ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่212 ขอบคุณนะเจมส์

เจมส์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงปลายเตียง เฝ้ามองชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเย็นชาผล็อยหลับไป

ระหว่างนั้นทอยอยู่ด้านนอก คอยตรวจตราไม่ให้เรือลำไหนขับเข้ามาใกล้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จะได้จัดการทันท่วงที

เรือ'AMERIA'ยังจอดแน่นิ่งอยู่บนผืนน้ำกลางทะเล

กลางดึงสงัดแบบนี้มันช่างเปล่าเปลี่ยววังเวง ดูไม่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก

มองเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลัง เม็ดเหงื่อเริ่มผุดไพบนใบหน้าของเจมส์

“นักรบ คุณต้องกลับมาให้ได้นะ!” เจมส์ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าตัว แต่ถึงกระนั้นหากนักรบกลับมาไม่ทันเวลาแล้วเสียชีวิต เขายังสามารถย้อนเวลากลับไปได้ 1 วัน แลกกับอายุขัย 1 ปี

กล่าวด้วยความสัตย์จริงเขาอยากช่วยบลูเบลล์

การเห็นผู้หญิงที่มีจิตใจงดงามตายไปอย่างน่าสิ้นหวังทั้งที่อายุยังน้อย มันเป็นเรื่องเจ็บปวดเหลือเกิน

ทว่าค่าตอบแทนนั้นกลับมหาศาล

ต่อให้ย้อนกลับไปได้เขาก็ต้องตาย หรือถ้าหากให้นักรบเป็นคนทำเจ้าตัวก็ต้องตายเพราะอายุขัยได้หมดลง และถ้าหากมองจากนิสัยของบลูเบลล์ เธอคงไม่อยากเห็นชายคนรักตายเพราะตัวเองเช่นกัน

เจมส์นั่งนิ่งตัวตรง รูม่านตาของเขาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของนักรบ พร้อมกับดูเวลาที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆ

3 นาที...

2 นาที...

1 นาที...

15 วินาที...

2...วินาที

....

“แฮ่ก...”

นักรบตื่นขึ้นมาในสภาพเหงื่อโทรมกาย ร่างกายของเขานอนแผ่หลาอยู่บนเตียงตัวเดิม ก่อนจะหันไปมองชุดวิวาห์สีเลือดที่วางอยู่คู่กัน

เขาเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาซึ่งเป็นของสำคัญขึ้นมาถือ มองดูและพินิจมันอย่างนั้นนานสองนาน

“คุณได้เจอเธอแล้วสินะ”

นักรบเงยหน้าขึ้น ลุกขึ้นนั่งตัวตรง พูดกับชายเจ้าของเรือยอร์ช

“ใช่ผมเจอเธอแล้ว”

“งั้นก็ดีแล้ว เห็นคุณยิ้มได้ผมก็สบายใจ”

“...เธอบอกให้ผมยิ้มบ้างน่ะ”

“อ้อ...”

“หลังจากนี้ผมจะยิ้มให้มากๆ” นักรบเก็บนาฬิกาใส่ไว้ในกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน “เจมส์ ผมขอบใจคุณมากนะ ที่มอบโอกาสนี้ให้กับผม”

ชายหนุ่มตบไหล่อีกฝ่าย “ไม่เป็นไร ยังไงซะเราก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”

“อื้อ...” นักรบยิ้มแล้วเริ่มเปลี่ยนชุด ไม่สิก็แค่ถอดชุดคู่วิวาห์สีเลือดออก

“เจ้านายครับ ดูเหมือนว่าฝนกำลังตก เราจะกลับไปเรือ'เมจิกเชี่ยน'เลยดีไหมครับ” ทอยทำหน้าที่กัปตันเรือหันมาถาม

“ยังก่อน ไม่ต้องรีบ” เจมส์มีน้ำเสียงที่สงบ

ด้วยเรือจากศตวรรษที่ 41 ฝนหรือพายุลมในท้องทะเลก็แค่เรื่องไร้สาระ

นักรบเดินออกมาจากห้อง เขาอยู่ในชุดสูทสีดำเรียบหรู มองดูฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา ใบหน้าเศร้าหมองอย่างไม่อาจควบคุม

เจมส์ไม่ได้ถามคำถาม เขาพอรู้ว่าทำไมนักรบถึงเป็นแบบนี้

นักรบเดินไปที่กราบเรือ ในมือถือดอกกุหลาบสีขาวที่ซื้อมาเมื่อวาน มองผิวน้ำทะเลที่กำลังกระเพื่อมเขายิ้มหน่อยนึง

“ดอกกุหลาบสีขาวที่บลูเบลล์ชอบ ก่อนหน้านั้นพี่ไม่ค่อยชอบกลิ่นของมันเพราะว่าพี่ค่อนข้างแพ้อะไรแบบนี้ แต่เพราะบลูเบลล์ แค่นี้สบายมาก” เขาดมดอกกุหลาบช่อใหญ่ในมือ ใบหน้าที่เคยเศร้าหมองก่อนหน้านั้นเริ่มคลายลง

