ตอนที่ 3 : แอบลวนลามใต้โต๊ะ & ในเกี้ยว

แสงอรุณแรกของวันใหม่สาดส่องผ่านม่านหมอกที่เริ่มเจือจางลง หยาดน้ำค้างเย็นเยียบพรมลงบนยอดหญ้า ช่วยพัดพาไอร้อนระอุที่โชยคลุ้งไปทั่วหุบเขาหมอกมายาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาให้คลายลงทีละน้อย
และเมื่อฤทธิ์เกสรของบุปผารัญจวนพ้นผ่านไปกับสายลม สติสัมปชัญญะของพวกเขาก็ทยอยฟื้นคืนกลับมา...
ณ ซอกหินฝั่งตะวันออก หลี่มู่เฉิน สะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นเป็คนแรก สิ่งแรกที่เขารู้สึกคือร่างกายอุ่นนุ่มของ จีเสวี่ยเหม่ย ที่ยังคงหนุนนอนซบอยู่บนหน้าอกแกร่งของเขาอย่างหมดแรง สภาพกระโปรงสีแดงเพลิงที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัวและรอยช้ำสีกุหลาบที่ซอกคอของนางย้ำเตือนเขาอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝันร้าย ทว่ามันเป็ความจริงสีสวาทที่เกิดขึ้นจากการก้าวล่วงกฎสำนักสลับคู่บำเพ็ญคู่
เสวี่ยเหม่ยขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกระบมไปทั่วกาย เมื่อลืมตาสบเข้ากับแววตาคมปลาบของมู่เฉินที่มองลงมา ความตระหนักรู้บวกความขัดเขินทำให้นางรีบดึงเสื้อคลุมมาปิดกาย น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสับสนและละอายแก่ใจ
"ศิษย์พี่ใหญ่... พวกเรา..." นางกระซิบเสียงเครือสะอื้นแ่
"รีบแต่งตัวเสียเถอะ... ข้าจะพาเ้ากลับค่ายพัก" มู่เฉินกัดฟันข่มอารมณ์ปั่นป่วน ใบหน้าหล่อเหลากลับมาปั้นหน้านิ่งขรึมเ็าดังเดิมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเพื่อสะกดกั้นความผิดบาป ทว่าปลายนิ้วที่ช่วยพยุงร่างนางให้ลุกขึ้นกลับกระชับอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรู้สึกหวงแหนลึกซึ้ง
ในเวลาเดียวกัน ณ ซอกไม้ใหญ่ฝั่งตะวันตก... ไป๋เสวี่ยหร่ง ฟื้นตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอันหนาแน่นและอบอุ่นของ เซียวเหยียน ััแปลกใหม่ที่ใจกลางกายสาวทำให้นางแก้มร้อนวาบจนแทบซุกแผ่นดินหนี ทว่าศิษย์พี่รองผู้รักสนุกกลับโอบกอดนางไว้แน่นขึ้น ดวงตาเรียวของเขาไร้แววล้อเล่นเยี่ยงยามปกติ มีเพียงความแน่วแน่จริงจังขณะกระซิบข้างหูนาง "เสวี่ยหร่ง... เ้าเป็ของข้าแล้ว ไม่ว่าอย่างไรข้าจะรับผิดชอบเ้าเอง" ถ้อยคำนั้นบวกกับความอ่อนโยนของเขาทำให้เสวี่ยหร่งหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความสับสน ทั้งรู้สึกผิดบาปต่อสัญญาหมั้นหมาย ทว่าลึก ๆ กลับปริ่มเปรมด้วยความสุขใจที่แอบรักเขาสำเร็จ
ครั้นทั้งสี่คนแต่งกายระเบียบเรียบร้อยและกลับมารวมตัวกันที่จุดนัดพบ บรรยากาศระหว่างพวกเขาก็ตลบอบอวลไปด้วยความกระอักกระอ่วนและอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก...
