ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน ณ สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
กมลกับฮาสุโกะ เดินทางด้วยเครื่องบินไปถึงโตเกียวแล้วทั้งคู่เดินออกมายังด้านหน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้ารถยนต์โตโยต้าคันงามแล่นเข้ามาเทียบหน้าประตูแล้วก็มีสาวสวยที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับฮาสุโกะยังกับฝาแฝดเดินลงมาจากรถก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม แล้วกล่าวทักทายว่า
“โอฮาโยโกะไซมัส โอเน่ซัง. กมลซังฮายิเมะมะชิเตะ” 1 (ดูคำแปลที่เชิงอรรถข้างล่าง)
“โอฮาโย่ อิโมโตะ,คาวาอี้ ” 2 ฮาสุโกะทักทายตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มร่าเริงก่อนจะสวมกอดสาวผู้มาต้อนรับ
“นี่คือนัทสึมิน้องสาวฝาแฝดของบัวเอง” หัสดีหรือฮาสุโกะหันมาแนะนำให้กมลรู้จัก
“อ๋อ มิน่าล่ะผมก็ว่าทำไมหน้าตาเหมือนคุณบัวยังกะแกะ แล้วน้องพูดไทยได้ไหมครับ”
“อิเยะ ไทโกะว่ะฮานะเสะมาเซง” 3 นัทสึมิส่ายหน้า
“เราขึ้นรถกันเถอะเดี๋ยวบัวจะเล่าให้ฟัง ไปค่ะ” ฮาสุโกะเชิญขึ้นรถ
“น้องของบัวตามพ่อมาอยู่ญี่ปุ่นั้แ่เด็กน่ะค่ะเลยพูดไทยไม่ได้ ส่วนบัวอยู่กับแม่และยายที่เมืองไทยเพิ่งจะกลับมาหาพ่อที่ญี่ปุ่นตอนเป็วัยรุ่น ก็เลยพูดได้ทั้งไทยและญี่ปุ่นค่ะ”
“อ่อเป็อย่างนี้นี่เอง”
รถยนต์แล่นไปถึงบ้านหลังหนึ่งชานกรุงโตเกียว
“นี่คือบ้านพักสำหรับพวกเราค่ะมีห้องพักหลายห้อง และมีห้องอาบน้ำร้อนออนเซ็นแยกชายหญิงด้วยเชิญพี่กมลเข้าไปพักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนเย็นจะพาไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ”
“ขอบใจจ้าดีนะที่บัวมาด้วย ไม่งั้นพี่ก็งงแย่ ไปไหนไม่ถูก พูดภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้”
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จฮาสุโกะและนัทสึมิ ก็พากมลออกไปร้านอาหาร
ณ ร้าน Daikokuya Tempura
“ร้านนี้เก่าแก่และอร่อยนะ เปิดกิจการเมื่อปี ค.ศ.1887 เทมปุระของเค้าจะใช้น้ำมันงาในการทอด เพื่อให้แป้งเทมปุระนุ่มฟู กรอบกำลังดีซึ่งนี่เป็จุดเด่นของร้านจานนี้คือ "Ebi Tempura" เขาให้เทมปุระกุ้งถึง 4 ชิ้นแน่ะ ดูสิ ราคาแค่ 195 เยน (เมื่อปี 1964)กุ้งขนาดมหึมาเลย แต่ละตัวที่ใหญ่จนล้นขอบชาม ต้องราดด้วย Tare (ซอสราด) รสหวานสูตรเข้มข้มที่จะมาช่วยดึงความอร่อยของกุ้งออกมาอีกขั้นนะและอีกอย่างที่แนะนำคือ "Tendon" ราคา 155เยน ประกอบไปด้วยกุ้ง คิสุ(ปลาเนื้อขาวขนาดเล็ก) และคาคิอาเกะ (ผักรวมชุบแป้งทอด) รวมทั้งหมดสามชนิดก็เป็ที่นิยมมากในญี่ปุ่นเลยนะพี่”
นัทสึมิยกถ้วยซุปมิโสะใส่หอยลายวางไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าของกมล แล้วเชิญชวนเขาลองชิมดู
“ อะซะริโนะ มิโซะชิรุ งะ โอยชี่เดสโยะ “4
แล้วน้องสาวของบัวก็สาธิตวิธีกินโดยยกถ้วยซุปขึ้นซดดังซู้ด
หนุ่มพังงาก็ลองทำตาม
“อืม อร่อยจริง ๆ แต่ปกติพี่ไม่ค่อยคุ้นกับอาหารต่างชาติหรอกเคยชินกับน้ำพริกกุ้งเสียบบ้านพี่ที่พังงามากว่า” หนุ่มใต้จมูกโด่ง ผิวคล้ำคิ้วไม่ค่อยเป็ระเบียบ พยายามจะเรียนรู้อาหารแปลก ๆ ที่ไม่เคยกิน
“ต้องฝึกเอานะพี่ ขนาดหนูเป็ลูกครึ่งญี่ปุ่นยังหัดกินปลาร้าเลย ยิ่งการเป็สายลับอย่างเราต้องฝึกปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมด้วย ” หัสดีแนะนำ
“จ้า พี่กำลังพยายามอยู่ว่าแต่บัวกลับมาเยี่ยมพ่อบ่อยมั๊ยล่ะ” กมลกล่าว ก่อนจะคีบซาซิมิเข้าปาก
“ ก็ไม่บ่อยหรอกจ้า สองสามปี ถึงจะมาที แล้วพี่ล่ะกลับไปเยี่ยมบ้านที่พังงาบ่อยมั๊ย มีเขาตะปูด้วยไม่ใช่หรือ ”
