หมั่นโถวน้อยเ้าตัวต้นเื่ที่ทำให้ฝนตกลงมา เพราะเหตุผลที่ว่าตัวเองนั้นร้อนมากๆเท่านั้นเอง แต่การที่ทำให้ฝนตกแบบนี้นั้นส่งผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่กับผู้คนในหมู่บ้าน ณ ตอนนี้มากๆเลย!!!!
ณ หมู่บ้านไฉ่หง
ผู้คนกำลังมีอารมณ์ที่หลากหลายมากมายในตอนนี้กันเลย ไม่ว่าจะร้องไห้ดีใจ ร้องไห้เสียใจ มีความสุข มีความทุกข์ปะปนกันไปหมดก็เพราะฝนที่กำลังตก และฝนที่หยุดตก เป็แบบนี้สลับสับเปลี่ยนกันไปมาอยู่ 5-6 ครั้งด้วยกัน ทำให้อารมณ์คนในหมู่บ้านไฉ่หงกำลังสับสนวุ่นวายมากจริงๆ อย่างบอกไม่ถูกกันเลย
แต่ในความหวังของคนในหมู่บ้านไฉ่หง ณ ขณะนี้เหมือนกันหมดก็คือขอให้ฝนตกลงมา เพราะปีนี้ทั้งปีผ่านมาร่วมเข้าเดือนที่ 10 จะหมดปีอยู่แล้วเหลือความหวังอีกเพียงแค่ 2 เดือนหลังจากนี้ แต่ว่าฝนก็ยังไม่ตกลงมาเลยสักครั้งเดียว ยิ่งนานเข้าฝนยิ่งแทบจะไม่ตกกันเลย ระยะเวลาของฝนที่ตกลงมาก็สั้นลงเรื่อยๆ ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ มันคือสัญญาของภัยแล้งเข้ามาทุกที!!!
ปีล่าสุดที่ผ่านมามีฝนตกลงมาแค่เพียง 1 เดือนเท่านั้น และไม่ได้ตกทุกหัวมุมเมืองเสียด้วย ทำให้แม่น้ำหลักในแต่ละสายเหือดแห้งลงไปมากเลยทีเดียว การทำการเกษตรต้องหยุดชะงักไปในหลายๆหมู่บ้าน โดยเฉพาะการปลูกอะไรก็ตามในการเกษตรที่จะต้องใช้น้ำเป็จำนวนมาก
บริเวณที่ดินทำกินที่ติดกันหว่างสองตระกูล ตระกูลสวี(ปู่ย่า) และตระกูลเซียว(ตายาย)
ทุกคนในตระกูลสวี และตระกูลเซียว ที่กำลังช่วยกันพยายามขุดร่องน้ำเพิ่มเพื่อรองรับน้ำ ที่ไม่รู้ว่าจะมีฝนตกลงมาเมื่อไหร่
“ฝนตก..!!!”ทุกๆคน
“................”ฝนหยุดตก ทุกๆคนเงียบกริบ และเริ่มมีสีหน้าเศร้าสร้อย ก้มลงหยิบจอบหยิบเสียมเพื่อที่จะขุดร่องน้ำกันต่อ
“ซู่……ซู่…….”เสียงฝนตกกลับมาอีกรอบ
“ฝน…!!!”ทุกๆคน
“...............”ฝนหยุดตกอีกครั้ง
ทีนี้เพื่อไม่ให้ดีใจเก้อกันอีกพวกท่านมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ดูไม่ได้มีทีท่าว่าฝนจะสามารถตกได้จริงๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังกันทุกๆคนว่าฝนจะตกลงมาอย่างยาวๆจริงๆ!!!
