บทที่ 6 ดูเื่สนุก
“พี่สาวลูซี่” ชายซึ่งขานหมายเลขเมื่อครู่มองเธอด้วยความเคารพนบนอบ ใบหน้าฉีกยิ้มพร้อมประจบประแจง
อันโหรวสังเกตหญิงสาวคนนี้อย่างละเอียด เธอคงเป็แฟนสาวในข่าวลือของท่านประธานจิ่ง
“ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะบอกเธอหรอกนะ แต่เฉินชอบคนสวย ๆ เธอคง...” ลูซี่กล่าวถึงตรงนี้ก็หยุดลงพลางหัวเราะเบา ๆ
“รสนิยมของท่านประธานจิ่งไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน อีกอย่างฉันเป็แม่ลูกสองแล้ว” อันโหรวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็การวางะเิลูกหนึ่ง ทำให้บรรยากาศพลันเงียบงันในทันที สีหน้าลูซี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เป็แม่ลูกสองแล้ว! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็แค่ผู้หญิงแก่คนหนึ่ง พระเ้า คนแบบนี้ยังเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ต้องรับคนที่เป็สาวโสดสิ!” บางคนะโขึ้น
ประจวบเหมาะกับที่ชีเสิ่งเทียนมาถึงยังชั้นสิบห้า ดวงตาใสกระจ่างของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าให้คนข้าง ๆ
“ขอโทษด้วย แต่คุณผู้หญิงกลุ่มนี้ พวกคุณตกรอบแล้ว กรุณาออกไปจากบริษัทจิ่งทันทีครับ”
บรรดาหญิงสาวเบิกตาและกรีดร้องอย่างไม่อยากเชื่อ พวกเธอยังไม่ทันจะสัมภาษณ์ก็ตกรอบเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่กว่าจะผ่านมายังรอบสุดท้ายได้ต้องลำบากไปมากแค่ไหน
ชีเสิ่งเทียนเดินมาหาอันโหรว พลางขยับแว่นตา “สาวน้อยน่าเกลียด สักพักจะมีการสัมภาษณ์เร็ว ๆ นี้ ผมรอชมผลงานของคุณอยู่” เขาจงใจเอ่ย นึกอยากเห็นสีหน้าของเธอตอนรู้ตัวว่าเข้ามาผิดที่
“ฉันจะทำให้คุณพอใจแน่นอน” คำพูดเรียบง่ายแต่ไม่แสดงถึงท่าทีต่ำต้อยหรือหยิ่งผยอง เธอมั่นใจและนิ่งสงบ
กระทั่งถึงหมายเลขสิบ เป็คิวของเธอพอดี
ลูซี่โมโห ะโใส่ชีเสิ่งเทียน “คุณจัดการกันแบบไหน คนอย่างเธอจะมาเป็พรีเซนเตอร์โฆษณาสินค้าใหม่ของบริษัทจิ่งได้ยังไง”
“รอคุณได้เป็คุณหนูใหญ่ตระกูลจิ่งจริง ๆ ก่อนเถอะ ค่อยมาสั่งการผม” ชีเสิ่งเทียนยิ้มกว้าง ก่อนเดินเข้าห้องสัมภาษณ์ไป
ลูซี่โกรธจัดจนสีหน้าเปลี่ยน ชีเสิ่งเทียน คุณคอยดูเถอะ!
อันโหรวอยู่ในห้องรอสัมภาษณ์ เธอจับฉลากเลือกหัวข้อ เมื่อเปิดอ่านจึงเห็นว่า ‘แสดงรูปร่างของคุณในแบบที่ไม่เหมือนใคร’
เธอรู้สึกใ การสัมภาษณ์งานของแผนกวางแผนกลายเป็การแสดงรูปร่างอะไรกัน
นี่มันเื่บ้าอะไร ใครเป็คนคิดหัวข้อ!
