ตอนที่ 8
เรือนดอกเสี้ยว
“คุณพ่อ”ปัฐพีใเล็กน้อย เมื่อเขาเปิดประตูห้องออกมาเห็นประพาสมายืนรออยู่ที่หน้าห้องของเขา
ประพาสเปิดยิ้มให้เขาเล็กน้อยอย่างคนรู้ทันความคิดของเขา
“พ่อขอคุยกับปัฐสักครู่จะได้ไหม”
“ครับ”ปัฐพีตอบรับไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก
แล้วทั้งคู่จึงเดินตรงไปยังเก้าอี้ในห้องรับแขกเมื่อประพาสและปัฐพีนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ประพาสเป็ฝ่ายเริ่มพูดก่อน
“ปัฐ!พ่อรักปัฐเหมือนลูกเหมือนหลาน ไม่เคยรังเกียจปัฐเลยแม้นแต่น้อย และพ่อก็ไม่เคยสนใจกำพืดของปัฐด้วยปัฐก็รู้อยู่เต็มอกว่าพ่อหวังอะไรในตัวของปัฐและพ่อหวังมากขนาดไหนพ่อคิดว่าปัฐคงเข้าใจนะว่าพ่อกำลังหมายถึงเื่อะไร พ่อ้าคำตอบจากปัฐพ่ออยากได้คำตอบตอนนี้เลย เพื่อเป็คำมั่นสัญญาที่ปัฐให้ต่อพ่อปัฐจะให้คำตอบกับพ่อเดี๋ยวนี้จะได้ไหม”
ปัฐพีได้แต่นั่งก้มหน้าฟังอย่างเงียบๆ ภายในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าประพาสรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไปแต่เช้ามืด ทั้ง ๆเมื่อคืนก็ถามกับปรางค์สุรางแล้วว่า ประพาสนอนแล้ว
ประพาสเห็นปัฐพีนั่งเงียบดูท่าเหมือนกับจะไม่มีคำตอบอะไรให้กับเขา จึงรุกเร้าปัฐพีต่อเพื่อให้ชายหนุ่มตกปากรับคำกับเขา
“ว่าไงละปัฐ”
“คุณพ่อครับผมขอเวลาอีกสักระยะหนึ่งนะครับ แล้วผมจะให้คำตอบกับคุณพ่อตอนนี้ผมขอทำธุระให้เรียบร้อยก่อนนะครับ กลับมาเที่ยวหน้าผมจะมาให้คำตอบกับคุณพ่อครับ”ปัฐพีหาข้ออ้าง เพื่อให้เขามีเวลาคิดเวลาตัดสินใจอีกสักระยะหนึ่ง
“ปัฐ พ่อถามตรงๆ นะว่าตอนนี้ปัฐมีใครอยู่ในใจหรือเปล่า”
ประพาสถามจี้จุดความรู้สึกของปัฐพีทันทีเพราะเขาเห็นท่าทีอึดอัดใจของชายหนุ่มมีความลังเลอย่างมากคำถามของประพาสถึงกับทำให้ปัฐพีนั่งตัวชาหน้าถอดสียิ่งทำให้ปัฐพีเองก็ไม่รู้จะตอบกลับประพาสอย่างไรดี ถ้าตอบว่า มี ก็ดูจะเป็การทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณของเขาถ้าตอบว่า ไม่มี ประพาสก็จะเร่งเร้าให้เขาจบเื่นี้โดยเร็วอย่างแน่นอนแต่ยังไม่ทันที่ปัฐพีจะตอบคำถามของประพาส เสียงใส ๆ ของปรางค์สุรางก็ดังขึ้นมาแต่ไกล
“นึกว่าจะมาไม่ทันส่งพี่ปัฐเสียแล้ว”เสียงปรางค์สุรางส่งเสียงมาก่อนจะเห็นตัวเธอ
ปัฐพียิ้มอยู่ในใจแล้วหันไปมองทางเ้าของเสียงทันที เขาลอบแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเขาอดที่จะนึกขอบคุณปรางค์สุรางอยู่ในใจไม่ได้ ที่เธอมาขัดจังหวะได้พอดิบพอดีเลย
“ปรางค์คิดว่าจะไม่ทันเสียแล้ว”ปรางค์สุรางพูดย้ำอีกครั้ง เมื่อเธอนั่งลงข้าง ๆ ของปัฐพีแล้ว
