#วันจันทร์สีชมพู 5
“ขอโทษค่ะ” ฉันเอ่ยบอกไปด้วยความรู้สึกผิดจริง ๆ
“หมอแซวเล่นครับ มันเดย์ทานบ้างอย่ามัวแต่ป้อนหลาน”
“หลานอิ่มก่อนแล้วค่อยทานก็ได้ค่ะ คุณหมอทานเลยนะคะ เดี๋ยวจะกลับไปทำงานไม่ทัน”
“คุณก็ทานด้วย” เขาบอก เราใช้เวลาที่ร้านอาหารสักพักใหญ่ เสร็จจากทานข้าวก็กลับมาที่ร้าน คุณหมอเดินเข้ามาส่งก่อนกลับไปทำงานต่อ เ้าเด็กตัวแสบทั้งสองพออิ่มแล้วก็เริ่มออกอาการง่วง ฉันพาหลานทั้งสองเข้าไปห้องทำงานที่อยู่บนชั้นสอง ห้องที่ถูกทำเป็ห้องนอนเล็ก ๆ ของฉันเวลาไม่อยากกลับคอนโด
“ซี ซอล มาล้างมือและเท้าก่อนขึ้นเตียงครับ” ฉันบอกหลาน ที่ตอนนี้ดูท่าแล้วน่าจะง่วงไม่น้อย สองแสบเดินตาปรือเข้ามาใกล้ฉันจัดการล้างมือล้างและเท้าให้หลานทั้งสองก่อนจะเปิดแอร์ในห้องไว้ สองพี่น้องหลับอยู่บนเตียงโดยง่าย ไม่มีงอแงเลยสักนิด เมื่อจัดการห่มผ้าให้หลานเสร็จฉันก็เอาบัญชีร้านขึ้นมาทำนั่งเฝ้าหลานไปพราง แต่ไม่รู้ว่าเพราะอิ่มหรืออะไรที่ทำให้ฉันเริ่มปิดปากหาวถี่ ๆ กระทั่งทนไม่ไหวจึงขยับขึ้นไปนอนข้าง ๆ หลานบนเตียง ไม่ไหวแล้วล่ะ ง่วงจนตาจะปิดอยู่แล้ว
เกือบบ่ายสามฉันรู้สึกตัวตื่นเพราะซีสะกิดที่แขน แต่ซอลยังหลับอยู่ ซีป้องปากกระซิบบอกว่าปวดฉี่ ฉันพยักหน้ารับแล้วพาหลานเข้าห้องน้ำไปทำธุระ เสร็จแล้วซีกลับขึ้นไปนอนบนเตียงข้าง ๆ ซอล มองตามฉันตาแป๋ว ส่วนฉันเข้าไปล้างหน้าที่ห้องน้ำหวังให้ตัวเองสดชื่นขึ้นกว่านี้ เอาจริงที่ได้นอนไปมันก็ทำให้สดชื่นอยู่มากเลยล่ะ
“เดี๋ยวน้องตื่นเราค่อยลงไปข้างล่างกันนะ”
“ครับ” ซีขานรับ ฉันขยับไปนอนข้างๆ ซีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดวีดีโอการ์ตูนดู
“อื้อ” ซอลพลิกตัวไปมาสองสามตลบ ฉันรีบไปกั้นอีกฝั่งของเตียงไว้กลัวหลานจะกลิ้งเพลินแล้วตกเตียง ซอลลืมตามองฉันก่อนจะหัวเราะร่าที่เห็นฉันกั้นตัวเองไม่ให้ตกเตียง
“ตื่นแล้วก็ซนเลยนะ” ฉันแกล้งแซวแล้วยังฟัดแก้มหลานตัวน้อยไปด้วย น่ารักน่าเอ็นดูอีกแล้วเ้าตัวแสบของฉัน
“คิกคิก ฮา ๆ ๆ อามันเดย์ผมฟูเลย ฮา ๆ ๆ ” ซีหัวเราะลั่นห้องหลังจากฉันฟัดซอลแล้วผมยุ่งพันกันไปหมด กลายเป็ว่าเราสามฟัดกันไปมาอยู่บนเตียงนานหลายสิบนาที กว่าจะเหนื่อยและสงบกันได้ก็ลมแทบจับ ฉันจับหลานชายไปล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วถึงได้พาเดินลงมาข้างล้าง ตอนนี้ลูกค้าเริ่มเยอะขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ อีกหน่อยคงได้ยุ่งกันกว่านี้แน่ ๆ
