สองแขนเรียวที่กำผ้าปูเตียงยกขึ้นกดศีรษะคน้าทันทีเพื่อให้อีกคนััตัวเองได้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือเล็กขยุ้มเส้นผมสีทองระบายความเสียวซ่านที่ได้รับ หยาดน้ำใสเอ่อคลอั์ตาจากความรู้สึกอันรุนแรงที่ไม่เคยพบเจอจนนึกกลัว
คนอายุมากกว่าก็ปล่อยให้เด็กน้อยดึงทึ้งผมตัวเองเต็มที่ มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนลงไปลูบไล้ทั่วต้นขาอ่อนทั้งด้านนอกและด้านในและลากขึ้นไปจนถึงจุดเร้นลับสีสวยที่เขาได้เห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง สีสันของมันสวยสดจนเขาถึงกับเลียปาก นิ้วเรียวยาวนวดคลึงเบา ๆ ตรงรอยจีบเรียกอาการสะดุ้งจากคนใต้ร่างทันที
“อ๊ะ!” หลี่หนิงซูกระถดกายหนีััอัตโนมัติ แม้เขาจะเคยใช้นิ้วกับส่วนนั้นมาก่อนแต่พอเป็ชายหนุ่มทำ ความรู้สึกของััมันต่างกันคนละเื่ ทว่านิ้วแกร่งนั้นเคลื่อนไหวปราดเปรียวว่องไวเกินไป
ไม่ทันไรก็ตามไปบดเบียดกลีบเบญจมาศสวยอีกครั้ง คราวนี้เขาออกแรงเล็กน้อยสอดนิ้วเข้าไปด้านในตื้น ๆ รับรู้ได้ถึงแรงตอดรัดราวกับหิวกระหายของมันได้อย่างชัดเจน
“ดูท่าทางปากตรงนี้ของเธอจะอยากได้การเติมเต็มนะ มันขมิบรัดนิ้วฉันใหญ่เลยเหมือนไม่อยากให้ฉันเอาออก” ซานตาหนุ่มประคองใบหน้าขึ้นสีที่เบนไปมองทางอื่นจากคำพูดของตนให้หันกลับมาพร้อมกับหอมแก้มเนียนอย่างเอาใจฟอดหนึ่ง แล้วกระซิบเสียงเบาข้างหูเด็กน้อยเสียงแหบพร่า “ฉันชักอยากทดสอบซะแล้วสิว่าปากเล็ก ๆ นี้จะกินเก่งขนาดไหน”
“อย่ามาพูดบ้า ๆ ใครจะไปยอมคุณ” หลี่หนิงซูได้สติทันทีและเริ่มดิ้นรนอีกครั้ง ดวงหน้าหวานแดงก่ำ แม้ใจหนึ่งจะอยากลิ้มลองแต่ยังคงดื้อดึงอย่างถือดี ด้วยทิฐิที่มีมากเขาจึงไม่คิดจะตามใจอีกคนง่าย ๆ
บั้นท้ายขาวเนียนขยับหนีนิ้วแกร่งที่ยังวุ่นวายอยู่ตรงปากทางเข้าช่องทางรักของตน แล้วแต่ก็ต้องครางลั่นเมื่อชายหนุ่มดันนิ้วเข้ามาข้างในโดยที่ไม่มีการบอกกล่าว
“อ๊า! อะ...เอานิ้วออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” หลี่หนิงซูดิ้นหนีมือที่หมุนวนอยู่ในช่องทางรักของตนแต่ไม่อาจทำได้เนื่องจากถูกมือแกร่งอีกข้างตรึงสะโพกไว้มั่น
“เธอแน่ใจเหรอ ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้นนะ” ซานตาหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาเพิ่มแรงนิ้วในช่องทางเล็กแต่เนื่องจากความคับแน่นของผนังเนื้อนุ่มมันบีบรัดนิ้วเขาอย่างรุนแรงจึงขยับได้ลำบาก
ร่างผอมที่ถูกตัณหาเข้าครอบงำจนั์ตาฉ่ำวาวแต่ยังคงไม่ยอมจำนนเล่นเอาซานตาหนุ่มที่เจอความดื้อรั้นนี้เข้าไปหอบหายใจหนัก แก่นกายของเขาที่ถูกขังมานานมันปวดหนึบ อยากออกจากปราการกักกันเพื่อเข้าไปฝังตัวในความอบอุ่นนี้จะแย่แล้ว และเขาก็ไม่้าจะทนกับความทรมานอันแสนหวานนี่อีกแม้สักวินาที