“ใช่ เขาตาปู สวยนะ เอาไว้บัวมีโอกาสก็ไปเที่ยวนะพี่กลับบ้านไม่บ่อยเหมือนกันน่ะแหละ ั้แ่เข้ามาเรียนในกรุงเทพ จนได้งานทำก็ไม่ค่อยมีเวลาได้กลับไป คิดถึงบ้านเหมือนกัน” กมลกินกับหมดแล้วแต่ข้าวในถ้วยยังเหลืออยู่
“อืม ก็ไม่รู้เหมือนกันเนอะว่าภารกิจของเราจะสิ้นสุดวันไหน” ฮาสุโกะพูดแล้วเหม่อมองไปนอกร้าน
วันรุ่งขึ้น ณ กองบัญชาการ CRA สาขาญี่ปุ่น
“จากข้อมูลที่ CRA ไทย ได้รับจากบุคคลลึกลับเกี่ยวกับเบาะแสการค้นหาเทวรูปที่สุสานนินโทกุ เมืองซาไก
การจะเปิดสุสานจักรพรรดินั้น ต้องมีกุญแจสามดอก จึงจะเปิดประตูได้และมันก็แยกกันเก็บรักษาไว้ในแต่ละภาคของประเทศญี่ปุ่น”ฮาสุโกะกำลังแปลคำบรรยายของเ้าหน้าที่ CRA สาขาญี่ปุ่น
“ กุญแจดอกแรกเก็บไว้ที่หมู่บ้านชาวไอนุ ที่ริมทะเลสาบอะกัง (阿寒湖) ฮอกไกโด
กุญดอกที่สอง เก็บไว้ที่วัดเซ็นโคจิ (善光寺) เมืองนากาโนะ ซึ่งเป็วัดเก่าแก่กว่า 1400 ปี
และกุญแจดอกที่สาม เก็บไว้ที่สวนเซ็นใกลู้เาไฟซากุระจิมะ (桜島) บนเกาะกิวชิว ภาคใต้ของญี่ปุ่น
ที่สำคัญกุญแจทั้งสามดอกนี้ ไม่ใช่ว่าใครนึกจะเอามาใช้ได้ง่าย ๆเพราะเป็ที่หวงแหนของราชวงศ์มาก มีระบบคุ้มกันเวรยามแ่าในสมัยโบราณมีซามูไรและนินจาคอยคุ้มกันแม้ในปัจจุบันก็ยังมีทั้งหน่วยคอมมานโดและนินจาคุ้มกันเช่นกันพวกคุณมีความสามารถจะเข้าไป่ชิงได้หรือไม่” ผู้บรรยายกล่าวอย่างท้าทาย
“แหมถ้าแบบนี้ก็ต้องลุยกันสักตั้งล่ะ คุณบัวแปลให้หน่อย บอกเขาว่าคนไทยไม่กลัว”กมลรู้สึกฮึกเหิม
ฮาสุโกะก็แปลให้คนบรรยายฟังเขาฟังแล้วก็หัวเราะ แล้วตอบเป็ภาษาญีปุ่น
“เขาบอกว่าถ้าคุณทำได้จะปิดไนต์คลับในโตเกียวเลี้ยงคุณเลย”
“โอเค”กมลลุกไปจับมือชายญี่ปุ่นแล้วหัวเราะชอบใจกัน
วันรุ่งขึ้น ณ สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว
“วันนี้เราจะเดินทางด้วยเครื่องบินไปลงที่สนามบินฮาโกดาเตะบนเกาะฮอกไกโด เพื่อเดินทางด้วยรถยนต์ต่อไปยังหมู่บ้านไอนุสิ่งที่เราค้นหาน่าจะอยู่บนเกาะโคจิมะ(小島)ในทะเลสาบนั่นแหละ” ฮาสุโกะบอกกมลขณะพากันเดินไปขึ้นเครื่องบิน
“ดีนะที่นั่งเครื่องบิน ถ้านั่งรถยนต์จะใช้เวลากี่ชั่วโมงล่ะ กว่าจะถึงฮอกไกโด”กมลถาม
“ก็ใช้เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนนะถ้าแบบนั่นน่ะ”ฮาสุโกะว่า
เพียงชั่วโมงกว่าๆ เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กร่อนลงที่สนามบินฮาโกดาเตะ แล้วมีรถยนต์มารับ
เมื่อรถแล่นไปตามถนนกมลสังเกตสีใบไม้บนต้นไม้ข้างทางเป็สีแดงบ้าง ส้มบ้าง เหลืองบ้างจึงถามสาวบัวไปว่า
“ตอนนี้เป็ฤดูอะไรของญี่ปุ่นหรือทำไมใบไม้เป็สีแดงหมดเลย”
“อ๋อตอนนี้ฤดูใบไม่ร่วงน่ะ เรามา่เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีพอดีนะ ที่ญี่ปุ่นนี่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากภาคเหนือของประเทศคือฮอกไกโดนี่ราวเดือนกันยายนไล่ลงไปถึงภาคใต้ ก่อนฤดูหนาวจะมาในเดือนธันวาคม”
“อ่อ สวยดีนะ”กมลรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับการมาญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต
เมื่ออยู่ในรถฮาสุโกะกับนัทสึมิ ก็คุยกันด้วยภาษาญี่ปุ่น ที่เบาะด้านหลังรถ กมลนั่งข้างคนขับเขาฟังไม่รู้เื่ก็ถือโอกาสงีบหลับในรถ รถยนต์แล่นไปตามถนนบนสันเขาในเทือกเขาสูงจากอะซะฮิกะวะผ่านโทมะ ไอเบทสึ คามิคาวะ เวลาผ่านไปสองชั่วโมงยังไม่ทันถึงครึ่งทางระหว่างผ่านเขาอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (大雪山国立公園Daisetsuzan Kokuritsu Kōen )ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาต้อนรับ เป็ชายลึกลับในชุดดำขี่มอเตอร์ไซค์สี่ห้าคัน จอดขวางทาง เมื่อเห็นรถของพวกกมลหยุดพวกมันก็แยกย้ายกันขับอ้อมหน้าอ้อมหลัง กมลตื่นจากหลับเห็นดังนั้นด้วยความเป็คนใจร้อน ก็เปิดประตูลงไปหา
