ปรี๊กกกกกกกกกกก!!!
“โยจอง..เฮ้ยย! โยจอง เชี้ยย!! สายหลุดอีก...”
เธอร้องเรียกชื่อเพื่อนของเธอเมื่อสายหลุดไป
.
“เฮ้อ..เฮ้ออๆเฮ้อ!!”
หญิงสาวร่างเล็กพ่นลมหายใจออกมาจากทางปากอย่างใ แต่ยังดีที่ยังเหยียบเบรคทันจึงไม่ทันเกิดอุบัติเหตุ เธอจึงตั้งสติอีกครั้งก่อนจะขับต่อไป
ตู้ดด..ตู๊ดด…
“ฮัลโหล...”
“โยเมื่อกี้เกิดไรขึ้น”
“แค่รถตัดหน้านิดหน่อยไม่เป็ไร”
“อะไรนะ..แล้วแกเป็อะไรเปล่าเนี้ย”
“เปล่าา!! ไม่เป็ไร..หยุดรถได้ทันพอดี”
“ใหมด..นึกว่าแกจะเป็อะไร”
“แล้วแกออกมายัง”
“ออกมาแล้ว..ยังห่วงเื่นี้อยู่อีกหรอเนี่ย!! รีบออกมาเลยแหละ กลัวแกจะเป็อะไรไป..”
“โอเค..เดี๋ยวนะแก ข้างหน้าฉันมีอุบัติเหตุว่ะ! อาจจะไปช้าหน่อยนะ รถเริ่มติดแล้วด้วย แค่นี้ก่อนนะ..”
“อืมๆ”
เธอวางสายแล้วมองออกไปยังจุดที่เกิดอุบัติเหตุแล้วขับเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุแล้วเห็นหญิงสาวสวมชุดกาวน์ที่กำลังปั้มหัวใจให้คนเจ็บโดยหันหน้าออกมาทางถนนอยู่ด้วยสีหน้าวิตกกังวลและปาดน้ำตาตัวเองไปด้วย
“คุณปู่...คุณปู่อย่าเป็อะไรนะคะคุณปู่!! คุณปู่.....”
.
“ญาติของคู่กรณีฝ่ายชนกำลังเดินทางมาครับผู้กอง”
“แล้วของคู่กรณีอีกคนล่ะ!!”
“เห็นว่าเป็หมอแล้วก็กำลังช่วยชีวิตคู่กรณีซึ่งเป็ญาติตัวเองอยู่ครับ เพราะจะสาหัสอยู่..”
…………...
“หมอครับ! พาคนเจ็บขึ้นรถAmbulanceก่อนเถอะครับหมอ”
หมอสาวยอมถอยออกห่างออกมาจากร่างไร้สติเพื่อให้บุรุษพยาบาลพาตัวคนเจ็บขึ้นรถแล้วตัวเธอก็รีบตามขึ้นไปบนรถ แล้วรถก็วิ่งออกไปจากจุดที่เกิดเหตุ
.
“แชยองง..”
โยจองอุทานนามของใครบางคนออกมาหลังจากมองเห็นหน้าของหมอสาวคนนั้นที่มีไฟบนท้องถนนส่องสว่างบนท้องถนนให้มองเห็นหลังจากที่ขับรถเลยผ่านไปแล้ว
.
.
.
โรงพยาบาล…
รถฉุกเฉินขับเข้ามาจอดในโรงพยาบาล คนขับรถกับบุรุษพยาบาลลงมาเปิดท้ายรถ แล้วช่วยกันรีบเอาดึงเตียงที่มีคนเจ็บลงมาโดยที่มีหญิงสาวสวมชุดกาวน์นั่งค่อมอยู่บนเตียงระหว่างกลางของคนเจ็บบนเตียงเพื่อปั้มหัวใจให้คนเจ็บพร้อมน้ำตาไปด้วย
“คุณปู่ต้องไม่เป็อะไรนะคะ..แชกำลังจะช่วยคุณปู่แล้ว พวกพี่พยาบาลคนใดคนนึงช่วยโทร.หาคนที่บ้านฉันให้หน่อย มือถือฉันอยู่ในเสื้อ..แจ้งไปว่าเกิดอุบัติเหตุกับคุณชนะชัย อศวธรรมรงกุล”
เธอพูดทั้งน้ำตาเสียงสั่นเครือพันมือสองข้างยังคงปั้มหัวใจคนเจ็บอยู่ไม่ขาดสาย แล้วคนพยาบาลก็ล้วงมือเข้าไปในเสื้อกาวน์ของคนที่กล่าววานเพื่อเอาโทรศัพท์
.