ทุกคนต่างทำตัวเหินห่างประหนึ่งคนแปลกหน้าเพื่อตบตาคนขับเกี้ยวและสายสืบที่ร่วมเดินทางมาด้วย เซียวเหยียนจำต้องเดินอยู่ข้างคู่หมั้นของตนอย่างเสวี่ยเหม่ย ทว่าดวงตากลับคอยลอบมองไปที่ท่าทางการเดินที่ขัด ๆ เล็กน้อยของเสวี่ยหร่งด้วยความทะนุถนอมห่วงใย ส่วนมู่เฉินที่ยืนเคียงคู่เสวี่ยหร่งตามหน้าที่ก็แผ่ไอเย็นเยียบ ทว่ายามเมื่อเสวี่ยเหม่ยหันไปคุยกับผู้อื่น สายตาของศิษย์พี่ใหญ่ก็แอบจับจ้องที่ปลายคอเสื้อสีแดงที่ดึงปิดรอยช้ำไว้ด้วยความพึงใจลึก ๆ
การเดินทางในหนึ่งวันเต็มผ่านไปท่ามกลางาเงียบที่แสนอึดอัด จนกระทั่งพลบค่ำ ทั้งสี่คนเดินทางมาถึงชานเมืองหลินอัน และลอบเปิดห้องส่วนตัวในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อประชุมหารือแผนการขั้นสุดท้ายอย่างลับ ๆ...
ภายในห้องส่วนตัวที่ปิดมิดชิดของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งชานเมืองหลินอัน ศิษย์ทั้งสี่คนนั่งล้อมรอบโต๊ะกลมเพื่อหารือแผนการสำคัญในการบุกรังของสำนักโลหิตทมิฬในวันรุ่งขึ้นอย่างลับ ๆ
โดยรอบโต๊ะกลมนั้น หลี่มู่เฉินนั่งขนาบข้างด้วยจีเสวี่ยเหม่ยและไป๋เสวี่ยหร่ง ขณะที่เซียวเหยียนก็นั่งขนาบข้างด้วยไป๋เสวี่ยหร่งและจีเสวี่ยเหม่ยเช่นกัน ทำให้คู่รักที่พึงใจต่อกันได้นั่งเคียงข้างกันพอดี แม้ภายนอกจะยังแสร้งทำเป็วางตัวตามบัญชาสำนัก ทว่าใต้โต๊ะกลมที่ลับสายตา กลับมีกระแสอารมณ์อันเชี่ยวกรากไหลเวียนอยู่เงียบ ๆ
"แผนที่ค่ายกลของพวกมันซับซ้อนนัก ข้าคิดว่าเราควรลอบเข้าทางทิศตะวันตกเ้าค่ะ..."
เสวี่ยเหม่ยเอ่ยเสียงราบเรียบพยายามรักษากิริยาสุภาพขณะชี้ปลายนิ้วลงบนม้วนกระดาษ ทว่าร่างของนางกลับสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีเมื่อฝ่ามืออุ่นและสากระคายของใครบางคนใต้โต๊ะเริ่มลากไล้ขึ้นมาจากหัวเข่าของนางผ่านเนื้อผ้าบางเบาของกระโปรง
นางช้อนสายตาขึ้นมองข้างกาย... สบเข้ากับดวงตาคมปลาบนิ่งสนิทของ หลี่มู่เฉิน ศิษย์พี่ใหญ่ยังคงถือถ้วยน้ำชาจิบด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับไร้ความรู้สึก ทว่าฝ่ามือหนาของเขาใต้โต๊ะกลับบีบคลึงต้นขาด้านในของนางอย่างหนักหน่วงและจงใจ
"ศิษย์น้องสาม... เ้ารู้สึกอย่างไรกับเส้นทางนี้?" มู่เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็าเป็ทางการ แต่ปลายนิ้วของเขากลับเลื่อนลอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้จุดกึ่งกลางอันอุ่นร้อนขึ้นทุกที
เสวี่ยเหม่ยหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู นางเกร็งขาเข้าหากันแต่กลับยิ่งทำให้ฝ่ามือของเขาบดเบียดเนื้อแน่นตึงได้ถนัดมือขึ้น นางแทบจะกัดตะเกียบในมือหัก เอ่ยตอบเสียงสั่นพร่า "ข้า... ข้าเห็นด้วยกับศิษย์พี่ใหญ่เ้าค่ะ... อึก..."