“เฮ้ยูมาขวางทางเราทำไม ให้เราผ่านไปหน่อย”
พวกนั้นไม่ตอบแต่ชักปืนยิงไปที่กมลทันที เดชะบุญที่เขาเคยได้รับเสื้อเกราะเพชรจากพระแม่ซันโตชิเมื่อครั้งไปบ้านของแววที่สกลนคร ะุจึงไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อยฮาสุโกะกับนัทสึมิก็ลงจากรถมาเสริมด้วย
“คุ้มกันคนขับรถไว้นะ”ฮาสุโกะสั่งน้อง
“ไฮ้” น้องสาวเธอตอบ
แล้วฮาสุโกะก็ใช้พลังเทพขว้างดอกบัวตูมที่ผุดขึ้นจากมือออกไปนับพันดอกแต่ละดอกที่พุ่งออกไปกระทบพื้นหรือตัวของคนร้าย มันก็ะเิดังสนั่น ส่วนนัทสึมิก็เสกดาบเล่มยาวขึ้นมาในมือ ไล่ฟาดฟันคนร้ายล้มตายเป็ใบไม้ร่วง กมลก็ใช้อาวุธปืนยิงใส่พวกนั้นด้วยไม่ถึงนาทีบรรดาผู้คุกคามก็ตายสิ้น สาวสวยมองตรวจตราทั่ว ๆว่าไม่มีใครหลงเหลือแล้วก็เดินมาขึ้นรถ
“พวกเราไปกันเถอะค่ะ”สาวบัวกล่าว
“สุดยอดจริง ๆ เลยน้องบัวนี่” กมลชื่นชม
“ลืมแล้วเหรอฉันเป็อวตารของดอกบัวพระแม่ลักษมีไง” หัสดีย้ำ
“เออใช่ ๆ”
รถแล่นต่อไป ผ่าน Nakaya , Ashoro ไปตามถนนสาย 241 ผ่านศาลเ้าRawan ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ Kamiashoro ผ่านทางเข้าน้ำตกชิระฟูจิจนไปเจอสามแยก ที่ถนนสาย 240 มา ก็เลี้ยวขวาไปตามสาย 241 อีกประมาณ 4กิโลเมตร ก็มาถึงหมู่บ้านไอนุ ริมทะเลสาบอะกังแล้ว
ทุกคนลงรถแล้วยืนชมความงามของทะเลสาบ
“หวา คิเรเน่ ”นัทสึมิทำตาโต ตื่นเต้นกับทะเลสาบที่เงียบสงบ ทว่าร่มรื่นไปด้วยทิวต้นสนริมทะเลสาบผืนน้ำใสดั่งกระจกกว้างนับพันไร่ น่านำเรือมาพายเล่น หาดทรายก็เป็สีขาวละเอียดน่าปูผ้าเอาของกินมานั่งปิคนิก
“นั่นไง เกาะโคจิมะนึกว่าใหญ่ ของจริงเล็กนิดเดียว” กมล
“อืม ประมาณแล้วน่าจะกว้างไม่ถึงไร่นะ” ฮาสุโกะเสริม
“แล้วเราจะข้ามไปยังไงล่ะ”กมลสงสัย เพราะไม่เห็นมีสะพานอะไร ให้ข้ามไป ก็พอดีมีชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าปักลาย มีผ้าลายโพกศีรษะ แปลกกว่าชาวญี่ปุ่นทั่วไปเดินเข้ามาซักถามฮาสุโกะเป็ภาษาญี่ปุ่น สาวบัวก็สนทนาโต้ตอบกับเขาสองสามประโยคแล้วชายนั้นก็เดินไป
“ลุงแกเป็ชาวไอนุน่ะแกมาถามว่าเรามาทำอะไร ฉันบอกว่าจะข้ามไปเที่ยวบนเกาะเขาก็เลยอาสาว่าจะเอาเรือมารับเราไปที่นั่น”
“โอ้ โชคดีจริง ๆขอบคุณ์” กมลดีใจมาก
อึดใจหนึ่ง ลุงคนเมื่อกี้ก็พายเรือมาเทียบท่าแล้วร้องเรียกให้พวกกมลลงเรือ ทุกคนก็รีบไปตามเสียงเรียกเมื่อนั่งลงเรียบร้อยดีแล้ว ลุงก็พายไปส่งถึงเกาะ เมื่อทุกคนขึ้นไปบนเกาะหมดแล้วลุงก็ะโบอกฮาสุโกะ
“ลุงแกบอกว่าอีกชั่วโมงจะมารับ” สาวบัวแปลให้ฟัง
“ใจดีจังเลยเนอะลุงคนนี้” กมลว่า
ทั้งสามคนก็เดินสำรวจเกาะนั้นเป็เกาะที่ดูเหมือนจะร้าง ไร้ผู้คน มีแต่ป่าทั่วทั้งเกาะ
ทันใดนั้นก็มีอสุรกายหลายตนผุดขึ้นจากพื้นดินรอบ ๆ พวกเขา
“กี้ กี้”พวกปีศาจร้องส่งเสียง แต่ละตัวก็แสยะยิ้มแยกเขี้ยวเหมือนจะเคี้ยวกิน
“เขามาสิแม่จะกวาดให้หมด” ฮาสุโกะร้องะโ แล้วพวกตัวประหลาดก็กระโจนเข้าใส่พร้อม ๆ กัน
“อะอ้าย”นัทสึมิร้องตวาด พร้อมกวัดแกว่งดาบเล่มยาวในมือขวา ส่วนมือซ้ายถือโล่สีทองพวกปีศาจก็แตกกระเจิง แต่ก็ยังพยายามจะเข้ามากลุ้มรุมพวกกมลอีกฮาสุโกะก็ใช้กงจักรรูปดอกบัวขว้างใส่พวกนั้นจนหายไปทีละตัว
กมลเองเนื่องจากไม่มีพลังเทพอวตาร จึงไม่อาจต่อกรกับปีศาจได้แต่ยืนให้กำลังสองสาวอยู่ห่าง ๆ
เมื่อไล่พวกปีศาจไปได้หมดแล้วพวกเขาก็เดินสำรวจเกาะต่อไป จนไปโผล่ที่อีกด้านหนึ่งของเกาะ
จากชายหาดด้านนี้จะมองไปเห็นชายฝั่งของทะเลสาบอีกด้านหนึ่งซึ่งมีศาลเ้าตั้งอยู่