เมื่อลงมาชั้นล่างหลานชายทั้งสองต่างรู้ว่าหน้าที่ ซีและซอลเดินจับมือกันไปนั่งที่โซฟาหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน ฉันเข้าไปชงนมอุ่น ๆ และเลือกขนมมาให้หลานทั้งสองนั่งทานรอ จากนั้นก็เดินไปยืนหลังเคาน์เตอร์เพื่อรอคิดเงินให้ลูกค้า
“น้องน่ารักมากเลยค่ะ ขอเล่นกับน้องได้ไหมคะ?” ลูกค้าที่จำลังจะจ่ายเงินเอ่ยขอฉันเสียงหวาน รอยยิ้มของเธอทำให้อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ชุดที่สวมอยู่ก็พอจะทำให้รู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่
“ได้ค่ะ ซีซอลคุณน้าขอถ่ายรูปได้ไหมครับ” ฉันเอ่ยถามหลานชาย ซีเงยหน้าจากจานขนมฉีกยิ้มหล่อให้ฉัน
“ได้ครับ ซีจะทำหน้าหล่อ ๆ ” ซียิ้ม เมื่อทอนเงินให้ลูกค้าเสร็จเธอก็เดินไปนั่งคุยเล่นกับซีและซอล กระทั่งมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้เธอสีหน้ายิ้มแย้มเธอก็หายไปเหลือเพียงใบหน้านิ่ง ๆ ฉันเห็นว่าผู้ชายคนนั้นยืนมองลูกค้าคนนี้นานแล้วล่ะแต่ไม่ได้เดินข้ามา เขายืนมองเธอด้วยรอยยิ้มแต่พอเดินเข้ามารอยยิ้มทั้งคู่กลับหายไป นี่แหละนะ ความรัก มักมีหลายเหตุผล บางทีทำให้มีรอยยิ้มแต่บางทีกลับทำให้รอยยิ้มนั้นหายไป
“อามันเดย์”
“ครับว่าไง” ฉันละความสนใจจากคู่รักเมื่อกี้ เมื่อมองหลานก็พบว่าขนมหมดแล้วเรียบร้อย
“ขออีกชิ้นได้ไหมครับ”
“ไม่ได้ครับ เดี๋ยวตอนเย็นอาจะพาไปทานข้าว ทานเยอะไปหนูจะอิ่มนะ”
“ก็ได้ครับ ซอลพี่วาดด้วย ๆ ” ซีหันไปสนใจสมุดวาดรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ ซอลกำลังวาดรูปอะไรบางอย่าง จากนั้นไม่นานซีก็นั่งวาดรูปรอฉันเลิกงาน จะว่าไปยังไม่ได้โทรหาเธิร์สเดย์เลยว่าเป็ยังไงบ้าง ่นี้เห็นว่าทั้งทำงานและซ้อมเตรียมแข่ง เดี๋ยววันแข่งจริงจะไปให้กำลังใจเสียหน่อย
“คุณจันทร์คะ รายการขนมที่หมดค่ะ”
“อ้อ เดี๋ยวจันทร์ทำให้ค่ะ ฝากดูซีกับซอลหน่อยนะคะ”
“ได้ค่ะ แล้วก็ตอนที่คุณจันทร์พาน้องไปนอนคุณหมอคลินิกข้าง ๆ มาหานะคะ”
“เขาบอกหรือเปล่าคะว่ามาทำไม?” คุณหมอคลินิกข้าง ๆ นี่ก็แปลก ๆ นะ เริ่มเข้าหาบ่อยขึ้น บางทีก็ไม่เข้าใจว่าเขาเข้าหาเพราะอะไรกันแน่ บางทีมันก็เหมือนชัดเจน แต่มองดี ๆ ก็ไม่ใช่ ความรู้สึกมันบอกไม่ใช่ ไม่ให้คิดเข้าข้างตัวเอง
“ไม่ได้บอกค่ะ”
“ค่ะ งั้นคงไม่มีอะไร เดี๋ยวฝากดูซีกับซอลด้วยนะคะ”
“ซีดูน้องด้วยนะลูก อาจะเข้าไปทำขนม”
“ได้ครับ!”
