ตอนที่ 3 บทลงโทษ
ฟู่เยี่ยนพยายามกะพริบตาซ้ำ ๆ และในที่สุด ม่านหมอกเ่าั้ที่ปกคลุมดวงตาของเธอก็ค่อยๆ จางหายไป
เธอมองที่หนิวชุ่ยฮวาอีกครั้ง และทันใดนั้นเองเธอก็สามารถมองทะลุผ่านเสื้อผ้าของหนิวชุ่ยฮวาได้ เธอเห็นผ้าเช็ดหน้าสีขาวราวกับหิมะผืนหนึ่งถูกซุกอยู่บริเวณหน้าอกของหนิวชุ่ยฮวาโดยบนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นได้ปักรูปดอกเหมยหลายดอกเอาไว้ พร้อมกับมีคำว่า ‘เหมย’ถูกปักเอาไว้บนนั้นอีกด้วย !
อะไรกัน... นี่คือตาทิพย์อย่างนั้นหรือ ? !
ฟู่เยี่ยนใเป็อย่างมาก
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาที่เธอจะมาใ ทันใดนั้นเองเธอก็ได้แอบเข้าไปดึงแขนเสื้อของหวังซู่เหมยเงียบ ๆ ก่อนจะมองไปที่หน้าอกของหนิวชุ่ยฮวา
ซึ่งด้วยความสัมพันธ์ระหว่าแม่ลูกของพวกเธอ หวังซู่เหมยสามารถเข้าใจได้โดยปริยายเธอรีบพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าไปที่เสื้อของหนิวชุ่ยฮวาและดึงคอเสื้อออกทันที
ทันใดนั้นเองผ้าเช็ดหน้าที่ปักเป็รูปดอกเหมยก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเธอ
นี่มันสินสอดของเธอไม่ใช่หรือ ? หลังจากที่แต่งงานกับฟู่ต้าหย่งแล้วหวังซู่เหมยไม่เคยใช้ของขวัญที่แม่สามีของเธอมอบให้เลย เธอแค่หยิบมันออกมาดูเป็ครั้งคราวให้หายคิดถึงแม่สามีเท่านั้น
“แล้วนี่คืออะไร ? ไหนลองอธิบายมาสิสิ่งนี้มันจะเป็ของเธอไปได้ยังไง !นี่คือของขวัญที่แม่สามีของฉันมอบให้ในวันที่ฉันแต่งงานต่างหากล่ะ ! ”
“ป้าหวัง ป้าดูนี่สิ ป้าเองก็เคยเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มาก่อนไม่ใช่เหรอตัวอักษร ‘เหมย’ ้านั้นคือชื่อของฉันแต่ชื่อของเธอคือหนิวชุ่ยฮวา แล้วผ้าเช็ดหน้าของเธอจะมีคำว่า ‘เหมย’ ได้ยังไงกัน ? ” หวังซู่เหมยชูผ้าเช็ดหน้าของเธอที่ถูกขโมยไปขึ้นมาก่อนจะเดินไปที่ลานบ้าน พร้อมกับส่งมันให้กับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งดู
“ใช่แล้ว มันเป็ฝีมือแม่สามีของเธอจริง ๆ ตอนที่ลูกชายของฉันคลอดแม่สามีของเธอก็ได้ให้ผ้ารัดหน้าท้องกับฉันเหมือนกันและมันก็เป็งานฝีมือที่ประณีตมาก ๆ อีกด้วย”หลังจากที่ดูผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นอย่างละเอียดแล้วป้าหวังก็ได้ยืนยันว่าผ้าผืนนี้เป็ของหวังซู่เหมยจริง ๆ
หนิวชุ่ยฮวาไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งนี้เลยเธอไปเจอผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เข้าโดยบังเอิญและเห็นว่ามันสวยดีก็เลยหยิบมันมาเท่านั้น
เนื่องจากตอนเด็ก ๆ เธอไม่ได้เรียนหนังสือดังนั้นเธอจึงไม่สามารถอ่านตัวอักษรที่เขียนคำว่า ‘เหมย’ บนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออกและไม่คิดเลยว่ามันจะกลายมาเป็หลักฐานชั้นดีแบบนี้ ซึ่งในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้งานฝีมือเย็บปักถักร้อยนั้นก็ถือว่าเป็ทรัพย์สินอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน
“ไอ้หยา ไม่คิดเลยนะว่าหนิวชุ่ยฮวาคนนี้ไม่เพียงแค่ขโมยสามีคนอื่นเท่านั้นแต่เธอยังชอบขโมยของอีกด้วย ไม่ได้การแล้ว ฉันขอกลับบ้านก่อนดีกว่าไม่รู้ว่าที่บ้านของฉันมีอะไรหายไปบ้างหรือเปล่า ! ” ทันใดนั้นเองทุกคนต่างก็พูดถึงเื่นี้ขึ้นมา
หนิวชุ่ยฮวาที่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงแสร้งทำเป็ก้มหน้าลงเพื่อเช็ดน้ำตาจนเผยให้เห็นเนินอกขาวนวลของเธอเล็กน้อยพร้อมกับดวงตาที่แดงเรื่อเนื่องจากการร้องไห้...
ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูมีเสน่ห์นี้จึงทำให้ชาวบ้านบางคนรู้สึกสงสารเธอขึ้นมา “บางทีเธออาจจะเข้าไปทำความสะอาดจริง ๆก็ได้......” ก่อนที่จะพูดจบ เขาก็ถูกภรรยาของเขาทุบตีทันที
“หากมีของมีค่าอยู่ในบ้าน เราก็ควรจะเก็บรักษาเอาไว้เป็อย่างดี คนอื่นจะได้ไม่มาขโมยไปแล้วนี่คุณกำลังมองอะไรอยู่กันแน่ ทำไมต้องมองต่ำขนาดนั้นด้วย ? ” ทันทีที่พูดจบ ผู้หญิงคนนั้นก็บิดไปที่เอวของสามีตนเองอีกครั้ง
เมื่อเื่ขโมยของได้ถูกเปิดโปงแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะมาพูดถึงเื่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้แล้ว
ทันใดนั้นเอง ฟู่เยี่ยนก็ได้เดินเข้าไป ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า“ป้าหนิวคะ เมื่อวานนี้ป้าก็ได้มาที่บ้านของหนูเหมือนกันป้ามาที่นี่เพื่อหาอะไรสักอย่าง และได้ผลักหนูล้มจนศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรงป้าจะอธิบายเื่นี้ยังไงเหรอคะ ! ”
“เธอมันไม่ใช่มนุษย์ ! ”หวังซู่เหมยที่ได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกโกรธมากขึ้นกว่าเดิมผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาเพื่อ้าที่จะขโมยของเท่านั้นแต่ยังทำร้ายลูกสาวของเธอจนได้รับาเ็อีกด้วย ทำไมถึงได้โเี้เช่นนี้ !
“แม่คะ เมื่อวานนี้หนูอ่านหนังสืออยู่ในบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นที่ห้องโถงในตอนแรกหนูคิดว่าพ่อกับแม่กลับมาแล้ว จึงเดินออกไปดูแต่หนูกลับเห็นว่าป้าหนิวกำลังค้นข้าวของในบ้านของเราอยู่หนูก็เลยเดินเข้าไปถามว่าเธอกำลังหาอะไร แต่เมื่อป้าหนิวเห็นหนู เธอก็รีบเดินปรี่เข้ามาหาหนูอย่างไม่พูดไม่จา”
“จากนั้น ป้าหนิวก็ได้ผลักหนูให้ตกจากบันได และหลังจากนั้นหนูก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลยค่ะ”ฟู่เยี่ยนเล่าความฝันของเธอให้กับหวังซู่เหมยฟัง
“เสี่ยวฮั่ว นี่เธอกำลังพูดเื่ไร้สาระอะไรอยู่ก่อนหน้านี่ฉันไม่ได้มาที่นี่เลยนะ ทำไมเธอถึงได้พูดแบบนั้นกันใครสอนให้เธอเป็เด็กขี้โกหกแบบนี้ ! ” หนิวชุ่ยฮวารู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบพูดแก้ต่างออกไปด้วยความร้อนรน
“หนิวชุ่ยฮวา เธอยังกล้าพูดว่าไม่ใช่ความผิดของเธออีกอย่างนั้นเหรอ !เมื่อวานตอนเย็นฉันยังเห็นเธอเดินออกไปจากที่นี่อยู่เลย” เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนจึงได้หันไปมองยังคนที่พูดทันที ก่อนจะพบว่าเป็ป้ากุ้ยหลานเพื่อนบ้านของเธอนั่นเอง
“กุ้ยหลาน เธออย่ามาพูดเหลวไหลนะ ! เมื่อวานนี้ฉันอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหนเลย ซึ่งทุกคนก็เห็น นี่เธอกำลังพยายามใส่ร้ายฉันอยู่อย่างนั้นเหรอ !” หนิวชุ่ยฮวายังคงไม่ยอมแพ้ ก่อนจะเริ่มพูดโกหกอีกครั้ง
“หนิวชุ่ยฮวา เธอคงจะคิดว่าไม่มีใครเห็นสิ่งที่เธอทำสินะโชคดีที่เพื่อนบ้านของฉันเห็นเธอเข้า ! ”
“ได้เลย หนิวชุ่ยฮวา ลูกสาวของฉันเกือบจะมาตายเพราะเธอ แต่เธอยังกล้ามาพูดแบบนี้อีกเหรอ! ” หลังจากพูดจบ หวังซู่เหมยก็ลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาหนิวชุ่ยฮวาทันที
