หลังจากที่ทุกคนตามหากู้เฟิงเฉิงกันจนวุ่นวาย กู้หยูม่านก็สั่งให้กู้เฟิงเฉิงคุกเข่าสำนึกผิดอยู่กลางห้องโถง ความจริงแล้วกู้หยูม่านไม่ได้อยากสั่งลงโทษลูกชายรุนแรงถึงเพียงนี้ แต่การที่กู้เฟิงเฉิงเที่ยวเล่นซุกซนและไปไหนโดยไม่บอกกล่าว หากในอนาคตเกิดเื่ไม่คาดฝันเช่นการถูกคนล่อลวงหรือถูกโจรจับตัวไปขาย ถึงตอนนั้นต่อให้นางอยากสอนลูกชายก็คงจะทำไม่ได้แล้ว นางต้องป้องกันไว้ก่อนที่จะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจริงๆ
“เ้ารู้หรือไม่ว่าเ้าทำผิดเื่ใด” กู้หยูม่านถามลูกชายเสียงเข้ม ตอนที่นางแบกตะกร้าลงมาจากูเา นอกจากนางจะดีใจที่เก็บสมุนไพรไปขายในมิติแล้วได้เงินมาเกือบสองร้อยตำลึงแล้ว นางยังเก็บลูกเกาลัดกับลูกวอลนัทป่ามาได้เต็มตะกร้าจนนางเกือบจะแบกลงมาไม่ไหว นางคิดไว้ตลอดทางว่าจะทำอาหารกับขนมอร่อยๆ ให้ลูกชายกิน แต่เมื่อมาถึงบ้านกลับพบน้องชายและลูกชายอีกสองคนออกตามหาลูกชายคนเล็กอย่างร้อนใจ ตอนนั้นนางกลัวเหลือเกินว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเขา แต่เ้าลูกชายตัวดีกลับแอบมุดรั้วไปเล่นอยู่กับเพื่อนบ้านโดยไม่บอกกล่าวผู้ใด แม้ลูกชายจะปลอดภัยดี แต่นางก็ต้องสั่งสอนเขาเพื่อไม่ให้เขาเล่นซนจนไม่คำนึงถึงอันตราย และที่นางต้องทำโทษลูกชายคนเล็กก็เพื่อทำให้ลูกชายคนโตกับลูกชายคนรองเห็นเป็ตัวอย่างด้วย
“ข้าทราบแล้วขอรับท่านแม่” กู้เฟิงเฉิงตอบอย่างเสียใจ เขาไม่เคยเห็นท่านแม่โกรธมากขนาดนี้มาก่อน
“รู้ว่าผิดอย่างไร เ้าบอกข้ามา!” กู้หยูม่านไม่อยากดุลูกชายเลยจริงๆ แต่ถ้านางไม่ทำ ลูกชายก็จะไม่รู้ถึงความผิดของตัวเอง และคำขอโทษของเขาก็จะเป็เพียงคำพูดที่ไร้ค่า
“ข้าไม่ควรออกไปข้างนอกโดยไม่บอกผู้ใดขอรับ” กู้เฟิงเฉิงน้ำตาคลอ “ท่านแม่ขอรับ ข้าผิดไปแล้ว ครั้งหน้าข้าจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วขอรับ”
กู้เฟิงอวี่ “ท่านแม่ขอรับ ครั้งหน้าข้าจะดูแลน้องสามให้ดี จะไม่ให้น้องไปเที่ยวเล่นเถลไถลที่ไหนอีกแล้วขอรับ”
กู้เฟิงิ “ท่านแม่ น้องสามสำนึกผิดแล้ว ท่านอย่าลงโทษเขาเลยนะขอรับ”
กู้เฉินซี “พี่หญิง ข้าผิดเองที่ไม่ดูแลเฟิงเฉิงให้ดี หากข้าดูแลเขาให้ดีเขาคงไม่ทำผิดเช่นนี้ ตอนนี้กระดูกเล็กๆ ของเขายังอ่อนนัก ข้ากลัวว่ามันจะกลายเป็าแเรื้อรัง พี่หญิงขอรับ ข้าจะคุกเข่ารับโทษแทนเขาเอง ท่านอย่าให้เฟิงเฉิงคุกเข่าต่อเลยนะขอรับ”
กู้เฉินซีคว้าตัวหลานชายคนเล็กให้ลุกขึ้น จากนั้นเขาก็คุกเข่าเพื่อรับโทษแทน ซึ่งกู้หยูม่านไม่ได้ห้าม เมื่อมีโอกาสสั่งสอน นางก็จะทำให้พวกเขาทุกคนจดจำกับคำสอนไว้ให้ดี ไม่ใช่ว่านางอยากใจดำ แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะความหวังดี อีกทั้งลูกชายทั้งสามคนจะได้เรียนรู้ไว้ว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาทำผิด ไม่ใช่แค่ตัวของพวกเขาเท่านั้นที่จะถูกทำโทษ แต่คนที่อยู่รอบข้างก็จะต้องถูกทำโทษไปด้วย
“เช่นนั้นเ้าก็คุกเข่าต่อไปอีกครึ่งชั่วยาม” กู้หยูม่านพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องครัว
กู้เฟิงเฉิงกอดน้าชายแล้วร้องไห้ “ท่านน้า ท่านลุกขึ้นเถิดขอรับ ข้าเป็คนทำผิด ข้าต้องรับโทษด้วยตัวเอง”
“เ้ายังเด็กนัก หากเ้าต้องนั่งคุกเข่า เข่าของเ้าอาจจะใช้การไม่ได้ เ้าไม่อยากขึ้นไปวิ่งเล่นบนูเาหรือไม่อยากฝึกขี่ม้าแล้วหรือ” กู้เฉินซีกอดหลานชาย “แค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ข้าทนไหว”
กู้เฟิงเฉิงร้องไห้อย่างเสียใจ เป็เพราะความซุกซนของเขาจึงทำให้ท่านน้าต้องมารับโทษแทน อีกทั้งพี่ชายทั้งสองก็ต้องมาถูกท่านแม่ตำหนิ “ท่านน้า พี่ใหญ่ พี่รอง...ข้าขอโทษ ต่อไปข้าจะไม่ซุกซนเช่นนี้อีกแล้วขอรับ”
“เ้าไปขอโทษท่านแม่เถอะ” กู้เฟิงอวี่บอกน้องชาย
“ข้าเห็นท่านแม่ร้องไห้ นางคงเสียใจที่สั่งลงโทษเ้านั่นล่ะ เ้าไปเถอะ เดี๋ยวข้ากับพี่ใหญ่จะดูแลท่านน้าเอง” กู้เฟิงิพูดสำทับ
กู้เฟิงเฉิงเดินไปที่ห้องครัวอย่างไม่มั่นใจ เขากลัวว่าท่านแม่จะไม่ยกโทษให้เขา แต่เมื่อเขาเห็นท่านแม่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่ เขารีบวิ่งเข้าไปกอดขา “ท่านแม่ ท่านอย่าร้องไห้เลยนะขอรับ ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ต่อไปข้าจะไม่หนีออกไปเล่นคนเดียวอีกแล้วขอรับ”
กู้หยูม่านลูบศีรษะลูกชายคนเล็ก ตอนแรกที่นางทะลุมิติเข้ามา ความรักที่นางมีต่อลูกชายทั้งสามเป็เพียงความรู้สึกที่เ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ แต่เมื่อนางได้อยู่กับพวกเขาทุกวัน ความรักที่นางมีให้พวกเขามันมาจากความรู้สึกของนางเอง ตอนนี้นางเป็ท่านแม่ของพวกเขาเต็มตัวแล้ว นางจะไม่รักไม่ห่วงพวกเขาได้อย่างไร และการสั่งลงโทษเขา นางก็เสียใจไม่น้อย “เฟิงเฉิง เ้าคิดว่าแม่ใจร้ายกับเ้าหรือไม่”
“ท่านแม่ไม่ได้ใจร้าย แต่ที่ท่านแม่สั่งทำโทษข้าก็เพราะท่านแม่เป็ห่วงข้า ข้าขอโทษขอรับ ข้าจะไม่ทำผิดอีกแล้ว”
“เ้าไม่รู้หรอกว่าตอนที่แม่รู้ว่าเ้าหายตัวไปแม่เป็ห่วงเ้ามากขนาดไหน เราเพิ่งย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านจงเตี้ยนได้ไม่นาน เรายังไม่รู้จักเพื่อนบ้านมากนักและเพื่อนบ้านก็ยังไม่รู้จักเรา หากเ้าถูกโจรจับตัวไปแล้วโจรอ้างว่าเ้าเป็ลูกชายของเขา ต่อให้เ้าปฏิเสธ แต่เ้าคิดหรือว่าชาวบ้านจะเชื่อคำพูดของเด็กอย่างเ้า เขาคงคิดว่าเ้าเป็เด็กที่ชอบพูดโกหกและโจรพวกนั้นก็คือผู้ปกครองของเ้าจริงๆ ชาวบ้านก็คงจะปล่อยให้โจรพาเ้าไปแต่โดยดี ถึงตอนนั้นแม่คงไม่มีปัญญาไปตามหาตัวเ้าแล้ว” กู้หยูม่านก้มลงกอดลูกชายแล้วร้องไห้
กู้เฟิงเฉิงปล่อยให้ท่านแม่กอดตนเองอยู่อย่างนั้น
“แม่ไม่ได้ห้ามไม่ให้เ้าออกจากบ้าน แต่ถ้าเ้าอยากออกไปเล่น เ้าต้องบอกให้คนที่บ้านรู้ไว้ด้วย เข้าใจหรือไม่” กู้หยูม่านปล่อยลูกชาย “เอาล่ะ นี่ก็เลยมื้อกลางวันมามากแล้ว แม่จะทำอาหารให้พวกเ้ากิน ไปบอกท่านน้าของเ้าให้ลุกขึ้นเถอะ”
กู้เฟิงเฉิงเห็นว่าท่านแม่ให้อภัยตนเองแล้ว เขารีบวิ่งออกไปบอกน้าชายว่าท่านแม่ยกโทษและให้ท่านน้าลุกขึ้นได้แล้ว ทีแรกกู้เฉินซียังไม่เชื่อ กู้เฟิงอวี่กับกู้เฟิงิจึงไปถามท่านแม่อีกครั้ง เมื่อได้รับคำยืนยันจากท่านแม่ว่านางยกเลิกการทำโทษแล้ว กู้เฉินซีจึงยอมลุกขึ้น แต่กู้เฉินซีกับเด็กชายทั้งสามคนกลัวว่าจะทำให้กู้หยูม่านโกรธขึ้นมาอีก พวกเขาจึงนั่งอยู่ในห้องโถงไม่ออกไปไหน จนกระทั่งกู้หยูม่านเรียกให้พวกเขาไปทานมื้อกลางวัน บรรยากาศในบ้านจึงกลับมาสดใสอีกครั้ง
หลังทานมื้อกลางวันเสร็จ กู้หยูม่านกับกู้เฉินซีมีเื่ต้องปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแบ่งที่ดินเพื่อทำสวน เพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ แต่เด็กชายทั้งสามคนมีอาการง่วงอย่างเห็นได้ชัด กู้หยูม่านจึงพาลูกชายเข้านอนก่อน
เป็เพราะ่เช้ากู้เฟิงอวี่ทำความสะอาดบ้านทั้งหลังจนหมดแรง และกู้เฟิงิก็เดินสำรวจที่ดินกับท่านน้าจนหมดแรงเช่นกัน ทั้งคู่จึงนอนหลับไปอย่างง่ายดาย มีเพียงกู้เฟิงเฉิงที่ต้องให้ท่านแม่เข้ามากล่อม
“ไหนบอกว่าง่วงนอน แม่พาเ้าเข้านอนแล้วทำไมเ้ายังไม่หลับอีก” กู้หยูม่านถามลูกชาย
“ท่านแม่ขอรับ ความจริงแล้วข้าไม่ได้ไปเล่นซนนะขอรับ” กู้เฟิงเฉิงบอกอย่างลังเล เขาไม่ได้กลัวว่าท่านแม่จะเข้าใจผิด แต่เมื่อนึกถึงท่านลุงร่างกายผ่ายผอมผู้นั้น เขากลับรู้สึกไม่สบายใจ
“ไม่ได้ไปเล่นซน แล้วเ้าไปที่บ้านข้างๆ ทำไมกัน”
“ตอนที่ข้าเดินสำรวจที่ดินกับท่านน้า ข้าเหนื่อยมากจึงไปนอนเล่นที่ใต้ต้นก้ามปู แต่ข้าได้ยินเสียงไอของใครคนหนึ่ง ข้าจำได้ว่าน้ำดื่มกับยาอมแก้ไอที่ท่านแม่เคยเอาให้ข้ากินมันได้ผล ข้าก็เลยมุดรั้วเพื่อที่จะเอาน้ำดื่มกับยาไปให้เขากินขอรับ”
“หืม...เพื่อนบ้านของเราเป็คนป่วยหรือ มิน่า...ผู้เฒ่าจี้ถึงกำชับไว้ว่าหากต้นก้ามปูไม่รกหูรกตาก็ให้เราเก็บเอาไว้อย่าได้โค่นทิ้ง เพราะไม่ใช่แค่บ้านเราที่ได้อาศัยร่มเงา แต่เพื่อนบ้านของเราก็ชอบออกมานั่งรับลมที่นั่นเหมือนกัน” กู้หยูม่านลูบผมลูกชาย “พอเ้าเอาน้ำดื่มกับยาอมแก้ไอให้เขา อาการของเขาดีขึ้นหรือไม่”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ เพราะข้าได้ยินเสียงพวกท่านตามหา ข้าจึงมุดรั้วกลับมาก่อน” กู้เฟิงเฉิงจับมือท่านแม่ “ท่านแม่ขอรับ ท่านลุงคนนั้นน่าสงสารมาก นอกจากอาการไอแล้ว เขายังนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา อีกทั้งร่างกายของเขาก็ผอมมากๆ ข้า...ข้า...”
“เ้าอยากพูดอะไรหรือ” กู้หยูม่านยังลูบผมลูกชายต่อ
“ข้าอยากเอาน้ำกับอาหารของบ้านเราไปแบ่งให้เขากินขอรับ ข้ารู้สึกว่าน้ำกับอาหารที่บ้านของเรามันดีมาก ท่านแม่ดูสิ ข้า พี่ใหญ่ พี่รอง แล้วก็ท่านน้าไม่ได้ผอมแห้งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หากท่านลุงได้ดื่มน้ำและทานอาหารของเรา ท่านลุงต้องหายป่วยแน่นอน”
กู้หยูม่านไม่คิดว่าลูกชายจะช่างสังเกตและวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง การที่ลูกชายมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายก็เพราะได้ดื่มน้ำและทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่สิ่งที่นางสงสัยในตอนนี้คือ ทำไมลูกชายถึงอยากช่วยเหลือเพื่อนบ้านคนนั้น
กู้หยูม่านถามลูกชายอย่างสงสัย “ทำไมเ้าถึงอยากช่วยเขาให้หายป่วย เ้าไม่เคยรู้จักเขามาก่อนไม่ใช่หรือ”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ รู้แค่ว่าข้าไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บป่วย” กู้เฟิงเฉิงไม่ได้พูดความในใจออกไปทั้งหมด แม้ท่านลุงผู้นั้นจะมีรูปร่างผ่ายผอมจนแก้มตอบอย่างน่ากลัว แต่เขาก็รู้ได้ว่าใบหน้าของท่านลุงมีส่วนคล้ายพวกเขาสามคนพี่น้องอยู่หลายส่วน หากเป็ไปได้ เขาอยากให้ท่านลุงมาเป็ท่านพ่อของเขา
กู้หยูม่านไม่ได้สงสัยในคำตอบของลูกชาย เพราะนางรู้ว่าลูกชายทั้งสามคนเป็เด็กจิตใจดี แต่ตอนที่พวกเขายังอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหลิ่วเจีย พวกเขาไม่มีศักยภาพมากพอที่จะช่วยใครได้ แต่ตอนนี้ลูกชายคงเห็นว่าตนเองพอที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้แล้วกระมัง “ได้สิ แม่จะเตรียมน้ำกับขนมไว้ให้ เ้าอยากเอาไปให้ใครก็ตามใจเ้าเลย”
“ขอบคุณขอรับท่านแม่” กู้เฟิงเฉิงยิ้มอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่าท่านแม่อนุญาต กู้เฟิงเฉิงก็นอนหลับไปอย่างมีความสุข
“คุณชายขอรับ ั้แ่่เช้าข้าไม่ได้ยินเสียงท่านไอแล้วนะขอรับ” เฮ่อหลงถามเ้านายอย่างสงสัย “หรือว่ายาที่นายท่านส่งมาจากเมืองหลวงจะได้ผล”
เฮ่อหลานจวินก็สังเกตอาการของตนอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่เขาจะไม่ไออย่างทรมานแล้ว แม้แต่อาการหนาวสั่นที่มักจะเป็บ่อยๆ ก็ไม่มีแล้วเช่นกัน เมื่อนึกถึงคำพูดของเด็กชาย เขาก็ล้วงยาเม็ดเล็กที่เด็กชายทิ้งไว้ให้ขึ้นมาดู “หรือว่ายาอมที่เ้าหนูคนนั้นทิ้งไว้ให้จะแก้อาการป่วยของข้าได้จริงๆ”
“คุณชายหมายถึงยาอมที่เ้าหนูกู้เฟิงเฉิงทิ้งไว้น่ะหรือขอรับ จะเป็ไปได้อย่างไร ในเมื่อยาอมเม็ดนั้นมีส่วนผสมของน้ำผึ้งกับมะนาวเท่านั้น”
“ไม่ใช่แค่ยาอม ก่อนหน้านี้เขาเอาน้ำสะอาดให้ข้าดื่มด้วย หลังจากที่ข้าดื่มน้ำขวดนั้น อาการปากแห้งคอแห้งของข้าก็หายไป แล้วข้ายังรู้สึกหิวขึ้นมาเป็ครั้งแรกด้วย”
“จริงหรือขอรับ!” เฮ่อหลงถามอย่างดีใจ
“นี่เป็แค่ข้อสันนิษฐานของข้า แต่จะทำอย่างไรดี ข้าอยากเจอกับเ้าหนูเฟิงเฉิงผู้นั้นอีกเหลือเกิน”
“คุณชายอยากพบเขาหรือขอรับ ข้าไปเชิญเขาให้มาพบท่านตอนนี้เลยดีหรือไม่” เฮ่อหลงถามอย่างกระตือรือร้น หากอาการของคุณชายดีขึ้นเพราะน้ำดื่มจากข้างบ้านจริงๆ เขาจะไปขอซื้อน้ำจากบ้านหลังนั้นมาให้คุณชายดื่มทุกวัน
“รอดูคืนนี้ก่อนก็แล้วกัน หากอาการไอกับอาการหนาวสั่นของข้าไม่กลับมาอีก ข้าจะไปขอพบกู้เฟิงเฉิงด้วยตัวเอง”