ดังนั้นการจัดการเด็กน้อยให้ทำตัวว่าง่าย ปล่อยตัวปล่อยใจ นี่เป็หนทางดีที่สุด เขาจึงพูดกระตุ้นให้เด็กหนุ่มพลุ่งพล่านจนต้องยอมศิโรราบ “ไม่ต้องอดกลั้นหรอก ดึงดันไปมีแต่อาการแย่ลงเท่านั้นแหละไม่สู้ทำตามใจ้า ฉันรู้ว่าเธอเองก็ชอบ ดูสิ มันพยายามกลืนกินนิ้วของฉันใหญ่เลย” พูดจบเขาก็รู้สึกได้ว่านิ้วมือตนเองถูกความอ่อนนุ่มแสนอบอุ่นบีบรัดรุนแรงขึ้น แต่เด็กบางคนก็ยังคงดื้อ
“อ๊ะ ยะ...หยุดนะ คุณเป็ซานตาคลอสไม่ใช่เหรอ ซานตาตัวจริงเขาไม่ขืนใจคะ...คนอื่นนะ” หลี่หนิงซูเอ่ยห้ามเสียงสั่น แทบจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดไปกับการพูดประโยคนี้
ั์ตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำใสวาววับจากความ้าทางร่างกายที่เข้าโจมตีหนักหน่วงต่อเนื่องไม่ให้ได้พัก ความร้อนรุ่มเสียวซ่านที่ถูกจุดขึ้นด้วยฝีมือคนแปลกหน้าทำเอาหลี่หนิงซูแทบจะรับไม่ไหว
ไม่คิดเลยว่าััของคนอื่นจะทำให้รู้สึกดีถึงขนาดนี้ เพราะมันรุนแรงเกินไปนี่แหละเขาจึงจำต้องเอ่ยปากให้อีกฝ่ายยุติการกระทำ
ทางด้านซานตาหนุ่มที่เห็นผิวกายเนียนละเอียดขึ้นสีชมพูจากฝีมือของตนก็อดใจไม่ไหวต้องก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกลิ่นแป้งเด็กก่อนจะพูดเบา ๆ ริมใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อแก้ความเข้าใจผิดของเด็กน้อย “ฉันนี่แหลซานตาคลอสตัวจริงและแบบนี้เขาไม่เรียกว่าขืนใจหรอกนะเสี่ยวซู ในเมื่อเธอเองก็้า”
คราวนี้หลี่หนิงซูที่ได้หยุดพักจากความวาบหวามที่จู่โจมอย่างต่อเนื่องเริ่มมีสติก็โพล่งออกมา “คุณรู้ชื่อผม-” คำว่า ‘ได้ยังไง’ ยังไม่ทันหลุดจากปาก เด็กหนุ่มก็กลืนมันกลับลงคอเมื่อจำได้ว่าอีกฝ่ายสามารถอ่านใจตนได้ การจะรู้ชื่อย่อมไม่ใช่เื่แปลกอะไร
“เอาล่ะ เราหยุดการสนทนาแค่นี้แล้วมาเริ่มในสิ่งที่ควรทำกันเถอะ ฉันรู้ว่าของเล่นชิ้นเล็กนั่นไม่ถึงใจเด็กดื้ออย่างเธอหรอก”
“อะ...อะไร คุณพูดอะไรผมไม่รู้ระ...อ๊าาาา!!” หลี่หนิงซูส่ายหน้าปฏิเสธแต่ก็ต้องครางลั่นเมื่อชายหนุ่มถอนนิ้วออกจนเกือบสุดแล้วดันกลับไปอีกครั้ง ร่างบอบกระตุกตามแรง
“อะไรกันแปบเดียวก็ลืมความสามารถของฉันไปซะแล้ว นอกจากอ่านใจแล้วสิ่งที่เธอเคยทำมาย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้น ฉันยังรู้อีกว่าเธอชอบของชิ้นนั้นมากขนาดไหนและเธอกำลังเก็บเงินเพื่อซื้ออีกอันที่สามารถสั่นได้”
“มะ...ไม่ใช่สักหน่อย อึก อย่าเพิ่งเพิ่มนิ้วเข้ามาสิเหล่าเหริน!”