“อย่ามาโกหก หนิวชุ่ยฮวา เธอจะบอกว่าเธออยู่แต่ที่บ้านได้อย่างไรกันมีคนเห็นเธอเดินออกไปจากที่นี่ไม่ใช่เหรอ แค่นี้พยานก็น่าจะแ่าพอแล้วนะ”ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังดูฉากความตื่นเต้นนี้อยู่ก็ได้พูดขึ้นมาทำให้ทุกคนต่างก็พูดคุยกันและได้ข้อสรุปว่าหนิวชุ่ยฮวานั้นผลักเสี่ยวฮั่วจริง ๆ
สุดท้าย ผู้นำหมู่บ้านฟู่เฉิงก็ได้เข้าไปขวางหวังซู่เหมยเอาไว้ ส่วนหนิวชุ่ยฮวาก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุดแต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้ไม่มีใครเห็นใจเธอเลย
แม้แต่ฟู่เฉิงเองก็ไม่ได้หลงกลเธอเช่นกัน “หนิวชุ่ยฮวาเนื่องจากคุณได้ผลักเสี่ยวฮั่วตกจากบันไดดังนั้นคุณจะต้องจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลของเสี่ยวฮั่ว คุณลุงครับช่วยคำนวณค่ารักษาพยาบาลของเสี่ยวฮั่วมาด้วยนะครับ”
ในตอนนี้ ฟู่ต้าหย่งที่เงียบอยู่ข้าง ๆ ก็ถึงกับกำหมัดเอาไว้แน่นแต่หลังจากที่ได้สติกลับมาแล้ว เขาก็ค่อย ๆ คลายมือออก
ฟู่ต้าหย่งลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่ภรรยาของเขาพลางถอนหายใจออกมา “ลืมมันไปเสียเถอะคิดเสียว่าเสี่ยวฮั่วโชคร้ายไปถูกสุนัขกัดเอาก็แล้วกันฉันไม่้าค่ารักษาพยาบาลอะไรหรอก” ทันทีที่พูดจบเขาก็นั่งลงที่เก้าอี้ด้วยสีหน้าที่ดูหงุดหงิด
แม้ว่าฟู่เยี่ยนอยากจะคัดค้านเื่นี้มาก ๆแต่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็พ่อ เธอก็ทำอะไรไม่ได้ !
ทันใดนั้นเอง ชาวบ้านจึงเริ่มซุบซิบกันขึ้นมา“ดูเหมือนว่าฟู่เหล่าชวนจะทำให้ฟู่ต้าหย่งเสียใจไม่น้อยเลยนะแล้วแบบนี้เขาจะยังคุยกับพ่อของเขาได้อยู่หรือเปล่า ? ”
“ถูกต้องแล้ว ฟู่เหล่าชวนไม่ได้สนใจลูกหลานของตัวเองเลยทั้งยังพาตัวปัญหาเข้ามาอยู่ในบ้านอีก ! ” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้พูดขึ้นมาเพื่อปกป้องฟู่ต้าหย่ง
แต่ในฐานะที่ฟู่เฉิงเป็หัวหน้าหมู่บ้าน เขาจึงไม่สามารถคืนคำได้เพราะหากทำแบบนั้น หนิวชุ่ยฮวาจะทำผิดกฎได้อีกในอนาคต
ฟู่เฉิงครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่นี้อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าฟู่ต้าหย่งไม่ยอมรับในคำตัดสินของเขาเขาเองก็พูดอะไรมากไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงพูดออกไปว่า“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะครับ ในเมื่อผมได้ตัดสินเื่นี้ไปแล้วยังไงลุงก็ต้องได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลครับ ! ”
“หนิวชุ่ยฮวา คุณต้องนำเงิน 10หยวนมาให้กับเสี่ยวฮั่วเพื่อเป็เงินชดเชยค่ารักษาและค่าทำขวัญส่วนบทลงโทษสำหรับการลักขโมยนั้น คุณจะต้องไปทำความสะอาดคอกวัวเป็เวลาหนึ่งเดือนเอาตามนี้ก็แล้วกัน” ฟู่เฉิงตัดสินอย่างเด็ดขาดทันที
หนิวชุ่ยฮวาไม่ได้คิดถึงเื่ทำความสะอาดคอกวัวเลยแต่สิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นคือเงิน 10 หยวนต่างหาก เพราะนั่นคือเงินเดือนครึ่งเดือนของฟู่เหล่าชวนเลยก็ว่าได้ !