หลานรับปาก ฉันจึงขยับเดินเข้าไปด้านหลังของร้านที่ถูกทำขึ้นเป็ห้องทำขนม เมื่อดึงสติตัวเองกลับมาฉันจึงได้เริ่มทำขนมตามที่ออเดอร์จากพี่จ๋า เกือบสองชั่วโมงครึ่งฉันที่ขลุกอยู่ในห้องทำขนมเดินออกมาส่องดูหลานทั้งสองว่าเป็ยังไงเล่นซนกันหรือเปล่า พอเห็นว่านั่งเล่นของเล่นที่หลังเคาน์เตอร์ฉันก็สบายใจกลัวจะซนแล้ววุ่นวาย เกรงใจแขกที่มาร้าน
“อามันเดย์” ซีเงยหน้ามองเห็นฉันที่ยืนมองตัวเองอยู่พอดี จึงรีบเอ่ยเรียกพร้อมกับรอยยิ้มสดใส
“ครับ ทำอะไรกันอยู่”
“เกมหุ่นยนต์ ซอลเองก็เล่น” ซีรีบรายงานทันที
“ไปเล่นซนกันมาไหมครับเนี่ยอาไม่อยู่”
“ไม่ซนครับ เราเป็เด็กดี”
“เก่งมากครับ” ฉันเดินเข้าไปนั่งกับหลานที่พื้นหลังเคาน์เตอร์ ตอนนี้ลูกค้าเริ่มบางตาลงมากแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่นั่งที่เก้าอี้ ขนมฉันอบเสร็จเรียบร้อยสำหรับพรุ่งนี้คนที่ทำหน้าที่ทำขนมจะกลับมาทำงานแล้วล่ะหลังจากที่ลาไปคลอดไปเมื่อสามเดือนก่อน ตอนนี้ฉันให้น้องจัดขนมใส่ถาดเพื่อนำมาวางที่ตู้ด้านหน้าแล้วล่ะ ซียื่นขนมมาป้อนหนึ่งชิ้น ฉันอ้าปากรับแล้วนั่งดูหลานเล่นกันอย่างสนุก แต่ไม่ได้เสียงดังจนรบกวนคนอื่น
“ซี ซอล หิวหรือยังครับ”
“ยังครับ”
“วันนี้นอนกับอานะครับ”
“นอนครับ แต่คิดถึงแม่กับพ่อด้วย”
“เดี๋ยวก่อนนอนอาให้โทรหาพ่อดีไหม”
“ดีครับ”
“เดี๋ยวเราชวนอาเธิร์สมาด้วยดีไหม”
“ดี ๆ ” พอได้ยินว่าอาเธิร์สสองแสบก็ยิ้มกว้างตื่นเต้น เพราะเวลาที่เธิร์สเดย์มาหามักจะมีของเล่นติดไม้ติดมือมาด้วยเสมอ สองแสบเลยชอบ ฉันหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมากดโทรหาเธิร์ส รอสายสักพักใหญ่ปลายสายก็ไม่ได้รับ ฉันเลยกดวางและส่งข้อความบอกว่าให้โทรกลับ
“อาเธิร์สไม่รับสายเลยลูก งั้นเดี๋ยวเราค่อยโทรใหม่เนอะ”
“ครับ” หนึ่งทุ่มครึ่งเราสามอาหลานเก็บของเตรียมกลับบ้าน ่ที่กำลังจัดขนมใส่กล่องคุณหมอคลินิกข้าง ๆ ก็เดินเข้ามาในร้าน ท่าทางอิดโรยของเขาทำให้เดาได้ว่าวันนี้คนไข้ของเขาคงจะเยอะ
“กลับบ้านกันครับ” คุณหมอเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับย่อตัวอุ้มซอลไว้
“พี่จ๋า หนูพาหลานกลับก่อนนะคะ”
“ค่าคุณจันทร์”
“ลาพี่ ๆ ก่อนเร็ว อาจะพากลับแล้ว” ฉันบอกหลาน ซีและซอลยกมือไหว้ลาพนักงานในร้านอย่างน่ารัก ฉันจับมือซีเดินออกจากร้าน โดยที่มืออีกข้างถือกระเป๋าสะพายของทั้งสองไว้ เด็กทั้งสองนั่งเบาะด้านหลังโดยมีฉันนั่งคั่นกลางไว้ เมื่อนั่งเรียบร้อยฉันก็รัดเข็มขัดนิรภัยให้หลาน ส่วนตัวเองก็คอยมองหลานอยู่บ่อย ๆ คุณหมอยังคงทำหน้าที่ขับรถ เกรงใจเขาอยู่ไม่น้อยที่ต้องมาขับรถให้แบบนี้
“แวะทานข้าวก่อนไหมครับ เด็ก ๆ หิวหรือยัง”
“หิวแล้วครับ!”
