ทรงธรรมทำน้ำเสียงได้น่ารักน่าชังดีแท้ นวลแพรลุกขึ้นทันควันทั้งที่มือกำโทรศัพท์แน่นเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่เธอไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากขนาดนี้มาก่อนมันเกินจะรับได้จริง ๆ กับการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานกัน
“ทำไมเป็คนเสียมารยาทแบบนี้เอาของคนอื่นไปโดยไม่ขออนุญาตซักคำ”
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ถือโอกาสสั่งสอนเสียเลยถ้าเป็ลูกเป็หลานจะจับตีเสียให้เข็ด แต่คนที่ไม่ได้เป็ลูกเป็หลานก็ทำเสียงซื่อมาตามสาย
“อย่ามาว่าผมนะ เมื่อเช้าคุณพี่ทำหล่นบนรถผมเอง”
“หะ ฉันนะเหรอทำหล่น” เธอไม่เชื่อว่าจะตัวจะสะเพร่าขนาดนั้น
“ไม่เชื่อล่ะสิ นี่ไม่ใช่แค่กุญแจนะ ผ้าอนามัย ลิป กิ๊ฟ อะไรอีกอะ อ้อยาดมด้วย”
คำสาธยายนั่นทำให้คนไม่เชื่อเริ่มลังเลมันจะเป็ไปได้ยังไงถ้าหล่นขนาดนั้นกระเป๋าเธอคงเทกระจาดเลยสิ หญิงสาวเดินมาถึงหน้าลิฟต์กดปุ่มลูกศรลง
“พอ ๆ หยุดพูดได้แล้ว”
ลิฟต์มาจอดตรงชั้นพอดี เธอก้าวเข้าไป
“ชั้นไหนครับ” ผู้ชายหน้าตาท่าทางดีอยู่ในนั้นหนึ่งชีวิต ถามด้วยเสียงสุภาพ
“ชั้น 1 ค่ะ”
เขายิ้มให้กับท่าทางร้อนรน เหมือนอยากจะฆ่าใครสักคนของหญิงสาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพที่พยายามไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่เกินไปนัก
“ลิฟต์มันขึ้นนะครับ”
หา มันขึ้นหรอกหรือ
“หะ อ้อ ค่ะ ฉันเข้ามาไม่ทันมอง”
นวลแพรหันไปยิ้มแห้งให้หรือเธอจะสะเพร่าจริง ๆ อย่างที่นายทรงธรรมกล่าวหา ทำไงล่ะเนี่ยเข้ามาแล้วจะออกก็คงกระไรอยู่ ประตูลิฟต์ก็ไม่รู้จะรีบปิดไปไหน เมื่อทุกอย่างมันเลยตามเลย เธอหันไปยิ้มให้เขา
“เดี๋ยวขึ้นไปส่งคุณก่อนก็ได้ค่ะ”
เขายิ้มให้ “ขอบคุณครับ”
ถึงชั้นที่ 16 พอลิฟต์จอดเขาโค้งศีรษะสุภาพพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นเป็มิตร แล้วก้าวออกไป อื้อหือหล่อเสียด้วย เสียดายที่วันนี้ไม่มีอารมณ์จะเต๊าะ
เมื่อไม่มีใคร หมดชั้นที่ลิฟต์ต้องขึ้นต่อ มันก็เลื่อนลงช้า ๆ (ช้ามากตามความรู้สึกของเธอในตอนนี้) ที่แย่กว่านั้น กว่าจะถึงชั้น 1 นวลแพรแทบอาเจียน มีคนกดเกือบทุกชั้น แต่บางชั้นก็ไม่มีคนรอ พอออกมาได้ หญิงสาวรีบเดินฉับ ๆ กวาดสายตาหาตัวต้นเหตุทันที มองตรงไปยังที่ที่ทรงธรรมเคยยืนก็ไม่เห็น เธอตระเวนหาจนรอบ พร้อมกับอารมณ์ที่เดือดขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่เห็นแม้เงา หายไปไหน เล่นตลกอะไรกับเธออีกละนี่
คิดอย่างฉุนเฉียว กดหาเบอร์ที่เขาใช้โทรเข้าเครื่องเมื่อครู่ ซึ่งวิธีนี้เธอน่าจะคิดได้ั้แ่แรกที่ลงมาถึงด้วยซ้ำ แต่ความโกรธทำให้หูอื้อตาลายไปหมด
“อยู่ไหน!” เธอถามเสียงเข้ม (น้องๆ ะโเชียวละ)
“อยู่นี่”
เสียงนั้นชัดแจ๋วซะจนนวลแพรหันขวับไปด้านหลังก็เจอ นายปีศาจหน้าหล่อยิ้มหวานรอ หากเป็เวลาปกติรอยยิ้มนี้คงมัดใจเธอได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ไม่ใช่อารมณ์ในตอนนี้ เวลานี้แน่นอน
เพียะ!!!!