“ไอ้หยา นี่ฉันถูกกล่าวหาไม่พอ ยังต้องมาถูกผู้นำหมู่บ้านและคนอื่นรีดไถเงินอีกอย่างนั้นเหรอ! ฟู่เหล่าชวนคุณจะรู้หรือเปล่าว่าตอนที่คุณไม่อยู่บ้านภรรยาของคุณกำลังถูกครอบครัวลูกชายคนโตของคุณรังแกอยู่ ! ” หนิวชุ่ยฮวานั่งลงไปกับพื้นพร้อมกับเริ่มโวยวายออกมา
หลังจากที่ตัดสินเื่นี้เสร็จ ฟู่เฉิงก็ไม่ได้สนใจหนิวชุ่ยฮวาอีกต่อไปเขาหันหลังให้กับเธอ ก่อนจะคุยกับฟู่ต้าหย่งต่อ
เมื่อเห็นเช่นนั้น หนิวชุ่ยฮวาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นเท่านั้นอย่างไรก็ตามคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นถือว่าเป็ที่สิ้นสุด เพราะท้ายที่สุดแล้วเื่เงินและข้อมูลพืชผลทางการเกษตรของแต่ละบ้านก็ถูกบันทึกเอาไว้ที่เขา
ทันใดนั้นเอง ฟู่เยี่ยนก็ได้มองไปยังหนิวชุ่ยฮวาที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้นก่อนจะเดินเข้าไปและกระซิบบางอย่างเบา ๆ จากนั้นหนิวชุ่ยฮวาก็รีบลุกขึ้นและเดินจากไปอย่างรวดเร็วซึ่งตอนนี้ก็เป็เวลาพักเที่ยงพอดี เมื่อเื่ราวที่น่าตื่นเต้นได้จบลงแล้วทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไป เพราะตอนบ่ายพวกเขายังต้องไปทำงาน
ฟู่ต้าหย่งเดินไปส่งทุกคนที่หน้าประตูพร้อมกับกล่าวขอบคุณหลี่หงอี้และกุ้ยหลานที่มาช่วยครอบครัวของเขาพร้อมกับนัดเลี้ยงขอบคุณในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อทุกคนกลับไปแล้ว เขาจึงได้ปิดประตูถึงเวลาที่เขาจะต้องซ่อมแซมประตูไม้เก่า ๆ บานนี้ให้แข็งแรงมากขึ้นแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ตามเข้ามาได้ง่าย ๆ
ทันทีที่เขาหันกลับมาก็พบว่าภรรยาและลูกสาวของเขายังคงยืนอยู่ในสนาม เขาจึงได้เอ่ยถามออกไปว่า“มัวยืนทำอะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่เข้าไปข้างในอีกล่ะ”
หลังจากที่พูดจบเขาก็ได้เข้ามาช่วยประคองฟู่เยี่ยนเดินเข้าไปข้างในบ้าน ขณะที่เดินอยู่นั้นเขาก็ถามฟู่เยี่ยนไปว่า “ลูกพูดอะไรกับเธออย่างนั้นเหรอ ? ทำไมเธอถึงได้รีบเดินออกไปเร็วขนาดนั้นกันล่ะ? ”
ฟู่เยี่ยนยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะตอบไปว่า“หนูบอกว่ากับเธอไปว่ามีมดอยู่ที่พื้น และมันก็ได้เข้าไปในกางเกงของเธอแล้วด้วยแค่นี้เองค่ะ”
แต่ในความเป็จริงนั้น เธอได้บอกไปว่าหากหนิวชุ่ยฮวาไม่ยอมกลับไปิญญาคุณย่าของเธอจะตามมาหลอกหนิวชุ่ยฮวาต่างหากล่ะ !