เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 138 ถึงกลัวตายก็ต้องกระโดด

            อวิ๋นอิ่งทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความอ่อนล้าในขณะที่พยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่เฉิงเถียหนิวก็พลัดตกจากรถม้าลงมานอนแน่นิ่งไปเช่นกันเหล่าทหารองครักษ์ยี่สิบนายที่ตามมาด้วยกำลังจะเข้าช่วย แต่ประตูเมืองกลับเปิดออกอย่างกะทันหันทหารกองหนุนของจวนที่ว่าการที่เงียบหายไปนานก็รีบวิ่งมาเสริมทัพทันที

            อวิ๋นอิ่งรีบลุกขึ้นและตะโกนบอกเหล่าทหารองครักษ์ทั้งยี่สิบนายว่า“ข้าจะพาคุณชายน้อยเข้าเมืองเดี๋ยวนี้พวกเจ้าจงรีบไปช่วยท่านแม่ทัพตามหาแม่นางเร็วเข้า!”

            ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติเหล่าทหารองครักษ์อาจจะจับพิรุธในคำพูดของนางได้ แต่ในยามนี้ไม่มีใครมีเวลามาสนใจพวกเขาควบม้าตามออกไปทันทีส่วนทหารกองหนุนหนึ่งพันนายแม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็รีบวิ่งตามผู้บังคับบัญชาไปพวกเขามุ่งหน้าตามถนนสายหลักด้วยความเร็วเต็มที่

            เฉิงเหนียงจื่อกอดลูกสองคนของนางแล้วทั้งกลิ้งทั้งคลานลงจากรถม้านางคลานไปหาอวิ๋นอิ่งพร้อมกับกอดอันเกอเอ๋อร์ที่ร้องไห้ไม่หยุด “นายหญิง...นายหญิงจะทำยังไง?ท่านแม่ทัพจะต้องหานายหญิงเจอแน่ๆ ใช่ไหม? ใช่ไหม?”

            อวิ๋นอิ่งปลดผ้าคาดหลังออกแล้วกอดอันเกอเอ๋อร์เอาไว้แน่นน้ำตาของนางก็ไหลพรากไม่หยุดเช่นกันอีกด้านหนึ่งอวิ๋นหยากอดเฉิงเถียหนิวที่สลบไปและร้องไห้จนน้ำตาอาบหน้า…

            ในขณะเดียวกันติงเหว่ยไม่รู้ว่าอวิ๋นอิ่งกับพวกพ้องของนางได้หนีไปถึงประตูเมืองอย่างปลอดภัยแล้วนางที่ไม่เคยขี่ม้ามาก่อนทั้งในชาตินี้และชาติที่แล้ว เวลานี้ความกลัวที่พุ่งจนถึงขีดสุดได้ปลุกเร้าศักยภาพทั้งหมดของนางออกมาม้าสีแดงที่อยู่ใต้นางในขณะนี้ก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่งด้วยความตกใจนางจึงต้องจับสายบังเหียนเอาไว้แน่นและรู้สึกเจ็บที่มือจนชาไปหมดแต่ก็ไม่กล้าปล่อยให้มันคลายลงแม้แต่น้อย เสียงลมที่พัดผ่านหูทำให้นางคิดถึงลูกชายที่ไม่รู้ชะตากรรมและกงจื้อหมิงที่อยู่ไกลโพ้นราวกับมีใครบางคนเอาหัวใจของนางไปทอดในน้ำมันร้อน จนรู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจ

            แต่นางก็รู้ว่านางยังตายไม่ได้ยิ่งหนีไปไกลอีกหนึ่งลี้ พวกชายชุดดำก็จะตามนางไปอีกหนึ่งลี้ลูกชายของนางอาจจะปลอดภัยขึ้นอีกส่วน

            ด้วยเหตุนี้นางไม่รู้ว่าหนีมาไกลเท่าไรแล้วแต่เสียงฝีเท้าม้าของพวกศัตรูก็ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาตามมาทันแล้ว!

