"แล้วทางตำรวจรู้เื่นี้ไหมครับ? "
"ไม่รู้--พวกเขาสนใจแค่ผลชันสูตรแต่เอาเข้าจริง ๆ สุดท้ายมันก็เป็แค่แฟ้มคดีปริศนาที่ไม่สามารถคลี่คลายได้เท่านั้นเอง..." ดร.กิลเบิร์ตอธิบายให้เด็กชายฟัง
"หวังว่ามันคงไม่มีศัพท์ทางการแพทย์เยอะเกินไปนะครับ? "
"ผลชันสูตรที่ให้เธออ่านเป็แบบเดียวกับของตำรวจน่ะ"
"ถ้าผมไม่เข้าใจตรงไหนก็จะถามคุณก็แล้วกัน..." อัลเลนว่าพลางก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มอย่างตั้งอกตั้งใจ
อัลเลนอ่านและทำความเข้าใจผลการชันสูตรของเจน โด เงียบ ๆ --โชคดีที่รายงานชันสูตรนั้นไม่ได้มีศัพท์เฉพาะทางการแพทย์มากนักและหากมีคำไหนที่ไม่เข้าใจ เด็กชายก็จะถามดร.กิลเบิร์ต ซึ่งนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
ผลการชันสูตรศพนั้นบอกว่าสภาพภายนอกของศพไม่มีร่องรอยาแใด ๆ ที่เป็สาเหตุที่ทำให้เธอเสียชีวิต แต่เมื่อทำการผ่าชันสูตรภายในกลับพบว่ากระดูกข้อมือข้อเท้าของเธอแตกหัก ลิ้นของเธอถูกตัด ฟันกรามล่างหายไปซี่หนึ่ง พบเขม่าที่หลอดลม กล่องเสียงและปอด อวัยวะภายในของเธอมีาแต่าง ๆ มากมาย ในกระเพาะพบดอกเดวิลส์สเนล (devil's snare) ซึ่งเป็พืชมีพิษที่ทำให้อัมพาต และฟันกรามซึ่หนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็ฟันกรามที่หายไปของเธอ ซึ่งมันถูกพันด้วยเศษผ้าเก่า ๆ ผืนหนึ่งที่มีข้อความว่า 'เลวีนิติบทที่ 20 ข้อที่ 27'
"ฟาล--การล่าแม่มดซาเลมอยู่ใน่ปีไหนครับ--ผมจำได้คร่าว ๆ ว่าการล่าแม่มดอยู่ใน่ยุคมืดประมาณศตวรรษที่สิบสามถึงสิบเจ็ดเท่านั้น..."
"ปี1693" ฟาลตอบเสียงเรียบก่อนจะฉุกใจคิดถึงความนัยที่แฝงในคำถามประโยคนั้นของอัลเลน "หรือว่า...!? "
"ผมไม่แน่ใจ" อัลเลนตอบพลางใช้มือข้างหนึ่งนวดขมับเบา ๆ "แต่จากผลการชันสูตร--เธอน่าจะเคยมีชีวิตอยู่เมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน...และถูกเผาทั้งเป็! "
"เป็ไปไม่ได้--ถ้าเธอตายมานานกว่าสามร้อยปีและถูกเผาทั้งเป็จริง ๆ ล่ะก็...ศพของเธอก็ควรจะมีร่อยรองถูกไฟไหม้ซิ..." เจเรมีพูดแย้งขึ้นทันควัน
"คุณอ่านผลชันสูตรที่เพื่อนคุณเขียนหรือยัง? " อัลเลนย้อนถามเสียงเรียบพลางยื่นผลชันสูตรให้อีกฝ่ายแต่ชายหนุ่มกลับปัดมันจนแฟ้มหล่นลงพื้น เด็กชายจึงก้มลงเก็บแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ เนือย ๆ "ในผลชันสูตรเขียนไว้ว่า พบเขม่าที่บริเวณ หลอดลม กล่องเสียง และปอด"
"..."
"แต่ถ้าจะเอาให้ชัวร์จริง ๆ --ผมว่าเราอาจจะต้องเจาะเืของเธอเพื่อนำไปตรวจหาคาร์บอนไดออกไซด์ในเื และอาจต้องตรวจหาสารพิษที่เกิดจากดอกเดวิลส์สเนลด้วย..."
"แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่าเจนถูกเผาทั้งเป็เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็แม่มด? " ดร.กิลเบิร์ตถามด้วยความสนใจในแิของเด็กชาย
"ข้อความบนเศษผ้าที่พันฟันกรามของเธอที่พบอยู่ในกระเพาะของเธอเขียนว่า 'เลวีนิติบทที่ 20 ข้อที่ 27' ครับ" อัลเลนพูดพลางยื่นเอกสารให้อีกฝ่ายอ่านและใช้เล็บกดใต้ข้อความนั้นให้เป็รอย "ซึ่งข้อความใน 'เลวีนิติบทที่ 20 ข้อที่ 27' ก็คือ ‘คนทรงทั้งหญิงและชายหรือพ่อมดหมอผีท่ามกลางพวกเ้าจะต้องตาย เ้าจะต้องเอาหินขว้างพวกเขา ที่พวกเขาต้องตายนั้นก็เพราะความผิดของพวกเขาเอง’ "
"..."
"แต่ปัญหาก็คือในยุคสมัยนั้นไม่มีกฎหรือหลักเกณฑ์อะไรในการตรวจสอบว่าใครเป็พ่อมดแม่มด--คนที่โดนจับเผาทั้งเป็ใน่เวลานั้น โดยมากมักจะเป็ผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ผิดที่ผิดทาง หรือไปทำอะไรขวางหูขวางตาคนใหญ่คนโต หรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างในยุคนั้น"
"..."
"ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ยอมรับความผิดที่ตนไม่ได้ก่อก็จะต้องถูกทรมานต่าง ๆ นานา จนทนไม่ไหวต้องสารภาพถึงความผิดที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อที่จะตายให้พ้นสภาพการทารุณกรรมที่ทำเหมือนพวกเขาไม่ใช่คน..."
"..."
"ผลการชันสูตรภายในของเจน โด บอกชัดว่าเธอต้องผ่านเื่เลวร้ายและโเี้มากแค่ไหน..."
"..."
"และผลจากการกระทำที่ป่าเถื่อนแบบนั้น--พวกเขาได้ฆ่าเด็กสาวบริสุทธิ์คนหนึ่งไปอย่างเืเย็น แล้วเปลี่ยนให้เธอกลายเป็แม่มดอย่างสมบูรณ์! "
"แต่นั่นมันก็แค่ข้อสันนิษฐานของเธอหลังจากอ่านผลชันสูตรเท่านั้น ไร้ซึ่งหลักฐานใด ๆ มารองรับ..." ฟาลแย้งอย่างมีหลักการ ไม่พูดโต้แย้งในทันทีว่าเป็ไปไม่ได้ สิ่งที่เขาเรียกร้องจากอัลเลนก็คือหลักฐานที่จะยืนยันความเป็ไปได้ของทฤษฎีนั้น
"แล้วภาพถ่ายระหว่างการชันสูตร--มันยังใช้เป็หลักฐานไม่ได้อีกหรือครับ? " อัลเลนย้อนถาม
"เธอก็ได้ยินจากด็อกเตอร์แล้วไม่ใช่หรือว่า 'ไม่พบ' ร่องรอยการผ่าชันสูตรบนร่างของเจน--ร่างของเธอยังคงเป็เช่นเดิมเหมือนตอนแรกเริ่มก่อนชันสูตรทุกประการ"
"คุณคงไม่คิดจะผ่าเธออีกรอบนะ!? "
"มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์"
"..." มุมปากของเด็กชายกระตุก "ผมไม่ถูกกับเื! "
"แต่เธอก็ชอบดูซี่รี่ย์แนวนี้ไม่ใช่หรือ? " ฟาลถามยิ้ม ๆ
"มันไม่ใช่ของจริง--มันเป็การแสดง! "
"อืม...แล้วเธอมีวิธีไหนในการหาหลักฐานในการพิสูจน์ทฤษฎีของเธอโดยไม่ต้องผ่าร่างของเจน? "
"ขอเวลานอกได้ไหม? " อัลเลนต่อรอง "ผมหิวน้ำน่ะ..."