“คุณพ่อครับนั้นผมขอกราบลานะครับ” ปัฐพียกมือไหว้ลาประพาสแล้วลุกขึ้นยืนโดยมีปรางค์สุรางเดินเกาะแขนเขาอยู่ข้าง ๆ
“ปัฐ!อย่าผิดสัญญากับพ่อนะ” ประพาสย้ำเื่ที่คุยกันเมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ปรางค์สุรางจะเข้ามาขัดจังหวะ จนการสนทนาของคนทั้งสองต้องหยุดลง
“ครับ”ปัฐพีพยักหน้ารับรู้อย่างช้า ๆ แล้วก็ยกมือไหว้ลาอีกครั้งหนึ่งจึงเดินออกจากตรงนั้นไปโดยมีปรางค์สุรางเดินเคียงข้างไปด้วย
“พี่ปัฐนะไม่รู้ว่าจะรีบกลับไปไหนกันคะ มาแค่เดี๋ยวเดียวเองยังไม่ทันจะหายคิดถึงเลยพี่ปัฐก็กลับแล้วพี่ปัฐจะกลับมาอีกเมื่อไรค่ะ”
“พี่ยังไม่รู้เลยเพราะ่นี้พี่ต้องออกลาดตระเวนอยู่บ่อย ๆ แล้วงานประจำก็ยุ่งมาก”ปัฐพีบอกเื่จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง
“ถ้าคราวนี้พี่ปัฐไปนานเกินไปคอยดูนะปรางค์จะตามไปหาพี่ปัฐถึงที่ทำงานเลยไม่เชื่อก็ลองดู ปรางค์พูดจริง ๆไม่ได้ขู่พี่ปัฐนะ ปรางค์ไม่ได้พูดเล่น ๆ แต่คราวนี้ปรางค์ทำจริง ๆ”
ปัฐพีฟังปรางค์สุรางอย่างเงียบๆ มิได้โต้ตอบกลับไปแต่อย่างใด
“ไม่ใช่พี่ปัฐมัวแต่ยุ่งอยู่กับสาวๆ บนดอยจนลืมปรางค์เสียก็ไม่รู้ ใช่ไหมคะพี่ปัฐ” ปรางค์สุรางค์พูดตัดพ้อกระเง้ากระงอด ประโยคสุดท้ายเน้นถามปัฐพีอย่างตั้งใจ
“พี่ไปนะตาพุ่มจอดรถรอพี่นานแล้ว” ปัฐพีพูดตัดบท แล้วเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว
ตาพุ่มขับรถมาจนถึงสถานีขนส่งปัฐพีขอบใจตาพุ่มที่ขับรถมาส่งตนเรียบร้อยแล้ว ตนเองก็เดินตรงไปซื้อตั๋วรถ จริง ๆแล้วปัฐพีไม่มีธุระหรืองานด่วนอะไรนักหนาหรอก แต่เมื่อเขากลับมาแล้วเจอปัญหาเื่นี้ทีไรทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้าประพาสและปรางค์สุรางเขาเพียงแต่แวะมาดูว่าทั้งสองเป็อย่างไรบ้าง สบายดีไหมเท่านั้นเองหลังจากนั้นเขาก็จะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดหลบไปพักที่ เรือนดอกเสี้ยวซึ่งเป็สมบัติชิ้นแรกที่เขาสร้างขึ้นมา จากน้ำพักน้ำแรงของเขาเองเขามุมานะสร้างขึ้นมาเพื่อเอาไว้เป็ที่หลบพักใจ และหลบหลีกปัญหาที่เขายังแก้ไม่ตกการสร้างเรือนดอกเสี้ยวหลังนี้ ประพาสและปรางค์สุรางยังไม่รู้ว่าเขาแอบมาสร้างเรือนหลังนี้ไว้เพื่อที่เขาจะเอาไว้หลบปัญหาเกี่ยวกับเื่นี้
“คุณปัฐมาแล้ว มาคราวนี้จะพักอยู่ที่นานไหมคะ”ป้าแช่มกล่าวทักเมื่อเห็นปัฐพีเดินตรงเข้ามาหา
“ผมคงจะพักสักประมาณ2-3 วันครับป้า”
“ทำไมมาพักน้อยจังเลยละคะ”เสียงป้าแช่ม ซึ่งเป็แม่บ้านประจำที่คอยดูแลเรือนดอกเสี้ยวถามอย่างสงสัยเพราะปกติทุกครั้งที่มา ปัฐพีจะต้องพักอย่างน้อย 1 อาทิตย์จึงจะกลับ
