตัวเองเรียน ส่วนน้องชายก็คอยปกป้องเธอและทำงานบ้านและเขาเป็เด็กเรียนดีมากเรียกได้ว่าเป็หน้าเป็ตาของโรงเรียนเลยก็ว่าได้ เธอภูมิใจในตัวเขา เพิงหมาแหงนถึงจะเก่าและโทรม แต่ข้างใน เธอกับน้องชายช่วยกันปัดกวาด เช็ดถูสะอาด สะอ้าน เธอถึงบ้านประมาณ สองทุ่ม วันนี้นิลภัทรไม่อยู่เธอรีบกินข้าว อาบน้ำและปิดไฟนอน เพราะเ้าอ้วนที่พูดถึง เป็ลูกลุงคนสวน วัย 35 ปี ที่ทำงานอยู่อู่ซ่อมรถท้ายซอย พักอยู่เพิงหมาแหงนหลังติดกับเธอ เวลาตกเย็นชอบชวนเพื่อนมาตั้งวงกินเหล้า ร้องเพลงเสียงดังรบกวนชาวบ้านแต่แม้แต่พ่อแม่เ้าอ้วนเองก็กลัวความนักเลงใหญ่ของลูกชาย ไม่ว่า ไม่เตือนกัน ถ้าเธอเข้าบ้านหลัง 6 โมงเย็นทุกครั้งนิลภัทรจะต้องออกมารับเธอตรงป้ายรถเมล์ เพราะกลัวเ้าอ้วนจะทำอะไรไม่ดีหรือพูดไม่ดีกับเธอ โชคดีที่ถึงนิลภัทรจะอายุ 16 ปี แต่ก็ตัวสูงมากพอที่จะข่มขวัญเ้าอ้วนได้บ้างบางที
เธอนอนเปิดพัดลมและเล่นโทรศัพท์ ของเธอรอน้องชาย จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังลั่น จนเธอใ คนข้างนอกเป็เ้าอ้วนและเพื่อนๆ ของเขาที่นั่งกินเหล้าเมื่อกี้ตอนเธอเดินมา พวกนี้เห็นเธอเข้าแถมยังเป่าปากพูดจาแทะโลมหยาบคาย เธอทำได้เพียงหยิบมีดและกรรไกรมากอดไว้และนอนเงียบๆ อย่างรอคอยและอดทนจนกว่านิลจะมา หรือไม่ก็จนกว่าพวกเขาจะไป แต่คนเมาก็อึดและทนทานมาก ทั้งถีบประตูทั้งกระชาก ทั้งทุบประตูเสียงดัง นอกจากอดทนเธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เหงื่อไหลเปียกโชกไปทั้งตัวเธอรู้ดีนอกจากนิลภัทรแล้วจะไม่มีใครมาช่วยเธอ จะไม่มีใครมาห้ามเ้าอ้วน เพื่อเธอ เธอกับน้องเคยคิดว่าเราจะออกไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกดีกว่าแต่เงินที่เราทำงานพิเศษกันทุกวันนี้ต้องเก็บเป็ค่าเทอมและค่าอุปกรณ์การเรียน อย่างน้อยที่นี่เธอก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ คนเมาล่าถอยออกไปแล้วเธอผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก แต่เธอก็นอนไม่หลับจนกว่าน้องชายจะมา ไม่เป็ไรเธออดทน เก่ง นะ