“พวกเราสำรวจตั้งนานแล้วยังไม่เจออะไรที่บ่งบอกว่าเป็ที่เก็บซ่อนกุญแจเลย” กมลกล่าว
“เฮ้ มาดูทางนี้สิ”ฮาสุโกะเรียก “ หินก้อนนี้ มันชี้ไปทางศาลเ้านั่น จะหมายถึงอะไรไหมนะ”
“อืม จริงด้วยหรือว่าเป็ลายแทง ว่าให้ไปหาที่นู่น” กมลสันนิษฐาน
“แต่เราไม่มีเรือนะกว่าลุงคนนั้นจะมาก็อีกชั่วโมง ทำไงดี” สาวบัวกล่าว
นัทสึมิก็พูดกับพี่สาวเป็ภาษาญี่ปุ่นอีกสองประโยคแล้วก็เสกดาบออกมาเล่มหนึ่ง ฮาสุโกะก็เสกดอกบัวออกมาดอกหนึ่งเอามาประกบกับดาบนั้นแล้วโยนลงไปในน้ำ ฉันพลันก็กลายเป็เรือลำหนึ่ง
“เฮ้ย ทำได้ไงอ่ะ”กมลตกตะลึงตาค้าง
“น้องฉันบอกว่ามีอะไรบางอย่างมาดลใจ ว่าให้ทำแบบนี้ แล้วจะดี น้องเขามีจิตสังหรณ์แม่นยำนะเราไปกันเถอะ” สาวบัวกล่าว
หนึ่งหนุ่มกับสองสาวก็นั่งเรือวิเศษลำนั้นข้ามไปที่ศาลเ้าโดยไม่ต้องพาย
จากท่าเรือจะมีเสาไม้ทาสีแดงสองข้างทางเดินเรียงรายไปจนถึงซุ้มประตูโทริอิ (鳥居)ทำจากไม้เก่า ๆ ผุ ๆ สีที่เคยแดงก็ซีดจางหมดแล้วเป็รูปร่างคล้ายตัวอักษรเทียนในภาษาจีน( 天 )ที่เราอาจพบเห็นได้ทั่วไปตามศาลเ้าชินโต บ่งบอกว่าเรากำลังเข้าสู่เขตของเทพเ้าศักดิ์สิทธิแล้ว เมื่อเดินลอดซุ้มประตูเข้าไปถึงลานกว้างหน้าศาลเ้าก็มีกลุ่มคนแต่งตัวด้วยชุดดำปิดหน้าแบบนินจา โรยตัวลงมาจากต้นไม้แล้วเป่าลูกดอกอาบยาพิษใส่พวกกมล แต่ฮาสุโกะเสกดอกบัวบานขนาดใหญ่เท่าร่มกอล์ฟกางออกรับลูกดอกไว้หมดนัทสึมิก็ขว้างอาวุธลับดาวกระจายเข้าใส่คนพวกนั้นแต่ว่าพวกนั้นสวมชุดเกราะจึงไม่เป็อะไรแล้วพวกนินจาก็ถืออาบปรี่เข้าไล่ฟาดฟันพวกกมล สองสาวเข้าคุ้มกันหนุ่มพังงา ฮาสุโกะปล่อยดอกบัวะเิเข้าใส่นัทสึมิก็ใช้ดาบใหญ่ฟันพวกนินจาสวนไป กมลก็ยิงปืนเข้าใส่พวกนั้นล้มตายจำนวนมากบางส่วนที่สู้ไม่ได้ ก็ปล่อยะเิควันแล้วหลบหนีไป
ทั้งสามคนก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง มองเห็นตัวศาลเ้าขนาดไม่ใหญ่นักขนาดเล็กคล้าย ๆ ป้อมยามบ้านเราเลย ด้านในปีป้ายเขียนว่า 白龍神社 ( อ่านว่า ฮะคุริวจินจะ แปลว่าศาลเ้าัขาว )มีโต๊ะสำหรับวางของเซ่นไหว้ มีงูสีขาวตัวหนึ่งนอนอยู่ มันผงกหัวขึ้นมาดูพวกกมลแล้วก็หลับต่ออย่างี้เี บนแท่นบูชา มีกล่องไม้ใบหนึ่งภายนอกเปื้อนฝุ่นและหยากไย่เกรอะกรัง กมลจึงหยิบกล่องใบนั้นมาเปิดดู
ภายในมีห่อผ้าบรรจุบางสิ่งบางอย่างไว้
ชายหนุ่มค่อย ๆคลี่ห่อผ้าออกอย่างเบามือ
เป็กระดาษใบหนึ่งมีตัวหนังสือจีนผสมอักษรฮิรางานะ แต่กมลอ่านไม่ออก
“เป็ตั๋วจำนำของเ้าหน้าที่ดูแลศาลเ้าที่เอาข้าวไปจำนำไว้สิบปีแล้ว ” ฮาสุโกะแปลให้ฟัง
“ไอ่หั้วขลกเอ้ย”กมลด่าเป็สำเนียงใต้ แล้วเขวี้ยงกระดาษนั้นทิ้งเสีย
“ป่านนี้ข้าวมันไม่เน่าแล้วหรือไอ้ห่า ”
ทั้งสามก็ยังค้นหากุญแจต่อไป
“หาจนรอบแล้วยังไม่เจออะไรเลยเนี่ยงั้นเรากลับกันเถอะ” กมลกล่าวอย่างหัวเสีย
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังหันหลังกลับจะก้าวออกจากศาลเ้านั่นเองก็พลันมีเสียงแมววิ่งไล่กันอยู่บนหลังคาดังแง้ว ๆแล้วก็มีเสียงเหมือนวัตถุหล่นใส่พื้นดังโบ๊ะ
ทุกคนหันไปดูก็เห็นเป็ตุ๊กตาดารุมะตัวหนึ่งอยู่ในสภาพแตกออก ภายในมีกุญแจอยู่ดอกหนึ่ง
“กุญแจ !!! ” ฮาสุโกะร้องอุทานอย่างดีใจ
“สุโก้ย”นัทสึมิร้องเป็ภาษาญี่ปุ่น แปลว่าสุดยอด
“เหลือเชื่อหาแทบตาย บทจะได้ก็ได้ง่าย ๆ พันพรื้อวะ” หนุ่มพังงาแหลงใต้อย่างฉงน
“ได้กุญแจดอกแรกแล้วพวกเรากลับกันเถอะ” ฮาสุโกะชักชวน
เมื่อเดินมาถึงท่าน้ำของศาลเ้าก็เห็นลุงชาวไอนุเอาเรือมาจอดรออยู่แล้ว ลุงคนนั้นก็กล่าวอะไรกับฮาสุโกะ
“มินะซังวะโคะโคะนิอิมัส , นะไงไอ ซะงะชิเตะ อิมะชิตะ” 5
“โกเมนนะไซจตโตะชิตะ จิโกะนิ อัตตะอึ้นเดส” 6
แล้วสามคนก็นั่งเรือของลุงไปขึ้นฝั่ง
