สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 แผนที่วางไว้ของหลิวฉีซื่อ

            หลิวซุนซื่อเพิ่งนึกได้ วันนี้ออกบ้านแต่เช้าลืมไปรับน้องสี่ที่สถาบันศึกษา

            แต่นางไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ จึงใช้คำพูดที่หลิวฉีซื่อโปรดปรานมาเอ่ย “ใช่ แม่ น้องสี่เป็นคนที่กำลังเตรียมสอบ แม่ของลูกสะใภ้ป่วยคงไม่ดีถ้าพาเขาไปด้วย มีแต่ความอัปมงคล อีกอย่างน้องสี่ร่ำเรียนอย่างตรากตรำมาแรมปี เราเองคงไม่สามารถพาเขามาลำบากกลัวว่าจะทรมานน้องสี่เปล่าๆ”

            หลิววั่งกุ้ยเป็นผู้ร่ำเรียนที่ไม่ได้แข็งแรงกำยำร่างกายไม่ได้แข็งแรงเท่าอีกสามคน หลิวฉีซื่อได้ยินดังนั้นจึงไม่ได้สงสัยเพียงแต่รำคาญหลิวซุนซื่อในใจ เพียงเพราะหลิวซุนซื่อรั้นจะให้บุตรชายไปบ้านพ่อตาแม่ยายจุดนี้ทำให้นางไม่ชอบใจยิ่งนักเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าหลิวซุนซื่อเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะ

            มือเล็กๆ บนไหล่ของหลิวฉีซื่อที่กำลังบีบนวด ช่างสบายเหลือเกินหลิวฉีซื่อนึกถึงคำพูดที่สองพี่น้องหลิวเต้าเซียงเคยพูดว่า ทำปลาใส่น้ำมันเยอะขี้คร้านโม่ข้าวเปลือก จึงเอาไปแลกข้าวสารในตำบลเพื่อกินเองช่างเป็นผู้หญิงที่ขี้คร้านตัวเป็นขน เก่งแต่กิน ไม่รู้จักเก็บรำข้าวไว้ แล้วใช้เลี้ยงไก่ในบ้านที่เช่าไว้เพื่อจะได้มีไข่เพิ่มให้ในบ้าน?

            หลิวฉีซื่อนับวันยิ่งรู้สึกว่าหลิวซุนซื่อไม่ใช่ลูกสะใภ้ที่ดีเท่าใด

            หลิวเต้าเซียงฟังครอบครัวของหลิวเหรินกุ้ยพูดปด แต่ย่าของตนกลับชื่นชอบจึงคิดในใจว่าควรแฉเรื่องราวโป้ปดของคนทั้งสอง

            หลิวเหรินกุ้ยมาถึงบ้านตอนค่ำ ย่อมไม่กล้าเอ่ยว่าจะกลับตำบลวันเดียวกันบอกเพียงว่าวันรุ่งขึ้นต้องรีบกลับไปทำงานในโรงเตี๊ยม

            จากนั้นหลิวฉีซื่อก็ขอให้จางกุ้ยฮัวฆ่าไก่ตัวที่ตั้งใจเหลือไว้ใจของนางเองก็เสียดาย เพราะการจะเลี้ยงไก่เล้าใหม่ ก็ต้องรออีกครึ่งปีกว่าจะวางไข่!

            หลิวซุนซื่อเองก็น่าจะรับรู้ว่าหลิวฉีซื่อไม่ชอบหน้าตนเองจึงขลุกอยู่แต่ในห้องปีกตะวันออกและรอกินอาหารเย็น

            ก่อนอาหารเย็น หลิววั่งกุ้ยไหว้วานคนส่งจดหมายมา บอกว่ามีสหายที่สนิทกันเชิญเขาไปท่องเที่ยวเพื่อเป็นการสันทนาการระหว่างศิษย์จากสถาบันอื่น จึงพลาดช่วงเวลาที่จะได้กลับบ้าน

            หลิวเต้าเซียงรู้สึกประหลาดใจมากที่หลิวฉีซื่อกลับไม่โกรธราวสายฟ้าฟาดต่อมาพอคิดดู หลิววั่งกุ้ยคือความหวังของนาง ขอเพียงสอบติด นั่นแปลว่านางจะได้เป็นถึงท่านผู้หญิง