วันนี้เป็วันศุกร์ ที่บาร์ที่เธอทำงานคนเยอะมากมีลูกนักการเมืองใหญ่กับกลุ่มเพื่อนมานั่งตรงโซนบริการของเธอ เป็ลูกค้าใหม่ของทางร้านเพราะเธอเองไม่เคยเห็น เป็กลุ่มที่ค่อนข้างเสียงดังและพูดจาตลกแบบหยาบคาย ซึ่งเธอก็พยายามจะเลี่ยง แต่ก็เกิดเื่จนได้ หนึ่งในกลุ่มนั้นเมา พยายามชวนเธอดื่มเหล้าซึ่งถ้าเป็แบบนี้ปรกติเธอจะขอสั่งแก้วใหม่ เพราะจะได้ค่าคอมมิชชั่นและปลอดภัยกว่า ปลอดทั้งยา ปริมาณแอลกอฮอล์อ และรักษาแก้วตนเองยิ่งชีพ จังหวะชนแก้วลูกค้าท้าชนหมดแก้ว เธอก็หมดแก้ว ปรากฎว่าลูกค้าเทเหล้าในแก้วที่ชงแล้วให้เธอดื่มต่อ เธอไม่ดื่มเหล้าที่ไม่ได้ชงเอง หรือไม่ได้ชงจากพนักงานบาร์ของร้าน เพราะมันเสี่ยงเกินไป เธอพยายามขายแก้วใหม่แต่ลูกค้าไม่ยอม กดคอเธอไว้จะให้เธอดื่มให้ได้ จังหวะยื้อแย่งกันแก้วหล่นจากมือลงพื้น ลูกค้าไม่พอใจหาว่าเธอเล่นตัวและดูถูกเขา เขาสาดเหล้าใส่หน้าและด่าเธอหยาบคาย เธอพยายามมองหาตัวช่วยพี่การ์ดของร้านเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ แล้วลูกค้าจะยอมจบถ้าเธอ ยอมดื่มเหล้าในมือเขา และไหว้ขอโทษ ซึ่งพี่การ์ดเองก็บอกเธอไม่ต้องดื่ม แต่เธอก็ไม่อยากให้สถานการณ์แย่ไปกว่าเดิม ก็เลยดื่มไปสองอึก แล้วก็ไหว้ย่อไปหนึ่งที ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ไม่ใช่เลย ดูเหมือนในเหล้าจะมียาเพราะเธอมีอาการเมารุนแรง ร้อนและ กระสับกระส่าย เธอ รีบแจ้งเพื่อนร่วมงาน
พิโมกข์ อาชวิน และ มิสเตอร์มาร์ติน ที่เพิ่งตกลงเซนต์สัญญาซื้อผับแห่งนี้ กำลังเดินลงมาจากชั้นสองของร้านที่เ้าของแบ่งทำเป็ office และห้องพักสำหรับลูกค้าอีกจำนวน 10 ห้อง มีผู้จัดการร้านเดินมาแจ้งมิสเตอร์มาร์ตินว่ามีเด็กโดนลูกค้ามอมยา กำลังจะหารถพาไปโรงพยาบาล พิโมกข์ตั้งใจฟัง หวังว่าจะไม่ใช่คนที่เขาคิดหรอกนะ เขาสะกิด อาชวินไปดูกัน ทันทีที่อาชวินเห็นเด็กที่โดนมอมยาที่นั่งพับเพียบพิงฝาอยู่หลังร้านก็ใตาค้างหันมามองพิโมกข์ที่กำลังจ้องคนที่นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นแบบเครียดๆ คิดในใจ ไม่เคยทำให้สบายใจเลยั้แ่เล็กจนโตป่านนี้ ไม่อยากจะคิดเลย 7 ปี ที่เขาไม่อยู่ข้างๆเธอ เธอดูแลตัวเองแบบไหนกันนะ พิโมกข์ย่อตัวลง ค่อยๆช้อนร่างเล็กๆที่อ่อนปวกเปียกขึ้นกอดไว้แนบอก ก่อนจะก้าวยาวๆ กลับมาที่รถ ทิ้งอาชวินให้คอยอธิบายให้ทุกคนสบายใจ ว่าพิโมกข์กับเพชรชมพูรู้จักกันดี และรีบวิ่งตามกลับมาที่รถ พร้อมกระเป๋าผ้าใส่ชุดนักศึกษาและพวกโทรศัพท์ ที่เพื่อนร่วมงานเธอเก็บมาให้ พออาชวินนั่งรถและคาดเข็มขัดเรียบร้อย