แสงแดดอ่อน ๆ ของยามเช้าทอแสงสีทองพาดผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาในห้องนอนที่เคยตกอยู่ในความมืดมิดและพายุฝนเมื่อคืนนี้ ไพริณขยับตัวตื่นขึ้นมาช้า ๆ ด้วยความสลึมสลือ เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงกว้างเพียงลำพัง พื้นที่ฝั่งตรงข้ามที่เคยมีร่างสูงใหญ่ของณพลจับจองอยู่นั้นว่างเปล่า ทว่าร่องรอยความลึกบนที่นอนและความอุ่นร้อนที่ยังคงหลงเหลือจาง ๆ พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของเขาที่อบอวลอยู่บนหมอนและผ้าห่ม กลับเป็สิ่งยืนยันว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ไม่ใช่ความฝัน
หญิงสาวค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่งพลางกอดเข่าตัวเองไว้ แก้มเนียนร้อนฉ่าขึ้นมาทันทีเมื่อความทรงจำยามค่ำคืนแล่นเข้ามาในหัว ภาพอ้อมกอดอันแข็งแกร่งที่รัดรึงร่างของเธอไว้แนบอก ผิวเนื้อเปลือยเปล่าอันร้อนผ่าวของณพลที่แนบชิดอยู่กับหน้าอกและแผ่นหลังของเธอ และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ถามไถ่ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ... ทุกรายละเอียดช่างเด่นชัดจนทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง
"พี่พล..." ไพริณพึมพำเรียกชื่อเขาเสียงแ่ ใบหน้าหวานซบลงกับเข่าด้วยความรู้สึกขัดเขินระคนสับสน
เธอยกมือขึ้นทาบอกตัวเองเพื่อพยายามระงับอาการเต้นรัวของหัวใจ ก่อนจะรีบก้าวลงจากเตียงและเดินกลับไปยังห้องนอนของตนเองเพื่อชำระล้างร่างกาย ไพริณอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว วันนี้เธอเลือกสวมชุดเสื้อกล้ามมีสายเดี่ยวสีขาวเนื้อผ้านุ่มสบายเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนและลำคอระหง คู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่อวดเรียวขายาวขาวผ่องไร้ที่ติ เส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกรวบมัดเป็หางม้าหลวม ๆ เผยให้เห็นดวงหน้าหวานใสไร้เครื่องสำอางทว่าดูสดชื่นเป็ธรรมชาติ
หลังจากแต่งตัวเสร็จ ไพริณก็ก้าวเดินลงบันไดมายังชั้นล่างเพื่อตั้งใจจะลงไปช่วยเตรียมมื้อเช้า ทว่าเมื่อเธอเดินผ่านมาถึงหน้าห้องน้ำใหญ่ชั้นล่างซึ่งอยู่ใกล้กับส่วนทำงานของณพล ประตูห้องน้ำพลันเปิดออกกว้างพร้อมกับไอน้ำอุ่น ๆ ที่โชยออกมารอบตัวร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวเดินออกมา
ไพริณชะงักกึกอยู่กับที่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น
ณพลเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาดผืนเดียวที่พันรอบสะโพกสอบไว้อย่างหลวม ๆ เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามแกร่งตึงกระชับ ซิกแพกหน้าท้องเรียงตัวสวยเด่นชัดเป็ลอน หยดน้ำใสเกาะพราวอยู่ตามผิวเนื้อสีเข้มและไรขนอ่อนตามอก ลำแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเืนูนเด่นแสดงถึงพละกำลังของผู้ชายเต็มตัว
เส้นผมสีดำสนิทของเขาเปียกชื้นเล็กน้อยมีหยดน้ำหยดลงมาตามลำคอแกร่งและแผ่ซ่านลงมายังแผ่นหลังกว้าง ณพลยกผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นซับผมพลางหันมาสบตากับไพริณที่ยืนแข็งทื่อเป็หินอยู่ตรงหน้า
สายตาคมปลาบของณพลมองสบดวงตากลมโตที่จ้องมองเขาไม่กะพริบ รอยยิ้มเย้าแหย่ที่ชวนให้หัวใจปั่นป่วนพลันปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มทันที แทนที่จะรีบเลี่ยงเดินหนีหรือเอ่ยปากขอโทษ ณพลกลับก้าวเดินตรงเข้ามาหาเธอช้า ๆ ฝีเท้าที่มั่นคงและความเงียบงันทำให้ไพริณรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกอสูรกายผู้สง่างามไล่ต้อนจนมุม
"ใเหรอครับไพริณ? เห็นทำตาโตเชียว" ณพลเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าสไตล์คนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นสบู่อาบน้ำกลิ่นเมนทอลเย็น ๆ ผสมผสานกับกลิ่นไอร้อนจากผิวกายหนุ่มลอยมาปะทะจมูกของเธออย่างจัง จนไพริณรู้สึกสติกระเจิงเตลิดไปไกล
"เอ่อ... ขอโทษค่ะพี่พล ไพริณไม่นึกว่าพี่พลจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ..." เธอละล่ำละลักบอกพลางหันหน้าหลบสายตาคมคู่นั้นไปทางอื่น ทว่าสายตาเ้ากรรมกลับลอบมองต่ำลงไปที่หน้าท้องแกร่งและขอบผ้าเช็ดตัวผืนบางที่เกาะอยู่ตรงสะโพกสอบอย่างหวาดเสียว
ณพลหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำสะท้อนแรงอารมณ์ขันปนเย้ายวน "ไม่ต้องหลบตาหรอกครับ บ้านเรามีกันอยู่แค่นี้เอง อีกอย่าง... เมื่อคืนนี้เราก็นอนกอดกันกลมลืมความมืดไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ หืม?"