            หลังอาหารเย็นหลิวต้าฟู่จงใจเรียกหลิวเหรินกุ้ยและหลิวซานกุ้ยไปยังห้องตะวันออกโดยบอกว่ามีบางอย่างจะพูด หลิวฉีซื่อและหลิวเสี่ยวหลันก็เข้าไปเช่นกัน แต่ลูกสะใภ้ที่เหลืออยู่และเด็กน้อยไม่ต้องเข้าไป

            “พี่ใหญ่ พี่รู้หรือไม่ว่าปู่เราจะคุยเรื่องอะไร?” หลิวเต้าเซียงวิเคราะห์อยู่นาน แต่ก็นึกไม่ออก

            หลิวชิวเซียงวางหลิวชุนเซียงที่หลับอยู่ลงบนคั่ง จากนั้นก็ถอดเสื้อนอกแล้วห่มผ้าห่มแล้วค่อยตอบ “ไม่รู้สิเช้าวันนี้ปู่เราขึ้นไปไหว้สุสานกับพ่อ เหมือนว่าปู่อารมณ์ไม่ค่อยดีคงเพราะลุงใหญ่ ลุงรอง และอาสี่ไม่กลับมากระมัง”

            หลิวเต้าเซียงตอบโต้ทันทีว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร ลุงรองกลับมาปู่ก็หน้าระรื่น ไม่ได้โกรธ เมื่อได้ยินลุงรองบอกเรื่องแม่ยายป่วยยังกล่าวชมลุงรองว่าทำได้ถูกต้อง ควรไปเยี่ยมแม่ยายของตนเองที่ป่วยก่อน”

            จางกุ้ยฮัวล้างจานเสร็จกำลังผลักประตูกลับเข้าห้องพอดีได้ยินทั้งสองคุยกัน จึงเอ่ย “เจ้าใจร้อนอะไรรอพ่อเจ้ากลับมาก็รู้แล้วนี่นา!”

            หลิวเต้าเซียงคิดๆ ดูก็ใช่ กระนั้นจึงคว้าเก้าอี้เล็กมานั่งข้างคั่งจางกุ้ยฮัวอาศัยแสงไฟจากคั่งกำลังคัดแยกฝ้าย นางต้องการแบ่งฝ้ายเป็นสามเส้นจากนั้นใช้มือขยี้ให้กลายเป็นเชือกฝ้ายที่แข็งแรงเป็นเส้นๆนี่คือฝ้ายที่ตกคุณภาพจากปีที่แล้ว

            จางกุ้ยฮัวเป็นคนขยัน เสียดายไม่อยากทิ้ง นางจึงหาเวลาว่างมาตากของคุณภาพต่ำจนแห้งเพื่อที่ปีนี้จะได้ใช้ทำราวตาก

            ห้องด้านตะวันออกที่หลิวซานกุ้ยอยู่กำลังสว่างไสวหลิวฉีซื่อนั่งอยู่บนคั่งอุ่นๆ ส่วนหลิวเสี่ยวหลันกำลังออดอ้อนอยู่ในอ้อมกอดของนาง

            หลิวเหรินกุ้ยสบตาหลายครั้งเพื่อเป็นสัญญาณให้หลิวซานกุ้ยช่วยถามพ่อแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่หลิวซานกุ้ยเอาแต่ก้มหน้า จ้องมองพื้นอย่างจริงจัง

            ในที่สุด เมื่อเห็นว่าเวลานั้นดึกมากแล้ว เปลือกตาของเขาเองก็ทนไม่ไหวเริ่มปิดเข้าหากัน จึงเอ่ยปากถาม “พ่อ ท่านเรียกลูกทั้งสองมามีเรื่องอันใดมิทราบ? วันรุ่งขึ้นลูกชายยังต้องเร่งกลับเข้าไปในตำบลอีก”

            หลิวฉีซื่อได้ฟังจึงรีบเอ่ย “พรุ่งนี้เช้าเจ้าพาลูกๆกลับไปก่อน ให้ซุนซื่ออยู่ต่อ” นางมีความคิดจะจับหลิวซุนซื่อที่ทำตัวไม่ดีมา ‘ปรับทัศนคติ’