ก็หันไปมองคนที่หมดสติอยู่หลังรถ ก่อนจะบอกพิโมกข์ “กูว่าไม่น่าต้องไปโรงพยาบาลนะ เด็กที่อยู่ในเหตุการบอกเพชรจิบเหล้าไปไม่มาก แต่ไม่รู้ว่าโดนยาตัวไหนมา มีหลายตัวอาการต่าง ๆ กันไป มีทั้งหมดสติ ไม่หมดสติแต่จำอะไรไม่ได้ และ มีความ้าในเื่อย่างว่า ยามันออกฤทธิ์ ไม่เกิน 3 ชั่วโมงนะ ” และอาชวินก็อธิบายวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นอีก สองสามอย่างเช่น ถ้าฟื้นให้ดื่มน้ำมากๆ แช่น้ำเย็นจัดๆ แบบน้ำแข็งเทลงไปเลย ก็พอจะช่วยได้ และวิธีสังเกตอาการวิกฤตที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล พิโมกข์ฟังอยู่เงียบๆ อาชวินพูดขึ้น “แล้วมึงจะเอาเื่ไอ้คนทำหรือเปล่า” พิโมกข์ส่ายหน้า “ไม่ต้องหลอกคราวหน้าให้มันมาอีกมึงค่อยจัดการตอนนั้นได้จัดการเื่ยาด้วย กูไม่ชอบให้เอาของแบบนี้มาอยู่ในที่เรานะ ” อาชวินหันมองเพื่อนแล้วก็หลุดหัวเราะขำ พิโมกข์ถาม “ขำเหี้ยไร ครับ”
อาชวินยิ้มแล้วตอบ “มึงต้องขอบคุณไอ้คนวางยานะ ในฐานะกามเทพแผลงศรไง วางยาไว้ให้มึงนะ” พิโมกข์เหล่ตามองเพื่อนรักนิดหนึ่ง “ได้กันตอนเขาเมา เขาไม่ได้สติมันจะฟินตรงไหน เหอะ กูถามคำ”
อาชวินพูด “ ก็จริงของมึง งั้นเอาใหม่คืนนี้กูอวยพรให้มึงเจริญสติไม่ตบะแตกไปซะก่อน”
พิโมกข์ตอบ “กูก็อดทนของกูมาตั้งนานมึงก็รู้”
“เดี๋ยวก่อนแล้วน้องชมพู่นั่นคืออะไร” พิโมกข์ขำคำถามเพื่อนรัก “เดี๋ยวก่อนมึงถามกูในฐานะ เมีย แม่ หรือเพื่อน”
“กูจะได้รู้ว่ากูจะต้องให้ความเป็ธรรมกับผู้หญิงคนไหนของมึงก่อนไง ไม่พ้นกูไกล่เกลี่ยสักที” อาชวินตอบอย่างรู้ชะตากรรมตนเอง
พิโมกข์ตอบบ้าง “กับชมพู่คุยกันแล้ว FWB ! ผู้หญิงที่กูรักมีแค่คนเดียว คนอื่นก็แค่เซ็กส์ ”
อาชวินมองพิโมกข์ “กูว่าเื่ชมพู่ไม่ง่ายว่ะ โมกข์” พิโมกข์ยักไหล่ ไม่แคร์
พิโมกข์อุ้ม ร่างเล็กไปวางในอ่างอาบน้ำเขาเปิดน้ำเย็นจนสุด เทน้ำแข็งจนเกือบจะเต็มอ่าง การที่เขาไม่ถอดเสื้อผ้าเธอออกในตอนแรกเพราะคิดว่าปลอดภัยกว่า ตอนนี้รู้แล้วมันไม่ดีกว่าอย่างที่คิด เพราะเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกน้ำมันกลับเร้าใจได้มากกว่าเดิม เขานั่งลงข้างๆ จัดท่าให้เธอนอนสบายๆ เอื้อมมือไปเสยผมให้พ้นใบหน้าเธอ พิจารณาคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ เค้าหน้าเธอเปลี่ยนจากเด็กสาวหน้ากลมแก้มยุ้ย