ธนอินทร์ได้เดินทางมาสมทบกับกองทัพของมินธะแล้ว นายมินธะรู้สึกว่าธนอินทร์ดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน มีรังสีอำมหิตมากขึ้นยังไงไม่รู้ ดังนั้นในระหว่างที่แอบซุ่มรอกองทัพของพ่อหลวงอินทะราช ก็เฝ้าจับสังเกตนายธนอินทร์ จนกระทั่งคืนหนึ่งมินธะได้แอบเห็นธนอินทร์ลอบออกนอกทัพ เดินทางมุ่งหน้าไปยังชายแดนแคว้นอินนะและสามารถเข้าไปยังแคว้นอินนะได้อย่างง่ายดายราวกับเป็ชาวเมืองอินนะอยู่แล้ว
นายมินธะเฝ้ารอจนกระทั่งธนอินทร์เดินทางกลับมาที่ค่ายทหาร แล้วชักดาบดักหน้าธนอินทร์ทันที “เ้าเป็ใครกันแน่ เ้าเป็ไส้ศึกใช่มั้ย”
“ใจเย็นๆ ก่อน อยู่ดีๆ ทำไมถึงหาว่าข้าเป็ไส้ศึกล่ะ มินธะ”
“ข้าเห็นกับตา ว่าเ้าสามารถผ่านเข้าไปยังชายแดนแคว้นอินนะได้อย่างง่ายดาย เ้าเข้าไปทำไม ไปติดต่อใคร”
“ข้าก็ไปดูลาดเลายังไงล่ะ จะได้วางแผนได้อย่างรัดกุมไง”
“ข้าไม่เชื่อเ้าหรอก ยอมสารภาพมาเดี๋ยวนี้ ข้ายอมสู้ตายกับเ้า แต่จะไม่ยอมให้เ้ามาทำลายแคว้นซาตีและแคว้นพันธุเด็ดขาด” มินธะจึงเข้าไปต่อสู้กับธนอินทร์ทันที
ระหว่างต่อสู้กัน ธนอินทร์ก็ว่า “ฟังข้าก่อน มินธะ” แต่มินธะก็ยังสู้ต่อไป
จนกระทั่งธนอินทร์เตะแขนของมินธะ ทำให้ดาบมินธะหลุดมือ และสุดท้ายดาบของธนอินทร์ก็จ่อที่คอของมินธะ
มินธะเลยว่า “อยากฆ่าก็ฆ่าเลย แล้วอย่าให้ข้ารอดล่ะ ข้าไม่มีวันปล่อยเ้าไว้แน่ ธนอินทร์”
“เรา คือ พ่อหลวงอินนะทัต ผู้เคยปกครองแคว้นอินนะมาก่อน แต่ถูกน้องชายของตนเองลอบทำร้ายจนเราาเ็สาหัส เราหลบหนีจากการตามล่าจนถึงแคว้นซาตีและหลบเข้าไปอยู่ในดินแดนทะเลทราย แม่บุญธรรมของเราให้เราทานยาทำให้สูญเสียความทรงจำ เมื่อไม่นานมานี้แม่ของเรายอมให้ทานยาแก้พิษทำให้ความจำของเรากลับคืนมา และในวันนี้ที่เราลอบเข้าไปในแคว้นอินนะก็เพื่อติดต่อนายพลเอกาให้ช่วยจับกุมพ่อหลวงอินทะราช เราไม่อยากสูญเสียทหารอินนะไปมากกว่านี้อีกแล้ว ท่านร่วมมือกับเราเถิด ท่านนายพลธามินทร์แห่งแคว้นธารัต”
“พระองค์ทรงรู้จักหม่อมฉันได้อย่างไรพะย่ะค่ะ” มินธะหรือนายพลธามินทร์สงสัย
“คืนที่เ้าจับเราที่บ้านพักหลบภัยนั่นไง เราได้ยินในสิ่งที่เ้าหญิงธาระตีแห่งแคว้นธารัตเปิดเผยตัวตนกับเ้าหญิงซาติกานต์ในบ้านพักนั่น”