ในเวลาเดียวกัน ฝั่งของ ไป๋เสวี่ยหร่ง ที่นั่งอยู่ระหว่างศิษย์พี่ทั้งสองก็กำลังเผชิญหน้ากับศึกหนักไม่แพ้กัน
นางพยายามเอื้อมมือไปคีบเต้าหู้ส่งให้มู่เฉินเพื่อทำหน้าที่คู่หมั้นตามปกติ ทว่าจังหวะนั้นเอง ฝ่ามืออุ่นของ เซียวเหยียน ที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับแอบสอดลึกเข้าใต้สาบเสื้อคลุมตัวนอกของนางทางด้านหลัง ปลายนิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ลากไล้และสะกิดเขี่ยเบา ๆ ตรงแนวร่องกระดูกสันหลังลากต่ำลงมาเรื่อย ๆ ความรู้สึกสยิวทำให้เสวี่ยหร่งสะท้านเฮือก ขนลุกซู่จนมือสั่นแทบทำอาหารร่วง
ก่อนที่นางจะทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาของเซียวเหยียนก็เลื่อนต่ำลงไปบีบขยำแก้มก้นนุ่มเด้งของนางใต้โต๊ะอย่างจงใจและหนักหน่วง บดเบียดลูบคลึงก้นมนผ่านเนื้อผ้าอย่างยั่วเย้า
"ศิษย์พี่ใหญ่... ดื่มน้ำชาเพิ่มอีกหน่อยดีหรือไม่ขอรับ?" เซียวเหยียนเอ่ยถามมู่เฉินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มขี้เล่นแสนปกติ ทว่ามือที่ลูบคลำและบีบขยำก้นของเสวี่ยหร่งกลับไม่ยอมหยุด
เสวี่ยหร่งรีบก้มหน้าลงจนแก้มแทบซุกกับถ้วยชาเพื่อซ่อนใบหน้าหวานที่ร้อนผ่าวราวน้ำเดือด นางพยายามกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกักเก็บเสียงครางเสียวซ่าน ทว่าหัวใจกลับเต้นระรัวตื่นเต้นกับััลวนลามลับ ๆ ที่แสนเร้าอารมณ์นี้
เพื่อเข้าประชิดชายแดนสำนักโลหิตทมิฬโดยไม่ให้ตกเป็เป้าสายตา ทั้งสี่คนจึงจัดเตรียมเกี้ยวส่วนตัวสองหลังและปลอมตัวเป็คู่สามีภรรยาคหบดี โดยสลับคู่นั่งตามคู่รักจริงเพื่อความแเีในการกักเก็บพลังปราณ
ภายในเกี้ยวหลังที่หนึ่ง... คลุ้งไปด้วยกลิ่นกายสาวอันคุ้นเคยของ จีเสวี่ยเหม่ย
เนื่องจากเกี้ยวมีขนาดเล็กและเบียดแน่นไปด้วยหีบสัมภาระ เสวี่ยเหม่ยจึงจำใจต้องนั่งลงบนตักแกร่งของ หลี่มู่เฉิน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบไร้ช่องว่าง ล้อเกี้ยวที่สั่นะเืตามพื้นดินขรุขระทำให้ร่างของนางบดเบียดเข้ากับส่วนกลางลำตัวอันแข็งขืนของเขาตลอดเวลา
"ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านช่วยเขยิบไปอีกหน่อยได้หรือไม่เ้าค่ะ ข้า... ข้านั่งไม่สะดวกเลย" เสวี่ยเหม่ยประท้วงเสียงอ้อมแอ้ม พยายามยืดตัวหนี
"ไม่มีที่ให้ขยับแล้ว..." มู่เฉินกระซิบชิดใบหูของนาง ลมหายใจร้อนเป่ารดจนเสวี่ยเหม่ยขนลุกซู่ วงแขนแกร่งกอดรัดเอวบางของนางไว้แ่า ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะสอดซุกเข้าไปใต้เสื้อตัวนอกสีแดง ลูบไล้หน้าท้องแบนราบขึ้นมาบีบเคล้นเต้าอกอวบหยุ่นอย่างหิวกระหาย