เป็สาวน้อยหน้าเรียวเล็กริมฝีปากเล็กน่ารักเขาเอื้อมมือไปแตะแผลเป็ที่คิ้วที่เขาเห็น และสะดุดตาั้แ่ตอนที่เป็วิทยากรบรรยายเมื่อวาน ก้มลงกดริมฝีปากลงช้าๆ เฮียโมกข์ขอโทษนะ ปลายขนตาสีทองเล็กๆที่เขารักนัก รักหนากะพริบปริบๆ ในที่สุด เขาก็ได้สบตาสีน้ำตาลคู่นี้ที่เขาคิดถึงมาตลอด 7 ปี แต่สิ่งที่ทำเขาใคือ ร่างเล็กๆตรงหน้าที่โผกอดเขาไว้แน่นพรางบ่นอะไรอู้อี้ที่ข้างหู “เฮียมาหาเพชรอีกแล้วเพชรฝันถึงเฮียโมกข์อีกแล้ว” พิโมกข์ดันร่างน้อยที่ดูยังงุนงง และ งัวเงีย ออกเพื่อจะ…จะ จ้องมองไปที่ลิ้นเล็กๆที่แลบเลียริมฝีปากสีชมพูอย่างเผลอๆ เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ก่อนที่จะยกแก้วน้ำเย็นๆป้อนให้เธอค่อยๆ ดื่ม เขามองตามหยดน้ำที่ไหลลงตามซอกคอและซุกหายเข้าไปในอกเสื้อเชิ้ต พิโมกข์ลมหายใจสะดุด คิดในใจใครกันแน่ที่โดนวางยา ไอ้อาร์ตกูต้องเจริญสติท่าไหนจะผ่านคืนนี้ไปโดยไม่หัวใจวายตายไปซะก่อน
ดูเหมือนคนข้างหน้าจะไม่ให้ความร่วมมือกับความพยายามของเขา อยู่ๆ เธอก็ยันตัวขึ้นนั่งหลังตรง สะบัดผมไปมาข้างหลังพร้อมยกชายเสื้อถอดรวดเดียวแล้วโยนพรวดพราดไปที่มุมห้อง พิโมกข์ร้องเสียงหลง “ เพชร เพชร ใจเย็นๆ” เพชรชมพูหันหน้ามาทางเขาตาปรือ ๆ ท่าทางไร้เดียงสาของเธอ ผิวขาวๆ และ ก้อนเนื้ออวบๆ น่ารักที่ดันเสื้อชั้นในตัวเล็ก ดึงสายตาเขาไว้ “เฮียโมกข์เพชรเป็อะไรไม่รู้ เพชรไม่สบายตัว” เธอพูดพร้อมเอื้อมมือมาดึงมือขวาของเขาไปวางไว้ที่ข้างแก้มแล้วค่อยๆ กดมือเขาลากผ่านต้นคอขาว หน้าอกอวบแล้วลากต่อลงไปหยุดที่ผิวเนื้อสามเหลี่ยมเล็กๆที่ปกคลุมไปด้วยขนบางๆน้อยๆน่ารักพร้อมกับจ้องตาเขาแบบอ้อนวอน “เฮียโมกข์ช่วยเพชรด้วย” พิโมกข์หมดความอดทน ยกมือซ้ายประคองหลังคอบดเบียดริมฝีปากหนาของเขาเข้ากับริมฝีปากเล็กบาง ของเธอพร้อมกับขยับโยกมือซ้ายทำหน้าที่ปลดปล่อยเธอจากความทรมาน เพชรชมพูกระตุกตัว แอ่นตามมือของเขา ครั้งแล้วครั้งเล่า พิโมกข์กดริมฝีปากประกบ บดเบียดริมฝีปากและกลืนกินเสียงสะอื้นด้วยแรงอารมณ์ของคนในอ้อมกอดเขา เธอร้องขอ อ้อนวอนซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เขาเองก็ยินดีทำให้ไม่รู้จักเหน็ด จักเหนื่อย ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นกัน เกือบสามชั่วโมงที่ทั้งสองคนใช้ภาษากายสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดถึงกันและกัน ก่อนที่ร่างเล็กๆของเพชรชมพูจะหมดแรงและหลับพับไปพิโมกข์หยิบผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของคนตัวเล็ก และก้มลงกดจุมพิตลงบนเส้นผมบางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่ออย่างไม่รังเกียจ เขาลุกขึ้นยืนถอดเสื้อผ้าพาตัวเองเข้าห้องน้ำไปจัดการกับความไม่สบายตัวของตนเองเช่นเดียวกัน ภาพคนข้างนอกที่ดิ้นเร่าใต้ฝ่ามือเขาทำเอาเขาเสียเวลาปลดปล่อยตัวเองอีกหลายครั้งก่อนจะออกมาพร้อมผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดเนื้อตัวเธอส่วนที่เปื้อนเปรอะ เธอขยับตัวอำนวยความสะดวกให้ทั้งๆที่หลับตาอยู่พิโมกข์เอาเสื้อยืดของเขาใส่ให้เพชรชมพู เธอตื่นขึ้นมาเดี๋ยวเธอจะใ พิโมกข์นึกอะไรขึ้นได้ เขาเดินไปหยิบกระเป๋าของเธอค้นหยิบโทรศัพท์ยับเยินของเธอขึ้นมากดเปิดหน้าจอเป็รหัสวันเดือนปีเกิดของเธอ ชิ! ยัยเพชรเอ้ย! เดาง่ายชิปเป๋ง ก่อนจะกดโทรกลับสายที่ ไม่ได้รับเป็เกือบสามสิบสาย เสียงปลายสายร้อนรน “พี่ิเพชรอยู่ไหนนิลรออยู่เมื่อไหร่จะกลับบ้าน เป็อะไรหรือเปล่า” พิโมกข์ยิ้มก่อนจะกรอกเสียงตอบกลับไป “สวัสดี ไอ้นิล นี่เฮียโมกข์เอง” เสียงปลายสายเงียบไปสักครู่ก่อนจะตอบกลับมาอย่างจำได้ “เฮียโมกข์พี่เพชรอยู่กับเฮียหรือเปล่าครับ” พิโมกข์เล่าเื่เพชรชมพูโดนวางยาที่ผับซึ่งเขาบังเอิญไปเจอเข้าพอดี แต่บอกแค่ว่าเป็ยานอนหลับให้นิลภัทรไม่ต้องกังวลและใ นิลภัทรถามตะกุกตะกัก กลับมาอย่างลังเลใจ “เฮียโมกข์ไม่ทำอะไรพี่นิลนะครับ?” พิโมกข์ยิ้มถึงเขาจะไม่มั่นใจว่า 7 ปีที่ผ่านมาเพชรชมพูดูแลตัวเองได้ดีแค่ไหน แต่เขากลับมั่นใจว่า นิลภัทรต้องดูแลเพชรชมพูได้ดีกว่าอย่างแน่นอน “ พรุ่งนี้เฮียพาเพชรไปส่งไม่เกินเที่ยง นิลนอนได้เลยไม่ต้องรอ ไม่ต้องกังวลเฮียไม่ทำอะไร เพชรหรอก ถ้า-เขา-ไม่-เต็มใจ” เสียงปลายสายตอบกลับมาทันทีทันได “ไอ้-เฮี่ย-โมกข์” พิโมกข์หัวเราะขำนิลภัทรถ้าไม่ได้ยินคำพูดนี้จากปากนิลภัทรคงนอนหลับไม่สบายใจ เขาใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นก่อนจะสอดตัวเข้าไปกอดคนข้างๆไว้แนบอกคิดว่า พรุ่งนี้เพชรชมพูตื่นขึ้นมาเธอจะพูดอะไรประโยคแรกนะ เขาเอียงหัวคนตัวเล็กซุกซอกคอดึงแขนเธอมาโอบตัวเขาไว้และหลับตาลงสบายใจที่สุดในรอบ 7-8 ปีที่ผ่านมา