ทุกคนก็ก้มศีรษะคารวะคุณลุงอย่างนอบน้อมตามธรรมเนียมญี่ปุ่น
“อะริงะโต๊ะโกไซมัส” ฮาสุโกะนำกล่าวขอบคุณ ก่อนจะร่ำลา
“มะสึวะ วาตาชิโนะอิเอะเด้ะ ทะเบะมะเซงก๋า” 7 คุณลุงชวนทานข้าวที่บ้าน
ฮาสุโกะบอกว่าไม่เป็ไรจะรีบกลับไปธุระ แล้วขอบคุณ
ทั้งสามคนก็ขึ้นรถของCRA ที่มาจอดรอรับกลับเพื่อจะเดินทางต่อไปยังเมืองนากาโนะ เพื่อตามหากุญแจดอกที่สอง
ณ ห้องประชุมกองบัญชาการ CRA สาขาญี่ปุ่น
“ขอชื่นชมทั้งสามคน ที่ทำผลงานได้ดียิ่ง” ผู้อำนวยการสาขาญี่ปุ่นกล่าว พร้อมเสียงปรบมือของคนที่ร่วมประชุมกมล ฮาสุโกะและนัทสึมิก็ก้มลงน้อมรับคำชื่นชม”
“ภารกิจต่อไปของพวกคุณก็คือตามหากุญแจเปิดสุสานดอกที่สอง ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดเซ็นโคจิ เมืองนากาโนะแต่ว่าจะมีการจัดงานเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีในบริเวณวัด โดยทูลเชิญเ้าชายฟุมิโอะเสด็จไปเป็ประธานเปิดงาน พวกคุณจะต้องแฝงตัวเข้าไปทำภารกิจ ขณะเดียวกันก็ให้คุ้มกันความปลอดภัยให้เ้าชายไปด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จในงานนี้” ผอ.กล่าว
“ครับ/ ค่ะ/ ไฮ้ ” หนุ่มสาวทั้งสามรับคำ
ณ ฐานบัญชาการลับของกามันดา
“เจ็บใจนักปล่อยให้พวกมันได้กุญแจดอกแรกไปได้ยังไง พวกเศษสวะทำงานไม่ได้เื่เลย”จอมมารกามันดา โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
“จากเบาะแสที่สืบทราบมา พวกมันเตรียมจะไปหากุญแจดอกที่สอง ที่วัดเซ็นโคจิเมืองนากาโนะ ขอรับนายท่าน” ลูกสมุนกล่าว
“เห็นทีจะต้องส่งปีศาจที่มีฝีมือแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปขัดขวางพวกมันเบิกตัวิญญาโทโมเอะโกเซ็นมาซิ” กามันดาสั่ง
“เบิกตัวโทโมเอะโกเซ็น” เสียงปีศาจสมุนของจอมมารทวนคำสั่ง
บรรดาสมุนของกามันดาก็นำิญญาของสตรีในชุดซามูไรมาพบกับจอมมารที่นั่งบนบัลลังก์
“ข้าน้อยโทโมเอะโกเซ็น คารวะนายท่าน”
“ดีแล้วในฐานะที่เ้าเป็ซามูไรหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ข้าปลุกเ้าขึ้นมาจากนรกเพื่อให้ทำภารกิจสำคัญ จงไปที่วัดเซ็นโคจิ เมืองนากาโนะและทำการแย่งชิงเอากุญแจเปิดสุสานจากพวก CRA มาให้ได้อย่าให้พวกมันตามหาเทวรูปที่สุสานนินโทกุได้เป็อันขาด เข้าใจมั๊ย”
“เ้าค่ะนายท่าน”
“ดีแล้วไปได้”
เมื่อได้รับคำสั่งแล้วปีศาจซามูไรหญิงก็หายวับไป
ณ วัดเซ็นโคจิ เมืองนากาโนะ ตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น
สายลับทั้งสามเดินทางมาถึงบริเวณทางเข้าวัด กมลสวมชุดคอมมานโดสีดำ สะพายอาวุธปืน ฮาสุโกะสวมชุดกิโมโนฟุริโซเดะ(Furisode ) สีชมพูอ่อน ลายดอกบัวสีขาวและใบบัวสีเขียวชายแขนเสื้อยาว ตรงเอวคาดสายโอบิสีน้ำเงิน ส่วนนัทสึมิสวมกิโมโนฟุริโซเดะสีน้ำเงิน มีลายคลื่นทะเลตรงชายเสื้อ คาดสายโอบิสีแดงที่เอวและที่เหมือนกันของทั้งสองสาวคือ สวมถุงเท้าทาบิที่แยกเป็สองนิ้วสำหรับคีบสายเกี๊ยะไม้ ที่เรียกว่าเกตะ
พวกเขาเดินผ่านซุ้มประตูทางเข้าวัดที่ทำเป็อาคารมีหลังคาแบบโบราณครอบคลุมทางเดินที่ปูลาดด้วยหิน มีถึง 3 ซุ้มประตูบริเวณลานกว้างหน้าประตูแต่ละแห่งนั้น มีกระถางธูปโลหะขนาดใหญ่สำหรับให้ผู้ศรัทธาได้จุดธูปเผาเครื่องหอม แล้วใช้มือโบกเอาควันจากกระถางเข้าหาตัวเพื่อความเป็ศิริมงคล ส่วนบริเวณสองข้างทางเดินนั้นเรียงรายไปด้วยตะเกียงหินที่ตั้งบนฐานหิน สำหรับใช้จุดเทียนยามค่ำคืน
ในวันนี้ มีปะรำพิธีหน้าวิหารใหญ่ของวัดโดยมีเ้าชายฟุมิโอะ ในชุดสูทสากลสีเทา สวมเชิ้ตขาว ผูกไทสีแดงประทับนั่งเป็ประธาน และมีข้าราชบริพาร พร้อมบุคคลสำคัญของรัฐและเอกชนนั่งรายล้อมโดยเบื้องหน้าพระพักตร์เป็เวทีการแสดง มีป้ายชื่องานพร้อมฉากสวยงามอลังการ