.
“ว่าไงแชยอง..”
“คุณหมอรันคะ..คุณหมอแชยองบอกให้โทรหาด่วนค่ะ”
“มีอะไรรึเปล่าคะ!! เกิดเหตุอะไรรึเปล่า...”
“คือว่า..คุณชนะชัย อศวธรรมรงกุลประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินแล้วค่ะ”
“ว่าไงนะ!!”
เธอกล่าวแล้วโทรศัพท์ก็หลุดล่วงลงจากมือลงไปกระแทกลงกับพื้นแล้วหยดน้ำตาก็ไหลลงมา แล้วร่างกายก็เริ่มร้อนรนจากเหตุที่ได้ยินและฟัง
“รันเป็อะไร..”
นัยนาโพล่งปากขึ้นถามรรรรรรเมื่อเห็นเธอกำลังร้องไห้แล้วโทรศัพท์ก็หล่นอยู่บนพื้นห้อง
“พ่ออ..พ่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้ว”
เธอพูดแทบไม่เป็เสียงออกมาจากปาก
“ใจเย็นๆก่อนนะรัน..ตอนนี้หมอคงกำลังช่วยอยู่ เดี๋ยวั์จะไปบอกแม่กับน้าอรก่อน ให้น้าอรมาดูฮานาแล้วเราค่อยออกไปพร้อมกันนะ”
“อืมม!!”
.
.
โรงพยาบาล..
หญิงวัยชรากับหญิงวัยกลางอีกสองคนมานั่งรอบยืนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน จนเวลาเลยไปไปนานมากก็ยังไม่มีใครออกมา
หญิงวัยกลางคนร่างเล็กตอนนี้นั่งไม่ติดที่แล้ว เธอยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวเท้าเดินวนกลับไปกลับมาอยู่หลายลอบด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะคนที่อยู่ในห้องนั้นคือพ่อของตนที่กำลังนอนเจ็บอยู่ จนหญิงวัยกลางอีกคนต้องลุกขึ้นมาเพื่อหยุดไม่ให้เธอเดินไปเดินมาต่อ
“พอก่อนรัน..หยุดเดินก่อน! เดี๋ยวจะเป็ลมไปก่อนนะ ทุกคนเค้าก็เป็ห่วงไม่แพ้กัน รันลืมไปแล้วหรอว่าคนที่กำลังช่วยชีวิตพ่อของรันคือคุณหมอแชยองลูกสาวของเรานะ แชยองต้องไม่ปล่อยให้คุณตาของเค้าเป็อะไรไปแน่ๆ”
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมามองหน้าร่างสูงที่พูดปลอบตัวเอง
“จริงด้วยสินะ”
เธอกล่าวทั้งน้ำตาแล้วเข้าสวมกอดคนตัวสูงกว่า หญิงวัยชราจึงลุกขึ้นเข้ามากอดเธอทั้งสองคนอีกคน
“ถ้าพ่อจะเป็อะไรไปจริงๆ ก็ขอให้ฉันได้ช่วยพ่อก่อน..”
“รันจะไปไหน..”
เธอถอนกอดออกมาแล้วพูดต่อหน้าคนทั้งสองคนแล้วหันหลังรีบวิ่งไปยังห้องพักหมอเพื่อเข้าไปเอาแมสปิดปากและถุงมือยางโดยไม่ฟังคำถามของใคร แล้วจะรีบวิ่งกลับไปยังห้องผ่าตัดฉุกเฉินแล้วเปิดประตูห้องผ่าตัดฉุกเฉินเข้าไปข้างในด้วยสัญชาตญาณของคนเป็ลูกและเป็แพทย์ในตัว
หญิงสองคนได้แต่ยืนมองเธอเปิดประตูวิ่งเข้าไปในนั้นเพราะรู้ว่าช่วยอะไรไม่ได้เพราะไม่ใช่หมอ
3ชั่วโมงผ่านไป..