เต็มฝ่ามือ หน้าขาว ๆ หันตามแรงตบเป็รอยปื้นสีแดงขึ้นมาทันที คนตบเองก็ใ ไม่คิดว่าจะมือเร็วขนาดนี้ เสียงนั้นคงดังมากพอที่ทำให้โอเปอร์เรเตอร์ที่ประจำเคาเตอร์มองอย่างใ รวมทั้งพนักงานที่เดินสวนไปมาสองสามคน ทรงธรรมใช้มือลูบแก้มซ้ายตัวเอง มองหน้าหญิงสาวนิ่ง เป็แววตาเดียวกับที่มองน้องแพรเมื่อเช้า เขากำลังโกรธและโกรธมากด้วย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากดวงตาส่งมาที่เธอเต็ม ๆ หากมีกระจกนวลแพรคงรู้ว่าตัวเองหน้าซีดเป็ไก่ต้มแค่ไหน
“ฉันขอโทษ”
เธอเอ่ยอย่างรู้สึกผิดจริง ๆ เมื่อเห็นรอยแดงเป็ปื้นที่หน้าเขา ผิวบางเหลือเกิน
“ขอโทษเหรอ”
ชายหนุ่มกัดฟันพูด คำขอโทษดูเหมือนจะไม่มีผล ทรงธรรมคว้าข้อมือที่ตบหน้าเขาเมื่อครู่แล้วลากไปอย่างรวดเร็ว
“เอ้ย จะพาฉันไปไหน”คนทำผิดร้องถามใ
“เงียบ”
เสียงเขาเข้มข้นเชียวละ ส่วนนวลแพรก็เพิ่งรู้รสชาติการโดนกระชากลากถูแบบไม่ปรานีปราศรัยว่ามันเป็ยังไง กระทั่งถึงรถสปอร์ตป้ายแดงสีบลอน หญิงสาวรู้ชะตากรรมตัวเองทันที
“ไม่เอานะ ฉันไม่ไปไหนฉันจะทำงาน ฉันขอโทษแล้วไงฉันไม่ได้ตั้งใจ”
เธอยื้อตัวเป็เด็กแทบลงไปนั่งกับพื้นหากทำได้ ทรงธรรมจึงช้อนตัวขึ้นอุ้ม กดกุญแจรถเปิดประตู ยัดร่างเล็กเข้าไปพร้อมขู่กำชับ
“อย่าเปิดออกมานะไม่งั้นจะปล้ำอวดชาวบ้านตรงนี้แหละ ไม่เชื่อก็ลองดู”
เขาขู่แล้วปิดประตู เดินอ้อมไปฝั่งคนขับอย่างรวดเร็ว ออกสตาร์ทราวกับพายุ ทรงธรรมนิ่งเงียบซะจนคนโดนฉุดมาไม่กล้าเอ่ยอะไรด้วยแม้แต่คำเดียว กลัวไปจี้ต่อมบ้าเข้าให้ นวลแพรจึงตั้งใจจะปล่อยให้อารมณ์เขาเย็นกว่านี้ แล้วคิดหาทางพูดคุยทีหลัง หญิงสาวมองนาฬิกาหน้ารถ จวนสิบโมงแล้วหายไปนานแบบนี้คนทั้งออฟิศต้องตามหาตัวแน่
ท่าทางกระวนกระวายของคนนั่งข้าง ๆ ทำให้ทรงธรรมปลายตามองหน่อย แต่ก็แค่หน่อยเดียวจริง ๆ เขายังคงจ้องมองถนนที่ขับไปข้างหน้าด้วยแววตาจริงจังแค้นเคือง
ฮึ บังอาจมาตบคนอย่างทรงธรรม
ั้แ่จำความได้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าหาญชาญชัยถึงขนาดนี้ ทั้งที่แต่ละคนก็สวยหยาดฟ้ามาดิน แล้วยัยคนนี้เป็ใครถึงตบหน้าเขาแบบไม่ออมแรงสักนิด กล้ามาก! ชายหนุ่มคิดเดือด ๆ
รูปร่างหน้าตาที่มั่นว่าไม่เป็สองรองใคร ไหนจะฐานะทางบ้านเรียกได้ว่าเข้าขั้นมหาเศรษฐี บวกกับความฉลาดปราดเปรื่องที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ คุณสมบัติเหล่านี้ผู้หญิงที่ไหนก็้า เพราะฉะนั้นเขาจะรักจะเลิกจะทิ้งจะขว้างใครคนไหนเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ทุกคนที่ผ่านเข้ามาเขาต้องเป็คนกำหนดชะตาชีวิตเท่านั้น และคนต่อไปก็คือผู้หญิงสุดแสนจะธรรมดาที่กล้ามาตบหน้าเขานี่แหละ
จะสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้าง!
