ตอนพิเศษ FIX APP (2) : หาดใหญ่
หาดใหญ่เป็บ้านเกิดของผม พ่อแม่และญาติพี่น้องของผมกับพี่หมีน้ำตาลส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่นั่นแทบทั้งหมด นอกจากจะเป็บ้านเกิดแล้ว ยังเป็ที่ที่ของกินอร่อยมาก ผมหลงรักไก่ทอดเดชา และที่ดีมากคือหอมเจียว ผมสามารถกินหอมเจียวกับข้าวเหนียวเปล่าๆ จนอิ่มได้ นี่ไม่ใช่การไทล์อิน เ้าของร้านน่าจะไม่รู้เื่ด้วยซ้ำ แต่ผมชอบกินมันมากจริงๆ นอกจากนี้ก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านกรหมี่ไก่ที่อยู่ตรงถนนผดุงภักดี กลับมาที่หาดใหญ่ทีไรผมต้องไม่พลาดไปกินสักมื้อให้ได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน และก่อนที่นิยายที่มีผมเป็ตัวเอกจะกลายเป็รีวิวของกินหาดใหญ่ไป ผมจะหยุดเล่าถึงของกินก่อน แต่แค่ชั่วคราวน่ะนะ เอาไว้มีโอกาสผมจะมารีวิวเพิ่มเติมนะครับ
“พี่หมีโทรบอกให้ป๊ามารับแล้วใช่เปล่า” ผมถามขึ้นขณะที่พวกเราเดินอยู่ในสนามบินหาดใหญ่
“บอกแล้ว ม๊าแชทมาบอกว่าใกล้จะถึงแล้ว” พี่สาวผู้ดุเหมือนเสือของผมตอบพลางกดมือถือไปด้วย ครั้งนี้เราไม่ได้มากันแค่สองคนพี่น้องเหมือนอย่างเคย แต่มีผู้ชายตัวสูงติดตามมาด้วย คุณฮิมเดินลากกระเป๋าอยู่ข้างหลังผม เขาดื้อจะตามผมกลับบ้านมาให้ได้ แล้วยังดื้อไม่ยอมเช่าโรงแรมอยู่อีก ยืนยันนั่งยันนอนยันว่าจะนอนที่บ้านผม ซึ่งจริงๆ มันก็มีที่นอน แต่ว่าคุณท่านเขาจะอยู่ได้ไหมนี่อีกเื่นึง
‘ไม่เอา พี่จะนอนบ้านปลาทอง’
‘แต่ว่า...’ แค่ผมอ้าปากจะเถียง เขาก็เอามือมาปิดปากผม
‘ไม่รู้แหละ ไม่งั้นปลาทองต้องไปนอนโรงแรมกับพี่ จะเอาไง’ พอเขายื่นคำขาด ผมก็เลยจำต้องเลือกนอนบ้านตัวเอง แน่นอนคุณฮิมจะต้องมานอนในห้องนอนผม ซึ่งผมก็บอกเขาไว้ก่อนแล้วว่าบ้านผมไม่ได้ใหญ่โตเป็คฤหาสน์แบบบ้านของคุณเขาหรอกนะ แถมยังมีคนอยู่อาศัยกันเต็มบ้าน อาโกสามคน อากงกับอาม่าอีก แล้วก็พ่อแม่ของผม กี่คนแล้วอะ เจ็ด… ผมกับพี่หมีอีกสอง รวมเขาด้วยก็สิบเลย กับการอยู่ด้วยการภายในตึกแถวสี่ชั้นริมถนน
หลังจากเราเอากระเป๋าของคุณฮิมใส่หลังรถ เราสามคนก็ไปนั่งบนเบาะด้านหลังคนขับ รถเก๋งญี่ปุ่นของที่บ้านเราหลังคาไม่สูงนัก คุณฮิมจึงต้องก้มเล็กน้อยตลอดเวลาที่อยู่ในรถ ที่นั่งในรถจะเป็ป๊าอยู่เบาะคนขับ ม๊าอยู่ด้านข้างป๊า แล้วข้างหลังป๊าจะเป็ผมถัดไปเป็คุณฮิมและริมสุดคือพี่หมีน้ำตาล