"อ๊ะ... ศิษย์พี่... อย่าเขี่ยตรงนั้นเ้าค่ะ..." เสวี่ยเหม่ยครางเครือ พยายามจับมือซนของเขาไว้ ทว่าปลายนิ้วของมู่เฉินกลับปัดผ่านยอดอกของนางผ่านเอี๊ยมตัวในเน้นย้ำหลายคราว จนนางตัวอ่อนปวกเปียกซุกซบพิงกับไหล่กว้างของเขา
"เสวี่ยเหม่ย... เ้าช่างนุ่มนิ่มเหลือเกิน" มู่เฉินกระซิบเสียงแหบพร่า ก้มลงไซร้ซอกคอขาวระหง ขบเม้มจนนางส่งเสียงครางฮือในลำคออย่างไม่อาจกักเก็บ
ภายในเกี้ยวหลังที่สอง... บรรยากาศนุ่มนวลทว่าแฝงความหื่นกระหายลึกล้ำของ เซียวเหยียน
ไป๋เสวี่ยหร่ง นั่งอยู่บนตักกว้างของเซียวเหยียนเช่นกัน สองแขนเรียวโอบรอบลำคอของศิษย์พี่รองไว้เพื่อยึดเกาะยามเกี้ยวตกหลุม
"ศิษย์พี่รอง... ท่านมองข้าเช่นนี้ทำไมเ้าคะ?" เสวี่ยหร่งเอ่ยถามอย่างเอียงอายเมื่อดวงตาเรียวคมของเขายังคงจับจ้องที่ริมฝีปากของนางไม่วางตา
"ข้าคิดถึงรสจูบของเ้ายิ่งนัก" เซียวเหยียนเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปบดจูบเรียวปากอิ่มอย่างแ่เบาแต่เนิ่นนาน ลิ้นร้อนสอดแทรกตักตวงความหวานอย่างชำนาญ มือซนขยับเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้ขึ้นไปใต้กระโปรงยาวของนางอย่างว่องไว ปลายนิ้วััเข้ากับต้นขาเนียนละเอียดก่อนจะเลื่อนลอยไปถึงกึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้ชุ่มชื่นขึ้นมาบ้างแล้วจากแรงอารมณ์
"ศิษย์พี่... อึก... เสียวเหลือเกินเ้าค่ะ..." เสวี่ยหร่งสะท้านเฮือก ซุกหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อสะกดกั้นเสียงครางรัญจวนจิต กลัวว่าคนขับเกี้ยวภายนอกจะได้ยิน
"เด็กดี... เ้าส่งเสียงแ่เบาหน่อยสิ เดี๋ยวคนขับเกี้ยวจะสงสัยเอานะ" เซียวเหยียนแกล้งกระซิบล้อเลียน ทว่านิ้วยาวของเขากลับขยับเขี่ยบดคลึงจุดอ่อนไหวสีหวานเบา ๆ อย่างเน้นย้ำ สลับกับการสอดแทรกเข้าออกช่องทางอุ่นชื้นช้า ๆ ปลุกเร้าอารมณ์รักของเสวี่ยหร่งจนนางเกร็งสะโพกครางระเส่า กอดรัดเขาแน่นในห้วงรักอันคับแคบและเร่าร้อนเร้นลับนี้
--------------------------------------------------
กรี๊ดดด! ปากบอกว่าเป็แค่คู่หมั้นหลอกๆ แต่ใต้โต๊ะกับในเกี้ยวคือลวนลามกันไม่หยุดเลยค่ะศิษย์พี่! ????คู่นี้มันร้ายยยย~
ฉากแอบััใต้โต๊ะทำเอาใครใจสั่นบ้างคะ? คอมเมนต์เป็กำลังใจให้ซุกซนหน่อยน้า
อย่าลืมกด ❤️ หัวใจ และกดติดตามนามปากกา "ซุกซน" ไว้ด้วยนะคะ ตอนต่อไปฉากต่อสู้และฉากปกป้องกันสุดแสนอบอุ่นกำลังจะมาแล้วค่า!