“หิว หิว” สองพี่น้องขานรับโดยที่ไม่ต้องรอให้ถามซ้ำ ฉันหลุดขำเมื่อเห็นซอลลูบท้องตัวเองไปมายืนยันว่าหิวจริง
“มันเดย์หิวไหมครับ”
“นิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบ คนที่เอ่ยถาม
“งั้นแวะทานข้าวก่อนนะครับ”
“ได้ค่ะ โอ๊ะ โทรมาแล้ว” ฉันเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเจอสายเรียกเข้าจากเธิร์สเดย์
“ไปไหนมา ทำไมโทรหาแล้วไม่รับ” ฉันรีบถามคนที่โทรมาเสียงเข้ม
(ซ้อมอยู่เหอะ มีแข่งเนี่ย) เสียงโวยวายดังจากปลายสาย
“รู้หรอกน่า หลานมานอนด้วยนะวันนี้ จะมาไหม” ฉันถามกลับ มือเล็ก ๆ ของซีและซอลจับที่ต้นแขนเขย่าไม่หยุด คงอยากคุยกับอาเธิร์สของพวกเขาล่ะนะ
(เฮียบอกอยู่ แต่เหนื่อยอ่ะ)
“งั้นก็ไม่เป็ไร แต่ว่าหลานอยากคุยด้วยถ้าถึงร้านอาหารจะโทรหาอีกรอบนะ”
(ขับรถอยู่เหรอ? ทำไมรับโทรศัพท์ได้ มันอันตรายนะ!!)
“มีคนขับให้เถอะ อย่ามาเวอร์” ฉันยิ้มให้กับความห่วงใยจากเธิร์ส ขี้ห่วงจริง ๆ
(ใคร? นี่มีคนมาจีบใช่ไหม! บอกร้านมาเลยนะ จะตามไปบอกมาเลย)
“อันนี้เวอร์เกินไปแล้วเธิร์ส”
(ไม่รู้แหละ ส่งโลเคชั่นมาด้วย จะตามไป ไม่พักมันแล้ว จะไปดูหน้าใครมันมาจีบพี่สาว)
“เขาไม่ได้จีบ เธิร์สฟัง อ้าว วางไปแล้ว อาเธิร์สจะมาทานข้าวด้วยนะครับ” ท้ายประโยคก้มหน้าบอกหลานทั้งสอง
“เย้!!”
“แฟนเหรอครับ” คุณหมอที่เงียบมาสักพักเอ่ยถาม น้ำเสียงติดกังวลนั่นทำให้ฉันไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไป
“รอถามเองดีกว่าค่ะ” ฉันบอกคุณหมอ
“ครับ” คุณหมอเงียบไป สองแฝดนั่งคุยเจี๊ยวจ้าวไม่หยุด ตื่นเต้นที่อาเธิร์สจะเข้ามาหา คืนนี้คาดว่าสองแสบน่าจะนอนกับอาเธิร์สแน่ ๆ ถ้าน้องค้างกับฉันและหลาน
“ถึงแล้วครับ” คุณหมอจอดรถที่ลานจอดรถของร้านอาหารร้านหนึ่งใกล้กับคอนโด
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ?” เมื่อเรานั่งที่ร้านและสั่งอาหารไป คุณหมอก็นิ่งจนแปลกไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดหรืออะไรหรอกนะ แต่เขาเงียบอ่ะ ไม่ได้ชวนคุยเหมือนแรก ๆ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้เงียบแบบนั้น
“คิดอยู่ครับ ถ้าคนนั้นเป็แฟนคุณผมจะทำยังไง”
“คะ? ถ้าเป็แฟนแล้วยังไงคะ ทำไมต้องทำ...”
“ก็ผมชอบคุณ”
“ชอบใครนะครับ?” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับคนที่ร่างสูงของเธิร์สเดย์ที่นั่งลงข้าง ๆ ฉัน สองหลานดีใจที่เจออาเธิร์ส แต่คุณหมอมองเธิร์สด้วยสายตาที่แปลกไป เหมือนกำลังชั่งใจ
“ว่าไงครับ ชอบใคร แล้วคุณเป็ใครทำไมมากับมันเดย์ได้ยังไง”
====
ถามถึงพี่น้องสัปดาห์ ซึ่งประกอบไปด้วย เฮียซันไชน์ ซันเดย์ มันเดย์ และเธิร์สเดย์ ถามว่าชื่อได้มาจากไหน เราน่ะชอบเพลง Thursday ของ GOT7 เราชอบมาก ทุกวันพฤหัสจะเปิดเพลงนี้แล้วแชร์ทุกสัปดาห์ คิดแล้วขำตัวเอง เข้าไปฟังกันได้นะคะ
ส่วนตอนนี้ ใครก็ได้ช่วยพี่หมอหน่อย!! เธิร์สหวงพี่สาวใช่ไหมตอบ!?