“ชื่ออะไรนะลูก เห็นปลาทองเค้าบอกแล้วล่ะ แต่ป๊าจำไม่ได้เอง” พ่อของผมเป็ผู้ชายเ้าเนื้อ ตอนหนุ่มๆ แกตี๋เกาหลีมาก แต่โชคร้ายไปหน่อยที่ตอนแกวัยรุ่นเขาไม่ได้ฮิตหนุ่มตี๋ และแม้ตอนนี้จะอายุหกสิบกว่าแล้วแกก็ยังตาหยีเหมือนเดิม
“ฮิมครับคุณพ่อ”
“น้อยๆ หน่อย พ่อฉันไม่ใช่พ่อคุณป้ะ เป็แค่แฟน ไม่ใช่สามี มาเรียกพ่อคนอื่นพ่อได้ไงอะ” พี่หมีปรี๊ดทันที ทั้งรถเลยเกิดเด๊ดแอร์ แต่ม๊าก็ช่วยแก้สถานการณ์ให้คุณฮิม
“หมีนี่ดุตลอดเลยนะ ม๊าน่าจะตั้งชื่อหนูว่าเสืออย่างที่คุณตาบอก” ม๊าหัวเราะอารมณ์ดี บ้านของผมอารมณ์ดีทุกคนครับ มีแค่พี่หมีน้ำตาลนี่แหละที่ไม่รู้ทำไมผ่าเหลาผ่ากอ พี่เหมือนคนไปกินรังแตนมาตลอดเวลา “พ่อฮิมจะเรียกม๊ากับป๊าก็ได้นะจ๊ะ ปล่อยหมีเขาไป เขาหงุดหงิดแบบนี้เสมอแหละจ้ะ”
พี่หมีน้ำตาลหน้าหงิกกว่าเดิม เธอหยิบหูฟังไร้สายของยี่ห้อที่มีชื่อเป็ผลไม้มาใส่ราวกับจะบอกว่าเชิญคุยกันไปเลย เธอไม่คุยด้วยหรอกนะ ผมยิ้มแหยให้คุณฮิม แต่คุณเขาก็ดูกลมกลืนกับพ่อแม่ของผมได้ดี
“ป๊ากับม๊าอยู่หาดใหญ่กันมาตลอดเลยเหรอครับ ผมไม่เคยมาเลย” คุณเขาน่าจะหมายถึงั้แ่โตมา ไม่นับตอนอนุบาลที่ยังไม่ประสีประสา
“ใช่จ้ะ ม๊ากับป๊าเกิดและโตที่หาดใหญ่เลย แล้วก็เจอกัน แต่งงานที่นี่และอยู่นี่ไม่เคยย้ายไปไหนเลย แต่พวกเด็กๆ เค้าขอไปเรียนไปทำงานที่กรุงเทพ แต่ม๊ากับป๊าก็แค่ไปส่ง ไม่เคยไปอยู่ที่นู่นกับเขาหรอกจ้ะ” แม่ของผมพูดพลางหันไปเออออกับป๊า ทั้งสองคนยังรักใคร่กันดีแม้ว่าจะแต่งงานกันมาราวสามสิบปีจนลูกโตทำงานกันหมดแล้วก็ตาม
“อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว เดี๋ยวให้ปลาทองเขาขับรถพาไปเที่ยวสิ หนูนำพี่เขาเที่ยวนะลูก” จู่ๆ ป๊าก็พูดขึ้น ผมเองก็ไม่ติดอะไร ยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น
แต่เอ… ผมลืมบอกเขาไปอย่างนึงอะ แต่ไม่เป็ไรหรอกมั้ง
คืนวันนั้นผมได้นอนห้องเดียวกับคุณฮิมเป็ครั้งแรกในชีวิต เขาเกาะแกะผมตลอดเวลาหลังจากที่ผมล้มตัวลงบนเตียงนอน เดี๋ยวกอดเดี๋ยวหอม ดึงผมไปจูบหน้าผากนี่ก็บ่อย จนผมรู้สึกร่างกายร้อนวูบวาบไปหมดทุกสัดส่วนที่เขาััโดน คุณเขาพูดไม่ขาดปากว่าผมตัวแดงเป็ลูกตำลึงสุกหมดแล้ว
“พี่ฮิมบอกว่าจะไม่ทำอะไรผม...”