บนเวทีการแสดง พิธีกรกำลังกล่าวรายงานในขณะที่สายลับทั้งสามคนแยกย้ายกันทำภารกิจสองสาวไปรายงานตัวต่อเ้าหน้าที่ผู้จัดงาน
“หนูสองคนมาใหม่เหรอ พอดีเลยนักร้องกับนางรำของเราหายไปไหนไม่รู้ ไหนใครจะร้องเพลง ใครจะรำพัด”
“หนูชื่อมิโดริร้องเพลงได้ค่ะส่วนน้องสาวหนูโยโกะจะรำพัดค่ะ” ฮาสุโกะกล่าว
“โอเค ชุดแรกจะเป็การตีกลองไทโกะหลังจากนั้นให้เธอร้องเพลง แล้วโยโกะรำพัดพร้อมนักดนตรีซามิเซ็นนะ”
เมื่อพิธีกรกล่าวรายงานเสร็จก็ทูลเชิญเ้าชายตัดริบบิ้นเปิดงานจากนั้นก็ประกาศชุดการแสดง
“การแสดงชุดแรกตีกลองไทโกะ ขอเชิญรับชมได้แล้วครับ”
นักแสดงขึ้นตีกลองใบใหญ่ที่วางเรียงหน้ากระดานอยู่ 5ใบ เสียงกลองดังสนั่น ขณะที่หลังเวที ภายในวิหารของวัด กมลในชุดคอมมานโดเดินสำรวจภายในอย่างระมัดระวัง ภายในวิหารมีรูปปั้นท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่มีรูปหล่อสำรัดของพระโพธิสัตว์กวนอิม และพระอรหันต์อีกหลายองค์
“Where you come ?” มีเสียงคนถามขึ้นมา ทำให้กมลสะดุ้งใเมื่อหันไปดูก็เห็นเป็ภิกษุชาวญี่ปุ่นวัยชรา
“เอ่อะ ไอ..ไอเคมฟรอมไทยแลนด์”หนุ่มพังงากล่าวตะกุกตะกัก
“Oh, I see. I havebeen to Thailand during World War II. I was a Japanesesoldier in General Tojo's army.” หลวงพ่อบอกว่าเคยไปเมืองไทยตอนเป็ทหารในกองทัพนายพลโตโจ ่าโลกครั้งที่สอง
“โอ้ว เวรี่กู้ด, ไอ แอม แฮปปี้ ทู มีท ยู”กมลก็ยกมือไหว้หลวงพ่อ
“What are you doinghere?” หลวงพ่อถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่
“ทูเดย์ ไอ เคม ทู โพรไวด์ ซีเคียวริตี้ ฟอร์ เดอะ ปริ๊นซ์ “กมลตอบว่ามาถวายการคุ้มกันเ้าชาย
“Oh, is animportant job. If so, then go ahead.”หลวงพ่อบอกว่านั่นเป็งานสำคัญ ถ้ายังงั้นก็ตามสบายนะ แล้วท่านก็เดินไปทางอื่น
กมลก็เดินสำรวจวิหารต่อไป
ทางด้านเวทีพิธีกรกล่าวเชิญฮาสุโกะในนามแฝงว่ามิโดริขึ้นร้องเพลง
ดนตรีแบบเอ็งกะ(演歌 Enka)ที่นิยมกันโดยทั่วไปในสังคมญี่ปุ่นบรรเลงขึ้นนักร้องสาวสวยเสียงสดใสขับร้องเพลงกล่อมคนในงาน สะกดให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มเพลิดเพลินอยู่ในเสียงเพลง ปล่อยให้กมลที่ค้นหากุญแจอยู่ด้านหลังทำงานสะดวกขึ้น
หนุ่มพังงาเดินไปถึงทางลงบันไดแคบ ๆไปยังห้องใต้ดินของวิหาร เขาค่อย ๆ เดินลงไปพร้อมไฟฉายในมือเบื้องล่างเป็ห้องที่มืดมาก มีวัตถุโบราณวางอยู่มากมาย
“ เนี่ยหรือ ที่เขาว่าวัดนี้เก่าแก่กว่า 1,400 ปีท่าจะจริงแฮะ มีแต่ของเก่า ๆ ทั้งนั้นเลย นี่ถ้าเป็เมืองไทยคงโดนขโมยลักเอาไปขายร้านเจ๊กแล้วมั๊ง” เขาคิดในใจ
หนุ่มปักษ์ใต้ก็เปิดโน่น ค้นนี่ไปทั่ว กว่า 5นาทีก็ยังไม่พบกุญแจที่ค้นหา จึงเดินกลับขึ้นไปบนวิหารอีกลองเดินไปด้านท้ายของวิหารก็พบสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแบบไทย มีป้ายบอกว่ารัฐบาลสยามส่งมาถวายในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่น-สยาม
กมลจึงคุกเข่าลงกราบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้งฉับพลันนั้นก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น
ที่ฐานพระพุทธรูปมีลิ้นชักที่เลื่อนออกมาได้เองภายในมีกุญแจดอกหนึ่ง กมลเห็นดังนั้นก็รีบหยิบขึ้นมาดูลักษณะแบบเดียวกับกุญแจดอกแรกที่พบในฮอกไกโด จึงมองซ้ายมองขวาว่าปลอดคนแล้วก็เก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเลื่อนลิ้นชักเก็บใต้ฐานพระต่อไป จากนั้นก็เดินออกมา
ยังไม่ทันจะพ้นจากประตูวิหารเขาก็ต้องพบกับร่างของซามูไรในชุดเกราะแบบโบราณแต่ทว่าตัวสูงใหญ่กว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก สูงราว ๆ 8 ฟุต
