พอถึงยามโหย่ว จางเฟยอีก็อุ่นโจ๊กอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มีเพียงโจ๊กฟักทองเปล่าๆ ไม่มีฟักทองต้มมาเสริม ตั้งน้ำต้มชาอีกกาหนึ่ง ก็เสร็จเรียบร้อย
จางต้าฉวนไม่นึกว่าหลานสาวจะเตรียมอาหารไว้ให้พวกเขาถึงสองมื้อ ก็ยิ่งกระวนกระวายใจอย่างหนัก ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนจางเฟยอีต้องเอ่ยปลอบ
“ท่านลุงใหญ่ ของเหล่านี้ข้าเสียเงินซื้อมาเสียเมื่อไหร่เล่าเ้าคะ หากท่านลุงใหญ่รู้สึกว่ากำลังเอาเปรียบข้า เช่นนั้นหลังจากนี้ก็ตัดฟืนมาทิ้งไว้ให้ข้าเพิ่มอีกนิดก็ได้เ้าค่ะ ค่าฟืนนี่ข้าจะไม่จ่ายเงินให้พวกท่านนะเ้าคะ”
“ได้เลยเฟยอี พวกพี่จะทยอยเอามาส่งให้เ้าทุกครั้งที่พวกเราไปตัดฟืนกันนะ” เป็จางลี่จิ่นที่ตอบกลับมาแทน
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่ลี่จิ่น”
จางเฟยอีปล่อยให้ทุกคนกินอาหารกันไป ส่วนนางกับจางเฟยเทียนจะรอกินพร้อมกับจางเฟยหรงทีหลัง หลังจากพวกเขากินอาหารกันเสร็จ จางเฟยอีก็นำไหที่บรรจุเครื่องปรุงทั้ง 10 ไห ฟักทอง 2 ลูก ห่อชาอีก 2 ห่อ ออกมาเตรียมให้พวกเขานำกลับไปด้วย เื่นี้ได้คุยกันใน่บ่ายแล้วพวกเขารู้ดีว่าในไหเ่าั้มีอะไร ต่างก็ช่วยกันอุ้มไหเดินกลับบ้านไปด้วยสีหน้าเบิกบาน
ระหว่างทางกลับบ้าน เป็่เวลาที่ชาวบ้านกลับจากการทำงานในนาเช่นเดียวกัน พวกเขาได้ข่าวมาแล้วว่าบ้านสกุลจางแยกบ้านออกจากกันทั้งสามคน เมื่อเห็นว่ากลุ่มสองพี่น้องสกุลจางเดินมาจากทางท้ายหมู่บ้าน นั่นย่อมมาจากบ้านเดิมของภรรยาจางอู่เกินที่มอบให้กับบุตรสามคนของจางต้าเฉิงแน่แล้ว
ยิ่งเห็นว่าบุรุษสกุลจางทั้งห้าคน ต่างก็ถือไหแบกฟักทองลูกโตมาจากทางนั้นด้วย ก็ยิ่งคิดสงสารเด็กทั้งสามจากบ้านสามสกุลจาง
“เฮ้อ!!… น่าสงสารเด็กสามคนนั่นเหลือเกิน บิดามารดาก็มาด่วนจากไป ซ้ำร้ายยังมาถูกลุงแท้ๆ เอารัดเอาเปรียบเอาเสียอีก พวกเขาจะรอดพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้กันอย่างไรนะ” นางเจียวซื่อแสร้งบ่นเสียงดังให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยิน
นางเจียวเจิน หรือเจียวซื่อผู้นี้เดิมทีเป็สตรีที่ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็คิดว่า จะได้ตกล่องปล่องชิ้นกับจางต้าเฉิง บุตรชายคนที่สามของสกุลจาง ไม่ว่าจางต้าเฉิงจะอยู่ที่ไหน ก็มักจะเห็นเจียวซิ่นปรากฏกายออกมาในบริเวณใกล้ ๆกันตลอดเวลา
เป็นางเองที่แอบหลงใหลได้ปลื้มจางต้าเฉิงเพียงฝ่ายเดียวมาตลอด ไม่ว่านางจะเพียรพยายามหาทางใกล้ชิดเขาสักเพียงใด บุรุษผู้นั้นกลับยิ่งหลีกหนีและแสดงท่าทีรังเกียจนางราวกับนางเป็แมลงสาบ จากนั้นเขาก็ไปแต่งสตรีในเมืองเฉินหนงมาเป็ภรรยา นั่นยิ่งทำให้เจียวซิ่นโกรธแค้นจางต้าเฉิง และคนสกุลจางทุกคนเป็อย่างมาก ที่ไม่ยอมมาสู่ขอนาง