“ผมเพียงแต่แวะมาเพื่อดูแลความเรียบร้อยว่ายังขาดตกบกพร่องหรือยังขาดเหลืออะไรอีกหรือเปล่า”
“เอ้า!ทุกอย่างป้าก็คอยดูแล ให้จนเรียบร้อยอยู่แล้วนี่คะ ป้าก็ทำความสะอาดทุกวันเลยรับรองว่าได้ว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง” ป้าแช่มรีบพูดด้วยเข้าใจว่าปัฐพีจะต่อว่าแกเกี่ยวกับการทำงานของแก
“เปล่าครับผมไม่ได้หมายความอย่างที่ป้าคิดครับ” ปัฐพีจึงรีบอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าของป้าแช่มสลดลง
“ผมหมายความว่าถ้าผมจะพาใครมาแล้วผมจะไม่ขายหน้าเขา” ปัฐพีอธิบายเป็นัย ๆ ด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ อิ่มเอมใจเมื่อเขานึกถึงหญิงสาวคนนั้น ที่ชื่อนวลเพลิงเขาตั้งใจจะพานวลมาเที่ยวที่เรือนดอกเสี้ยวของเขา
“อ๋อ!คนพิเศษหรือเปล่าคะ ถึงได้เตรียมความพร้อมเสียขนาดนี้” ป้าแช่มอ๋อเสียงยาวแต่แกก็อดที่จะถามไม่ได้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของแก
ปัฐพียิ้มให้ป้าแช่มอย่างเปิดเผยหน้าแดงระรื้อเมื่อได้ยินคำถามของป้าแช่ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับป้าแช่มนอกจากส่งรอยยิ้มที่อ่อนละมุนให้อย่างเดียวเขาหยิบกระเป๋าเดินทางแล้วเดินหายเข้าไปในห้องโดยปล่อยให้ป้าแช่มยืนมองด้วยความเอ็นดูในตัวเขา
ปัฐพีพักอยู่จนครบกำหนดที่เข้าตั้งใจไว้เขาเดินลงมายืนมองเรือนหลังนี้ให้เต็มตาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะกลับเข้าไปในห้องเพื่อจะเก็บข้าวเก็บของที่ติดตัวมาแล้วเตรียมตัวที่จะกลับ
เรือนดอกเสี้ยวเป็เรือนพักหลังไม่ใหญ่นักแต่ก็ไม่เล็กจนเกินไปเป็เรือนที่ปลูกยื่นออกไปที่เชิงผาเตี้ย ๆเบื้องล่างจะมีสายน้ำไหลผ่านซึ่งเป็ลำธารเล็ก ๆ ต้นไม้ที่ล้อมรอบตัวเรือนเต็มไปด้วยต้นดอกเสี้ยวและชมพูภูคาเสียเป็ส่วนใหญ่ซึ่งก็ใกล้จะถึงฤดูออกดอกแล้ว
ปัฐพีนึกถึงหน้าของหญิงสาวที่อยู่ในหัวใจของเขาเขาตั้งใจจะพาเธอมาที่นี่เขาอยากให้เธอได้เห็นเรือนหลังนี้เขาอยากจะร่วมชีวิตกับเธอ อยากอยู่ใกล้ ๆ เธออยากมีความสุขกับเธอ แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดความคิดลงเมื่อปัญหาเก่าที่ยังแก้ไม่ตกแวบเข้ามาในเหลือบของหัวใจแต่มันช่างมีอิทธิพลเหลือเกินมันวิ่งเข้ามาเกาะกุมหัวใจจนกลบพื้นที่ที่มีนวลอยู่เต็มหัวใจของเขาจนหมดจนเขาต้องหยุดฝันหวานลงทันทีทันใด
“แล้วคุณปัฐจะมาอีกเมื่อใดค่ะ”ป้าแช่มถาม เมื่อเห็นปัฐพีเตรียมตัวจะกลับ
“เมื่อดอกเสี้ยวบานครับป้า”ปัฐพีตอบยิ้มอ่อน ๆ อย่างคนอารมณ์ดีเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหน้าของนวล