“หมายเลขสิบเชิญเข้าไปด้านใน เตรียมตัวเริ่มได้”
ขณะกำลังบ่นอยู่ในใจ เธอก็ได้ยินเสียงเรียกหมายเลขของตัวเอง
หมายเลขเก้าเข้าไปได้ไม่นานก็ต้องออกมาแล้ว ดูเหมือนอีกฝ่ายจะถูกคัดออก
เธอวางแผ่นกระดาษในมือลง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใช้สมองคิดอย่างรวดเร็วว่าจะแสดงรูปร่างอย่างไรโดยไม่ไร้มารยาทและสมบูรณ์แบบ
เธอยื่นมือไปผลักประตู ความคิดในใจได้ข้อสรุปแล้ว หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จึงเดินเข้าไป
หญิงสาวมองคนซึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง หืม ผู้ชายที่นั่งขมวดคิ้ว พลางหมุนปากกาในมืออยู่นั้นไม่ใช่จิ่งเป่ยเฉินหรอกเหรอ
เธอเพิ่งเจอเขาที่ล็อบบีชั้นล่าง ตอนนี้ยังต้องเจอกันอีก
ตอนนั้นเองจิ่งเป่ยเฉินเงยหน้าขึ้น ปากกาในมือหยุดหมุน
ชีเสิ่งเทียนซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เลิกคิ้ว เขากำลังรอดูเื่สนุกอยู่พอดี!
“แสดงรูปร่างในแบบที่คุณคิดว่าไม่เหมือนใคร” กรรมการสัมภาษณ์ที่นั่งอยู่ด้านขวาสุดเอ่ยขึ้น แม้ในใจจะสงสัยว่าผู้หญิงเฉิ่มเชยคนนี้สามารถผ่านเข้ามายังรอบสุดท้ายได้อย่างไร
แต่เมื่อบอสใหญ่ทั้งสองไม่พูดอะไร เธอจึงได้แต่โบกมือให้สัญญาณ
อันโหรวกระแอมเบา ๆ ใช้น้ำเสียงต่ำ “การแสดงรูปร่างคือการแสดงให้เห็นด้านที่สวยงามที่สุดของรูปร่างตัวเอง ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อได้ยินคำนี้คือนางแบบบนแคทวอล์ค แต่ว่า...”
“ผู้หญิงคนนี้พูดเก่งจริง ๆ ตอนนี้เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินเข้ามาสัมภาษณ์ผิดที่” ชีเสิ่งเทียนยิ้มขำเล็กน้อย พลางก้มหน้าพูดกับจิ่งเป่ยเฉิน
“นายพูดถูก ถ้าอย่างนั้นก็ให้เธอรับผิดชอบเื่แผนโฆษณาครั้งนี้แล้วกัน” จิ่งเป่ยเฉินหมุนปากกา สายตาของชายหนุ่มฉายแววเ็า
“อะไรนะ! นายจะให้เธอรับผิดชอบงานนี้เหรอ รวมถึงเื่การคัดเลือกพรีเซนเตอร์ครั้งนี้ด้วย?” ดวงตาชีเสิ่งเทียนแทบจะถลนออกมา หากในห้องมีแค่พวกเขาสองคน เขาคงต้องะโลั่นแล้วแน่ ๆ
“มีปัญหาหรือไง?”
“ก็มีปัญหาน่ะสิ ถ้าใช้มาตรฐานของเธอ ลูซี่ต้องไม่ผ่านการคัดเลือกแน่ ๆ” ชีเสิ่งเทียนจงใจกล่าวถึงหญิงสาว เขารู้สึกว่าเื่ครั้งนี้จิ่งเป่ยเฉินทำตัวแปลกไปมาก
“ต่อไป ฉันจะสาธิตวิธีการแสดงรูปร่างอย่างสง่างามและเป็เอกลักษณ์ ขอให้กรรมการทั้งสองท่านพิจารณาด้วยค่ะ” เธอเอ่ยพลางมองจิ่งเป่ยเฉิน ชัดเจนว่า้าให้พวกเขาสองคนเลิกซุบซิบกันได้แล้ว
กรรมการหญิงฝั่งขวามือใจนแทบหล่นจากเก้าอี้ น้ำเสียงของเธอแย่ขนาดนั้น ยังกล้าใช้สายตาตำหนิประธานจิ่งกับคุณชีอีก!