“เอากุญแจมาให้ข้า” ปีศาจโทโมเอะกล่าว
“อ้าว พูดไทยได้ด้วยเหรอ” หนุ่มพังงาแปลกใจ
“ข้าพูดได้ทุกภาษาน่ะแหละ เพราะข้าเป็ผีเมืองผีเขาใช้ภาษาใจคุยกัน, ไม่ต้องพูดมาก ส่งกุญแจมา ถ้าไม่อยากตาย”ผีซามูไรหญิงเงื้อดาบเล่มยาวเตรียมจะฟันคอหนุ่มกมล
“โห น่ากลัวจัง แล้วถ้าข้าไม่ให้ล่ะ”
“ไม่ให้ก็ตายซะ” ผีสาวก็ใช้ดาบซามูไรฟาดใส่แต่กมลหลบหลีกอย่างว่องไว แล้วค่อย ๆ ถอยออกมานอกวิหาร นางผีก็ไล่ติดตามวัตถุสิ่งของใดที่อยู่ใกล้สองข้างทางก็โดนฟันเสียหายไปหลายชิ้น
ทางด้านเวที ถึงคิวของนัทสึมิ ในชื่อโยโกะกำลังรำพัดท่ามกลางเสียงดนตรีจากนักดีดพิณซามิเซ็ง ท่วงทำนองเพลงเนิบช้ากับท่ารำที่อ่อนช้อย มีความสงบนิ่งในความเคลื่อนไหว เหมือนปรัชญาของเซ็นก็ชวนให้ผู้คนที่ชมในงานเหมือนถูกสะกดให้อยู่ในสมาธิ
กมลถูกไล่ต้อนจนมาถึงเวทีเขาะโทะลุฉากลงไปล้มบนพื้นเวที นางปีศาจไล่ตามมากำลังเงื้อดาบจะฟันใส่กมลที่นอนอยู่บนพื้นแต่นัทสึมิรีบเสกดาบเล่มใหญ่ขึ้นมารับดาบซามูไรของโทโมเอะไว้นัทสึมิหันมาหากมลพร้อมสะบัดหน้าและร้องว่า
“ 逃げる!”(นิเกรุ) เป็ส่งสัญญาณให้กมลรู้ว่าหลบไป
ชายหนุ่มรีบลุกออกจากรัศมีของดาบปีศาจ
นางผีซามูไรก็ใช้เท้าถีบจนนัทสึมิลอยละลิ่วไปตกอยู่บนหน้าตักของเ้าชายทรงกอดรับร่างของสายลับสาวไว้ ทั้งสองต่างก็จ้องตากันเ้าชายก็เห็นใบหน้าอันงดงามของนัทสึมิฝ่ายสาวเ้าก็เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเ้าชายผู้ยังทรงพระเยาว์ อายุราว ๆยี่สิบต้น ๆ
เมื่อหายตกตะลึง นัทสึมิรีบลุกขึ้น โค้งคำนับเ้าชายพร้อมกล่าวคำว่า
“สุมิมาเซ็ง” แล้วรีบกลับไปต่อสู้กับผีโทโมเอะ
ฮาสุโกะที่เห็นเหตุการณ์อยู่ข้างเวที รีบะโมาช่วยเธอถอดชุดกิโมโนออกโยนทิ้งไป เช่นเดียวกับนัทสึมิ ทั้งสองในชุดรัดรูปสีดำก็ถืออาวุธเข้าต่อกรกับผีซามูไร ฮาสุโกะถือคทาที่ปลายเป็รูปดอกบัวนัทสึมิถือดาบเล่มใหญ่ ต่างก็ฟาดฟันใส่โทโมเอะ เสียงอาวุธกระทบกันดังโช้งเช้งในขณะที่ผู้ร่วมงานต่างก็วิ่งหนีเอาตัวรอดแต่เ้าชายยังนั่งสงบนิ่งอยู่บนพระที่นั่ง
ผีโทโมเอะเห็นว่าสองสาวรับมือได้อย่างแน่นเหนียว จึงเนรมิตร่างออกหลายร่างล้อมรอบตัวคู่ต่อสู้ไว้แล้วหัวเราะเสียงดังไปทั่ว
นัทสึมิใช้ดาบฟันร่างหนึ่ง แต่กลับเป็ความว่างเปล่าแถมยังถูกดาบซามูไรของโทโมเอะฟันเข้าให้อีกเคราะห์ดีที่ชุดซึ่งเธอสวมสามารถป้องกันคมอาวุธได้แค่รู้สึกเจ็บจากการกระแทกเท่านั้น
ฮาสุโกะก็ใช้คทาดอกบัวฟาดใส่ร่างหนึ่งของผีสาวก็ประสบเช่นกันกับน้องสาว แล้วโดนโทโมเอะฟันใส่จนหงายหลังล้มกลิ้งไป
พี่น้องสองสาว เพียรพยามต่อสู้หลายครั้งแต่ก็เอาชนะนางผีโทโมเอะไม่ได้ กลายเป็กระสอบทรายให้ผีทั้งถีบทั้งเตะทั้งฟาดฟันด้วยดาบจนสะบักสะบอม ล้มฟุบอยู่บนเวทีการแสดงนั้น
จากนั้นผีซามูไรสาวก็วิ่งไปหากมลเพื่อจะ่ชิงกุญแจมา หนุ่มพังงาก็วิ่งหลบอยู่รอบ ๆ เวทีนั้นพร้อมชักอาวุธปืนยิงใส่นางผี แต่ะุปืนมิอาจทำอันตรายกับมันได้เลยเมื่อถูกต้อนไปถึงตะเกียงน้ำมันที่ตั้งอยู่ลานหน้าวิหารนั้น กมลก็คิดอะไรออกเพราะเขาเคยอ่านสามก๊ก ตอนที่ขงเบ้งใช้ไฟเผาทหารเกราะหวายตายนับพันนาย
กมลยกตะเกียงน้ำมันทุ่มใส่นางผีที่กำลังะโเข้าใส่เขาจนตะเกียงกระแทกร่างโทโมเอะอย่างจัง น้ำมันในตะเกียงอาบร่างของมันจนเปียกปอนมันก็ยังพยายามจะไล่ตะครุบตัวหนุ่มปักษ์ใต้
ทันใดนั้นก็มีลูกธนูที่ปลายติดไฟถูกยิงมาจากด้านหนึ่งปักเข้าใส่ชุดเกราะที่กำลังชุ่มน้ำมันของโทโมเอะ เปลวไฟก็ลุกโชนครอกร่างของผีสาวจนร้องโหยหวน ดิ้นทุรนทุราย แล้วร่างก็สลายกลายเป็ไอไป
เมื่อสายลับทั้งสามหันไปดูก็เห็นว่าเ้าชายฟุมิโอะ ทรงถือคันธนูอยู่ เป็พระองค์นั่นเองที่ยิงธนูใส่นางปีศาจ
