จูจินม่ายทำได้แค่เพียงนั่งทนฟังการบรรยายของชายหนุ่มจอมโหดราวกับว่าเขาเป็อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ที่มาบรรยายถึงเื่ราวของราชวงศ์ต่างๆ เธอพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าคนที่เขากล่าวถึงนั้นไม่ใช่เธอ แต่สายตาของเขาจ้องมองเธออยู่นั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจเสียจนไม่อยากเข้าใกล้
‘จูจินม่ายใจเย็นๆเข้าไว้ ผู้หญิงที่เขาพูดถึงมันไม่ใช่เธอแต่เป็ภรรยาของเขาต่างหาก’
จูจินม่ายผ่อนลมหายใจของตัวเองออกมาเบาๆเพื่อตั้งสมาธิและทนรับฟังสิ่งที่ชายหนุ่งผู้นี้กำลังระบายอย่างไรเสียการระบายความรู้สึกต่างๆนั้นเป็พื้นฐานในรูปแบบหนึ่งที่เธอจะต้องเผชิญภายในอนาคต ก่อนที่จะเบิกตากว้างขึ้นมาเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของชายหนุ่ม
“หากรู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็หญิงคาวโลกีย์เหตุใดจึงไม่เสนอตัวให้กับหอคณิกา แต่กลับเลือกแต่เข้าจวนสกุลจ้าวออกเรือนร่วมกับข้าจริงด้วยสิ! อำนาจบารมี ทรัพย์สินเงินทอง คือส่วนหนึ่งที่เ้าพึงพอใจ”
“อย่างไรเสียในตอนนี้ข้าก็ยังคงขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยาของท่านได้โปรดระงับอารมณ์และระวังคำพูดด้วยเ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ”
“เ้าเป็สตรีไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งข้า!”
“เป็สตรีแล้วจะทำไม!”จูจินม่ายลุกขึ้นยืนขึ้นมาทันทีพลางมองชายหนุ่มจอมโหดที่ยืนอยู่ตรงหน้า ด้วยสายตาที่ไม่พอใจก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเขาแค่เพียงหนึ่งก้าว “คิดว่าตัวเองถลึงตาเป็อยู่คนเดียวหรือไงฉันก็ถลึงตาเป็เหมือนกัน พันธุกรรมส่วนนี้พ่อฉันให้มาเยอะ!”
จ้าวหลี่เถิงและจูจินม่ายยังคงถลึงตาใส่กันและกันอย่างไม่ลดละจ้าวจื่อเฉิงและหลี่เฟินเอ๋อร์ถอนหายใจขึ้นมาพร้อมกันต่างฝ่ายต่างสบสายตาซึ่งกันและกันเพื่อให้สัญญาณก่อนที่จะเดินเข้าไปประกบตัวจ้าวหลี่เถิงและจูอวี้อวิ๋น ซึ่งคละคลุ้งไปด้วยความไม่พอใจที่มีต่ออีกฝ่าย
“พี่สะใภ้มีอาการป่วยที่เกิดจากผลกระทบทางจิตใจข้าคิดว่าควรจะปล่อยให้นางพักผ่อนเสียดีกว่าแล้วเย็นนี้ค่อยมาพูดเื่หนังสือหย่ากับนางใหม่อีกครั้ง”
“นางไม่ได้มีอาการป่วยใดๆทั้งสิ้นอย่าได้หลงเชื่อปีศาจจิ้งจอกเช่นนางเลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นวันนี้นางต้องลงนามหนังสือหย่าให้ข้า!”
“หนังสือหย่า!อยากได้หนังสือหย่ามากเลยสินะฉันเองก็อยากจะลงนามในหนังสือหย่าให้นายจนใจจะขาดแล้วเหมือนกันผู้ชายอย่างนายจะมีผู้หญิงคนไหนอยากอยู่ด้วย คนอะไรถลึงตาใส่เก่งชะมัดฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจูอวี้อวิ๋นถึงได้นอกใจนาย”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ จูอวี้อวิ๋น!”