เส้นทางที่ทรงธรรมพาไปนั้นห่างไกลกรุงเทพขึ้นทุกที หญิงสาวสังเกตตามป้ายต่าง ๆ จนกระทั่งชื่อจังหวัดปรากฏให้เห็น 'ชลบุรี' เขาขับรถมาไกลข้ามจังหวัดเลยหรือ นวลแพรคิดอย่างหวาดหวั่นพอดีกับโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเธอมองหน้าจอดีใจ นิรมล
แต่ก็ต้องทำหน้าแหยเมื่อทรงธรรมชะลอรถหันมาขู่ทางสายตาพร้อมทำนิ้วปาดไปที่คอ
“คะ คือแพรปวดหัวกะทันหันค่ะก็เลยแวะมาหาหมอยังไงวันนี้แพรขอลาเลยนะคะพี่มล”
นวลแพรจำใจโกหกทั้งที่ใจจริงอยากบอกไปตรง ๆ แต่ก็เกรงสายตาของทรงธรรม ทางด้านสาวใหญ่ก็ดีใจหายอนุญาตพร้อมกำกับให้เธอดูแลตัวเอง โดยไม่สังเกตน้ำเสียงกันสักนิดเลย แต่ยังอุตส่าห์ถามถึงกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะด้วย
“เอ่อ แพรลืม ยังไงแพรฝากไว้กับพี่มลก่อนนะคะ”
ฝ่ายนั้นวางสายไปแล้วหญิงสาวถอนหายใจ เศร้าที่พี่นิรมลไม่ได้มีซิกซ์เซนส์อะไรเลย ไม่เอะใจบ้างหรือไงว่าเหตุการณ์มันไม่ปกติแล้วก็พาลนึกไปว่าเดือนนี้อดได้เบี้ยขยันแน่ ๆ ั้แ่ทำงานมาไม่จำเป็จริง ๆ ก็แทบไม่อยากหยุด ค่าครองชีพทุกวันนี้ก็ไม่ได้อ่อนโยนต่อชีวิตคนตัวเล็กตัวน้อยเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเคืองคนที่ตอนนี้ตีหน้าขรึมขับรถ ทำไมต้องมายุ่งให้ชีวิตเธอวุ่นวายด้วยนะ แล้วนักศึกษาเนี่ยเขาไม่มีเรียนกันรึยังไง
วัน ๆ ถึงได้ทำตัวไร้สาระสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านได้ขนาดนี้ ที่บ้านคงตามใจมากจนนิสัยเสียหรือไม่ก็ขาดความอบอุ่นแล้วชอบเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น แถมชอบควบคุมบังคับแบบนี้ ไม่พ้นต้องเป็โรคจิตแน่ ๆ ฟันธง! คอยดูนะหนีไปได้จะแจ้งความ
ไม่นานรถก็คลานช้า ๆ เข้ามาในบริเวณบ้านริมทะเลแห่งหนึ่ง พอรถจอดสนิททรงธรรมลงไปโดยไม่พูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว นวลแพรมองงง ๆ แล้วเธอจะทำตัวยังไงล่ะ มาถึงก็เหมือนไม่รู้จักกันเสียอย่างนั้น เมื่อไม่รู้จะทำอะไรจึงเปิดประตูรถลงไป กลิ่นอายน้ำทะเลลอยลมมาเตะจมูกแตะผิว ทำให้คนที่ไม่ค่อยได้เที่ยวบ่อยนักถึงกับตื่นเต้น ทะเลอยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง นวลแพรเดินมุ่งหน้าตามกลิ่นนั้นและเสียงคลื่น แม้แดด่กลางวันจะร้อนแทบเผาตัวให้สุกเป็ไก่ย่างก็เถอะ
เผื่อประจวบเหมาะว่ามีทางหนีทีไล่ จะได้กลับกรุงเทพฯ เลย
ทะเล้ ทะเล อูยยย อยากกรี๊ดดด
กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้เจอทะเล หญิงสาวยกมือนับนิ้วเกือบสิบปีได้ ไม่น่าเชื่อทะเลแถบนี้ยังน่าเที่ยวอยู่มันดูสะอาดจนไม่คิดว่าจะใกล้กรุงเทพขนาดนี้น่าลงไปเล่นชะมัดยิ่งร้อน ๆ อยู่ด้วย นวลแพรแกล้งลั้นลา หันกลับไปมอง ตัวต้นเหตุยังไม่โผล่หน้ามา รู้สึกจะหายเงียบไปเลย
โอกาสนี้แหละ