“เมื่อพระองค์เพียงแค่จะจับพ่อหลวงอินทะราชและไม่ก่อา กระหม่อมก็พร้อมให้ความร่วมมือพะย่ะค่ะ”
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะเปิดเผยตัว ขอให้ท่านปฏิบัติกับเราแบบเดิม เรายังเป็นายธนอินทร์อยู่”
“ได้สิ นายธนอินทร์”
*****************************************
วันต่อมา ในที่สุดกองทัพพ่อหลวงอินทะราชก็มาถึงชายแดนอินนะ แต่สุดท้ายก็ถูกล้อมด้วยกองทัพของนายพลธามินทร์
“พระองค์ทรงยอมจำนนเถิดพะย่ะค่ะ พระองค์ถูกล้อมไว้หมดแล้ว” นายพลธามินทร์กล่าว
“555 นั่นไง กองทัพนายพลเอกามาถึงแล้ว เ้าต่างหากต้องยอมจำนน เ้าสู้นายพลเอกาไม่ได้หรอก” พ่อหลวงอินทะราชตรัส
แต่องค์พ่อหลวงอินทะราชกลับทรงแปลกใจที่นายพลเอกากลับมาล้อมตัวเอง จ่อดาบและหันปืนมาทางองค์พ่อหลวง “เ้าคิดฏงั้นรึ นายพลเอกา”
“เปล่า นายพลเอกาจงรักภักดีกับพี่ต่างหาก อินทะราช” พ่อหลวงอินนะทัตตรัส
“เสด็จพี่อินนะทัต! พระองค์ยังไม่สิ้นพระชนม์ พระองค์ช่างดวงแข็งยิ่งนัก” พ่อหลวงอินทะราชตรัสอย่างเจ็บพระทัย
“พวกทหารแคว้นอินนะ! หากไม่อยากตายก็ยอมจำนนซะ เราจะไม่ฆ่าพวกเ้า หากเ้ายอมทิ้งอาวุธ” พ่อหลวงอินนะทัตตรัส
ทหารแคว้นอินนะทุกคนเลยยอมจำนนทิ้งอาวุธทั้งหมดและคุกเข่าให้กับพ่อหลวงอินนะทัตทันที
“พวกเ้าคิดฏกับเรางั้นรึ” พ่อหลวงอินทะราชทรงยังไม่ยอมจำนน และตรัสอีกว่า “555 เสด็จพี่ พระองค์ทรงฆ่าหม่อมฉันไม่ลงหรอก พระองค์เป็คนรักน้องมากและรับปากกับเสด็จพ่อว่าจะดูแลน้องๆ เป็อย่างดี พระองค์จะผิดสัญญางั้นรึ”
“เ้าไปซะ อินทะราช อย่าให้เราเห็นเ้าอีก มันจะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว” พ่อหลวงอินนะทัตไม่สามารถจับกุมหรือฆ่าน้องชายตัวเองได้จริงๆ จึงยอมปล่อยไป ท่ามกลางเสียงคัดค้านของทหารฝ่ายพันธุและอินนะ
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็คือ กลุ่มผู้หญิงที่ถูกพ่อหลวงอินทะราชย่ำยีอย่างทรมานถือดาบเข้ามาแทงพ่อหลวงอินทะราชอย่างไม่เลี้ยง ทำให้พ่อหลวงอินทะราชสิ้นพระชนม์อย่างน่าอนาถ
พ่อหลวงอินนะทัตรู้สึกเสียพระทัยที่ต้องสูญเสียน้องชาย แต่ก็เข้าใจว่านี่คือเวรกรรมที่พ่อหลวงอินทะราชกดขี่ข่มเหงผู้หญิงอย่างไม่ปราณี