“ปากของฉัน นายไม่มีสิทธิ์ห้าม”
“แต่ความตายสามารถปิดปากของเ้าได้”
“พี่สะใภ้ ได้โปรดหยุดพูดเถิดขอรับไม่เช่นนั้นภัยจะเข้ามาหาตัวท่านเอง”
“ได้ค่ะ”เมื่อได้ยินคำขอร้องของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเหมือนลูกผู้พี่เธอจึงเลือกที่จะสงบนิ่งและหยุดพูดอย่างว่าง่ายทันที
“ออกไปด้านนอกกันเถิดขอรับต้าเกอ”จ้าวจื่อเฉิงพยายามทำให้พี่ชายของตัวเองสงบสติอารมณ์พลางหันไปมองหลี่เฟินเอ๋อร์ที่ยืนประกบจูอวี้อวิ๋น “เฟินเอ๋อร์ฝากเ้าดูแลพี่สะใภ้ด้วย”
“เ้าค่ะ เซี่ยงกง”เมื่อได้ยินคำตอบรับจากภรรยา จ้าวจื่อเฉิงจึงพาพี่ชายออกไปด้านนอกห้องนอนของจูอวี้อวิ๋นทันที
“อาการของอวิ๋นเอ๋อร์ช่างแปลกประหลาดนักทั้งคำพูดและท่าทางของนาง ช่างแตกต่างจากคนที่นี่เสียเหลือเกินเ้าคิดเห็นเช่นเดียวกับข้าหรือไม่”
“ข้าน้อยคิดเห็นเช่นเดียวกับฟูเหรินเ้าค่ะเสี่ยวฟูเหรินดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน โดยเฉพาะเวลาที่คุณชายใหญ่อารมณ์ร้ายนางมักจะพูดท้าทายเขาอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้นางกลับโต้เถียงและต่อสู้”
“ถูกต้อง และทุกครั้งที่เถิงเอ๋อร์อารมณ์ร้ายนางมักจะพูดถึงจูจินม่ายอยู่เสมอ แต่คราวนี้นางกลับอ้างว่าตนเองเป็จูจินม่ายเสียแทน”
“ฟูเหริน จะเป็ไปได้หรือเปล่าเ้าคะว่าิญญาที่อยู่ในร่างเสี่ยวฟูเหรินในตอนนี้ ไม่ใช่คุณหนูใหญ่สกุลจูแต่เป็คุณหนูรองสกุลจู”
“นางตายไปเกือบยี่สิบปีแล้วเหตุใดเ้าถึงได้คิดเช่นนั้น”
“คู่ชะตาของคุณชายใหญ่คือคุณหนูรองสกุลจูน้องสาวฝาแฝดของคุณหนูใหญ่สกุลจู ถึงแม้ว่าคุณชายใหญ่จะออกเรือนร่วมกับคุณหนูใหญ่สกุลจูและถึงแม้ว่าคุณหนูรองสกุลจูจะเสียชีวิตไปแล้วอย่างไรเสียคุณชายใหญ่ก็ยังคงเป็คู่ชะตาของนางอยู่ดี”
“เ้ากำลังจะบอกข้าว่าการรักษาจูอวี้อวิ๋นอาจจะไม่ใช่หน้าที่ของหมอทั่วไป แต่เป็หมอผีอย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้องเ้าค่ะ ฟูเหริน”
บทสนทนาระหว่างสือฟูเหรินและสาวใช้คนสนิทยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยที่พวกนางไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครคนหนึ่งได้แอบฟังบทสนทนาของพวกนางก่อนที่ชายหนุ่มผู้นั้นจะเดินไปยังด้านข้างของเรือนพลางมองสตรีผู้สูงศักดิ์ผู้หนึ่ง กำลังนั่งปักผ้าอยู่ในศาลาด้านในของสวน
“เซี่ยงกง เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“ต้าเกอสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วตอนนี้พักอยู่ในห้องนอนของเขา ข้าทำได้แค่เพียงหวังว่าเย็นนี้อารมณ์พลุ่งพล่านของเขา คงไม่รุนแรงเท่าเมื่อสายนี้ แล้วพี่สะใภ้เป็อย่างไรบ้าง”
“หลังจากต้าไป๋จื่อออกไปด้านนอกห้องพร้อมกับท่านอารมณ์ของต้าไป๋เส่าเย็นสงบลงมาก เย็นเสียจนน่าแปลกใจ”
“น่าแปลกใจอย่างไรหรือ”
“เซี่ยงกง เื่นี้ท่านทราบเป็อย่างดีว่าต้าไป๋เส่าไม่ชอบหน้าข้า นางมักจะอารมณ์ไม่ดีทุกครั้งเมื่อได้พบหน้าข้า แต่ในตอนนี้กลับแตกต่างกันเสียเหลือเกินนางดูเปลี่ยนไปมาก อารมณ์ของนางสงบลง โดยไม่มีคำพูดใดปลอบประโลมหนำซ้ำยังเกรงอกเกรงใจข้า ราวกับว่าข้าเป็พี่สาวของนาง”
“เื่ราวน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ ย่อมเกิดได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ”
“ท่านหมายความว่าอย่างไรเ้าคะ เซี่ยงกง”
“เฟินเอ๋อร์ เ้าจำเื่ราวที่ข้าเล่าให้เ้าฟัง เมื่อวันเกิดครบรอบสิบหกปีของข้าได้หรือไม่”
“ข้าจำได้เป็อย่างดีเ้าค่ะท่านเคยเล่าให้ข้าฟังว่า ั้แ่เกิดมาท่านยังคงจดจำชาติภพเก่าของท่านได้เป็อย่างดีชาติภพเก่าที่มีข้าอยู่เคียงข้างท่าน แล้วเื่นี้มันเกี่ยวข้องอะไร กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของต้าไป๋เส่าหรือเ้าคะ”
“สตรีผู้นั้นไม่ใช่จูอวี้อวิ๋น”
“ไม่ใช่ต้าไป๋เส่า จะเป็ไปได้อย่างไรเ้าคะ!”
“ทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว สตรีผู้นั้นนางไม่ใช่จูอวี้อวิ๋นแต่นางคือจูจินม่าย นางคือโม่โม่ของข้า”หลี่เฟินเอ๋อร์ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่จ้าวจื่อเฉิงกล่าว และดูเหมือนว่าเขาจะกังวลไม่น้อยกับเื่ราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้