ทำให้เขานึกไปถึงวันที่เขากับนวลนั่งสนทนากันที่ริมลำธารในวันที่เขาไปหาเธอตอนที่เขากลับมาจากการออกลาดตระเวนตามชายแดนในวันนั้น
“ผมไปก่อนน่ะครับป้าแล้วอย่าลืมที่ผมบอกล่ะครับ” ปัฐพีกำชับป้าแช่มอีกครั้ง
“ไว้ใจป้าได้ป้ารับรองค่ะ ป้าจะทำทุกอย่างที่คุณปัฐสั่งไว้” ป้าแช่มรับคำอย่างหนักแน่น
“ขอบใจครับป้านั้นผมไปก่อนน่ะครับ” ปัฐพีกล่าวลา
“กลับมาแล้วหรือคะคุณปัฐหายไปเสียหลายวันเลยค่ะ” ป้าล้วนถาม เมื่อเห็นปัฐพีกำลังก้าวเท้าขึ้นมาบนเรือน
“ครับป้าน้องนวลอยู่หรือเปล่าครับ” ปัฐพีถามทันทีเมื่อเห็นหน้าป้าล้วนเพราะเขาคิดถึงนวลเหลือเกิน
ป้าล้วนยิ้มให้อย่างเอ็นดูแล้วจึงพูดตอบกลับไป
“อยู่ที่ลำธารหลังเรือนค่ะ”ป้าล้วนตอบ ไม่ทันที่ป้าล้วนจะพูดอะไรต่อไป ปัฐพีก็รีบก้าวเท้าลงเรือนทันทีแต่ก่อนที่เขาจะเร่งฝีเท้า เพื่อที่จะไปยังจุดหมายที่คนรักของเขาอยู่แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณป้าล้วน ก่อนที่เขาจะสาวเท้าอย่างรีบร้อน
“ขอบคุณครับป้า”
ปัฐพีค่อย ๆเดินอย่างเบา ๆ เพื่อไม่ให้นวลรู้ตัว เมื่อเขามาจนใกล้ตัวนวลแล้วปัฐพีจึงเอาฝ่ามือทั้งสองปิดตาคู่งามของนวลแล้วหัวเราะอยู่ในลำคอของเขา
นวลเอามือของเธอมาจับมือทั้งสองของปัฐพีแล้วดึงมือทั้งสองข้างของชายหนุ่มออก แล้วหันมาดูเ้าของมือทั้งสอง
“พี่ปัฐพี่ปัฐจริง ๆ ด้วย พี่ปัฐกลับมาั้แ่เมื่อไรค่ะ”นวลอุทานด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างที่สุด
“ก็พี่ปัฐจริง ๆน่ะซีครับ พี่ปัฐเพิ่งมาถึงแม่ฮ่องสอน พี่ปัฐก็รีบตรงมาหาน้องนวลทันที”ปัฐพีตอบกลับอย่างอิ่มอกอิ่มใจ เมื่อได้เห็นหน้าสาวอันเป็ที่รักของเขา
ปัฐพีเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ของนวล ชายหนุ่มเอามือโอบไหล่ของหญิงสาวไว้ แล้วกระชับให้แน่กว่าปกติ
“นวลคิดถึงพี่ปัฐจังเลยค่ะพี่ปัฐหายไปไหนเสียหลายวันเชียว” นวลบอกถึงความรู้สึกของตน และตัดพ้อเล็ก ๆกับชายหนุ่ม
“พี่ปัฐขอโทษครับ”ปัฐพีกล่าวขอโทษ พร้อมกับกระชับวงแขนของเขาให้แน่เข้าเพื่อเป็การถ่ายทอดความรู้สึกที่มีอยู่ภายในใจของเขา
“พี่ปัฐขอโทษอีกครั้งมันกะทันหันจริง ๆ นั้นพี่ปัฐจะขอไถ่โทษด้วยการพาน้องนวลไปยังเรือนดอกเสี้ยวของพี่ปัฐดีไหมครับ”ปัฐพีบอกแล้วอมยิ้มอ่อน ๆอย่างอิ่มใจ
นวลหันมามองหน้าชายหนุ่มแล้วยิ้มหวานให้เขาเป็การตอบรับแทนคำพูดของเธอ
“น้องนวลหาเวลาว่างสัก4 – 5 วันได้ไหมครับ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมก็ได้ น้องนวลพอจะหาเวลาว่างใน่นี้ไหมครับ”
