หนานกงอี้เอ๋อร์รู้สึกเคร่งเครียด เงานั้นไม่รู้ว่าเป็คนหรือเป็สัตว์ จึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้เงาดังกล่าว แล้วพบว่ากลิ่นคาวเืมาจากที่ตรงนั้น แต่ก็ยังคงระวังตัวอยู่ดี
สองนายบ่าวเข้าไปใกล้เงานั้นอย่างช้าๆ เมื่อระยะห่างไม่เกินสามจั้ง เงานั้นก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร จึงเดินเข้าไปใกล้อีก เมื่อห่างกันเกือบสองจั้ง ในที่สุดหนานกงอี้เอ๋อร์ก็เห็นว่าเงาดำนั้นคืุ์ ขนาดรูปร่างสูงใหญ่ ต้องเป็ผู้ชายอย่างแน่นอน ทว่าหน้าตาสกปรกเกินไปจึงทำให้เห็นใบหน้าเพียงเลือนราง แต่ที่ชัดเจนก็คือเขาสลบไสลไม่ได้สติ
หนานกงอี้เอ๋อร์ช่างกล้าหาญมาก นางเดินตรงไปด้านหน้าเพื่อตรวจสอบ นางตรวจดูลมหายใจของเขา พบว่ายังหายใจอยู่ แต่เมื่อจับไปที่เสื้อผ้าก็รู้สึกได้ว่าที่มือมีความเหนียวแฉะ จึงพบว่ามันคือเื เห็นได้ชัดว่าเขาสลบไปเพราะเสียเืมาก เกรงว่าถ้ายังรอต่อไปอาจจะต้องเสียเืจนตายได้
เสี่ยวตงมองเห็นสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดของหนานกงอี้เอ๋อร์ จึงทราบว่า ถ้าเขาไม่ได้รับการรักษาต้องลำบากแน่ๆ เอ่ยอย่างเป็กังวลว่า “คุณหนู ตอนนี้ควรทำเช่นไรเ้าคะ พวกเราเห็นคนจะตาย ยังจะไม่ช่วยได้อย่างไร”
หนานกงอี้เอ๋อร์มองไปที่เสี่ยวตง เด็กคนนี้จิตใจดีมาก ไม่รู้ว่าเขาเป็คนดีหรือคนไม่ดี ล้วนตัดสินใจที่จะช่วยชีวิตเขา ช่างใสซื่อเสียจริง แต่ในฐานะที่เป็หมอ นางไม่อาจยืนดูอยู่เฉยๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็คนดีหรือไม่ ช่วยชีวิตก่อนแล้วค่อยว่ากัน ดังนั้น นางจึงสั่งเสี่ยวตงให้ช่วยกันลากชายที่ยังสลบไสลไม่ฟื้นคนนี้กลับไปที่เรือนเล็กกลางป่าไผ่
หลังจากที่หนานกงอี้เอ๋อร์จัดให้ชายคนนี้นอนบนเตียงแล้ว จึงสั่งเสี่ยวตงให้ไปห้องครัวเพื่อต้มน้ำ ส่วนนางก็เริ่มตรวจสอบอาการาเ็ของเขา เห็นว่าเสื้อคลุมท่อนบนสีน้ำเงินของชายคนนี้เปื้อนเืไปแล้วกว่าครึ่ง ดูท่าแล้วน่าจะต้องถอดชุดออกก่อนถึงจะรักษาได้ เพียงแต่อาการาเ็ของเขาดูท่าจะหนักเอาการ หากถอดชุดออกจะต้องกระทบกับาแแน่นอน ทำได้เพียงใช้กรรไกรตัดออกเท่านั้น
ผ่านไปไม่นาน เสื้อของเขาก็ได้ถูกตัดออกเป็ชิ้นๆ เผยให้เห็นถึงร่างกายท่อนบนของเขา แม้หนานกงอี้เอ๋อร์จะแปลกใจที่ชายคนนี้มีหุ่นราวนายแบบชายชาวยุโรป แต่นางก็ถูกาแสาหัสสองที่นั้นดึงความสนใจไป าแทั้งสองนั้นลึกจนเห็นกระดูก มีแผลหนึ่งที่หลอดเืได้ขาดออกจากกันแล้ว จำเป็ต้องทำการผ่าตัดเย็บแผลในทันที
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวตงที่มีเหงื่อท่วมหัวได้ยกน้ำเข้ามา เมื่อเห็นชายเปลือยกายท่อนบนจึงรีบหันหลังกลับทันทีด้วยความเขินอาย ในใจคิดว่า ‘คุณหนูกล้าเกินไปแล้ว หญิงที่ยังไม่ได้ออกเรือน เหตุใดถึงกล้าถอดเสื้อชายแปลกหน้า ถ้าหากแม่นมทราบจะทำเช่นไรดี’
หนานกงอี้เอ๋อร์หันมาเห็นเสี่ยวตงมัวแต่ชักช้า จึงกล่าวไปว่า “รีบยกน้ำเข้ามา เขามีาแลึกอยู่ตรงหน้าท้องกับข้างเอว ข้าจะต้องรีบรักษาเขา” เมื่อเสี่ยวตงได้ยิน จึงยกน้ำเข้ามาและยื่นศีรษะไปดู ก็รู้สึกใ เพราะบนร่างกายของชายผู้นี้มีาแสาหัสอยู่สองที่จริงๆ นางยังจะมาคิดกับคุณหนูเช่นนั้นอีก เป็การไม่ควรเลย
หนานกงอี้เอ๋อร์ยังสั่งให้เสี่ยวตงไปเตรียมผ้าพันแผล เข็ม ด้าย เหล้า มีด และยาห้ามเื แล้วยังให้เตรียมเทียนไขมาหลายๆ เล่มอีกด้วย เสี่ยวตงรีบรับคำและไปเตรียมของในทันที
หนานกงอี้เอ๋อร์รีบไปที่ห้องครัวเพื่อเอาต้นลำโพงกาสลักที่เด็ดมาครั้งที่แล้ว นางหยิบมาสองสามต้นลงมือตำและบดเพื่อคั้นน้ำออกมา นี่เป็การเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัดต่อไปของเธอ พิษของต้นลำโพงกาสลักจะทำให้เส้นประสาทชาในทันที หากทำการผ่าตัดผู้ที่ได้รับาเ็มาอย่างสาหัสโดยไม่มียาชา อัตราการตายของเขาก็จะสูงมาก นางไม่อยากทำให้คนเป็กลายเป็ตาย
หนานกงอี้เอ๋อร์ยกของเหลวนี้กลับเข้าไปในห้อง เริ่มจากช่วยเช็ดตัวให้เขา หลังจากนั้นก็นำของเหลวไปทาลงบนแผล ห้านาทีต่อมา กลุ่มเส้นประสาทรอบแผลก็เริ่มชาแล้ว นึกถึงเสี่ยวตงที่ยังไม่กลับมา หนานกงอี้เอ๋อร์คิดว่า ควรช่วยเช็ดใบหน้าสกปรกนี้ให้เขาสักหน่อย
เมื่อเช็ดจนสะอาดไปทั้งหน้า หนานกงอี้เอ๋อร์รู้สึกว้าวุ่นใจ ใบหน้าใบนี้ช่างงามและล้ำเลิศ เครื่องหน้าที่สมบูรณ์แบบเหมือนแกะสลักออกมาในยุคปัจจุบัน ท่าทางการนอนราวกับเทพเ้าที่ไม่อาจล่วงเกินได้ ถ้าไม่ใช่เพราะดวงตาปิดสนิท ริมฝีปากซีดขาว ใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนป่วย หนานกงอี้เอ๋อร์คงรีบถามเขาว่า กินอะไรมาถึงโตมาดีเช่นนี้ ในตอนนั้นเอง เสี่ยวตงกลับมาพอดี ขัดจังหวะความคิดของนาง