            ติงเหว่ยพยายามหันกลับไปมองแต่โชคร้ายที่ม้าสีแดงที่นางขี่อยู่ก้าวไปบนแผ่นน้ำแข็งที่ลื่นจนเสียหลักล้มลงทำให้นางถูกเหวี่ยงออกไปกระแทกกับพื้น

            ติงเหว่ยถูกกระแทกจนรู้สึกเวียนหัวมึนงง กว่าจะลุกขึ้นได้ก็มองเห็นเงาของชายชุดดำอยู่ลิบๆ แล้ว

            นางรีบมองหาทางหนีสุดชีวิตแล้วพยายามปีนขึ้นไปบนภูเขาสูงที่อยู่ด้านหลัง บนภูเขามีต้นสนเตี้ยๆขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้นางวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องสะดุดล้ม แต่ก็เพราะหนทางเป็นอย่างนี้เองที่ทำให้ชายชุดดำตามนางไม่ทัน

            หัวหน้าของเหล่าชายชุดดำกระโดดลงจากหลังม้าเป็นคนแรกและสั่งการเสียงดัง“ให้คนครึ่งหนึ่งอยู่เฝ้าที่นี่ อีกครึ่งหนึ่งตามข้าขึ้นภูเขา!”

            พูดจบเขาก็ชักดาบออกมาและไล่ตามติงเหว่ยขึ้นภูเขาไป!

            ติงเหว่ยได้ยินเสียงคนตามมาแว่วๆจึงกัดฟันด้วยความแค้นและพยายามปีนขึ้นไปบนภูเขาต่อไปโดยไม่รู้ว่ารองเท้าของนางหลุดหายไปตั้งแต่เมื่อไร มือของนางก็เจ็บจนชาไปหมดแต่ก็ยังคงปีนขึ้นต่อไป แม้ว่าภูเขานี้จะสูงแค่ไหนแต่ก็ต้องมีจุดสิ้นสุดอยู่ดีเมื่อนางปีนขึ้นไปถึงยอดภูเขาและเห็นว่าด้านล่างเป็นหน้าผาสูงชันร่างกายของติงเหว่ยพลันหมดแรงแข้งขาอ่อนราวกับเส้นบะหมี่และทรุดตัวนั่งลงบนก้อนหินใหญ่

            นางยังไม่ทันได้หายใจเข้าลึกๆพวกชายชุดดำก็ไล่ตามมาจนทัน พวกเขาเหล่านี้ล้อมไว้เป็นวงกลมทำให้นางอยู่ตรงกลางไปโดยปริยายนางไม่มีทางให้ถอยหลังไปได้อีกยกเว้นแต่หน้าผาที่อยู่ด้านหลังเท่านั้น

            ติงเหว่ยยิ้มอย่างขมขื่นชายหนุ่มร้อยกว่าคนกำลังไล่ตามผู้หญิงคนเดียว พวกเขาระมัดระวังถึงขนาดนี้แสดงว่าน่าจะพุ่งเป้ามาที่นางจริงๆ

            ในเวลานี้นางไม่มีทางรอดอีกแล้วยกเว้นแต่จะมีปีกงอกออกมามิเช่นนั้นก็ไม่อาจหนีไปได้! ทว่านางกลับยังสงบสติลงได้!

            “พวกเจ้าเป็นใครกัน ทำไมต้องมาจับข้า?”

            ติงเหว่ยพยายามจัดเผ้าผมที่ยุ่งเหยิงและเมื่อคิดจะจัดเสื้อผ้าก็พบว่าแขนเสื้อขาดจากการถูกกิ่งไม้ทิ่มแทงไปแล้วโชคดีที่กางเกงยังคงอยู่สมบูรณ์ แต่รองเท้าของนางหายไปทั้งคู่

            นางไม่มีทางเลือกจึงดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาทำความสะอาดเลือดและโคลนที่เลอะเทอะบนเท้าทั้งสองข้างของนางก่อนจะเงยหน้ามองพวกชายชุดดำที่ไม่มีใครตอบอะไรออกมา นางจึงหัวเราะเยาะและพูดว่า “ทำไมพวกเจ้ากล้าจับข้าในตอนกลางวันแสกๆแต่ตอนนี้กลับไม่กล้าออกมาให้ข้าเห็นว่าศัตรูของข้าหน้าตาเป็นยังไงงั้นหรือ?”

            คราวนี้เหล่าชายชุดดำที่อยู่เบื้องหน้าของนางเปิดทางเผยให้เห็นชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างสนามรบก่อนหน้านี้

            “แม่นางติงไม่ต้องยื้อเวลาอีกต่อไปแล้วรีบไปกับพวกเราเถอะ จะไม่มีใครทำร้ายแม่นางจนถึงแก่ชีวิตหรอก วางใจได้”

            “หึไม่ทำร้ายข้าถึงแก่ชีวิตงั้นหรือ?”ติงเหว่ยหัวเราะเยาะออกมา “แล้วพวกคนที่เจ้าฆ่าก่อนหน้านี้ล่ะ?พวกเขาไม่ใช่ชีวิตงั้นหรือ? บอกมาว่าพวกเจ้าเป็นใครและจะพาข้าไปที่ไหน?”