“ก็ไม่ได้ทำนี่ครับ” เขายิ้ม แต่มือที่กอดเอวของผมไว้ก็ยังไม่ยอมปล่อย ผมพยายามขืนหน้าตัวเองให้ออกห่าง แต่เขาก็เขยิบตัวตามมา จนผมไม่เหลือที่ให้ขยับแล้ว หลบจนติดขอบเตียงแล้ว
“ไม่ทำที่ไหน ผมหนีพี่ก็ตาม”
“อย่างนี้ไม่เรียกว่าทำอะไรสักหน่อย” สายตาของคุณฮิมฉายแววเ้าเล่ห์ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดเสียว เขาต้องไม่ได้คิดอะไรดีๆ อยู่แน่ๆ แถมยังรั้งเอวผมไว้แน่น
“พี่สัญญาไว้ว่าอะไรครับ” ผมทวงสัญญา เพราะตอนที่จะตกลงอนุญาตให้เขามาที่หาดใหญ่ด้วยกัน ก่อนที่ผมจะตกลงก็ตั้งเงื่อนไขขึ้นมาให้เขายอมรับว่าคุณฮิมต้องห้ามทำอะไรเกินเลยกับผมเด็ดขาดเพราะผมยังไม่พร้อม ซึ่งเขาก็ยอมให้สัญญาโดยดี
“สัญญาไว้ว่าจะยังไม่มีอะไรกับปลาทอง...ถ้าปลาทองยังไม่พร้อม” ความนัยที่ซ่อนไว้ในดวงตาเป็ประกายของเขาทำให้ผมไม่อยากแปลความอะไร ยิ่งกับประโยคท้าย ผมว่ามันก็ทะแม่งๆ อยู่ ตอนที่คุยกันไม่มีอะไรแบบนี้สักหน่อย
“ไม่ใช่ครับ พร้อมไม่พร้อมก็ไม่ได้...” ผมรีบแก้ รู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบ ผมต้องหน้าแดงอีกแล้วแน่ๆ โอย คุณเขารับมือยากจัง ชุดนอนสีกรมเดินด้ายสีขาวตัดที่ดูเนื้อผ้าน่าจะนุ่มนิ่มเหมาะแก่การใส่นอนพอมาอยู่บนตัวสูงๆ ของเขาแล้วก็ยิ่งดูรับมือยากขึ้นอีก สาบเสื้อลึกจนผมเห็นผิวที่โผล่พ้นออกมา ผิวขาวเนียน กล้ามเนื้อก็ดูแน่นมาก แม้จะเป็ผู้ชายเหมือนกันแต่ร่างกายของเขากับผมไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ถึงผมจะผิวขาว แต่กับเื่กล้ามแล้วคืออะไรร่างกายผมไม่เคยรู้จัก
“ก็ได้ ไม่มีก็ไม่มี แต่...” คุณฮิมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมปุบปับ ผมหลบไม่ทัน ริมฝีปากของผมจึงถูกเขาดูดกลืนอย่างโหยหา ิญญาเ้านายจอมเผด็จการผู้อยากได้อะไรก็ต้องได้น่าจะเป็ส่วนหนึ่งของจิติญญาทั้งดวงของเขาไปแล้ว และทั้งที่ไม่ได้ตั้งตัวแต่เพราะผมถูกจูบบ่อยๆ อยู่แล้วก่อนหน้านี้ก็เลยทำให้ผมเผลอจูบตอบเขากลับไปเช่นกัน ลิ้นของเขาอยู่ในโพรงปากของผม คุณฮิมเชี่ยวชาญและช่ำชองเื่จูบมาก ผมแทบลืมไปแล้วว่าเราเคยสัญญาอะไรกัน จินตนาการของผมเริ่มเปิดเปิงไปไกลกว่าที่ควร