เ้าชายทรงวิ่งมาดูอาการของสาวสองพี่น้อง
”โอฟุตาริโตโมะ อีเดสก๊ะ” 1
“วะกะริมะชิตะ อะริงาโตโกะไซมัส” 2
ทรงยื่นพระหัตถ์ทั้งสองไปจับมือสองสาวให้ลุกขึ้นกมลก็วิ่งมาโค้งคำนับ แล้วกล่าวว่า
“แท้งกิ้วเวรี่มัด”
เ้าชายก็ทรงโค้งตอบแล้วรับสั่งเป็ภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นว่า
“ไมเป็รายคุณโอเคม๊าย”
“โอเคอยู่ครับ”กมลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
แล้วบรรดาข้าราชบริพารที่ตามเสด็จก็กรูกันเข้ามาช่วยกันประคับประคองกมลและสองสาวไปนั่งพักที่เต๊นท์ปะรำพิธี
วันรุ่งขึ้นณ ห้องประชุมกองบัญชาการ CRA Japan
“ ในวันนี้ เราขอชื่นชมการเสี่ยงชีวิตของนักสู้ทั้งสามคนที่ปฏิบัติภารกิจครั้งที่สองได้สำเร็จลุล่วง เราขอปรบมือให้”ผอ.คนเดิมกล่าวพร้อมปรบมือ ทุกคนในห้องก็ปรบมือเสียงดังเกรียวกราว
กมลฮาสุโกะ และนัทสึมิ ก็โค้งคำนับ
“และสำหรับวันนี้เป็โอกาสพิเศษ ที่เราจะเปิดตัวสายลับคนสำคัญของ CRA ประเทศญี่ปุ่น ขอเรียนเชิญพบกับท่านได้เลยครับ เชิญครับ”
เมื่อผอ.กล่าวจบก็มีคนเดินออกมาจากห้องรับรองมาที่กลางห้อง
“เ้าชาย !!! “กมลและฮาสุโกะอุทานเกือบจะพร้อมกัน
“อ๊ะนันเดสก๊ะ” 3 นัทสึมิอุทาน พร้อมทำตาโต
“ขอต้อนรับเ้าชายฟุมิโอะผู้ทรงเป็เชื้อพระวงศ์ของจักรพรรดิเมจิ กับพระสนมทามิโกะ”
ทุกคนในห้องประชุมก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ
“มินนะไคเตะคิเดส,ชิมไปชิไนเด๊ะคุดาไซ” 4 ทรงผายพระหัตถ์ให้ทุกคนนั่งลง
“อะริงาโตโกไซมัส”
“ขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่าเ้าชายฟุมิโอะ ก็เป็สายลับคนหนึ่งขององค์กรเรา....” ผอ.กล่าว
“เอ๋...”นัทสึมิร้องด้วยความประหลาดใจ
“นอกจากนี้ท่านยังเป็องค์อวตารของเทพฮาจิมัง (八幡神) เทพเ้าแห่งการยิงธนูและการาของญี่ปุ่นอีกด้วย”ผอ.กล่าว
“อ๋อมิน่าล่ะ ท่านถึงได้ยิงธนูใส่นางผีนั่น” กมลรู้สึกตื่นเต้น
“ที่สุดนี้พวกเราต้องขอขอบคุณเ้าชาย ที่ได้ช่วยปราบปีศาจโทโมเอะลงได้และช่วยให้ได้กุญแจเปิดสุสานมาโดยสวัสดิภาพ” ผอ.สรุป
เ้าชายทรงพระดำเนินไปหานัทสึมิที่นั่งอยู่เก้าอี้ แล้วพระองค์ก็โค้งคำนับหนึ่งครั้ง พร้อมกล่าวว่า
“คมบัง, โคเออินะ โคโตะนิ ดินน่า นิ อิตเตะคุเระมาเซ็งก๊ะ”5
นัทสึมิ ก้มหน้าด้วยความเขินอายจนหน้าแดง ก่อนจะตอบว่า
“ไทเฮน โคเออิเดส” 6
แล้วเ้าชายก็จูงมือนัทสึมิเดินเคียงคู่กันออกจากห้อง ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของทุกคน
จบตอนที่9 โปรดติดตามตอนที่ 10 เปิดสุสานจักรพรรดินินโทกุ
เหตุการณ์จะเป็เช่นไร เมื่อกามันดาปลุกิญญาซามูไรโรนิน นามว่ามิยาโมโตะ มูซาชิ (宮本 武蔵) ให้ขึ้นมาจากยมโลก(ห้ามพลาด)
พวกเขาจะรวบรวมกุญแจเปิดสุสานได้หรือไม่โปรดติดตามตอนต่อไป
เชิงอรรถชุดที่1
1 “おはようございます、お姉さん。ガモルさん。はじめまして。”
(แปลว่า อรุณสวัสดิ์พี่สาว,คุณกมล ยินดีที่ได้รู้จัก)
2 “おはよう 妹 、 かわいい。”
” (แปลว่า สวัสดีน้องสาว น่ารักจัง )
3 “ いいえ、タイ語は話せません。” ( ไม่ ฉันพูดไทยไม่ได้)
4
5 “皆さんはここにいます。長い間探していました “พวกคุณมาอยู่ที่นี่เอง , ฉันตามหาตั้งนาน”
6 “ ごめんなさい、ちょっとした事故に遭ったんです。”
“ขออภัยค่ะ พอดีฉันพบอุบัติเหตุนิดหน่อย”
7 “ まずは私の家で食べませんか?”
( พวกคุณจะไม่ทานข้าวที่บ้านฉันก่อนหรือ)
เชิงอรรถชุดที่ 2
1 “お二人とも、いいですか?” (คุณสองคนโอเคไหม)
2 “わかりました、ありがとうございます。( โอเคค่ะขอบคุณเป็อย่างสูง )
3 “あ , 何ですか?” (อ๊ะ อะไรกันเนี่ย)
4 “ みんな快適です、心配しないでください。” (ทุกคนตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ)
5 “ 今晩、光栄なことにディナーに行ってくれませんか?” ( เย็นนี้คุณจะให้เกียรติไปดินเนอร์กับผมได้ไหมครับ )
6 “大変光栄です。” (ถือเป็เกียรติอย่างยิ่งเพคะ, ยินดีค่ะ)