“ฝนตกลงมาจริงๆแล้วครับรอบนี้ตกนานมากๆ”พ่อ
“ฝนตกแล้วครับทุกๆคน”อาทั้งสองคนทางฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ ต่างก็พากันะโออกมาอย่างดีอกดีใจกันยกใหญ่
“ขอบคุณท่านเทพเซียนบนสรวง์ที่ยังเมตตาชาวบ้านอย่างพวกเรา”ปู่
“ทุกๆคน กราบไหว้ท่านเร็วเข้าขอบคุณที่มอบฝนให้พวกเราในครั้งนี้”ตา
“ค่ะ” “ครับ”ทุกๆคน
พวกผู้ใหญ่ต่างพากันก้มลงกราบฟ้าดินกันครบสี่ทิศกันเลยทีเดียว ด้วยความหวังจริงๆว่าฝนที่ตกในครั้งนี้จะตกยาวนานหลายวัน
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะพ่อ แม่??? จู่ๆฝนฟ้าก็ตกลงมาได้ทั้งๆที่อากาศไม่น่าจะทำให้มีฝนได้เลย??”แม่
“อันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน อากาศมันแห้งแล้งมากแต่ทำไมจู่ๆฝนตกลงมาก็ไม่รู้สิ?? แต่ถึงอย่างไรก็ดีกับพวกเรานั่นแหละลูก”ตา
“จริงค่ะ”แม่
“ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ฝนตกมาคราวนี้ถ้าตกนานหลายวันก็มีความหวังล่ะว่าแม่น้ำที่ใกล้หมู่บ้านไฉ่หงของพวกเราจะเติมเต็มได้มากพอสมควรให้พวกเราได้หล่อเลี้ยงชีวิต และสามารถนำมาทำการเกษตรได้มากพอเหมือนเมื่อก่อน”ปู่
พวกผู้ใหญ่แต่ละคน หันไปมองทิศทางที่หมู่บ้านไฉ่หงของพวกเราใกล้แม่น้ำมากที่สุดอย่างมีความหวังมากๆ
“โอ้…ที่บ้านของเรา สองสาวน้อยของพวกเราอยู่บ้านกันตามลำพังเสียด้วยสิ ตอนนี้จะเตรียมถังรองน้ำฝนทันหรือเปล่าก็ไม่รู้”ย่า
“แล้วหลังคาได้ตรวจดูกันดีหรือยังว่าไม่ได้มีรอยรั่วอะไรหรือเปล่า???”ยาย
“เอาอย่างนี้นะพวกผู้หญิงพาพวกเด็กๆ กลับไปจัดการที่บ้านให้เรียบร้อย ส่วนทางด้านนี้พวกพี่จะจัดการเอง”ปู่
“ใช่ๆ พวกเธอพาลูกสะใภ้ไปกันเถอะทางนี้พวกเราจัดการกันเองได้เหลือเพียงนิดหน่อยก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ห่วงเ้าตัวเล็กสองคนด้วยเหมือนกัน”ตา
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ พวกเราไปก่อนล่ะ”ยาย
“ได้ๆ…”ปู่ กับ ตา
“เดี๋ยวไปดูพวกหลานสาวด้วยกันก่อน ฉันเป็ห่วงหลานสาว”ยาย
“ได้ๆ ไปพร้อมกันหมดนี้แหละ”ย่า
“ไม่รู้ว่าหมั่นโถวน้อยจะมีไข้อีกหรือเปล่านะคะแม่??”แม่
“แต่เมื่อวานก็ไม่มีไข้แล้วนะ วันนี้น่าจะเริ่มหายดีแล้วล่ะมั้ง???”ย่า
“พี่สาวก็ดูเหมือนจะติดไข้จากน้อง แต่ดีที่ว่าเปาจื่อเองแข็งแรงมากกว่าเ้าตัวเล็กนัก”ยาย
“ก็นั่นน่ะสิ หวังว่าคงไม่พากันแอบออกมาเล่นน้ำฝนกันหรอกนะ กลัวใจเ้าตัวเล็กทั้งสองคนนี่จริงๆเลย!!!”ย่า
“ขนาดพวกเราที่เป็ผู้ใหญ่เองพอเห็นฝนตกก็อดดีใจไม่ได้ อยากออกมาตากน้ำฝนนะคะ เพราะนานๆทีฝนจะตกมาให้เห็น”แม่
“นั่นน่ะสิ พวกเราเร่งฝีเท้ากันหน่อยจะดีกว่านะ เดี๋ยวถ้าพากันออกมาเล่นน้ำฝนจริงๆจะแย่เอา ได้เป็ไข้พร้อมกันทั้งสองสาสาวน้อยแน่ๆเลย”ยาย