“นวลขอดูก่อนนะคะนวลจะพยายามจะหาเวลาว่าง ใน่นี้ให้ได้ค่ะ นวลคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหานะคะ”นวลบอกหลังจากทำท่าครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง
“กลับเรือนกันดีกว่าคะนวลออกมานานแล้ว เดี๋ยวป้าล้วนจะเป็ห่วง” นวลกล่าวกับปัฐพี
“ป้าล้วนแกไม่เป็ห่วงหรอกครับเพราะก่อนมาหาน้องนวลที่นี่ พี่ปัฐไปหาน้องนวลที่เรือนแล้วเจอกับป้าแกแกบอกว่าน้องนวลอยู่ที่นี่” ปัฐพีบอกให้นวลฟังเพื่อเธอจะได้ไม่ต้องกังวลใจมากนัก
“อ๋อ! หรือคะ นั้นเราไปกันเถอะคะ”นวลเอ่ยชวน
ทั้งสองคนจึงเดินจากที่ตรงนั้นไปยังเรือนพักของนวลทันที ทั้งคู่เดินคุยกันไปอย่างมีความสุขแต่ภายในใจแวบหนึ่งของปัฐพี อดที่จะคิดถึงคำพูดของประพาสไม่ได้เขาจะทำอย่างไรดีกับปัญหาที่หนักอกอยู่ทุกวันนี้
“มากันแล้วหรือคะป้าว่าจะเดินไปตามให้มาทานข้าวอยู่พอดี หนูนวลกับคุณปัฐนั่งรอป้าที่นี่ก่อนค่ะเดี๋ยวป้าไปเตรียมสำรับอาหารในครัวก่อน”ป้าล้วนทักทันทีเมื่อทั้งสองเดินมาถึงเรือนพักแล้วชี้มือให้เธอและเขานั่งรออยู่ที่เก้าอี้มุมระเบียงของเรือน
ป้าล้วนหายไปไม่นานนักแกก็เดินออกมาจากครัว เดินเข้ามาหาคนทั้งคู่ที่กำลังนั่งคุยกันตามประสาของคนรัก
“ไปทานข้าวกันเถอะค่ะป้าเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ป้าล้วนเอ่ยปากเชื้อเชิญทั้งคู่ให้ไปทานข้าวที่แกเตรียมไว้
“ค่ะป้าพี่ปัฐไปทานเข้ากันเถอะค่ะ” นวลชวนปัฐพีอีกครั้ง
ปัฐพียิ้มให้นวลพร้อมกับส่งสายตาอันอบอุ่นให้กับหญิงสาวจนนวลต้องหลบสายตาด้วยความเขินอาย
แล้วทั้งสามก็พากันเดินหายเข้าไปในห้องครัว
“ป้าล้วนจะไปไหนคะ”นวลถามเมื่อเห็นทีท่าของแก กำลังจะเดินออกไปจากโต๊ะกินข้าว
“ป้าจะไปหน้าเรือนค่ะ”ป้าล้วนตอบ
“ทานข้าวกับนวลก่อนซีคะทานเสร็จแล้วป้าล้วนค่อยไปทำธุระนะคะ” นวลเอ่ยปากชวน
ป้าล้วนมีท่าทีเกรงอกเกรงใจเก้ ๆ กัง ๆ จนนวลต้องพูดอีกครั้ง
“นวลเคยบอกกับป้าล้วนแล้วว่าเราจะอยู่กันแบบญาตินวลไม่เคยคิดว่าป้าล้วนเป็คนอื่นเลยค่ะ”นวลย้ำคำพูดที่เคยบอกกับป้าล้วนไว้
“นั่งทานด้วยกันเถอะครับป้าเราก็คนเหมือนกัน ป้าไม่ต้องคิดมากหรอกครับ นั่งตรงนี้เลยครับ”ปัฐพีบอกแล้วลุกขึ้นไปดึงตัวป้าล้วนให้มานั่งลงบนเก้าอี้
“ป้าขอขอบคุณคุณทั้งสองที่ไม่คิดรังเกียจคนอย่างป้า” ป้าล้วนบอกด้วยความตื้นตันใจที่ยังมีคนให้เกียรติแก
“ป้าล้วนไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะนวลก็รักป้าล้วนเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งค่ะ” นวลเน้นความรู้สึกของเธอที่มีต่อแกอีกคำรบหนึ่ง
แล้วทั้งสามก็ลงมือทานอาหารกันด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่นเสมือนเป็คนในครอบครัวเดียวกัน