สติของหนานกงอี้เอ๋อร์กลับมาแล้วหลังจากตะลึงไปกับรูปโฉมของชายคนนี้ ถึงอย่างไร หน้าตาของนางก็ไม่ได้แย่ จึงยังพอมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง ส่วนเสี่ยวตงนั้นอายเกินกว่าที่จะมองท่อนบนเปลือยเปล่าของชายผู้าเ็ จึงไม่ได้สังเกตใบหน้าของเขา เพียงยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ นำของที่หนานกงอี้เอ๋อร์สั่งให้เตรียมมาวางลงบนโต๊ะ แล้วยืนรอคุณหนูสั่งต่อไป
หนานกงอี้เอ๋อร์ตรวจดูของที่้า แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นเอ่ยกับเสี่ยวตงว่า “เสี่ยวตง เ้าไปยืนเฝ้าอยู่นอกประตู ข้าจะเย็บแผลให้เขา แผลจะได้หายเร็วขึ้น”
เมื่อเสี่ยวตงได้ยินคำว่า ‘เย็บแผล’ ก็ใจนตาโต นางเคยได้ยินแต่เย็บผ้า ไม่เคยได้ยินว่าเนื้อตัวเราสามารถเย็บได้ด้วย พอจะคิดจะแย้งก็ถูกคุณหนูขัดจังหวะ
ราวกับรู้ความคิดของเสี่ยวตง หนานกงอี้เอ๋อร์เอ่ยต่อไปว่า “เสี่ยวตง วางใจเถิด วิธีการก็ไม่ได้ต่างจากเย็บผ้าเท่าไรนัก เ้าอาจจะไม่เคยเห็น แต่ก็ไม่มีใครบอกว่าเย็บไม่ได้ไม่ใช่หรือ เ้าเชื่อข้าเถิด จะต้องช่วยชีวิตคนได้แน่ๆ”
เสี่ยวตงเห็นว่าคุณหนูมีท่าทางมั่นใจ ความกังวลในใจจึงหายไป ถึงอย่างไรนางกับคุณหนูก็ทำเื่ที่บ้าบิ่นมาตั้งมากมาย นางรู้สึกได้ว่านับวันตนยิ่งไว้ใจคุณหนูมากขึ้น เป็ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก อีกทั้งทุกครั้งที่คุณหนูพูด นางล้วนรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล
เสี่ยวตงสงบสติอารมณ์อีกครั้ง ความกังวลใจที่มีหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกล่าวว่า “คุณหนู ข้าจะไปเฝ้าอยู่ด้านนอก ถ้ามีเื่อะไรเรียกเสี่ยวตงได้ทันทีเลยนะเ้าคะ” เอ่ยจบก็รีบถอยออกจากห้องและปิดประตูทันที
หนานกงอี้เอ๋อร์ก็ไม่ชักช้าเช่นกัน รีบจุดเทียนหลายเล่มด้วยความฉับไว ทันใดนั้น ห้องก็สว่างกว่าเดิมหลายเท่า หนานกงอี้เอ๋อร์คิดว่า ‘ความสว่างระดับนี้น่าจะพอให้ผ่าตัดเย็บแผลได้’ เมื่อขั้นตอนแรกเสร็จแล้วจึงจัดการฆ่าเชื้อโดยการหยิบเหล้าขึ้นมา แล้วเดินไปหน้าเตียงของชายคนนี้ จัดการเทเหล้าไปบนแผลของเขา คาดว่ายาชาน่าจะทำงานแล้ว ชายคนนี้ถูกฆ่าเชื้อด้วยเหล้ายังไม่รู้สึกตัว นี่เป็ภาพการณ์ที่ดีมาก
ต่อมา ใช้มีดตัดพวกเนื้อเสียออก ่เวลาที่สำคัญคือการเย็บแผล เวลานี้บนผนังห้องได้ปรากฏเงาภาพที่ดูเรียบเรื่อย มีเงาหนึ่ง บนมือถือเข็มกับด้ายไว้ ใช้เข็มที่สนด้ายเรียบร้อยแล้วเย็บลงบนผิวเนื้อของอีกคน ไม่มีความสยดสยองดังที่คาด บรรยากาศแลดูเงียบสงบ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922