สังเกตโดยรอบ เห็นมีบ้านคล้ายกันนี้อยู่ไม่กี่หลังและทุกหลังก็มีรั้วกั้นเพื่อแสดงอาณาเขต มันเป็ที่สำหรับคนรวยชัด ๆ เธอมองหาเขาอีกครั้ง ก่อนรีบเดินไปยังบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้เคียงด้วยหวังจะขอความช่วยเหลือ นวลแพรชะเง้อชะแง้ เมื่อเห็นกุญแจคล้องอยู่จึงรู้ว่าบ้านนี้ไม่มีคน จึงเดินไปอีกหลังทั้งคอยระวังว่าทรงธรรมจะโผล่มาในวินาทีใดวินาทีหนึ่งด้วย เสียงเ้าตัวสีขาวปุกปุยส่งเสียงนำมาก่อน ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างยินดี
“สวัสดีค่า มีใครอยู่ไหมคะ”
เ้าสุนัขตัวเล็กเห่าเสียงดังขึ้น หากยังไม่มีเ้าของบ้านเดินมา
“ขอโทษนะคะมีใครอยู่ไหมคะ”
นวลแพรเพิ่มระดับเสียงทั้งหันกลับไปมองทางที่เดินมาอย่างหวาดหวั่น เสียงก๊อกแก๊กตรงประตูทำให้ใจชื้น ยิ้มอย่างยินดี ชายสูงวัยที่สวมเสื้อยืดเก่า ๆ กางเกงเลเดินมาหา
“มีอะไรหรือครับคุณ”
“คุณลุงคะ ช่วยหนูด้วยค่ะ มีคนโรคจิตเขาฉุดหนูมา”
ชายสูงวัยได้ฟังเช่นนั้นจึงตาโต
“เหรอครับ เข้ามาก่อน ๆ”
เ้าของบ้านเปิดต้อนรับ นวลแพรเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว กระหยิ่มในใจ ถ้ากลับไปจะแจ้งความจับเสียให้เข็ด
“มีอะไรหรือครับลุง ใครมา”
เสียงทุ้มะโมาจากในบ้าน คุณลุงยังไม่ทันจะตอบร่างนั้นก็โผล่จากประตูให้เห็นหน้าชัดเจน นวลแพรอ้าปากค้างแทบไม่ต้องคิด หญิงสาวผลุนผลันเดินออกประตูเดิมที่เข้ามาเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว และก็เดินแทบเป็วิ่งกลับไปทิศทางเดิม โดยมีคนที่พยายามหนีไล่ตามมา ชายหนุ่มคว้าเอวทันควันคนที่ไม่ทันระวังตัวเซไปตามแรงดึง
“ว้ายยย!!!”
อารามใทำให้เธอดิ้นรนพัลวัลแต่ทรงธรรมยังกอดไว้หน้าตาเฉยโดยไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าคนถูกล่วงล้ำจะเป็ยังไง
“นี่ปล่อยนะ” เธอแห้วเสียงสั่น
“ไม่ปล่อย ทำไมคิดจะหนีเหรอ จะบอกอะไรให้นะครับคุณพี่บ้านที่เห็นเกือบทุกหลังน่ะของผมทั้งนั้นไปไหนไม่พ้นหรอกอย่าพยายาม”
“นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะ”
“คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาตบผมเหมือนกัน” เขายังผูกใจเจ็บจ้องตาเธออย่างเอาเื่
“ก็ฉันขอโทษแล้วไง”
นิสัยของนวลแพรเมื่อรู้ว่าตัวเองผิดเธอก็พร้อมจะขอโทษแต่ครั้งนี้นอกจากจะขอโทษผิดคนแล้ว ดูจะไม่ช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ขอโทษแล้วมันหายเจ็บไหม ถ้าคำขอโทษมันมีความหมายาโลกคงไม่เกิดหรอก” เขาพูดก็มีเหตุผล เอ้ย ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
“ทรงธรรมนี่นายไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
เขาแสยะยิ้มจนเธอขนลุก
“ก็ไม่ใช่ไงถึงทำแบบนี้ได้”
ทรงธรรมสาธิตความไม่เด็กด้วยการรั้งคอคนตัวเล็กกว่ามาใกล้ก่อนจะเอาจมูกชนแก้มหนัก ๆ นวลแพรสะดุ้งเหมือนโดนของร้อนมองเขาตาโต
“นายทำแบบนี้ได้ยังไง เลวมาก ไอ้เด็กนรกฉันแจ้งความจับนายเข้าคุกแน่!”