หลังจากจางต้าเฉิงแต่งงานแล้ว นางก็เร่งหาบุรุษในหมู่บ้านที่ร่ำรวยกว่าบ้านสกุลจาง แต่งออกไปในทันทีเช่นกัน แต่โชคร้ายสามีของนางเสียชีวิตไปก่อนที่นางจะมีบุตรกับเขาเสียด้วยซ้ำ จางซิ่นผู้ผิดหวังกับความรักถึงสองครั้งสองคราติดๆ กัน จึงได้ครองตัวเป็แม่หม้ายอยู่ดูแลปรนนิบัติแม่สามีเรื่อยมาตลอด
แต่เนื่องจากเป็สตรีหม้ายหากินอย่างอื่นก็ไม่เป็นอกจากทำนา นางก็มักจะถูกข่มเหงดูิ่จากครอบครัวสามีอยู่บ่อยครั้ง นางไม่เคยคัดค้านหรือโต้เถียงกับแม่สามีเลย แต่กลับมาอาละวาดออกฤทธิ์กับชาวบ้านในหมู่บ้านคนอื่น ๆ อยู่เป็ประจำ
เวลานี้คู่แค้นบ้านสกุลจางมีเื่มาให้นางค่อนแคะถึงตรงหน้า เหตุใดพวกเขาจะรอดพ้นจากฝีปากของนางไปได้กันเล่า
“พวกเ้าดูกันเอาเถิด ส่งหลานตัวเองออกไปอยู่ท้ายหมู่บ้าน ไม่เพียงจะหอบข้าวของไปมอบให้พวกหลานๆ กลับหอบกลับมาคนละไม้ละมืออย่างไม่ละอายใจ ข้านี่คิดถูกจริงๆ เลยที่ไม่แต่งเข้าบ้านสกุลจางไป ไม่เช่นนั้นป่านนี้ชีวิตข้าคงต้องเหมือนกับตกนรกทั้งเป็” เจียวซื่อทำทีตบอกรัว ๆ ราวกับตนเพิ่งรอดพ้นจากความตายมาหยกๆ
“นี่เื่จริงหรือต้าฉวน ต้าหลาง เหตุใดเ้าจึงขนของกลับมามากมายถึงเพียงนี้กันเล่า แล้วพวกเด็กๆ บ้านสามจะมีอะไรเหลือกินกันหรือเปล่าล่ะนั่น” นางหูซื่อสตรีสูงวัยคนหนึ่งในหมู่บ้านถามออกมา นางไม่อยากจะเชื่อว่าบุตรชายสองคนของจางอู่เกินจะมีนิสัยเช่นนี้ แต่ที่นางเห็นนี่มันก็อาหารชัดๆ และยังเดินกลับมาจากบ้านที่ยกให้สามพี่น้องนั่นอีก
กลุ่มสตรีหลายคนที่จับกลุ่มเดินกลับมาจากทุ่งนาก่อนพวกบุรุษ ต่างก็ขยับตัวเข้าหากัน ซุบซิบนินทา บุรุษจากบ้านสกุลจางกันเป็แถว
จางลี่เจี๋ยวัย 5 ขวบ กับจางลี่หลินวัย 3 ขวบ นางไม่รู้หรอกว่าท่านป้าท่านยายพวกนี้กำลังคุยอะไรกัน แต่นางทั้งสองคนรู้ดีว่าพี่สาวเฟยอีมอบสิ่งนี้ให้กับท่านพ่อของพวกนาง จึงตอบกลับไป
“พี่สาวให้พวกเรามาเ้าค่ะ พี่สาวยังต้มโจ๊กให้พวกเราอีกด้วยนะเ้าคะ ของพวกนี้ก็ของพี่สาวทั้งหมดเลยเ้าค่ะ” สองเด็กน้อยแย่งกันอวดคนอื่น ๆ ถึงความดีของพี่สาวของพวกนาง โดยไม่รู้เลยว่านั่นกลับเป็คำตอบยืนยันว่าบุรุษจากสกุลจางเอาสิ่งของมาจากบ้านสามจริงๆ
“โอ..ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมีจิตใจต่ำช้าได้ถึงเพียงนี้”
“เวรกรรมของเด็กมันแท้ๆ”
เสียงซุบซิบนินทาที่ไม่เบาเลยแม้แต่น้อยลอยมาให้คนสกุลจางทั้งหมดได้ยินโดยทั่วกัน