เป็โชคดีที่ผมหายใจผิดจังหวะเข้าพอดีจนทำให้หายใจไม่ทัน เป็เหตุให้ต้องประท้วงให้เขาหยุดด้วยการตีไปที่ไหล่เบาๆ สองสามครั้ง คุณฮิมจำต้องยอมปล่อยผมอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาก็ไม่วายขโมยจุ๊บแก้มผมซ้ายขวา ผมไม่อยากคิดเลยว่าถ้าผมไม่หายใจผิดจังหวะ อะไรอะไรมันจะเกินเลยไปถึงไหนกันนะ เพราะจังหวะนั้นสถานการณ์ทุกอย่างช่างชวนเคลิบเคลิ้ม เป็ใจให้เสียตัวเหลือเกินทั้งที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีวันพร้อมในเื่พรรค์นั้นมาก่อน
“น่ารักทั้งตัวเลย พี่อยากขอไปอยู่ที่บ้านด้วยจัง จะกอดจะฟัดทั้งวันเลยคอยดู” คุณฮิมดึงผมไปกอดไว้ แต่มันแน่นไปหน่อยผมเลยต้องดิ้นหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
“เบาครับ หายใจไม่...ออก แอ่ก”
คืนนั้นผมอยู่ในอ้อมแขนของคุณท่านเขาทั้งคืน แน่นอนว่าเขาก็อยู่ไม่ค่อยสุขเท่าไหร่ หอมบ้าง จูบบ้าง จุ๊บบ้าง แต่ก็ยังทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ ผมเคลิ้มหลับไปตอนไหนสักตอน และตื่นนอนทีหลังเขา ตอนที่งัวเงียลืมตาตื่นก็เห็นแฟนหนุ่มกำลังหอมซ้ายหอมขวาแล้วบอกผมว่า “มอร์นิ่งคิสครับเด็กขี้เซา” ตามด้วยจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปาก ผมไม่คุ้นและยังเมาขี้ตาอยู่เลยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรเขาจริงจัง แล้วเพิ่งมานึกเขินเอาตอนกำลังอาบน้ำ ผมว่าเขาจูบผมเยอะเกินไปแล้วนะ ทั้งเมื่อคืนทั้งตอนเช้า...
แล้วไอ้เื่ที่เมื่อวานนี้ที่ผมลืมบอกเขาแล้วคิดเองเออเองว่าเขาจะไม่เป็ไรก็แสดงผลทันทีในวันนั้นตอนที่เราทั้งสองคนลงมาชั้นล่างของบ้าน ผมจัดการเข็นมอเตอร์ไซค์ของอาโกออกมาจอดที่ถนน คุณฮิมเดินตามผมมาสีหน้างงๆ
“เราจะไปเที่ยวกันไม่ใช่เหรอปลาทอง?”
“ใช่ครับ” ผมพยักหน้า ก่อนจะยื่นหมวกกันน็อคที่ผมหยิบติดมือมาให้เขาแล้วไปให้
“แล้วทำไมเราไม่ขึ้นรถ?”
“นี่ไงครับรถ...”