“ค่ะ”แม่ และอาสะใภ้ทั้งสองคน
ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน พวกพี่ชายทั้ง 6 คนก็พากันกลับมา เพื่อที่จะมาดูสาวน้อยทั้งสองคนที่อยู่กันที่บ้านนั่นเอง
ณ ที่บ้านตระกูลสวี
“ฝนตก!!!.....ฝนตก!!!....ฝนตกแล้ว..ฝนตกจริงๆด้วย ใช่ๆอย่ามัวแต่ดีใจต้องรองน้ำฝนเก็บเอาไว้ใช้กิน!!!”พี่สาวเปาจื่อ ะโดีใจได้เพียงแป๊บเดียวก็ต้องเริ่มงานเลย
พี่สาวเปาจื่อผู้เป็พี่สาวอายุ 6 ปี กำลังวิ่งวุ่นอยู่นอกบ้าน และในบ้าน เพื่อจะพยายามเปิดฝาที่ปิดอ่าง ปิดถังต่างๆที่มีอยู่ทั้งในบ้าน นอกบ้าน เพราะพวกเด็กๆในหมู่บ้านไฉ่หงทุกๆคนรู้ดีว่า น้ำนั้นสำคัญมากขนาดไหนกัน
พวกเขาได้ถูกสั่งสอนให้ความสำคัญแก่น้ำมากๆ พี่สาวเปาจื่อจึงพยายามอย่างเต็มที่ด้วยสองเท้าสั้นๆ มือน้อยๆ ที่จะช่วยครอบครัวรองน้ำเก็บเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน
เรียกได้ว่าเด็กๆตามหมู่บ้านนั้นจะดูโตกว่าอายุมากจริงๆ รู้จักรับผิดชอบช่วยเหลืองานบ้านได้หลายอย่างเลย อย่าเห็นว่าตัวเล็กๆอายุยังน้อยอยู่ แต่เนื่องด้วยสภาพครอบครัวเป็แบบนี้ทุกๆคนจะต้องมีส่วนช่วยกัน ไม่ว่าจะเล็กจะน้อยก็ตามที
“โอ๊ย….สูงจัง เก้าอี้ล่ะเก้าอี้อยู่ไหน???”พี่สาวเปาจื่อ ที่มองหาเก้าอี้ มาเป็ตัวช่วยเพื่อที่จะปีนป่ายเพื่อเปิดฝาปิดถัง และอ่างต่างๆออกมาให้หมดด้วยตัวเอง
“เอาไว้ทีหลังละกันหาไม่เจอแหะ…!!!”พี่สาวเปาจื่อ มัวแต่ตื่นเต้น และกังวลด้วยว่าจะช่วยรองน้ำฝนได้ไม่ทัน เพราะไม่รู้ว่าฝนรอบนี้จะตกนานไหม เพราะมันหยุด ตก หยุด ตก แบบนี้หลายรอบแล้ว
ในส่วนห้องนอนบ้านตระกูสวี
ส่วนเ้าตัวการที่ทำให้ฝนตกลงมาไม่ได้รับรู้เลยว่าข้างนอกทุกๆคนกำลังวุ่นวาย และมีอารมณ์มากมายขนาดไหนกัน เพราะมัวแต่นั่งทำมิวสิค ดูวิวนอกหน้าต่างอย่างสบายอกสบายใจนั่นเอง
“ฝนตกลงมาแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อยแหะ….ค่อยหายร้อนขึ้นมาหน่อยๆ แรกๆก็จะเหมือนไอความร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจากพื้นดินเลย ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว รู้สึกว่าพื้นดินเริ่มจะดูดซับน้ำลงไปพอสมควรแล้วล่ะมั้ง ฝนจ๋าตกไปนานๆก่อนเลยนะสัก 1 อาทิตย์เลย
ลองดูสิว่าจะเป็ดั่งที่เราพูดได้ 1 อาทิตย์ที่ว่าเนี่ย แล้วค่อยปรับเปลี่ยนการใช้ฝึกฝนไปเรื่อยๆ จะได้เคยชิน อย่างน้อยๆ ก็ขอช่วยครอบครัวของเด็กน้อยคนนี้ที่เราต้องมาอยู่อาศัยด้วย
ถ้ามีน้ำมาหล่อเลี้ยงพวกเขาคงจะดีขึ้นกว่าเดิมบ้างไม่มากก็น้อยล่ะนะ อากาศแห้งแล้งแบบนี้ไม่ไหวจริงๆ แล้วแบบนี้จะกินจะอยู่กันยังไงนะ???