นอกจากด่าแล้วหญิงสาวทั้งดิ้น ทั้งข่วนเลยคราวนี้ และนั่นเหมือนโดนกับดักยังไงไม่รู้ เด็กนรกที่รอท่าอยู่แล้วรวบตัวเธอไว้แล้วพาไปยังเก้าอี้พลาสติกตัวยาวสีขาวตัวเดียวที่อยู่ใต้ร่มสีสดใส แล้วพาล้มไปด้วยกัน ก่อนใช้แรงที่มีมากกว่าพลิกหญิงสาวลงข้างล่างอย่างง่ายดายส่วนตัวเขาทาบทับอยู่ข้างบน
คราวนี้แม้แต่จะขยับก็แทบไม่ได้ คนได้เปรียบล็อกไว้ทุกทาง ทรงธรรมจ้องหน้าเธอเลิกคิ้วให้สายตาบ่งบอกถึงชัยชนะชัดเจน นวลแพรเพิ่งสังเกตว่าทรงธรรมเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งเซตเลย เขาใส่เสื้อติดกระดุมลายดอกสีสดบางเบาสวมกางเกงขาสั้นลายเดียวกัน ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเสื้อผ้าแค่สองชิ้น ย้ำสองชิ้นถ้วนจริง ๆ
“คุณพี่รู้อะไรไหม เด็กนรกคนนี้ถ้าอยากได้ใครแล้วล่ะก็ไม่เคยพ้นมือนะ”
เสียงกรุ้มกริ่มข่มขู่ หญิงสาวมองเขาหวาดหวั่น ไม่ว่าสิ่งที่เขาพูดจะจริงหรือแกล้งเธอก็ไม่อยากเสี่ยงด้วยประการทั้งปวง
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ จะให้ขอโทษยังไงก็ได้ ขอโทษ ขอโทษ”
ทรงธรรมมองปากสั่น ๆ แล้วชักใจอ่อน แต่ปากนี่ไม่ใช่เหรอที่หาญกล้าด่าเขาว่าเลว ไหนจะเด็กนรก มือเล็กนั่นก็อีกที่ตบหน้าเขาระบมจนกระทั่งตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บ ให้อภัยก็พ่อพระเกินไปแล้ว
“ง่ายไปมั้งคุณพี่”
“โธ่ ทรงธรรมนายตอบแทนคนที่ช่วยนายแบบนี้เหรอเรายังไม่รู้จักกันดีเลยนะอย่าทำแบบนี้เลย” เธอทวงบุญคุณ
“ก็กำลังทำความรู้จักอยู่นี่ไง ไม่ต้องห่วงนะ ผมตอบแทนผู้มีพระคุณจนสาสมนั่นละ”
ตอบแทนหรือแก้แค้น นวลแพรทั้งเหนื่อย ทั้งกลัว ทั้งหวาดหวั่น ทรงธรรมกลับนึกสนุกขึ้นมากับสารพัดวิธีเอาตัวรอดของผู้หญิงคนนี้
“โอ้ย! หายใจไม่ออกขยับตัวหน่อยสิ”
นั่นไงนวลแพรร้องขึ้น ชายหนุ่มเกือบยิ้มออกมาและหญิงสาวก็เห็นมุมปากยิ้มเพียงนิดนั่นของเขา
“คุณพี่ไม่ต้องมาเนียน ยังไงก็ไม่รอดหรอกบอกไว้ก่อน”
เขาพูดดักคอจริงจังแม้แววตาจะวิบวับชอบใจ ทรงธรรมหลุบตามองปากอิ่มนานเป็พิเศษ จนเ้าตัวเริ่มใจไม่ดี แต่ทำอะไรไม่ได้เลย ขยับไปไหนก็ไม่ได้ด้วยหน้าหล่อเหลาก้มลงมาช้า ๆ ราวกับแกล้ง ใช่ เขาแกล้งเพราะอยากดูปฏิกิริยาของเธออีก
นวลแพรหลับตาปี๋เม้มปากแน่น