จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 30 — เงาสะท้อนในห้องสมุด

    หอสมุดของสำนักชิงเหอเงียบงันในยามสายแสงแดดลอดผ่านบานหน้าต่างกระทบลงบนพื้นไม้สะอาดสะอ้านกลิ่นของหนังสือเก่าและสมุนไพรแห้งจาง ๆ คลุ้งไปทั่ว

    เซียฉินนั่งคุกเข่าอยู่หน้าแผงตำราเล่มใหญ่ในหมวด“พืชสมุนไพรเบื้องต้น” เขากำลังใช้แปรงขนนุ่มทำความสะอาดกระดาษโบราณด้วยมือเบาเส้นผมยาวถูกรวบขึ้นหลวม ๆ ด้วยเชือกป่านสีจางเสื้อคลุมศิษย์ภายนอกเรียบง่ายแต่สะอาดทุกตารางนิ้ว

    “เล่มนี้กล่าวถึงคุณสมบัติของเห็ดม่วงเข็ม…ใช้ลดพิษจากสัตว์อสูรได้ระดับหนึ่ง แต่หากรวมกับรากหอมหิมะจะกลายเป็นยาเสริมลมปราณ…”

    เขาพึมพำพลางลูบหน้ากระดาษอย่างอ่อนโยนตำราทุกเล่มที่ได้แตะต้องล้วนถูกทำความสะอาดเสร็จแล้วอย่างสมบูรณ์ และแน่นอน…ถูก“อ่าน” ไปด้วยเสมอ

    —

    ช่วงบ่ายของวันหนึ่ง
    ในขณะที่เขากำลังจัดชั้น “กระบี่เบื้องต้น” อยู่ที่มุมห้องสมุดนั้นเอง
    เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังใกล้เข้ามา

    เซียฉินเหลือบตามองตามสัญชาตญาณ —เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินผ่าน

    เธอมีผมยาวดำขลับผูกด้วยริบบิ้นสีเงิน ชุดศิษย์ภายนอกธรรมดาแต่สะอาดตาใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาดูเฉียบคมผิดจากคนทั่วไป เธอถือม้วนตำราเพียงเล่มเดียวแล้วเดินไปยังโต๊ะมุมห้องเงียบ ๆ

    “…ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
    “ดูเหมือนศิษย์ภายนอก…แต่กิริยาไม่ธรรมดา”

    เซียฉินสังเกตอยู่เงียบ ๆไม่ได้เข้าไปทัก พอได้ยินเด็กศิษย์อีกคนกระซิบเบา ๆ กับเพื่อน

    “นั่น ‘ซูเหยียน’น้องสาวของ ‘ซูเม่ยหาน’ ศิษย์ภายในระดับสูงแห่งหอทักษะกระบี่!”
    “มีข่าวลือว่า ถึงเป็นแค่ศิษย์ภายนอกแต่พี่สาวของนางหนุนหลังอย่างเต็มที่”

    เซียฉินเพียงแค่มอง...แล้วก้มหน้าทำความสะอาดหนังสือต่อ ทว่าในใจเริ่มจดจำชื่อ ‘ซูเหยียน’ ไว้

    “บางที…อาจต้องเจอกันอีกในภายภาคหน้า”

    —

    ด้านนอกหอสมุด
    บรรยากาศของสำนักในช่วงนี้ดูเงียบเหงากว่าวันแรก ๆ หลังสอบ

    ศิษย์ภายนอกจำนวนมากกระจายตัวไปทำภารกิจ
    แต่บางกลุ่ม — โดยเฉพาะลูกหลานตระกูลใหญ่ —ไม่จำเป็นต้องไปรับงานหนัก

    “เห็นไหมพวกตระกูลหลี่เอาแต้มมาซื้อของกินเล่นกันหน้าตาเฉย”
    “ก็พวกนั้นมีเงินไง แค่ส่งของจากบ้านมา แลกแต้มได้เป็นร้อย”

    กลุ่มลูกคนตระกูลใหญ่บางคนใช้ชีวิตเหมือนพักผ่อนในรีสอร์ท ขณะที่ศิษย์อีกจำนวนมากต้องปาดเหงื่อ ทำความสะอาดกวาดลาน หรือแบกของเพื่องานแลกแต้ม

    แม้แต่เพื่อนร่วมห้องของเซียฉินก็มีบางคนเริ่มเอาแต่พักผ่อนใช้ทรัพยากรของบ้านจนแทบไม่ออกจากห้อง

    ยกเว้น… “ฉู่เหยียน”

    —

    “ข้าจะไปดูแลสัตว์นะ!”
    เสียงของฉู่เหยียนพูดอย่างสดใส ขณะสะพายถังน้ำและถุงหญ้า

    “เจ้าชอบที่นั่นมากขนาดนั้นเลย?”เซียฉินถามขณะเดินผ่าน

    “ข้ารู้สึกสงบเวลาอยู่กับมันน่ะ…แล้วก็…พวกมันฟังข้ามากกว่าคนอีก”
    ฉู่เหยียนหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะวิ่งจากไปในชุดเลอะน้ำ

    —

    อีกฟากหนึ่งของสำนัก

    กลุ่มของหยูซ่ง —แม้เพิ่งรอดตายจากสนามสอบ ก็ยังคงวางท่าทางโอหัง
    เขามักเดินควงไม้กระบี่ พร้อมลูกน้องคอยติดตามอยู่ไม่ห่าง

    และไม่นานก็เกิดข่าวเล็ก ๆในหมู่ศิษย์ภายนอกว่า…

    “กลุ่มของเซียฉินนั่นน่ะ…มีการโกงแน่ๆ!”
    “ได้แก่นอสูรระดับสามตั้งสองก้อน…เป็นไปได้ยังไง?”

    เสียงลือแพร่ไปอย่างรวดเร็วและวันหนึ่ง…

    “ข้าไม่ลืมความแค้นนี้แน่ๆแต่จะให้พี่ข้าช่วยจัดการด้วย” หยูซ่งพูดลอย ๆ กับลูกน้อง พร้อมหัวเราะเบา ๆ

    ว่ากันว่าพี่ชายของหยูซ่งคือศิษย์ภายในที่มีพลังระดับ “ก่อรากปราณขั้นกลาง”และชอบใช้อำนาจกดขี่คนอื่น

    —

    บรรยากาศเริ่มมีความตึงเครียดในเงาแม้ภายนอกจะยังคงดูสงบ

    เซียฉินยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ในหอสมุดทำความสะอาดตำรา
    แอบอ่านทุกเล่มที่พอจะมีประโยชน์ แม้เพียงนิดเดียว