            “แม่ นี่ไม่ได้หรอก ลูกๆ กำลังอยู่ในวัยซุกซนข้าเพียงคนเดียวยังต้องช่วยดูร้านให้เจ้านาย ไหนเลยจะมีเวลามาดูแลลูกๆ”หลิวเหรินกุ้ยคัดค้านโดยแทบจะไม่ได้คิด จากนั้นก็มองไปทางหลิวต้าฟู่ “พ่อ เป่าเอ๋อร์เพิ่งเข้าเรียน อาจารย์บอกว่าเด็กคนนี้ซนเกินไปต้องดูแลให้เข้มงวด”

            หลิวต้าฟู่สูบยาสูบแห้งเงียบๆ เปลือกยาสูบที่มีประกายไฟนั้นแดงขึ้นเรื่อยๆตามจังหวะการสูบของเขา

            หลิวฉีซื่อเห็นว่าเขาไม่ส่งเสียง จึงเอ่ยอีก “ก็มีจือเอ๋อร์กับจูเอ๋อร์มิใช่หรือ?”

            หลิวเหรินกุ้ยเรียกพ่ออีกหน ชัดเจนว่าเขารู้ดีว่านิสัยของผู้เป็นแม่นั้นเป็นเช่นไร

            หลิวต้าฟู่สูดควันแห้งอีกหนึ่งครั้ง แล้วจึงเอ่ย “เอาเถิด เหรินกุ้ยต้องทำงานช่วยเจ้านาย ในบ้านต้องมีคนดูแลลูก อีกอย่างในบ้านมีสะใภ้จางก็เพียงพอแล้ว”

            หลิวเหรินกุ้ยไม่ต้องการให้ซุนซื่ออยู่ที่นี่ต่อ “ใช่ ชิวเซียงเองก็ไม่เด็กแล้วช่วยงานบ้านได้ อีกอย่าง แม่ ข้าปลีกตัวไม่ได้จริงๆ ลูกสามคนบวกกับข้าการกินอยู่ของทั้งสี่คน ล้วนต้องพึ่งซุนซื่อช่วยดูแลจัดการเพียงคนเดียว”

            หลิวฉีซื่อคิดจะพูดต่อหลิวต้าฟู่ก็เคาะยาสูบลงบนคั่งเพื่อให้ขี้เถ้าด้านในร่วงหล่นออกมา แล้วเอ่ยปาก “เอาน่า หากซุนซื่อไม่ตามกลับไปด้วย ใครจะดูแลเหรินกุ้ย? เวลาก็ดึกมากแล้ว รีบคุยเรื่องหลักเถิด”

            หลิวฉีซื่อคิดๆ ดู เรื่องนั้นสำคัญกว่าจึงได้แต่ปล่อยวางเรื่องสั่งสอนหลิวซุนซื่อไปก่อน “วันนี้พ่อบ้านโจวมาที่นี่พวกเจ้าคงรู้สินะ”

            เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ นางก็นึกถึงเรื่องที่น้องชายแท้ๆเป็นผู้ดูแลใหญ่ในตระกูลหวง หลังของหลิวฉีซื่อก็ยืดตรงท่าทีที่พูดจาก็วางมาดขึ้นมาเล็กน้อย

            เมื่อเห็นบุตรชายทั้งสองพยักหน้า จึงเอ่ย “เรื่องแรกคือน้าชายของพวกเจ้ามีหลานชายเพิ่มขึ้น รออากาศดีเมื่อใดข้าจะพาหลันเอ๋อร์ไปเที่ยวเล่นที่เมืองซีโจวสักหน่อยเพราะถึงอย่างไรจวนตระกูลหวงก็นับว่าเป็นตระกูลอันดับต้นๆ ของคนในเมืองซีโจวนายท่านใหญ่ในบ้านตอนนี้เป็นถึงผู้ช่วยผู้ว่าราชการระดับห้าของเมืองซีโจว”

            หลิวเหรินกุ้ยฟังออกถึงความยินดีปรีดาในน้ำเสียงนั้น ถึงอย่างไรแม่ของตนก็คอยปูทางให้กับบรรดาลูกๆจึงรีบเอ่ยด้วยความยินดี “แม่สายตากว้างไกลอาศัยบุญบารมีของแม่ ถึงได้มีเรื่องดีงามเช่นนี้”