น้ำดื่มสำหรับกินในแต่ละวันและแต่ละครอบครัวมีจำนวนคนไม่เท่ากันอีกด้วย?? ไหนจะสำหรับทำอาหารอีก?? ไหนจะต้องเอาน้ำไว้ล้างหม้อ ถ้วย จาน ฯลฯอีกล่ะ??? เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ต้องใช้น้ำซักทำความสะอาด
โอ๊ย!!!นี่แค่เพียงนึกว่าจะต้องใช้น้ำแบบเฉพาะในครัวเรือนเท่านั้นนะ ยังไม่รวมที่จะต้องเอาไปทำการเกษตรอีก เพราะดูแล้วตระกูลสวีของพ่อ กับตระกูลเซียวของแม่คงจะมีอาชีพเกษตรแน่นอนล่ะ เท่าที่ความทรงจำของเด็กน้อยคนนี้มีอยู่
แล้วนี่เราอยู่คนเดียวในบ้านหรือเปล่านะ???คนอื่นๆดูท่าจะลงไปทำนาทำสวนกันหมดแล้ว จากความทรงจำล่าสุดก็คือหมั่นโถวไม่สบายนี่เอง พวกผู้ใหญ่ในบ้านเลยไม่ให้ตามไปที่นาที่สวนด้วยกลัวจะไม่หายไข้ เพราะโดนความร้อนด้านนอก ก็อากาศแบบนี้ไม่น่าจะแปลกหรอกที่เด็กๆน้อยจะเป็ไข้ตัวร้อนนะอากาศแย่มากๆเลย
เดี๋ยวคงจะต้องออกไปสำรวจบริเวณใกล้เคียงแถวๆรอบๆบ้านก่อนก็ละกันว่าขาดเหลืออะไรบ้างดีกว่าจะได้หาทางแก้ไข และปรับตัวกันไปก่อน นี่แค่เพียงวันแรกที่มาอยู่ที่นี่เอง ค่อยเป็ค่อยไปละกันนะหมั่นโถวเอ๊ย!!!”หมั่นโถวน้อย
เ้าหมั่นโถวน้อยที่กำลังวางแผนสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้กับตัวเอง ณ สถานที่แห่งนี้ กับครอบครัวใหม่ของเธอเอง
ส่วนทางด้านนอกบ้านของตระกูลสวีนั้นตอนนี้ ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน และพวกพี่ชายทั้ง 6 คน ก็มาถึงกันแล้ว และเห็นว่าพี่สาวเปาจื่อกำลังวุ่นวายยกถังมารองรับน้ำฝน
“ระวังลูกเปาจื่อ!!!”แม่ อาสะใภ้ ย่า ยาย ที่พากันร้องเสียงหลงไปเลย ที่มาเห็นจังหวะพี่สาวเปาจื่อพยายามยกถังไม้ที่ใหญ่กว่าตัวเองออกมารองน้ำฝนแล้วทำท่าจะล้มหน้าทิ่มลงไปแล้วด้วย!!!
“เปาจื่อ เดี๋ยวพี่ช่วย!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ พี่ชาย กลับมากันแล้ว!!!”พี่สาวเปาจื่อ เงยหน้าขึ้นมามอง ที่ได้ยินเสียงพี่ชายะโดังออกมา
ก็เห็นพวกท่านพากันกลับบ้านมาแล้ว ก็ดีใจเป็อย่างมากเลย เพราะตอนนี้พี่สาวเปาจื่ออยากจะร้องไห้แล้วจริงๆ กลัวจะรองน้ำฝนไม่ทันนั่นเอง!! และดูถังรองน้ำแต่ละอันนี่สิใหญ่กว่าตัวเธอมากมายนัก!!
“ไม่เป็ไรนะ ไม่เป็ไรน้องสาว พี่ชายมาช่วยแล้ว”พี่รองเปาจึ ที่เห็นว่าน้องสาวทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมา
“ดีใจจังที่เห็นพวกพี่กลับมาช่วยแล้ว เปาจื่อกลัวจะหาถัง หาอ่างมารองน้ำฝนไม่ทันมากๆเลย!!! อึก…อึก….”พี่สาวเปาจื่อ สะอื้นน้อยๆออกมา
“ไม่เป็ไรนะลูกรัก ไม่ต้องร้องนะลูก ไหนดูสิหนูเก่งจะตายไป คนเก่งของแม่”แม่ โอบกอดพี่สาวเปาจื่อไม่ให้เสียใจ
“หนูเก่งจริงๆเหรอคะแม่???”พี่สาวเปาจื่อ
“จริงสิคะ ถามพวกพี่ชายดูก็ได้นะ”แม่
“น้องเปาจื่อเก่งมากนะ ทำคนเดียวได้ขนาดนี้น่ะน้องตัวแค่นี้เอง”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ ที่อายุมากที่สุดในบรรดาลูกพี่ลูกน้องทุกๆคน