"ได้--ตามสบายเลย" ฟาลอนุญาต
"..." แล้วอัลเลนก็เดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องทำงานของดร.กิลเบิร์ตอย่างรวดเร็ว
"สีหน้าของเธอดูแย่นะ--เป็อะไรหรือเปล่า? " เสียงดังมาจากด้านหลังขณะที่อัลเลนกำลังจะหยอดเหรียญลงในช่องหยอดเหรียญของตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ
และเมื่ออัลเลนหันไปดูก็พบชายชราชุดดำนั่งอยู่บนที่นั่งด้านหลัง...
"..." อัลเลนหันกลับมาหยอดเหรียญลงในช่องหยอดเหรียญแล้วกดเลือกเครื่องดื่มมาสองชนิดอย่างละหนึ่งกระป๋อง แล้วหยิบมันออกจากช่องรับสินค้าด้านล่าง แล้วยื่นชากระป๋องให้อีกฝ่าย ซึ่งชายชราก็รับมันมาเปิดดื่มอย่างไม่เกรงใจ
"เธอยังไม่ตอบคำถามของฉันเลยนะ..." ชายชราทวงคำตอบขณะที่อัลเลนกระดกกระปํองน้ำส้มขึ้นดื่ม
อัลเลนจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้อีกฝ่าย
"เธอนี่นะ--ไม่ถูกกับเื!? " ชายชราพูดพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
"ผมจริงจังนะ! " เด็กชายอายุสิบสามพูดพลางเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างงอน ๆ
"ฉันว่าเธอต้องมีอย่างอื่นอยู่ในใจใช่ไหม--ถึงไม่อยากให้พวกเขาชำแหละเจนอีกรอบ? " ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
"อืม..." เด็กชายพยักหน้ารับก่อนหันมามองอีกฝ่ายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเคร่งขรึม "เพราะผมดูภาพถ่ายก่อนที่จะชันสูตรน่ะ..."
"ทำไมหรือ? " ชายชราถามเมื่อเห็นเด็กชายอ้ำอึ้ง "พูดมาเถอะ...อย่ากลัวที่จะพูดความรู้สึกที่แท้จริงของเธอออกมา..."
"เธอสวยเกินไป--ผมหมายถึงสภาพของเธอเหมือนกับคนเพิ่งตาย--ไม่ซิ...ต้องบอกว่าเธอเหมือนกับคนนอนหลับมากกว่า..."
"..."
"แล้วมันก็ทำให้ผมคิดถึงสภาพของจูเลียสที่กินยาพิษที่ทำให้เธออยู่ในสภาพตายแต่ไม่ตายขึ้นมา! " อัลเลนพรั่งพรูความคิดที่ค้างคาใจออกมาให้อีกฝ่าย "แล้วมันทำให้ผมคิดถึงดอกเดวิลส์สเนลที่ทำให้เธอกลายเป็อัมพาตและการที่เธอต้องถูกตัดลิ้นออกมานั้นก็อาจจะเป็เพราะเธอไปเจอในสิ่งที่ไม่ควรเจอเข้า พวกนั้นไม่้าให้เธอเอาเื่นั้นไปแพร่งพรายเลยบังคับให้เธอกินดอกเดวิลส์สเนลแล้วตัดลิ้นเธอซะ! "
"ว่าต่อไปซิ..." ชายชราไม่ขัดจังหวะในการอนุมานเื่ราวของเด็กชาย เพราะสิ่งที่เด็กน้อยเล่านั้นก็คือความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต!
"แม้ว่าเธอจะถูกทำให้เป็อัมพาตและกลายเป็ใบ้แล้วพวกนั้นก็ยังไม่วางใจเพราะอาจมีคนมาถอนพิษดอกเดวิลส์สเนลให้กับเธอ--เพื่อไม่ให้เธอหนี--มันจึงหักข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอและเพื่อป้องกันหากมีใครสามารถช่วยเธอถอนพิษได้สำเร็จแล้วเขียนเล่าถึงความชั่วร้ายหรือเื่ที่พวกมันกระทำก็เลยหักข้อมือของเธอซะ....แล้วจากนั้นก็..." อัลเลนไม่กล้าพูดต่อถึงผลชันสูตรของเจนเพราะมันเป็เื่เลวร้ายและโหดร้ายสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งมาก
"พูดต่อไปเถอะ..."
"เธอถูกข่มขืนครับ..." อัลเลนพูดพลางเบือนหน้าไปทางอื่น