            สำหรับคําพูดของเขา หลิวฉีซื่อพอใจอย่างมาก สีหน้าก็ดีกว่าเดิมไม่น้อยแล้วจึงเอ่ยอีก “นี่คือเรื่องแน่นอนอยู่แล้วใต้ต้นไม้ใหญ่ย่อมมีพื้นที่ร่มเงาให้พักพิง บรรดาลูกหลานก็มีแต่คนชอบร่ำเรียนข้าเองก็พยายามสุดชีวิต เพื่อที่จะวางอนาคตที่ดีให้กับทุกคน”

            ถ้าหลิวเต้าเซียงอยู่ที่นี่ นางต้องแสยะยิ้มอย่างแน่นอน การกระทำของหลิวฉีซื่อเช่นนี้เป็นเพียงการจับลูกไก่มาแต่งองค์ทรงเครื่องถวายตัว

            “แม่ ก่อนหน้านี้อาจารย์ยังกล่าวชมจือเอ๋อร์ว่าก้าวหน้าในการเรียนกระทั่งเป่าเอ๋อร์ที่เพิ่งตามหลังก็เริ่มท่องคัมภีร์ตรีอักษรได้แล้วเพียงแต่วันนี้ดึกเกินไป มิเช่นนั้น คงบอกให้เจ้าเด็กนั่นมาท่องให้พ่อกับแม่ฟัง”

            ขณะนี้หลิวเหรินกุ้ยรู้สึกเสียใจทีหลังไยจึงต้องปากมากไม่เข้าเรื่องว่าพรุ่งนี้ต้องรีบกลับเข้าตำบล เหตุใดต้องรอจนถึงตอนนี้ถึงค่อยเอ่ยปากหากว่าเข้าบ้านก็ถามถึง ไม่แน่ว่าสามารถเรียกเจ้าอ้วนของตนเองมาเอาความดีความชอบต่อหน้าพ่อแม่สักหน่อยจะได้ทำให้หญิงชราดีใจแล้วคงจะได้ของดีมาไม่น้อย

            หลิวฉีซื่อฟังแล้วก็มีความสุข นางโปรดปรานที่จะฟังคำพูดเหล่านี้อย่างเช่นเด็กในบ้านเรียนดี เทียบเท่ากับว่าก้าวเข้าใกล้ชีวิตของท่านผู้หญิงอีกหนึ่งขั้น

            “เป่าเอ๋อร์ของเราเป็นเด็กดี เมื่อเขาลืมตาขึ้นข้าก็ดูออกแล้วว่าคือคนฉลาดเฉลียว เรื่องนี้เชื่อใจแม่ได้ ขอเพียงเขาตั้งใจเรียนน้าชายเจ้าต้องช่วยสนับสนุนเขาได้แน่นอน”

            เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นหน้านิ่วคิ้วขมวดและเป็นกังวลขึ้นมา

            หลิวเหรินกุ้ยเห็นท่าที หัวใจก็ตกไปอยู่ตาตุ่ม!

            หลิวซานกุ้ยรู้สึกว่าที่หลิวฉีซื่อพูดเช่นนี้ คงกำลังรอให้พวกเขาสองพี่น้องเอ่ยปากจึงแอบกวาดตามองคนในห้อง แล้วก้มหน้ามองพื้น อืม บุตรสาวคนรองของนางเคยบอกไว้พูดเยอะก็พลาดเยอะ พูดให้น้อยจะได้พลาดให้น้อย ไม่พูดก็ไม่พลาด

            จริงตามคาด เข้าห้องมานานเพียงนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ถูกด่า

            หลิวฉีซื่อรออยู่สักพัก เมื่อไม่เห็นผู้ใดเอ่ยถามจึงยื่นเท้าไปถีบหลิวต้าฟู่ที่นั่งงีบอยู่อีกทาง

            เขาลืมตาขึ้นเห็นหลายคนมองมา จากนั้นก็เห็นหลิวฉีซื่อจ้องมองด้วยถึงได้ตื่นขึ้นแล้วเอ่ย “อืม เจ้ารอง เจ้าสาม วันนี้พี่ใหญ่พวกเจ้าเขียนจดหมายมาจดหมายแม่พวกเจ้าเป็นคนอ่าน บอกว่าไม่อยากให้เซิ่งเอ๋อร์เรียน”