ใช่แล้ว ผมขับเป็แต่รถมอเตอร์ไซค์ และอยู่หาดใหญ่แบบนี้จะขับรถยนต์ไปทำไมให้เปลือง แต่ละที่ไม่ได้อยู่ไกลขนาดนั้น แถมที่หาดใหญ่ก็อากาศดีมากด้วย แต่พอมองสีหน้าของผู้ชายตัวสูงแล้วผมก็รู้ว่าทุกอย่างน่าจะไม่ง่ายอย่างที่ผมจินตนาการเสียแล้ว คุณฮิมหน้าเสียเล็กน้อย
“คือพี่...นั่งมอเตอร์ไซค์ไม่เป็”
ห้ะ…
ผมกับเขาต่างคนต่างเงียบไปพักใหญ่ ขณะที่ดวงตาของผมกะพริบขึ้นลงปริบๆ คุณฮิมในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นที่ผมได้เห็นสภาพแบบนี้ของเขาเป็ครั้งแรกเมื่อเช้าก็ยืนหน้าเกร็งอยู่กับที่
“ฮ่าๆๆๆ อุบ ขอโทษครับ ฮ่าๆ” ผมหัวเราะลั่น ยิ่งเห็นสีหน้าขมวดคิ้วของเขายิ่งตลก ผู้ชายอะไรนั่งมอเตอร์ไซค์ไม่เป็อะ “ฮ่าๆ พี่ครับ มันไม่มีอะไรเลย พี่แค่ยกขาวาดขึ้นมา นั่งคร่อมอะครับ พี่เคยขี่จักรยานหรือขี่ม้ามั้ย แค่นั้นเลย”
คุณท่านเขายืนส่ายหัวไปมา เหลือเชื่อมากที่เขาไม่เคยทำอะไรพวกนั้นเลย แต่ไม่เป็ไร คนเรามันหัดกันได้ ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกแหละ
“มาครับ ขึ้นมาซ้อนครับ จับไหล่ผมก็ได้พี่ฮิม ไปกินข้าวกันดีกว่า ผมจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยว” ร้านกรหมี่ไก่อยู่ในความคิดของผม ผมตบเบาะรถเบาๆ คุณฮิมขยับตัวมายืนยกขาขึ้นๆ ลงๆ อยู่สักพักก่อนจะวาดขาข้ามมาได้อีกฝั่ง มือของเขาข้างหนึ่งเกาะไหล่ของผมแน่น
ผมขำ… เขาน่าจะไม่เคยขึ้นมอเตอร์ไซค์จริงๆ นะเนี่ย
“ใส่หมวกกันน็อคเลยครับ” ผมใส่เสร็จแล้วเลยบอกให้เขาใส่บ้าง
“ยังไงอะ?” คุณฮิมยิ้มแหย ผมขำออกมาแล้วก็ใส่หมวกกันน็อคให้เขา ซีนนี้มันควรเป็ซีนเท่ๆ ของพระเอกรึเปล่า เอ๊ะ หรือว่าเื่นี้ผมเป็พระเอกวะ เขานั่งนิ่งเป็ตุ๊กตาให้ผมใส่หมวกกันน็อครวมถึงกดตัวล็อกที่ใต้คาง
“เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวผมขับช้าๆ ให้นะพี่ฮิม ไม่ต้องเกร็งๆ” ผมยิ้มให้คุณฮิมแล้วหันหน้าตรงไปยังถนน ก่อนจะขับรถออกไป คุณฮิมคว้าเอวของผมไว้ข้างนึง ส่วนอีกข้างวางไว้ที่ไหล่ อีกนิดนึงก็เรียกว่าจิกไหล่ผมได้แล้ว คุณฮิมเขาก็มีด้านที่แตกต่างกับจอมเผด็จการคนเมื่อคืนเหมือนกันนะเนี่ย หรือผมจะลองแกล้งขับเร็วๆ ดูสักที เผื่อจะได้เห็นคุณเขาในสภาพหลุดๆ เอาไงดีน้า?