            ชายชุดดำไม่ยอมตอบคำถามเพียงตอบกลับอย่างเย็นชาว่า “ถ้าแม่นางติงตามพวกเราไปก็จะรู้เอง”

            พูดจบเขาก็โบกมือให้ชายชุดดำเข้าไปจับตัวนาง

            คิดไม่ถึงว่าติงเหว่ยกลับถอยหลังไปและยืนอยู่ที่ขอบหน้าผาในทันทีลมเย็นๆที่พัดขึ้นมาจากด้านล่างทำให้เส้นผมของนางปลิวไปมาราวกับว่าพร้อมจะพัดนางตกลงไปได้ทุกเมื่อ

            ชายชุดดำหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วรีบเปลี่ยนสัญญาณมือทันทีชายชุดดำจึงถอยกลับไปในทันทีเช่นกัน

            “แม่นางติงเจ้ายังมีลูกอยู่นี่ ใช่ไหมหรือเจ้าไม่กลัวว่าหากเจ้าเสียชีวิตไปแล้วเขาจะไม่มีใครดูแลงั้นหรือ?”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า!” ติงเหว่ยหัวเราะอย่างขมขื่นเมื่อคิดถึงลูกชายหัวใจของนางก็รู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด

            ไม่ใช่ว่านางไม่กลัวตายนางอยากมีชีวิตที่สุขสบาย อยากแต่งงานกับคนที่รัก อยากเลี้ยงลูกให้โตขึ้นเป็นคนดีแต่ในวันนี้ไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว หากนางถูกคนเหล่านี้จับไปจริงๆนางจะไม่มีวันมีจุดจบที่ดีอย่างแน่นอน และอาจจะทำให้กงจื้อหมิงต้องเดือดร้อนไปด้วย

            นางอยากเห็นแก่ตัวอยากไม่สนใจชีวิตของคนอื่นแต่ทหารที่ถูกฟันจนแทบจะจำร่างไม่ได้เพื่อปกป้องนางเมื่อครู่นี้กลับสอนให้นางรู้จักความกล้าหาญและไม่เห็นแก่ตัวด้วยเลือดของพวกเขา

            “กลัวสิข้าจะไม่กลัวได้ยังไง! แต่ข้ากลัวยิ่งกว่าว่าถ้าพวกเจ้าจับข้าไปแล้วจะมีคนต้องตายเพิ่มขึ้นอีก!”

            ชายชุดดำขมวดคิ้วเล็กน้อยและเอื้อมมือไปที่เอวแต่ไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร

            ติงเหว่ยก็ชี้ไปที่สวรรค์แล้วตะโกนด่าออกมาว่า“สวรรค์บัดซบ ท่านส่งข้ามาที่นี่เพื่อให้ข้าเสียสละและตายอย่างกล้าหาญใช่ไหม?หากข้าตายขึ้นมาจริงๆ ข้าจะไปประท้วงบนสวรรค์เลย!”

            เสียสละ?สวรรค์? ประท้วง?

            เหล่าชายชุดดำได้ฟังแล้วก็งงไปหมดหัวหน้าชายชุดดำคนนั้นก็รู้สึกแปลกๆ รีบก้าวไปข้างหน้าแต่ติงเหว่ยก็ยกแขนขึ้นแล้วหันหลังกระโดดลงหน้าผาไปทันที!

            ยอดเขาตกอยู่ในความเงียบสงัดทันทีไม่มีใครเชื่อว่านางจะกระโดดลงไปจริงๆแม้ว่านางจะยืนอยู่ที่ริมขอบหน้าผานานขนาดนั้นก็ตามเพราะความกลัวตายเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ บุรุษยังยากที่จะกล้าทำ นับประสาอะไรกับหญิงสาวที่อ่อนแอนางหนึ่ง?

            ชายชุดดำยื่นมือออกไปแต่ยังไม่ทันเก็บกลับสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความเสียใจ ทำให้ชายชุดดำที่อยู่ข้างๆถามด้วยความกังวล “หัวหน้า พวกเราจะลงไปค้นหาหรือไม่?”

            ชายชุดดำคนนั้นเก็บมือลงอย่างเคียดแค้นเขาหันมองลงไปทางเชิงเขาและตอบกลับด้วยเสียงเย็นชา “รีบถอนกำลัง!”

            เมื่อพูดจบหัวหน้าชายชุดดำก็รีบเดินนำลงจากภูเขาไปชายชุดดำที่เหลือรีบตามไปทันที ทั้งกลุ่มมาอย่างรวดเร็วและไปอย่างรวดเร็วไม่นานนักยอดเขาก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบตามปกติราวกับมีเพียงลมหนาวที่พัดผ่านและต้นไม้ที่ยืนเงียบงันอยู่เคียงข้างที่รู้ว่าเมื่อครู่มีหญิงสาวคนหนึ่งเพิ่งกระโดดลงหน้าผาไปโดยไม่รู้ชะตากรรม…

            กงจื้อหมิงกระตุ้นให้ม้าอูจุยของเขาวิ่งอย่างสุดกำลังนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาอยากมีปีกเพื่อจะได้บินไปหาหญิงสาวที่เขารักและปกป้องนางไว้ภายใต้ปีกของเขาเอง

            เหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับเขาในชีวิตนี้เขาไม่เคยอยากปกป้องใครมากเท่านี้มาก่อนแต่กลับเหมือนกับการพยายามจับเม็ดทรายไว้ในกำมือ ยิ่งเขาให้ความสำคัญมากเท่าไร ก็ยิ่งสูญเสียไปง่ายขึ้นเท่านั้นครั้งหนึ่งเป็นเช่นนี้ ครั้งสองก็ยังเป็นเช่นนี้อีกหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจจนแทบจะกระอักเลือดออกมาหากหญิงสาวที่เขารักปลอดภัยในครั้งนี้ ต่อไปเขาจะไม่ยอมให้นางจากไปแม้แต่ก้าวเดียวถ้าจะอยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน หากต้องตายก็จะตายไปด้วยกัน!

            อวี้ฉือหุ่ยพยายามขี่ม้าตามหลังแม่ทัพขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะสงสารม้าอูจุยที่โดนเฆี่ยนตีไม่เคยมีแม่ทัพคนไหนที่ไม่รักม้าของตน แม้ว่าเขาจะยุ่งมากเพียงใดกงจื้อหมิงก็ยังคงหาเวลามาดูแลม้าดำด้วยตนเอง แต่วันนี้กลับไม่มีความปราณีเลยซึ่งแสดงว่าเขากำลังเร่งรีบจริงๆ

            เมื่อคิดเช่นนี้เขารีบหันกลับไปเรียกเหล่าทหารองครักษ์ที่เหลือ“ทุกคนรีบตามมาเร็ว!”

            เหล่าทหารองครักษ์ทุกคนจึงกระตุ้นม้าให้วิ่งเร็วขึ้นโชคดีที่พวกเขาไม่ต้องวิ่งไปไกลเท่าไรนัก ก็เห็นม้าหลายตัวยืนอยู่ที่เชิงเขาบางตัวยังมีชายชุดดำขี่อยู่ด้วย

            อวี้ฉือหุ่ยจึงนำทัพบุกเข้าโจมตีทันทีแม้จำนวนของทั้งสองฝ่ายจะพอกัน แต่ฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยความโกรธแค้นส่วนอีกฝั่งหนึ่งที่เพิ่งบุกโจมตีล้มเหลว ขวัญกำลังใจจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            ภายในไม่กี่กระบวนท่าเหล่าชายชุดดำก็ถูกสังหารและกระจัดกระจายไปบางคนพยายามหนีแต่ถูกอวี้ฉือหุ่ยพาเหล่าทหารองครักษ์ไปขวางเอาไว้และไล่สังหารทีละคนๆ

            กงจื้อหมิงยกชายชุดดำที่บาดเจ็บที่ขาขึ้นมาคนหนึ่งและถามด้วยเสียงเย็นชาว่า “ผู้หญิงที่พวกเจ้ากำลังไล่ตามขึ้นไปบนภูเขาแล้วหรือ?”

            ชายชุดดำกัดฟันแน่นและไม่ยอมตอบคำถามผลที่ตามมาก็คือศีรษะของเขาก็ถูกตัดออกจากร่างภายในพริบตาเดียว

            กงจื้อหมิงจับชายชุดดำอีกคนหนึ่งขึ้นมาก็ไม่ยอมพูดอะไรอีก เขาก็เลยส่งชายคนนั้นไปหาเยี่ยนหวังเย่ทันที

            เลือดอุ่นๆสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งร่างกาย มือ และใบหน้าของกงจื้อหมิงทำให้เขาดูราวกับเทพปีศาจที่กลับมาจากนรก แต่เขากลับไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเลยเขาฆ่าคนอย่างกับไก่และหมูก็ไม่ปาน มือถือดาบขึ้นมาและฆ่าทีละคนๆโดยไม่ทันรู้ตัวว่าเหล่าชายชุดดำต่างกลัวจนตัวสั่น แม้กระทั่งอวี้ฉือหุ่ยและเหล่าทหารองครักษ์ก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง

            ในที่สุดชายชุดดำคนหนึ่งก็ทนไม่ไหวเมื่อเห็นว่าความตายกำลังใกล้เข้ามาเขาร้องเสียงดังว่า “หญิงสาวคนนั้นขึ้นไปบนภูเขาแล้ว หัวหน้าของเราไล่ตามไปพวกเราไม่ได้ฆ่านาง! ไม่ได้ฆ่านาง!”

            กงจื้อหมิงเงยหน้าขึ้นในดวงตาของเขาปรากฏแววแห่งความชัดเจนขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันหลังและรีบปีนขึ้นไปบนภูเขา

            “ฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”

            อวี้ฉือหุ่ยชะงักไปครู่หนึ่งแต่ในที่สุดก็สั่งให้เหล่าทหารองครักษ์ทำตามจากนั้นจึงรีบตามกงจื้อหมิงขึ้นไปบนภูเขา

            เหล่าทหารองครักษ์ของเขาเริ่มสังหารชายชุดดำเหล่าน้ำจนเลือดไหลเป็นสายน้ำไม่นานนักพวกเขาก็รวบรวมม้าทั้งหมดไว้ในที่เดียว และกำลังจะพาม้าไปที่อื่น ก็พอดีกับที่กองทหารหนุนของที่ว่าการมาถึงพอดีเหล่าทหารองครักษ์จึงไม่พูดอะไรมาก ปล่อยม้าทิ้งไว้แล้วรีบปีนขึ้นไปบนภูเขาทันที

            แม่ทัพคนนั้นที่เพิ่งมาถึงก็เป็นทหารผ่านศึกเขาอดทนต่อกลิ่นคาวเลือดและรีบสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขารับม้าไปจากนั้นจึงล้อมรอบเชิงเขาเอาไว้…

            เหล่าชายชุดดำที่เพิ่งลงมาจากภูเขาเพียงครึ่งทางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าพวกเขาพยายามจะหลบหนีแต่ก็ไม่ทัน หัวหน้าของเหล่าชายชุดดำลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่งแต่ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นจากเชิงเขาใบหน้าของเขาซีดเผือดและรีบนำคนเข้าไปเผชิญหน้าในตอนนี้ทางเดียวที่จะมีชีวิตรอดได้ก็คือต้องขโมยม้าและฝ่าวงล้อมออกไปเท่านั้น!

            แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าอวี้ฉือหุ่ยวางแผนอย่างรัดกุมเอาไว้แล้วโดยการตัดเส้นทางหลบหนีของพวกเขาเหล่าองครักษ์ล้วนเป็นยอดฝีมือที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีแทบจะใช้เพียงกระบวนท่าเดียวในการต่อสู้ระยะประชิดเหล่าชายชุดดำก็ล้มลงราวกับใบไม้ร่วง

            ในความสับสนวุ่นวายหัวหน้าของเหล่าชายชุดดำพร้อมกับยอดฝีมือสี่ห้าคนก็พยายามจะฝ่าออกจากวงล้อมและหนีลงจากภูเขาอวี้ฉือหุ่ยยังอยากจะไล่ตามต่อไปแต่เห็นกงจื้อหมิงจับชายชุดดำคนหนึ่งแล้วโยนไปอีกทางก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนภูเขาอย่างบ้าคลั่ง

            “ท่านแม่ทัพเป็นอะไรไป?”

            อวี้ฉือหุ่ยฟันชายชุดดำอีกคนลงแล้วตะโกนถามเสียงดัง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138