หลี่หนิงซูแหวใส่คน้าที่แทรกนิ้วเพิ่มเข้ามา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือนิ้วแกร่งสองนิ้วกางออกหุบเข้ายามขยับเข้าออกภายในโพรงนุ่มคับแคบของตนเพื่อขยับขยายช่องทาง หยุดยั้งคนที่จะอ้าปากโวยวายให้เชิดหน้าหอบคราง
“หืม เหล่าเหรินงั้นเหรอ บอกหน่อยสิว่ามันแปลว่าอะไร” ซานตาหนุ่มหยุดการขยับนิ้วมือ ส่งผลให้หลี่หนิงซูที่กำลังจมอยู่ในห้วงหฤหรรษ์และใกล้จะแตะขอบ์ปรือตามองอย่างไม่พอใจปนตัดพ้อ
ความรู้สึกที่ถูกฉุดกระชากลงมาจากจุดสุดยอดนั้นสร้างความขุ่นเคืองให้หลี่หนิงซูเป็อย่างมาก เขาเกือบจะะโออกไปด้วยความหงุดหงิดว่า ‘คุณอ่านใจผมเอาเองสิ!’ ไม่ก็คำนี้แปลว่า ‘คนแก่ไงล่ะ!’
แต่พอคิดว่าหากทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมา จนทิ้งให้เขาค้างเติ่งหรือหาเื่กลั่นแกล้ง เด็กหนุ่มก็กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ คำพูดที่เอ่ยออกมาจึงเปลี่ยนเป็ “หละ...เหล่าเหรินมาจากคำว่า ‘เชิ่งตั้นเหล่าเหริน’ ปะ...เป็คำเรียกซานตาคลอสในภาษาจีน ตะ...แต่ถ้าคุณไม่ชอบผมจะเรียกคำที่คุณ้า” ด้วยความที่อยากปลดปล่อย หลี่หนิงซูจึงพูดเอาใจอีกฝ่าย
“น่ารักมาก” ซานตาหนุ่มจุ๊บปากจิ้มลิ้มเป็การให้รางวัลเด็กดี “เรียกฉันว่าต้าเกอ” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างไม่ต้องคิด
เขาเลือกคำที่เด็กคนอื่นมักจะเรียกตนและจำความหมายมันได้แม่น มันเพราะกว่าคำว่า ‘เหล่าเหริน’ ตั้งเยอะ
แหงละ!
ต้าเกอที่แปลว่าพี่ใหญ่ ฟังยังไงก็รื่นหูกว่าตาแก่เป็ไหน ๆ
“ตะ...ต้าเกอ ทำต่อได้ไหม ผะ...ผมจะไม่ไหวแล้ว” หลี่หนิงซูขยับขาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้หวังให้นิ้วที่แช่อยู่ในร่างกายเสียดสีกับผนังนุ่มสร้างความสุขสมให้ตนอีกครั้ง
TBC