ตอนที่หกสิบสอง สร้างอุปกรณ์อาคมด้วยงบประมาณประเทศ
มีมุกหนึ่งที่ผมใช้มาตลอดในการเล่นเกมส์นอกจากที่จะดึงพลังการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกมาเป็นพลังเวทย์แล้ว
อีกอย่างหนึ่งที่ผมใช้คือ
“สร้างอุปกรณ์เวทย์ด้วยงบประมาณประเทศ”
มันมีสาเหตุอยู่ที่ในการเล่นเกมส์กระดาน
GM มักจะไม่ให้คนมีเบื้องหลังเป็นขุนนางสามารถเจ้ากี้เจ้าการสั่งชาวบ้านชาวช่องหรือใช้เงินของตนเองที่มีในการแก้ไขปัญหาที่ทุกคนในปาร์ตี้ต้องเผชิญ
แต่ในโลกนี้นั้นต่างไป
นี่คือโลกที่เงินไม่กี่ร้อยก็สามารถซื้อน้ำมันพรายมาดีดใส่คุณหญิงคุณนายลูกสาวกำนันลูกสาวผู้ใหญ่บ้านต่างๆได้ง่ายยิ่งกว่านับหนึ่งสองสาม
แถมไอเท็มอาคมอย่างน้ำมันพรายยังเป็นของดีไม่มีเสื่อมอีกต่างหากนอกจากจะมีสุดยอดไฮท์พรีสต์อย่างท่านพระครูเอาน้ำมนต์มาพรมให้หายจากมนต์ของน้ำมันพราย
แม้แต่ตายไปแล้ว คนที่ถูกดีดน้ำมันพรายก็จะมาลากเราไปอยู่ด้วยกันในโลง
เรื่องประสิทธิภาพนั้นมั่นใจได้แน่นอนมากแค่ต้องระวังผลร้ายที่ตามมาจากประสิทธิภาพนั้นเท่านั้น
ทำให้เราต้องอาศัยการเล่นคำอย่างมากราวกับการเป็นนักกฎหมาย
แต่บางครั้งผมรู้สึกว่าทำไมเวทย์ของประเทศเรามันออกไปในสาย eromancer กันนะ?
ว่าหากไม่เป็นสายเนโครแมนเชอร์ภูตผีปีศาจก็เป็นสายเอโรแมนเชอร์
วิชาอย่างอื่นนั้นเรียนยากอย่างโยนบ่วงไปบนฟ้าและปีนไปบนฟ้าหรือขยายร่างยักษ์หรือแอนนิเมจัส
แต่การเรียกนางตะเคียน นางตานี เปนชู้กับผีเรียกผีมานอนด้วยนี่แม้แต่เด็กเกรียนที่ไหนก็ทำได้
ที่แน่ๆผมตั้งปฏิญาณไว้ว่า
ก่อนที่ผมจะเลี้ยงผีผมต้องสั่งผีให้ลงหลุมก่อนให้ได้
ว่าแม้แต่เกมสิโรลเพลย์ ก็ต้องกำหนดว่าTurn Undead ส่งผีลงหลุม ที่ทำให้ซากศพนั้นกลับไปเป็นศพนั้นคือคาถาที่ที่เนโครแมนเชอร์ควรจะเรียนก่อนจะปลุกซากศพเสียอีก
เคล็ดลับของการเรียกปีศาจของวอร์ล็อคที่บ้าคลั่งในWarhammer ต่างๆก็ยังรู้ดีว่า ไม่ควรจะเรียกตัวตนจากต่างโลกที่เราคิดว่าควบคุมไม่ได้มาทำงานให้เรา
อนิจจา อาจารย์คงเอาโหงพรายต่างๆมาทำเป็นยานพาหนะราวกับเป็นเรื่องธรรมดาหรือเด็กเกรียนที่ไหนก็ไปนอนกับผีที่เสี่ยงตายได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
แม้แต่คนอย่างผมที่คิดว่าพ่อมดหรือแม่มดดีกว่าเทคโนโลยีของมักเกิ้ล
เจอกับสามัญสำนึกของคนในโลกนี้ผมยังอดปวดหัวไม่ได้
“ไอ้ห้อย ไอ้โหนมาสัสดีพี่บาบุบาบอนเอาไว้ เราต้องทำงานร่วมกันอีกมาก”
“สวัสดีจ้า”
ไอ้ห้อยไอ้โหนกับบาบูและบาบอนไหว้กันไปมาสักพัก
ด้วยเหตุผลบางประการตัวร้ายนั้นมีอำนาจบารมีที่ทำให้ลูกน้องของตนเองนั้นจงรักภักดีอย่างสูงมาก
ทำให้ไอ้เจิดสามารถรวบรวมคนที่มีรถจี๊บเครื่องมือสื่อสารของทหารในการเดินทางได้หลายสิบคนตอนที่ไปตามล่านงพะงากับไอ้ขามที่ตกระกำลำบากกันอยู่ในป่า
แต่อนิจจาสาวเจ้าก็ไม่เหลียวแล
“บาบูกับบาบอนต้องการกินอะไรบอกได้ไม่อั้น“
ผมยกมือห้ามบาบุกับบาบอนที่ต้องการขอบคุณผม
“ไม่ต้องเกรงใจเราคือครอบครัวเดียวกันแล้วและเราต้องออกแรงอีกมากชั้นจะพาพวกเราไปงมต้นตะเคียนทองกัน”
ตะเคียนทองนั้นจมอยู่ที่คลองท้ายหมู่บ้านไม่มีใครสามารถเอามันขึ้นมาได้
มีเรื่องเล่าว่า คนที่ล่าสัตว์โดนนายพรานบ้านป่าทักว่า
ให้อาหารกระป๋องให้กับทั้งหมาล่าเนื้อและคนทานแบบลงทุนหมดตัวเลย
ว่าหากไม่ได้หมูป่ากลับไปขาดทุนแน่ๆ
คนที่มาจากในเมืองก็บอกว่ารู้อยู่
แต่หากหมาล่าเนื้อไม่มีอาหารทานมันก็จะไม่มีแรงวิ่งไล่หมูป่า
ลูกชายกำนันอย่างผมก็จะทำอย่างนั้นล่ะ
มันคงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้หากเราเป็นเพียงแค่คนที่ยากจน
แต่คนที่มีเงินนั้นสามารถสร้างข้อได้เปรียบด้วยเงินได้เสมอ
ว่าอาหารการกินหรือเครื่องมือน่ะก็เป็นไปเพื่อประสิทธิภาพของงาน
พรานป่าต่างๆไม่ใช่ไม่รู้พวกเขาก็เก่งกาจเช่นกันแค่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่จะต้องคำนวณความคุ้มค่านั่นเอง
แผนการ”งบประมาณประเทศสร้างไอเท็มอาคม”ของผมนั้น
จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนที่มีทรัพยากรเหลือเฟือต้องการอุปกรณ์อาคมเท่านั้น
เพราะของอย่างอัญมณีต่างๆได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อนำอาคมได้แต่อย่าว่าแต่คนธรรมดา แม้แต่คนร่ำรวยอย่างโทวซากะรินก็ยังยากจนได้หากเล่นในเรื่องเวทย์อัญมณีนี้