“บลูเบลล์ พี่จะมาที่นี่ในทุกๆ ปีพร้อมดอกกุหลาบที่บลูเบลล์ชอบ” นักรบยืนอยู่ตรงนั้นและพูดคนเดียว ไม่สิเขากำลังพูดกับคนรักต่างหาก

สุดท้ายนักรบได้วางดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ลงไปในทะเล มองดูกระทั่งมันลอยไปลับตาแล้วจึงหันกลับมา

“ไปกันเถอะ”

เรือ'AMERIA'เริ่มแล่นฉิวกลางทะเลสงัด ไม่นานก็มาถึงเรือสำราญลำใหญ่

คืนนั้นเจมส์ไม่ได้กวนนักรบ เพราะอีกฝ่ายเพิ่งผ่านเรื่องราวยากลำบากมา ต้องการเวลาอีกหน่อยอยู่กับตัวเอง เพียงปล่อยให้เขานอนพักผ่อนให้พอ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน

........

นักรบตื่นขึ้นมาสายโด่ มองเห็นขอบตาสีคล้ำของเขา ดูเหมือนว่าเมื่อคืนคงนอนไม่ค่อยหลับ แต่กระนั้นเจมส์ก็ไม่ได้ถาม เพียงเรียกมานั่งกินข้าว

“วันนี้คุณไม่มีเรียนเหรอ” นักรบถาม

“มี แต่เพราะคุณอยู่ที่นี่ ถ้าหากผมไม่ปฏิบัติให้ดี มีหวังโดนคุณก้องภพดุแย่ว่าไม่ดูแลลูกชายคนโตให้ดี”

“เหอะเหอะ ผมโตแล้วนะ” นักรบส่ายหน้ายิ้มๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าที่เจมส์พูดมานั้นโกหก ความจริงแค่เป็นห่วงเขาเท่านั้น คงกลัวว่าเขาจะเศร้าใจมากไปกว่านี้

“กินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน” เจมส์ปรบมือจากนั้นเดย์และหุ่นกะลาสีก็เริ่มตักข้าว

เมื่ออาหารเข้าปาก นักรบกล่าวขึ้นว่า “อาหารทะเลของคุณสดมาก ถ้าได้กินกับไวน์คงดี”

“...อืมมม งั้นกินกับไวน์ของผม บ่มมาตั้ง 50 ปี คุณคงติดใจใช่ไหมเลยอยากกินอีก”

“ผมไม่ได้พูดสักหน่อย ก็แค่บอกว่าไวน์” นักรบมองบน

“จริงเหรอ ผมให้โอกาสคุณพูดใหม่ เร็วสิหรือว่าคุณอยากจ้องตาผมแบบนี้ ก็ได้นะผมไม่ว่า แต่ถ้าแพ้ต้องจ่าย” เจมส์ขยับเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับมองหน้าอีกฝ่าย ไม่สิจ้องตาต่างหาก แถมยังเป็นการจ้องที่นักรบเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะขบกรามเป็นสันนูน

“ก็ได้! ผมอยากดื่มไวน์ของคุณ” นักรบไม่อยากมองตานั้นานๆ จึงได้เอ่ยออกมา

“ก็แค่นี้ เดย์เอาไวน์มาเปิด” เจมส์ดีดนิ้ว

“ได้ค่ะ” เดย์พยักหน้า หมุนตัวเดินเข้าไปที่บาร์ จากนั้นกลับมาพร้อมกับไวน์ที่ไม่มีฉลาก

เปิดขวดรินใส่แก้ว แค่นั้นกลิ่นหอมก็โชยเข้าจมูก

นักรบหยิบแก้วขึ้นมา ยังไม่ได้ดื่มแบบเมื่อวานหากแต่ดื่มด่ำกับกลิ่นหอมหวานที่ยากจะบรรยายเป็นคำพูด สุดท้ายเขาได้ยกไวน์ขึ้นมาดื่มเบาๆ ท่วงท่าสง่างามและใบหน้าหล่อเหลา

แสงแดดยามนี้กระทบใบหน้าของเขา ดูเพอร์เฟคทุกมุมองค์ศา

“ไวน์ดี มันเรียกว่าไวน์อะไร” นักรบหลับตาลงครู่หนึ่งดื่มด่ำกับไวน์ละมุนละไมแล้วกล่าวถาม

“ยังไม่มีชื่อ” เจมส์ส่ายศีรษะ

“ผมตั้งให้เอาไหม”

“เอ๋...คุณตั้งได้เหรอ ธุรกิจที่บ้านคุณทำหลักๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นี่นา” เจมส์ดื่มของตัวเองแล้วตั้งคำถาม

นักรบพยักหน้า “ใช่ แต่แล้วยังไง ถึงบ้านผมจะทำธุรกิจอสังหาฯ เป็นหลัก เรื่องนี้ก็ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย นอกจากนั้นผมยังดื่มไวน์มาตั้งแต่จำความได้ ไม่สิตั้งแต่คลานออกมาจากท้องแม่”