“อิ…อิ…”พี่สาวเปาจื่อ เลยยิ้มออกมาได้อย่างสบายใจปาดน้ำตาออก
“ดูสิผมกับเสื้อผ้าเปียกไปหมดเลยลูก”แม่
“ไม่เป็ไรค่ะแม่ พวกเราจะได้มีน้ำเก็บไว้กินไว้ใช้เยอะๆเปียกแป๊บเดียวเองค่ะ”พี่สาวเปาจื่อ
“จ้าๆคนเก่ง เอ๋…???หมั่นโถวน้อยยังไม่ตื่นอีกเหรอลูก??”แม่
“ยังเลยค่ะแม่ น้องสาวนอนนานมว๊าากกกกกๆเลย แต่เปาจื่อไปแอบดูน้องมาแล้ว น้องสบายดีค่ะไม่มีตัวร้อนแล้วด้วยทำแบบที่แม่สอนค่ะ”พี่สาวเปาจื่อ รายงานเื่ของหมั่นโถวน้อย
“ค่อยยังชั่วหน่อย แม่ก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าหมั่นโถวน้อยจะมีไข้กลับมาอีกน่ะลูก”แม่
“เดี๋ยวพวกเรารีบจัดการทางบ้านนี้ให้เรียบร้อย และไปช่วยทางบ้านเซียวด้วย”ย่า
“ได้ค่ะแม่”แม่ และอาสะใภ้ทั้งสองคน
ในขณะที่ทุกๆคนกำลังยุ่งวุ่นวายกันอยู่ เพื่อที่จะหาภาชนะต่างๆมารองรับน้ำฝนเอาไว้กินไว้ใช้ จังหวะนั้นเองหมั่นโถวน้อยเองก็กำลังจะเปิดประตูออกมาพอดีเลย
“เอ๊ะ…????เสียงดังมาจากนอกบ้านนี่หน่าสงสัยครอบครัวของเราจะกลับมากันแล้วล่ะ”หมั่นโถวน้อย ได้ยินเสียงเอะอะดังออกมา
เมื่อก้าวขาออกมาก็เห็นว่าด้านนอกในตอนนี้ที่ทุกๆคนกำลังยุ่งวุ่นวายวางถัง วางอ่างเพื่อรองน้ำฝนกันอยู่เลย และไม่มีใครได้ทันสังเกตว่าหมั่นโถวน้อยตื่นนอนแล้ว และเป็หมั่นโถวน้อยคนใหม่อีกด้วย!!!
“ดูท่าทุกๆคนดีใจมากๆจริงๆที่ฝนตกน่ะนะ ดีจังเลย”หมั่นโถวน้อย ยิ้มอย่างมีความสุขและนี่เป็ครั้งแรกที่เจอกับครอบครัวใหม่ของเธอในโลกแห่งนี้
“ฟึด….ฟึด…..”
“ตัวเรานี่ก็มีกลิ่นตุ..ตุ…แล้วนะเนี่ยไปอาบน้ำฝนเลยละกันจะได้ช่วยคนที่บ้านประหยัดน้ำไปด้วย”หมั่นโถวน้อย
“ตึก…..ตัก…..”เสียงฝีเท้าน้อยๆ ที่วิ่งทะลุออกมาจากในตัวบ้านั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจอยู่ท่ามกลางสายฝน
“ควั่บ…ควั่บ…..”ทุกๆคนหันไปมองเสียงน้อยๆที่เป็ใครไปไม่ได้เลยนอกจากหมั่นโถวน้อย
“...................!!!!”ทุกๆ คน
“ทำไมน้องหมั่นโถวน้อยถึงได้ดูแปลกไป น้องหมั่นโถวน้อยนี่ๆ..…!!!”พี่สาวเปาจื่อ ที่ะโชี้ไปที่หัวของตัวเธอเองเหมือนจะส่งสัญญาณบอกอะไรบางอย่างให้หมั่นโถวรับรู้
“...?????”หมั่นโถว ชี้ไปที่หัวของตัวเอง และพี่สาวเปาจื่อก็พยักหน้าแบบสีหน้าใมากๆ พอๆกับคนอื่นๆเลย ยิ่งทำให้หมั่นโถวน้อยถึงกับงงว่ามันอะไรกัน??
แต่ไม่รู้ว่าทุกๆคนใที่หมั่นโถวน้อยวิ่งไปเล่นน้ำฝน หรือว่าอะไรกันแน่นะ??? ที่ทำให้ทุกๆคนใมากๆจริงๆ
************
ฝนตกลงมาในรอบ 10 เดือนเป็การรอคอยที่เหมือนจะสิ้นหวัง แต่พอมีฝนลงมาก็เหมือนกับชีวิตได้ฟื้นคืนขึ้นมาสำหรับชาวบ้านหมู่บ้านไฉ่หง
หมั่นโถวน้อยฟื้นคืนสติมาก็ช่วยส่งฝนมาให้ทุกๆคนในหมู่บ้านไฉ่หงเลย เรียกได้ว่าทำความดีแบบไม่ตั้งตัวจริงๆ
แต่ที่แน่ๆเมื่อ ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสอง พี่สาว พี่ชาย เห็นหมั่นโถวน้อยแล้วทำไมใกันเล่า??????!!!