The CEOs Gambit ภารกิจหักเหลี่ยมซีอีโอ

    แผนการของเจ้าพ่อชัชวิน

      ประเทศไทย เมืองที่ไม่เคยหลับใหลและเป็นใจกลางของอาเซียน ด้วยทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นักลงทุนข้ามชาติต่างใช้เป็นฐานที่มั่นในการสร้างความมั่งคั่งให้กับธุรกิจ และด้วยความรุ่มรวยทางอาหาร วัฒนธรรม และอัธยาศัยของผู้คนที่เปิดกว้าง ทำให้ที่นี่กลายเป็นแม่เหล็กที่เปลี่ยนการมาเยือนชั่วคราวให้กลายเป็นการร่วมลงทุนในระยะยาว

            ท่ามกลางความพลุกพล่านของย่ายเศรษฐกิจ ตึกสูงระฟ้าท่ามกลางความเจริญที่ขยายตัว บริษัทเหลี่ยมเพชรกะรัตเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของไทย และเป็นผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับไฮเอนด์ ผู้ผลิตไวน์ระดับพรีเมียมที่ส่งออกไปทั่วโลก จนได้รับรางวัล Grand Gold Quality Award หลายปีติดต่อกัน โดยการนำของประธานใหญ่ที่ได้รับขนานนามว่าเจ้าพ่อชัชวิน 

            ฉากหน้าของบริษัทที่หรูหราแห่งนี้เต็มไปด้วยภาพลักษณ์ที่ถูกตกแต่งไปด้วยการทำดีเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ทว่าฉากหลังนั้นกลับเต็มไปด้วยโครงข่ายอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วเอเชีย แต่ก็มีกฎเหล็กที่ถูกตั้งไว้คือไม่แตะต้องสิ่งผิดกฏหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าอาวุธสงคราม 

            และจุดประสงค์หลักของการสร้างเครือข่ายก็คือการควบคุมเส้นทางการขนส่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเก็บค่าคุ้มครองในรูปแบบของค่าสมาชิก ดูแลความปลอดภัยให้กับธุรกิจสีเทาอื่นๆ ในภูมิภาค โดยใช้บริษัทอะเวย์โลจิสติกส์เป็นฉากบังหน้า

            แต่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา กราฟราคาน้ำมันโลกเหมือนคลื่นยักษ์ที่ไม่เคยสงบลงสักครั้ง ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตความไม่มั่นคงทางพลังงาน ทำให้เขาตั้งเป้าหมายใหม่จากการเป็นผู้ตามให้กลายเป็นผู้นำในพลังงานทางเลือก นั่นคือพลังงานไฮโดรเจน

            ในห้องทำงานที่มีแสงจากจอ LED ที่เพิ่งถ่ายทอดสดความยิ่งใหญ่ของโครงการพลังงานระดับโลกในเซี่ยงไฮ้ไปเมื่อครู่ 

            ชัชวิน เจ้าพ่อหนุ่มผู้กุมอิทธิพลมืด นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม ชุดสูทสีดำขลับ ประดับโซ่คล้องปกรูปสี่เหลี่ยมเพชรทอประกายล้อกับแสงไฟ ช่วงไหล่กว้างน่าเกรงขาม และดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เลนส์แว่นสีดำสนิท กดรีโมตปิดหน้าจอ ก่อนที่แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะจะสาดส่องขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เคร่งขรึม และสายตาที่มองตรงไปยังบุรุษที่อยู่เบื้องหน้า... อดิศร รัตนาธาร

            “หลี่หมิงคนนี้แหละครับ คือประธาน CK กรุ๊ป คนที่ทำให้คุณจนตรอกมาถึงทุกวันนี้... ส่วนหยงชางน่ะเหรอ... ก็แค่มดปลวกตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีค่ามากมายอย่างที่คุณคิดหรอกครับ” ชัชวินพึมพำเสียงเรียบ มองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเลา ดวงตาเรียวนิ่งลึก เส้นผมสีดำขลับที่ถูกจัดทรงอย่างประณีตรับกับใบหน้าคมคาย รูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว

            “ที่ผ่านมาทุกคนก็เอาแต่กลัวหยงชาง คิดว่าคนนี้แหละแน่… แต่จริงๆ ก็แค่คนกระจอกคนหนึ่งที่ล้มคนเล่ห์เหลี่ยมอย่างคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ”ชัชวินเอ่ย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยเยาะ

            อดิศรนัยน์ตากระตุกด้วยความแค้นเคือง จ้องมองเจ้าพ่อจิ้งจองที่วางแผนทั้งหมดอย่างแยบยล

            “อย่าบอกว่านี่คือหลุมพรางที่คุณตั้งใจขุดไว้ล่อผมมาตลอด” อดิศรเอ่ยเสียงต่ำ ที่ผ่านมาที่เขาต้องสูญเสียทุกอย่างก็เป็นเพราะแผนการของชัชวินที่ได้วางไว้โดยที่เขาไม่รู้ตัว

            ชัชวินหัวเราะในลำคอแผ่วเบา “อย่าใช้คำว่าหลุมพรางสิครับ มันฟังดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย ในเมื่อผมกำลังยื่นมือมาช่วยให้คุณกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง ควรเรียกสิ่งนี้ว่า…เป็นโอกาสไม่ดีกว่าหรือครับ”ชัชวินตอบกลับด้วยถ้อยคำนุ่มนวล แต่นัยน์ตากลับประกายพราวอย่างเล่ห์เหลี่ยม

             “อย่าลืมสิครับว่าความแค้นของคุณไม่ได้อยู่ที่ผม แต่อยู่ CK กรุ๊ป... เพราะฉะนั้น…มาร่วมมือกับผมเถอะครับ”เขายกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ

            แฟ้มเอกสารสีดำที่ถูกเลื่อนไปตรงหน้าอดิศรอย่างเชื่องช้า

            “CK เข้ามาในเมืองไทยเพื่อกลืนกินความมั่งคั่งของพวกเรา” ชัชวินเอ่ยเสียงทุ้มเข้ม ดวงตาฉายแวววาบวับอย่างนิ่งลึก “แทนที่เราจะเป็นผู้ถูกล่าอย่างในทุกวันนี้ แต่เรามาร่วมมือกันล่าCK กรุ๊ปกันดีกว่านะครับ”

            ดวงตาของอดิศรสั่นสะท้านไปชั่วขณะหนึ่ง ท่ามกลางศักดิ์ศรีที่ถูกท้าทายและความแค้นที่รอการสะสาง ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากร่วมมือกับคนที่เขาเกลียดที่สุด

             มือเรียวเอื้อมไปหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ อย่างฝืนทน

            ชัชวินกระตุกยิ้มอย่างสมใจ รู้ดีว่าเมื่อนักเจรจาผู้ไม่เคยแพ้ ตัดสินใจก้าวลงสู่สนามแห่งเกมแห่งอำนาจครั้งนี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

        อดิศรเปิดแฟ้มสีดำตรงหน้าออกอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเค้นเสียงทุ้มต่ำถามออกไป

            “แล้วผมต้องทำงานนี้คนเดียวหรือครับ”

            ชัชวินกระตุกยิ้มที่มุมปาก จับจ้องมองเหยื่อในกรงขังด้วยความย่ามใจ

            “มีคนที่จะร่วมด้วยกับคุณอีกครับ”

            ชัชวินดีดนิ้ว เป๊าะ! กลางอากาศ

            เสียงส้นเข็มกระทบพื้นออกจากหลังม่าน กึก... กึก... กึก...ก่อนที่ร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏในชุดเดรสสีเข้มขับให้ผิวขาวราวกับน้ำนมให้ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟสลัว เส้นผมสีดำขลับยาวทิ้งตัวลงระบ่าอย่างเป็นธรรมชาติ และใบหน้าสวยเย้ายวนที่ดูลึกลับแต่ก็อันตรายในคราวเดียวกัน

            อดิศรลมหายใจสะดุดด้วยความตกตะลึง... เธอผู้นี้คือสายลับที่เคยเป็นหูเป็นตาให้เขาหลายต่อหลายครั้ง

            แต่ความจริงแล้ว…เธอคืองูพิษที่เป็นคนของชัชวินมาโดยตลอด

            “นี่คุณ...!” อดิศรชี้หน้าเธอด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา“คุณเป็นสายให้คุณชัชวินมาตลอดงั้นหรือ”

            หญิงสาวตรงหน้าสบตา เผยรอยยิ้มเย็นๆราวกับเย้ยเยาะ

            “ยินดีที่ได้พบกับคุณอีกครั้งนะคะ …คุณอดิศร” หญิงสาวเอ่ย หยุดยืนตรงหน้าของเขา

            ชัชวินลอบมองสายของอดิศรก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ ในขณะที่อดิศรแค้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

            “เธอคือนักแฝงตัวที่เก่งที่สุดในประเทศนี้” ชัชวินเอ่ยเนิบๆ พยักหน้าให้หญิงสาว “เธอจะคนที่ดูแลคุณตอนที่อยู่เมืองจีนครับ”

            อดิศรเค้นหัวเราะเยาะหยันให้กับความเขลาของตนเองที่เคยตกเป็นเบี้ยล่างของคนกลุ่มนี้

             “หึ! พวกคุณนี่มันสารเลวดีนะ"อดิศรเอ่ยอย่างเหลืออด กวาดตามองชัชวินและหญิงสาวผู้นั้นอย่างอัดอั้น

            "จะให้เชื่อใจงูพิษงั้นหรือ…ใครมันจะเชื่อลง” เขาถากถางอย่างหัวเสีย

            ขณะที่หญิงสาวเอียงหน้าสบตาแน่นิ่ง “ตราบใดที่คุณอยู่ทีมเดียวกับเรา คุณเชื่อใจฉันได้เสมอค่ะ” เธอเลิกคิ้วสูงทิ้งท้ายด้วยท่าทีเย้ายวน “อ้อ... ฉันขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันโรเซ่... อาชีพนักแฝงตัวค่ะ”

    ..................................................

    Character Profile: เจ้าพ่อชัชวิน
    จากนิยาย : กลลับเจ้าพ่อ

    เส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย ของ"เจ้าพ่อชัชวิน"ต้องผงาดอยู่บนบัลลังก์เลือดอย่างโดดเดี่ยวและเธอสาวworking woman ที่เข้ามาพัวพันกับเรื่องอันตรายของเขา