"พี่พลคะ!" ไพริณหน้าร้อนฉ่าจนแทบะเิ เธอหันมาค้อนขวับใส่เขาด้วยความอายสุดขีดที่เขาหยิบยกเื่เมื่อคืนขึ้นมาพูดอย่างหน้าตาเฉย "เมื่อคืนนั้นมันไฟดับแล้วหนูก็ใฟ้าร้องเฉย ๆ หรอกค่ะ..."
"หรอกเหรอครับ? แต่พี่จำได้ว่ามีคนกอดกุมเอวพี่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อยทั้งคืนเลยนะ..." ณพลแกล้งก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมากระซิบข้างหูเธอเบา ๆ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้มเนียนจนเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว "หรือว่าพี่จำผิดกันนะ?"
"พี่พลบ้า! แกล้งไพริณอีกแล้วนะ" ไพริณบ่นอุบอิบรีบหมุนตัวจะก้าวเดินเลี่ยงหนีไปทางห้องครัว ทว่าณพลกลับยิ้มกว้างก้าวเท้าไปดักหน้าเธอไว้ก่อน
"โอเคครับ พี่ไม่แกล้งแล้ว ไปแต่งตัวดีกว่า เดี๋ยวลงมาทานมื้อเช้าด้วยกันนะครับ" ณพลบอกพลางยกมือหนาขึ้นััลูบไล้ปอยผมม้าของเธอที่เลอะอยู่ข้างแก้มแ่เบา ััที่เน้นน้ำหนักนิ้วโป้งลงบนโหนกแก้มอุ่น ๆ ของเธอชั่วครู่ทำเอาไพริณนิ่งงันไปทันที ก่อนที่เขาจะเดินเลี่ยงขึ้นบันไดไป ทิ้งให้น้องสะใภ้ยืนเอามือจับแก้มตัวเองที่ร้อนจัดราวกับคนเป็ไข้
่บ่ายของวัน ณพลนั่งทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมอยู่ที่โต๊ะสเก็ตช์ภาพตัวใหญ่ริมกระจกบานกว้าง แสงแดดจัดของยามบ่ายส่องให้เห็นโครงร่างแบบแปลนบ้านสามมิติที่เขากำลังลงลายเส้นอย่างประณีตด้วยปากกาเขียนแบบ ไพริณที่จัดการงานบ้านส่วนตัวเสร็จแล้วรู้สึกเบื่อและเหงา เธอจึงเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาช้า ๆ ด้วยความสนใจ
"พี่พลคะ ทำงานอยู่เหรอคะ"
ณพลเงยหน้าขึ้นจากกระดาษร่างแบบ ยิ้มอบอุ่นส่งให้เธอ "ครับ กำลังเขียนแบบแปลนบ้านของลูกค้าน่ะ ไพริณสนใจเหรอครับ เข้ามาดูใกล้ ๆ สิ"
ไพริณเดินเข้ามายืนข้างเก้าอี้ของเขา ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังภาพเขียนแปลนบ้านที่มีรายละเอียดของเส้นและสัญลักษณ์สถาปัตย์มากมายอย่างตื่นตาตื่นใจ "ว้าว... ลายเส้นสวยและละเอียดมากเลยค่ะพี่พล ดูซับซ้อนจังเลยนะคะ"
"ไม่ยากหรอกครับ ถ้าเข้าใจหลักการ" ณพลเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังและอ่อนโยน เขาขยับเก้าอี้หลบเล็กน้อยพลางดึงมือบางของไพริณให้ก้มลงมาใกล้กระดาษแบบ "ลองดูตรงนี้สิครับ..."