จางต้าฉวนและจางต้าหลาง พวกเขาเป็บุรุษจะให้พวกเขามาต่อปากต่อคำกับสตรีพวกเขาก็รู้สึกไม่ดี อีกทั้งภาพที่ทุกคนเห็นตรงหน้ามันก็บ่งบอกชัดเจนอยู่แล้ว ว่าพวกเขานำอาหารกลับมาจากบ้านหลานสาวจริงๆ ก็ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาเร่งฝีเท้านำเด็กหนุ่มทั้งสามให้รีบตามกลับไปให้ถึงบ้านสกุลจางโดยเร็วที่สุด
“เห็นหรือไม่เล่า พวกเขามันพวกจอมปลอมกันทั้งนั้น ข้าพูดความจริงเข้าหน่อยก็อับอายเร่งเดินกลับกันไปแล้ว พวกเราต้องช่วยกันป่าวประกาศออกไปให้มากหน่อย จะได้ช่วยกันดู ไม่เช่นนั้นเด็กสามคนนั่นคงต้องถูกเอาเปรียบจนตายแน่ๆ” เจียวซิ่นไม่ได้คิดเป็ห่วงเด็กสามคนนั้นเท่าไรหรอก แต่หากดึงให้เื่มันใหญ่โตได้ก็จะดีไม่ใช่หรือ
คนกลุ่มใหญ่ยังคงนินทากันต่ออีกสักพักแล้วจึงแยกกันเดินกลับบ้านไป แต่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ พวกเขากลับมีร่างผอมของเด็กชายคนหนึ่ง แอบยืนก้มหน้าน้ำตาไหลอยู่คนเดียว
เด็กชายตัวเล็กนี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็จางเฟยหรงซึ่งวันนี้เขาเห็นว่า ท่านลุงทั้งสองคนและยังมีพี่ชายอีกสามคนต่างก็ไปช่วยทำความสะอาดบ้านของพวกเขาสามพี่น้อง จึงอาสาไปทำงานในทุ่งนาแทน
ถึงเวลากลับบ้านเขารีบเร่งที่จะไปบ้านใหม่อย่างร่าเริง ไม่คิดว่าจะได้เห็นท่านลุงและพวกพี่ชาย เดินหอบข้าวของจำนวนมากสวนทางกลับมา
เขาได้ยินทุกคำที่นางเจียวซื่อพูด ได้ยินท่านยายหูถามลุงของเขาแต่ท่านลุงไม่ตอบ เขาใมากไม่คิดว่าท่านลุงทั้งสองและพวกพี่ชายจะทำเช่นนี้กับครอบครัวของเขาได้เลย
หากพวกเขาต้องอดตายไปจริงๆ ส่วนหนึ่งนั่นก็เป็ความผิดของเขาด้วย ที่ตกลงสนับสนุนให้พี่สาวแยกบ้านออกมา ท่านปู่กำชับเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเขาจะต้องเป็หัวหน้าครอบครัว นี่เพิ่งเป็วันแรกพี่สาวและน้องชายของเขาก็จะไม่ได้กินอาหารแล้วหรือ เขารู้สึกผิดต่อคนทั้งสองจริง ๆ
จางเฟยหรงลากร่างที่หนักอึ้งด้วยความทุกข์ของเขามาจนถึงบ้านใหม่ท้ายหมู่บ้าน เขาสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรั้วผุพังเดินเข้าไปในลานบ้าน
กลิ่นหอมของอาหารบางชนิด ลอยเข้ามาเตะจมูกของเขาอย่างจังทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้ามา เขารีบวิ่งไปหาพี่สาวและน้องชายของเขาทันที
“พี่ใหญ่ น้องเล็ก ทำอะไรกันอยู่หรือขอรับ”
“อ้าว..เฟยหรงกลับมาแล้วหรือ มาๆ รีบมากินข้าวเสียก่อน กำลังร้อนอยู่เลยทีเดียว” จางเฟยอีกวักมือเรียกน้องชายคนรอง
จางเฟยหรงอึ้งตะลึงอยู่พักหนึ่ง ไหนว่าพวกเขาจะไม่มีอาหารกินอย่างไรล่ะ ที่เห็นตรงหน้านี่มีทั้งไก่ ทั้งเนื้อ ไข่ดาวที่มีไข่แดงแวววาวนั่นอีกเล่ามันคืออะไรกัน