“เหอะเหอะ ขี้โม้เอ้ย”

“เอ้า...จะพูดแบบนี้ได้ยังไง ทีคุณยังชอบพูดอะไรก็ไม่รู้ ทำไมทีผมถึงไม่ชื่อ” นักรบกระตุกยิ้มมุมปาก

“เพราะใบหน้าของคุณที่จริงจังละมั้ง มันยากที่จะเชื่อ”

“เหรอ...” นักรบหมุนแก้วไวน์ในมือ ตามด้วยกล่าว “bon goût de raisin rouge ผมว่าใช้ชื่อนี้เหมาะกับไวน์ของคุณนะ”

“ชื่อยาวชะมัด”

“ยิ่งยาวสิยิ่งดี”

ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา

นักรบกลับไปตอนบ่าย เขาบอกว่ามีเรื่องที่ต้องจัดการอีกในพัทยา นี่ก็เลยมาหนึ่งวันแล้วจึงไม่สามารถล่าช้าได้ ขอตัวกลับก่อน

เจมส์มาส่งอีกฝ่ายขึ้นฝั่งแล้วกลับไปที่เรือ ระหว่างนั้นแฟนสาวสองคนกลับมาพอดี

เบียร์อยู่ในชุดนักศึกษารัดติ้ว หน้าอกของเธอคู่นั้นมีขนาดใหญ่แทบจะหลุดออกมานอกกระดุมเล็กๆ นอกจากนั้นกระโปรงตัวสีดำยังสั้นมาก นั่งทีแทบจะมองเห็นกางเกงในตัวจิ๋ว

พอมาถึงหล่อนก็เข้ามานั่งข้างๆ แถมยังเอาหน้าอกมาโดนแขน

“มีอะไรหรือเปล่า” เจมส์มองหน้าอีกฝ่ายแล้วอดถามไม่ได้

เบียร์หัวเราะหน่อยนึง “คือว่าที่รัก ช่วงนี้ต้องฝึกงานเบียร์ก็เลย...อยากไปทำงานที่โรงงานแปรรูปของที่รักในสัตหีบ ได้หรือเปล่าคะ”

พวกเขาไม่เคยมีความลับกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจน่ะนะ

ดังนั้นจึงไม่แปลกหากหล่อนต้องการไปที่นั่นเพื่อฝึกงาน

เทอมสุดท้ายก่อนจบทุกคนต้องผ่านการฝึกงาน นั่นคือข้อกำหนดที่วิทยาลัยทั้งหมดในประเทศพึงมี

“ได้สิ” เจมส์พยักหน้ารับ

“ที่รักใจดีจัง” เบียร์หอมทีหนึ่งเพื่อเป็นรางวัล “นอกจากนั้นเบียร์ขอเอาเพื่อนไปด้วยนะ โดยเฉพาะยายหวาน”

“หวาน...” ชื่อนี้ทำให้เจมส์นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันนั้น ยังจำได้ดีที่ห้องน้ำในไร่อุ่นใจ เรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของหญิงสาวคนสวยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ

“ใช่ๆ เจมส์เองก็รู้ว่าพวกเราเรียนอยู่คณะเดียวกัน จะให้ไปฝึกงานที่อื่นก็ไม่ดีใช่ไหม ดังนั้นทำไมถึงไม่ฝึกที่เดียวกันล่ะ แบบนี้ที่รักจะได้สบายใจด้วยไง” เบียร์เริ่มยกเหตุผลมาอ้าง โดยมองว่าเขาอาจหึงหวงหากหล่อนไปอยู่ที่อื่นคนเดียว กลัวว่าจะมีคนเข้ามาจีบ

“ได้สิ ไม่มีปัญหา”

“ที่รักน่ารักจังเลย งั้นเดี๋ยวคืนนี้...จะกลืนทั้งหมดเลยนะ” เธอเลียริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับใช้มือลูบไล้เป้ากางเกงของชายหนุ่ม

เจมส์อมยิ้มมุมปากแล้วตอบสตองด้วยการตีก้นไปหนึ่งที สำหรับสิ่งที่หญิงสาวต้องการสื่อทำไมเขาจะไม่รู้ แค่ทำแล้วปฏิบัติ ไม่เห็นจะยาก

มิวสิคไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ เวลานี้หล่อนเพียงสนุกกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้สองตัวกับอีกหนึ่งคน ไม่สิอีกหนึ่งหุ่นต่างหาก

......

หอพักใกล้วิทยาลัยกุหลาบขาว

หวานที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วอ่านข้อความที่เพิ่งถูกส่งโดยเพื่อนสนิท

ทันทีที่เห็นข้อความ เป็นเรื่องปกติที่หล่อนจะรู้สึกดี

หลังจากตอบข้อความเสียง หวานก็เริ่มทาครีมนอน ในขณะที่บนเรือ'เมจิกเชี่ยน'กำลังคุกรุ่นด้วยเพลิงรัก

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน