บทที่ 1 จูจูปกป้องพี่ชาย
"ตี! ตีมันให้หนัก!"
เสียงของพระชายาตวนอ๋องเกือบจะกลายเป็เสียงกรีดร้องอย่างเสียสติ
"หากจูจูของข้าเป็อะไรไปแม้เพียงนิดเดียวเ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต!"
นางสะบัดม่านเดินเข้าห้องด้วยความโกรธแค้น เมื่อเห็นก้อนแป้งตัวน้อยที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง ก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง
"จูจู ลูกรักของแม่ หากเ้าทิ้งแม่ไป แม่ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว..."
นางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดหน้า ร้องไห้จนแทบไม่มีเสียง เหล่าบรรดาสาวใช้และหญิงรับใช้ชราในห้องต่างพากันน้ำตานองหน้า บรรยากาศทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ในขณะนั้นเอง ขนตาของเด็กน้อยบนเตียงก็สั่นไหวเบา ๆ
บนศีรษะของนางยังคงพันด้วยผ้าขาวบาง มีเืซึมออกมาเป็จุด ๆ ยิ่งขับให้ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นดูซีดเซียว ขณะนี้ลมหายใจของนางถี่กระชั้น ปากเล็ก ๆ อ้าออกเล็กน้อย ราวกับถูกฝันร้ายเข้าครอบงำ
หมอหลวงที่รออยู่ข้างเตียงไม่ได้ละมือออกจากชีพจรที่ข้อมือของนางเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อตรวจพบความเปลี่ยนแปลงจึงรีบเงยหน้าขึ้น
"พระชายาขอรับ ท่านหญิงดูเหมือนจะฟื้นแล้วขอรับ..."
เสียงร้องไห้ของพระชายาตวนอ๋องหยุดลงทันที นางรีบก้าวไปที่เตียงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "จูจู? จูจูของแม่?"
ชั่วพริบตาต่อมา เด็กน้อยก็สูดน้ำมูกแล้วลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร้องไห้ออกมา
"ท่านแม่!"
พระชายาตวนอ๋องน้ำตาร่วงราวกับสายฝน
"จูจู ลูกฟื้นแล้ว ลูกทำแม่ใแทบตาย..."
จูจูเองก็ร้องไห้โฮออกมาเช่นกัน นางรู้สึกเหมือนได้ฝันไปยาวนานเหลือเกิน ในฝันนั้น นางกลายเป็เด็กที่นิสัยไม่ดี คอยแต่จะหลอกลวงผู้คน รังแกผู้อื่น และยังตีคนอื่น... จนทุกคนต่างเกลียดชังนาง
ต่อมา นางเห็นพี่ชายตาย
ก่อนตาย เขากล่าวว่า
"เซิ่งิจู ข้าเกลียดเ้า! ข้าไม่อยากเห็นหน้าเ้าอีกต่อไป!"
นางกลัวเหลือเกิน และเสียใจเหลือเกิน!
แต่จูจูไม่ใช่เด็กนิสัยเสียเสียหน่อย!
นางชอบพี่ชายมาก และเฝ้ารอให้พี่ชายกลับมาตลอด
คนอื่นมีพี่ชาย นางก็อยากมีพี่ชายบ้าง นางอยากจูงมือกับพี่ชาย อยากสนิทกับพี่ชายที่สุด นางสามารถแบ่งขนมว่างที่ชอบที่สุดและเสื้อผ้าที่สวยที่สุดให้เขาได้ทั้งหมดเลย
แต่ทำไมพี่ชายถึงไม่ชอบนางล่ะ?
หรือเป็เพราะนางแอบหนีออกไปปีนูเาจำลองแล้วตกลงมาหรือเปล่า?
ท่านแม่คิดว่าพี่ชายเป็คนผลักนางลงมาจึงโกรธมาก ต่อมาพอนางไม่ฟื้นขึ้นมาเสียที ท่านแม่ก็แทบจะคลั่งด้วยความกังวล เมื่อพี่ชายมาเยี่ยม นางจึงสั่งให้คนใช้ไม้กระดานลงทัณฑ์ตีพี่ชาย
พี่ชายขาหัก ต้องรักษาตัวอยู่นานแสนนาน และต้องทนเ็ปอย่างรุนแรงในทุก ๆ วัน แต่ถึงกระนั้น พี่ชายก็ยังบอกนางว่า ‘ไม่เป็ไร เ้ายังเด็ก ข้าไม่โกรธเ้าหรอก’
พอคิดถึงสภาพของพี่ชายในตอนนั้น จูจูก็รู้สึกเสียใจจนแทบทนไม่ไหว
นอกประตูมีเสียงไม้กระดานลงทัณฑ์กระทบเนื้อดัง เพียะ! เพียะ! จูจูได้สติกลับมาทันที นางะโออกไปอย่างสุดเสียง
"พี่จ๋า!"
"ไม่ต้องกลัวนะ" พระชายาตวนอ๋องปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ลูกรักไม่ต้องกลัว มีแม่อยู่ตรงนี้ ใครก็ทำร้ายจูจูของแม่ไม่ได้ แม่จะระบายความแค้นให้เ้าเอง!"
จูจูร้อนรน รีบส่ายหัวไปมาอย่างแรง "ไม่โกรธ ไม่ตีพี่จ๋า!"
พระชายาตวนอ๋องใช้สองมือประคองศีรษะเล็ก ๆ ของนางไว้ "เ้าตัวเล็ก อย่าส่ายหัวแรงนักสิ แผลยังไม่หายเลย! ปกติก็ซุ่มซ่ามอยู่แล้ว เดี๋ยวอีกจะยิ่งโง่เอา! เ้ายังจะเรียกเขาว่าพี่จ๋าอีก... เขาทำเ้าเจ็บขนาดนี้ แม่จะปล่อยเขาไปได้อย่างไร!"
จูจูมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอก แต่น่าเสียดายที่ปากเล็ก ๆ ของนางยังพูดไม่คล่อง จึงได้แต่ดิ้นขลุกขลักสองสามครั้ง ผลักมือของท่านแม่ออกแล้วพยายามจะะโลงจากเตียง "พี่จ๋ามะด้ายทำจูจู! ห้ามตีพี่จ๋า จูจูจาช่วยพี่จ๋า..."
ที่นอกประตู เซิ่งิหลินนอนคว่ำอยู่บนม้านั่ง กัดฟันแน่น อดทนต่อความเ็ปรุนแรงจากไม้กระดานลงทัณฑ์ที่ฟาดลงบนร่างกาย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหว่างคิ้วที่คมคาย
ความเ็ปรุนแรงเช่นนี้เอง ที่ทำให้เขามั่นใจในที่สุดว่า เขาได้กลับมาแล้วจริง ๆ
มารดาแท้ ๆ ของเขาเสียชีวิตไปแล้ว บิดาแต่งงานใหม่กับตระกูลเซี่ย ท่านตาเป็ห่วงเขา จึงใช้ข้ออ้างเื่การศึกษา รับเขาไปเลี้ยงดูข้างกาย แต่เมื่อท่านตาเสียชีวิต เขาก็ถูกส่งกลับมาอยู่กับบิดา
ในชาติก่อน ่เวลานี้เขายังจมอยู่กับความโศกเศร้าจากการจากไปของท่านตา เขาคิดว่าบิดาจะปลอบโยนเขา จะรักเขา... แต่ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้โยเยของเด็กคนหนึ่ง น้องสาวกำลังร้องไห้ฟูมฟายเพราะปวดฟัน บิดา มารดา และทุกคนต่างรุมล้อมปลอบโยนนาง โดยไม่มีใครสนใจเขาเลย
เขายืนเคว้งคว้างอยู่ตรงนั้น มองดูภาพเหตุการณ์ที่ทุกคนรุมล้อมนางราวกับดวงดาวล้อมเดือน
ในชั่วขณะนั้น เขาพลันเข้าใจทันทีว่าตนเองกลายเป็คนนอกไปเสียแล้ว
เขารู้ว่านับจากนี้จะไม่มีใครเป็ที่พึ่งให้เขาอีก จึงรักษาระยะห่างกับคนในครอบครัว หลบหน้าน้องสาวและไม่เคยพบเจอนางเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหลบไม่พ้น
วันนี้ขณะที่เขาออกจากบ้าน เห็นนางยืนอยู่บนูเาจำลองเพียงลำพังด้วยท่าทางโงนเงนจวนจะร่วงหล่น เขาจึงรีบพุ่งเข้าไปช่วยตามสัญชาตญาณ แต่นางกลับตกลงมาเสียก่อน เมื่อเผชิญกับการซักถามของพระชายาตวนอ๋อง นางกลับร้องไห้โฮแล้วบอกว่า
"พี่ชายผลักจูจู"
เซิ่งิหลินหลับตาลงฉับพลัน พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะหึในลำคออย่างขมขื่น เยาะเย้ยตัวเองที่โง่เขลาเช่นนั้น
ที่น่าขันยิ่งกว่าคือ เขาถูกตีจนขาหัก ต้องรักษาตัวนานกว่าหนึ่งปี แต่ภายหลัง เขากลับคิดว่านางยังเด็กและไม่ได้ตั้งใจ จึงให้อภัยนาง และหลังจากนั้น... คือฝันร้ายยาวนานกว่าสิบปี!
ยามนี้เขาได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง เขาจะไม่มีวันเห็นนางเป็น้องสาวอีก จะไม่ยอมถูกนางใส่ร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างกายบอบช้ำและตายอย่างอนาถ!
เขากัดฟันแน่นข่มความโกรธทันใดนั้น ม่านประตูก็ถูกเลิกขึ้น พระชายาตวนอ๋องอุ้มลูกสาวเดินออกมา
จูจูเห็นพี่ชายเพียงแวบเดียว ก็รีบดิ้นรนลงจากอ้อมกอด วิ่งเตาะแตะเข้ามาแล้วโผเข้ากอดเขาโดยไม่ลังเล
เซิ่งิหลินครางอื้อในลำคอด้วยความเ็ป กัดฟันมองนางด้วยสายตาดุดัน แต่กลับเห็นดวงตากลมโตที่แดงก่ำคู่หนึ่ง
เ้าก้อนแป้งตัวน้อยร้องไห้จนแทบหายใจไม่ทัน "ฮือ ๆ อย่าตีพี่จ๋า!"
พระชายาตวนอ๋องอุทานเบา ๆ รีบพุ่งเข้ามาทันที "จูจู เ้าทำอะไรน่ะ!"
มือน้อย ๆ กลม ๆ สองข้างของนางกอดคอเซิ่งิหลินไว้แน่น ใช้แรงทั้งหมดที่มีจนพระชายาตวนอ๋องไม่สามารถดึงนางออกได้ในทันที
น้ำตาของนางหยดติ๋ง ๆ ลงบนใบหน้าของเซิ่งิหลิน "อย่าตีพี่จ๋า! ฮือ ๆ ท่านแม่ ตีจูจู... จูจูผิดแล้ว จูจูม่ายดี! จูจูมะควร...ปีนคนเดียว..."
พระชายาตวนอ๋องชะงักไป นางขมวดคิ้วแล้วถามว่า
"เ้าตกลงมาเองหรือ? ไม่ใช่พี่ชายผลักเ้าหรือ?"
เด็กน้อยพยักหน้าอย่างแรง พูดจาวนไปวนมา "จูจูแอบหนีออกจากบ้าน ปีนูเาเอง แล้วตกลงมา เป็ความผิดของจูจู ไม่ใช่ความผิดของพี่จ๋า อย่าตีพี่จ๋าเลยนะ..."
เซิ่งิหลินหลับตาลงอย่างแรง เขาไม่คาดคิดว่าในชาตินี้ นางจะพูดความจริงออกมา
ในชาติก่อน ไม่ว่าใครจะถามอย่างไร นางก็ยืนกรานว่าเขาเป็คนผลัก
ทว่าแล้วอย่างไรเล่า?
ตอนนี้นางอายุยังไม่ถึงสามขวบ ยังไม่มีความอำมหิตโเี้เหมือนในภายหลัง... แต่ในอนาคต นางก็ยังคงกลายเป็เซิ่งิจูผู้มีหัวใจดั่งงูพิษและไม่เห็นค่าชีวิตของผู้อื่นอยู่ดี
พระชายาตวนอ๋องเงียบไปครู่หนึ่ง ชำเลืองมองเซิ่งิหลินแวบหนึ่ง จากนั้นจึงโอบกอดลูกสาวและปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "จูจูเด็กดี เ้ายังเล็กอยู่ พูดผิดบ้างเป็เื่ธรรมดา พี่ชายเป็ผู้ใหญ่แล้ว ไม่ถือสาเ้าหรอก... พวกเรากลับเข้าห้องก่อน ให้หมอหลวงตรวจดูอาการเถอะ"
เซิ่งิหลินได้ยินดังนั้นก็แอบหัวเราะเยาะในใจ
สมองน้อย ๆ ของเด็กสามขวบอย่างจูจูไม่เข้าใจเื่ที่ซับซ้อน นางรู้เพียงว่า ครั้งนี้พี่ชายถูกตีจนขาหักและเจ็บมาก ๆ นางต้องปกป้องขาของพี่ชาย!
นางเงยหน้าเล็ก ๆ เป็การอ้อนวอน "หมอหลวงตรวจพี่จ๋า! ตรวจขาพี่จ๋าด้วย!"
"ได้ ๆ ๆ" พระชายาตวนอ๋องรับคำรัว ๆ "จูจูตามแม่เข้ามาก่อนนะเด็กดี"
"มั่ย! จูจูไม่เข้า" เ้าก้อนแป้งตัวน้อยกอดคอเซิ่งิหลินไว้แน่น ใบหน้าเล็ก ๆ แนบชิดกับใบหน้าของเขา "จูจูจะปกป้องพี่จ๋า!"
เซิ่งิหลินขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าที่เปียกชื้นของเด็กน้อยที่แนบกับแก้มเขา ให้ความรู้สึกราวกับว่าทั้งสองต้องพึ่งพากันและกัน
หลังจากตกตะลึงเพียงชั่วครู่ เซิ่งิหลินก็หัวเราะเ็า นางจะปกป้องเขาหรือ?
ในชาติก่อน ความเ็ปทั้งหมด ล้วนเกิดจากนางทั้งสิ้น!