เป็เช่นเดิมคือยังไม่มีใครออกมาจากห้องผ่าตัด ทั้งสองคนที่ทั้งนั่งทั้งยืนรอด้วยความเป็ห่วงคนในนั้นรออยู่ด้วยความเป็ห่วงและกังวลอยู่ไม่ต่างกัน
ตอนนี้ในห้องผ่าตัดก็ได้ดำเนินการไปอย่างเคร่งเครียด เวลาผ่านไปนานต่อนานชีพจรคนไข้ก็อ่อนลงบ้างหยุดหายใจบ้าง ก็ต้องทำการช่วยให้กลับมาหายใจอีกครั้งนึงจนสำเร็จก็จึงได้เริ่มทำการผ่าตัดต่อไป
“พ่อ..พ่อต้องไม่เป็ไรนะคะพ่อ ขนาดโรคหัวใจพ่อยังผ่านมันมาได้เลย อุบัติเหตุครั้งนี้พ่อก็ต้องผ่านมันไปให้ได้นะคะพ่อ”
“คุณปู่ต้องไม่เป็อะไรนะคะ แชจะต้องช่วยชีวิตคุณปู่ให้ได้ คุณปู่จะต้องไม่เป็อะไร คุณปู่จะต้องอยู่กับเราไปอีกนานนะคะคุณปู่ แชมี๊และหมอทุกคนกับพยาบาลในห้องนี้พยายามจะช่วยชีวิตคุณปู่อยู่นะ”
ทั้งสองคนคิดในใจในระหว่างที่ทำการช่วยชีวิตคนไข้บนเตียงผ่าตัดอยู่ ถึงจะคนละเื่กันแต่ก็ยังสื่อได้ถึงความหมายและจุดประสงค์เดียวกันได้
.
.
“โย..แกเมามากแล้วนะเว้ย กลับได้แล้ว”
“ไม่..ยังไม่อยากกลับ ยุ..อยู่...อยู่ต่อแปป”
“แกต้องกลับได้แล้ว!! ถ้าลูกแกรู้ว่าแม่มีสภาพแบบนี้ ลูกแกจะคิดกับแกยังไงวะ”
“เฮ้ยย! แกรู้ได้ไงว่าฉันมีลูก..แกกก..ไปเอามาจากไหน”
“ก็แกไงที่บอก..”
“หาาา..ฉันเนี้ยนะบอก..บอกตอนไหนวะ”
“ก็แกพึ่งบอกไปไง..”
“ยัยนี่เมาแล้วพูดไม่รู้เื่ พูดกับมันต่อก็เสียเวลาเปล่าๆ”
“รู้แล้วมึงจะยืนพูดทำไมวะกฤต ช่วยแบกมันไปขึ้นรถเลยเร็วว..”
“ไม่เอ้าา..ไม่ไปป...ยังไม่อยากกลับ”
“โอ้ยๆ มานี่!!”
ชายหนุ่มร่างสูงรีบแบกคนเมาขึ้นหลังโดยมีหญิงสาวที่เป็เพื่อนกันอีกคนช่วยพยุงดันอยู่ด้านหลังเพื่อที่จะพาคนเมานั้นกลับคอนโด
.
.
45นาทีผ่านไป..
หญิงสาวร่างสูงเดินพยุงตัวหญิงวัยกลางร่างเล็กออกมาจากห้องผ่าตัดพร้อมทั้งทำตา
“คุณย่าา..แด๊ดด…”
“เป็ไงบ้างแชยอง..รัน”
“คุณตาเป็ยังไงบ้าง..”
“คือว่าแชกับมี๊....”
“ว่าไง..พูดต่อสิ! จะหยุดทำไม”
“คือว่า...ฮึก!!”
“แชยอง..บอกย่ามา...คุณตาเป็ยังไง!!!”