ทว่าแทนที่จะอธิบายธรรมดา ณพลกลับขยับตัวลุกขึ้นยืนทางด้านหลังของเธอ โน้มกายแกร่งลงมาคลุมร่างบางไว้ในอ้อมอกกึ่งกลาง ร่างกายของทั้งคู่เบียดเสียดแนบชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แผ่นหลังนุ่มของไพริณแนบชิดกับอกกว้างที่สวมเสื้อโปโลสีเทาเข้ารูปของณพล แขนแกร่งทั้งสองข้างของเขาเอื้อมพาดผ่านข้างไหล่บางของเธอมาจับปากกาเขียนแบบบนโต๊ะ ราวกับกำลังสวมกอดร่างบางไว้จากทางด้านหลัง
ไพริณหายใจสะดุดกึกเมื่อรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่รวดเร็วนี้ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก ความร้อนระอุจากแผ่นอกแกร่งของเขาแผ่ซ่านผ่านเสื้อยืดบางเบาเข้าสู่แผ่นหลังของเธอ
"ตรงนี้... เรียกว่าช่องแสงธรรมชาติ (Skylight) ครับ" ณพลกระซิบอธิบายข้างหูเธอเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นะเืในโสตประสาทของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดใบหูและลำคอระหงจนขนลุกซู่ "พี่ออกแบบไว้เพื่อให้แสงแดดอุ่น ๆ ส่องเข้ามาถึงเตียงนอนตอนเช้า... เหมือนห้องนอนที่พี่อยากออกแบบให้เธอเป็พิเศษไงครับ... ไพริณ"
คำพูดที่แฝงไปด้วยความรู้สึกรักลึกซึ้งปนความปรารถนาอันรุนแรงและลมหายใจที่เป่ารดติ่งหูทำเอาไพริณสั่นสะท้านไปทั้งตัว ปลายจมูกของณพลแกล้งลากปัดผ่านแก้มเนียนของเธอเบา ๆ ยามที่เขาขยับใบหน้าอธิบายงาน ลิปสติกสีชมพูระเรื่อบนริมฝีปากอิ่มขยับเผยอออกน้อย ๆ ตามจังหวะการเต้นของลมหายใจที่หอบกระชั้นชิด
"พี่พล... ใกล้เกินไปแล้วค่ะ ไพริณ... ไม่มีสมาธิฟังแล้วค่ะ" ไพริณสารภาพเสียงแ่พร่าพยายามเบี่ยงใบหน้าหลบ ทว่าการทำเช่นนั้นกลับทำให้ริมฝีปากนุ่มของเธอขยับไปเฉียดใกล้กับแก้มสากและมุมปากของณพลอย่างหวาดเสียว
"สมาธิเสียหมดแล้วเหรอครับไพริณ? หรือว่า..." ณพลเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากชมพูระเรื่อที่น่าลิ้มลองของเธอ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมอุ่นที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์สวาทที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นมา "กำลังคิดเื่อื่นอยู่กันแน่ครับ?"
ก่อนที่ไพริณจะได้ตอบปฏิเสธ มือหนาของณพลก็เลื่อนลงมากุมทับมือบางของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ จับข้อมือบางแน่นแล้วบีบเบา ๆ บังคับให้เธอจับปากกาเขียนแบบร่วมกับเขาเพื่อเขียนลายเส้นลงบนแผ่นกระดาษ ััจากหลังมือหนาที่เสียดสี ลมหายใจที่เป่ารดกัน และการบดเบียดของเรือนร่างหนุนให้ความ้าดิบก้าวข้ามเส้นศีลธรรมไปทุกขณะ
ติ๊งงงง!
ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะเต้นะเิและใบหน้าของทั้งคู่ใกล้ชิดกันจนเกือบจะมอบจูบอันเร่าร้อนให้แก่กัน เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของณพลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานพลันดังขึ้นขัดจังหวะ!
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบเผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนสีขาวเด่นชัดจากแอปพลิเคชันแชท ผู้ส่งคือ "ณภัทร" สามีของไพริณและน้องชายของณพลนั่นเอง ข้อความปรากฏชัดเจนบนหน้าจอ:
[พี่พล ไพริณเป็ยังไงบ้างครับ? อยู่บ้านพี่สบายดีไหม... ช่วยดูแลเธอแทนผมด้วยนะครับพี่]
ข้อความประโยคนั้นดั่งเป็น้ำเย็นจัดที่สาดราดลงบนกองไฟแห่งราคะที่กำลังลุกโชน ไพริณเบิกตากว้างสะดุ้งหลุดออกจากอ้อมกอดของณพลทันทีด้วยความใกลัว ความรู้สึกผิดและศีลธรรมเข้าจู่โจมจิตใจของเธออย่างรุนแรง ใบหน้าหวานซีดเผือดสลับกับแดงกล่ำด้วยความละอายใจ
ณพลนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมจ้องมองข้อความของน้องชายบนหน้าจอนิ่ง ความสับสนและการละอายใจก่อตัวขึ้นในอกทว่าความปรารถนาลึก ๆ กลับไม่ยอมมอดดับ ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ ปล่อยมือจากข้อมือบางของไพริณ
"พี่... ขอตัวไปเปิดอ่านข้อความก่อนนะไพริณ" ณพลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนยากจะคาดเดาความรู้สึก
ไพริณไม่ตอบคำถาม เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องทำงานของเขากลับขึ้นไปบนห้องนอนชั้นบนทันที ทิ้งให้ณพลยืนจ้องมองโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูเพียงลำพัง ท่ามกลางอารมณ์ดิบปนความรู้สึกผิดที่คุกรุ่นอยู่ในอกอย่างรุนแรง
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนกำลังจะก้าวไปในทิศทางใด... ในเมื่อสามีของเธอยังคงส่งข้อความฝากฝังมาเตือนความจำอยู่เช่นนี้