อันโหรวยิ้มน้อย ๆ มองกาน้ำชาสีฟ้าด้านข้างด้วยท่าทางสุภาพและมีมารยาทมาก
ทั้งการยื่นแขนหรือการเดิน ล้วนแสดงให้เห็นถึงสัดส่วนของร่างกายได้เป็อย่างดี
อันโหรวถือกาน้ำชาเดินมาใกล้จิ่งเป่ยเฉิน “ท่าทางของการรินชา ตำแหน่งที่วางแขน ขั้นตอนการยกจับ ล้วนสามารถแสดงรูปร่างได้ ชาวจีนให้ความสำคัญกับมารยาทและวัฒนธรรมมาตลอด ถ้าเริ่มจากจุดนี้ ย่อมได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป คุณจิ่งอยากลองดูสักหน่อยไหมคะ”
จิ่งเป่ยเฉินเห็นเรียวแขนขาวผ่องของเธอขณะรินชา เขายื่นมือไปจับข้อมือเธอทันที
“สีผิวบนแขนกับหน้าของคุณไม่เหมือนกัน” จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตาสงสัย
“ต้องไม่เหมือนกันอยู่แล้ว สีผิวบนใบหน้ากับซิกแพคของคุณจะเหมือนกันได้ยังไง”
ชีเสิ่งเทียนรีบมองหน้าท้องของจิ่งเป่ยเฉิน ทั้ง ๆ ที่ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตและสูทมิดชิด แต่เธอซึ่งเจอเขาครั้งแรกกลับรู้แล้วว่าเขามีซิกแพค
จิ่งเป่ยเฉินสบตาคู่นั้น แล้วลุกพรวดจากเก้าอี้ แต่ยังกำข้อมือเธอแน่น “คุณชื่ออะไร”
“อันอวี้หาน”
หัวใจพลันเย็นวาบ
ชีเสิ่งเทียนรู้สึกว่าจิ่งเป่ยเฉินแปลกไปมาก อีกฝ่ายมองสาวน้อยน่าเกลียดคนนี้อย่างไม่ละสายตา ซ้ำยังถามชื่อเธออีก แต่เธอกลับมีแซ่เหมือนกันกับผู้หญิงคนนั้น...
“อัน...อวี้หาน” น้ำเสียงของจิ่งเป่ยเฉินเต็มไปด้วยความสงสัย
เธอจงใจเงยหน้า ส่งสายตาให้เขาอย่างประจบประแจง “ใช่ค่ะ อันอวี้หาน”
ท่าทางแบบนี้ยิ่งทำให้เขาขมวดคิ้ว “วันพรุ่งนี้คุณไปรายงานตัวที่แผนกวางแผน รับผิดชอบวางแผนโฆษณาสินค้าตัวใหม่ของบริษัทจิ่งอย่างเต็มที่”
“ไม่มีปัญหา แต่ก่อนอื่น ท่านประธานจิ่งช่วยปล่อยมือฉันก่อนนะคะ”
กรรมการสัมภาษณ์ตาโต ที่นี่เป็ห้องสัมภาษณ์ผู้สมัครงานโฆษณา ทำไมกลายเป็การสัมภาษณ์ของแผนกวางแผนไปได้
“ประธานจิ่ง ลูซี่กำลังรอนายอยู่นะ” ชีเสิ่งเทียนเอ่ยขึ้นมาราวกับกลัวว่าโลกจะสงบสุขเกินไป
“ลูซี่ ฉันไม่รู้จัก” เขาปล่อยมือเธอ และปิดแฟ้มเอกสาร น้ำเสียงเ็าจนแทบไม่เหมือนกับคำพูด
ชีเสิ่งเทียนอ้าปากค้าง แสดงท่าทางจนแทบไม่เหลือภาพลักษณ์ “แฟนสาวในข่าวลือของนายคนนั้นไง พวกสื่อรายงานมาตลอดหนึ่งเดือนแล้ว แถมเธอยังมาที่บริษัทจิ่งบ่อย ๆ นายกลับยังจำเธอไม่ได้อีกเหรอ ฉันบอกแล้วว่านายเป็โรคจำหน้าคนไม่ได้ก็ยังไม่เชื่ออีก”
“จำหน้าคนไม่ได้เหรอคะ” อันโหรวถามอย่างงุนงง
“ใช่น่ะสิ จำหน้าผู้หญิงไม่ได้ นอกจากหน้าแม่ของตัวเอง ไม่ว่าเขาจะเจอผู้หญิงคนอื่นกี่ครั้งก็ต้องลืมพวกเธอไปหมด” ชีเสิ่งเทียนตั้งใจไม่เอ่ยถึงผู้หญิงคนหนึ่ง
ความจริงแล้ว นอกจากหน้าแม่ของตัวเอง จิ่งเป่ยเฉินยังจดจำผู้หญิงอีกคนได้ด้วย
ส่วนอันโหรวก็ไม่เชื่อ เขาจะเป็โรคจำหน้าคนไม่ได้ได้อย่างไร