            เซิ่งเอ๋อร์ที่กล่าวถึงคือ บุตรชายของบุตรชายคนโต หลิวสี่กุ้ยชื่อหลิวจื้อเซิ่ง ยังมีน้องสาวอีกหนึ่งคนชื่อ หลิวเฉี่ยวเอ๋อร์อ่อนกว่าหลิวจูเอ๋อร์หนึ่งปี อายุสิบขวบ

            “ก็นั่นน่ะสิ ครอบครัวสี่กุ้ยเองก็ไม่ง่ายเลย” หลิวฉีซื่อเอ่ยคล้อยตาม

            “แม่ พี่ใหญ่ไม่ให้เซิ่งเอ๋อร์เรียนต่อจริงหรือ?” หลิวเหรินกุ้ยไม่รอให้หลิวฉีซื่อเอ่ยปาก “ทว่า เซิ่งเอ๋อร์ปีนี้ก็อายุสิบสามปีก็สมควรออกมาทำงานได้แล้ว หรือจะให้ไปหัดเรียนรู้การทำบัญชีกับพี่ใหญ่?”

            หลิวฉีซื่อนั้นอึดอัดในใจ ไม่สามารถบอกได้ว่าหลิวสี่กุ้ยจะให้หลิวจื้อเซิ่งไปเรียนรู้การทำบัญชีหรือไม่จึงเอ่ยต่อ “เฮ้อ เซิ่งเอ๋อร์คือคนที่เอาดีด้านการเรียนสี่กุ้ยเองก็ถูกบีบบังคับจนไม่มีทางเลือก”

            “แม่ หลายปีมานี้การหาเงินนั้นยากเย็นยิ่งนัก ข้าเองก็เป็นเพียงเหรัญญิกขอเพียงนายไม่ล้ม ก็ยังสามารถฝืนใช้ชีวิตต่อไปได้” หลิวเหรินกุ้ยเริ่มระแวงจึงรีบพร่ำพรรณาความลำบากของตน

            จากนั้นไม่ว่าหลิวฉีซื่อจะพูดอะไร หลิวเหรินกุ้ยก็ไม่คิดจะเอ่ยอะไรต่ออีก

            “ที่แท้ หลิวสี่กุ้ยโอดครวญถึงความยากจนในจดหมายทั้งยังเอ่ยถึงอนาคตของหลิวจื้อเซิ่ง ทั้งบ้านขยันหมั่นเพียรในการทำงานหลิวเฉี่ยวเอ๋อร์เข้าโรงปั่นด้าย เพื่อเลี้ยงดูตนเองอาจจะได้เรียนรู้มารยาทเสียบ้าง ต่อไปอาจได้ออกเรือนกับบ้านผู้ดีเพียงแต่หลิวเฉี่ยวเอ๋อร์อายุยังน้อยและเพิ่งจะเข้าจวน ได้เงินน้อยทั้งยังต้องรับมือกับนางกำนัลปักที่สอนงาน ยามปกติยังต้องช่วยเหลืองานบ้าน”

            ปรากฏว่าหลิวเหรินกุ้ยฟังเสร็จไหนเลยจะไม่ล่วงรู้ความหมายแท้จริงของพี่ใหญ่ตนเอง จึงรีบเอ่ย “พี่ใหญ่ทำงานในจวน เดือนหนึ่งก็น่าจะได้เงินสักสองพวงบวกกับของพี่สะใภ้ใหญ่กับเฉี่ยวเอ๋อร์ แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยอะไรนักแต่ก็น่าจะผ่านพ้นไปได้ อีกอย่าง ทุกปีก็ได้รับข้าวสาร เนื้อแห้ง เป็ดไก่ต่างๆที่ส่งจากบ้านไปไม่ใช่หรือ?”

            หลิวฉีซื่อวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบใจหนึ่งก็อยากให้บุตรชายและลูกหลานได้มีหนทางมังกรเพื่อที่นางจะได้กลายเป็นท่านฮูหยินของตระกูลขุนนางมีคนรับใช้ที่ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างอย่างจางกุ้ยฮัว ให้นางปลูกแปลงผักหนึ่งไร่กว่า แล้วเลี้ยงเป็ดไก่มากมายพร้อมกับหมูตัวใหญ่อีกสามตัว ก็สามารถจัดการอาหารในบ้านได้ทั้งปี

            -----

     

    คล้ายกับเรื่องสาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405