3 ชั่วโมงต่อมา ราฟาเอลออกมาจากห้องประชุมโดยมี ประธานยศกรเดินตามมาส่งด้วย
“ คุณราฟาเอลครับ มิทราบคุณจะพักผ่อนก่อนไหม เพื่อผมจะได้ให้คนเตรียมที่รับรองไว้ให้นะครับ ” ยศกรเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“ ไม่เป็ไร ผมจะกลับเลย ขอบคุณครับ ”
“ อ่อ ครับ ทางบริษัทเราเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคุณราฟาเอล โอกาสหน้าผมหวังว่าจะได้ต้อนรับอีกน่ะครับ เดินทางปลอดภัยครับ ” ยศกรเอ่ยกล่าวลาตัดบทสุดท้าย เพราะไม่อยากรบเร้ามาเฟียที่ขึ้นชื่อ เื่ความน่ากลัวอย่างราฟาเอล รู้ดีว่าคนอย่างเขาเป็คนอย่างไร ทําอะไรขัดใจไปจะเป็ผลเสียต่อตนเองมากกว่า
“ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว ” พูดเสร็จเขารีบเดินจากออกมาพร้อมเหล่าชายชุดดําตามหลังมาติดๆ เป็ที่จับตามองของคนรอบข้าง ตอนนี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียเลย ในหัวเขาตอนนี้มีแต่ ดวงหน้างาม ลอยวนเวียนอยู่ในหัวอยู่ตลอดจนทําให้เขาแทบไม่มีสมาธิประชุม นี่เขาเป็อะไรกันแน่
“ ติดต่อ เซฟ ให้ฉัน ” ระหว่างเดินออกไปเขาพูดกับชายชุดดําที่ติดตามมาข้างหลัง
“ ครับนาย ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขารีบติดต่อไปยังเซฟทันที
“ นายครับ คุณเซฟกลับมาพอดีรออยู่ด้านหน้าบริษัทแล้วครับ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขารีบเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะได้รับรู้เื่ที่เขาสั่งคนสนิทให้ไปจัดการ ว่าคืบหน้าอย่างไรบ้างแล้ว
“ ได้เื่แล้วครับนาย ” เมื่อเห็นผู้เป็นายมาเซฟรีบแจ้งรายละเอียด ที่ได้ไปสืบและสอบถามกับคนระแวกนั้นที่พอจะรู้จักกับหญิงสาวมา
ราฟาเอลเมื่อได้รับรู้รายละเอียดคร่าวๆ ก็มีสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกสิ่งใด แม้แต่เซฟเองก็เดาใจนายเขาไม่ออกว่ากําลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ในขณะนี้
“ ให้คนเตรียมเครื่องบินรอ ส่วนนายไปกับฉัน”
สิ้นเสียงราฟาเอล เซฟ เอะใจขึ้นมาทันทีว่านายเขาจะไปไหนและคิดจะทําอะไรกันแน่ เลยเอ่ยถามออกไปอย่างติดขัดเพื่อ้ารู้จุดประสงค์ ถึงจะเป็สิ่งไม่ควรถามไป เพราะสําหรับพวกเขานายสั่งอะไรมาแค่ทําตามไม่ต้องเอ่ยถาม แต่นี้เขาเดาใจผู้เป็นายไม่ออกจริงๆ ปกติจะเข้าใจและรู้หมดแต่กับคราวนี้เขาเดาทางนายไม่ออกจริงๆ เลยตัดสนใจเอ่ยถามออกไปเพื่อคลายความสงสัยที่จะได้รู้ด้วยว่าเขาต้องพานายไปไหนกัน
“ ไม่ทราบ นาย!! ”
“ ไปหาผู้หญิงคนนั้น ”
เซฟพูดยังไม่ทันขาดคํา ผู้เป็นายของเขาก็พูดแทรกขึ้นมาเหมื่อนรู้ว่าเขาจะพูดอะไร
“ ฉันจะเอาคนกลับด้วย ” เขาเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่หารู้ไหมว่าคนที่ได้ฟังถึงกับใกับสิ่งที่ผู้เป็นายกำลังจะทำ
“ คุณผู้หญิงคนนั้นจะยอมหรือครับนาย ทั้งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วย ก็มีแต่ต้องลักพาตัวเท่านั้นน่ะครับ ”
“ ใช่ ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้ว คนอย่างฉัน ้าอะไรก็ต้องได้ ไม่มีแต่ ไปได้แล้ว ฉันจะรีบกลับ ”
“ ครับนาย ” เซฟตอบรับอย่างหนักแน่น
ถึงเื่ลักพาตัวจะเป็เื่ใหญ่สําหรับคนทั่วไปแต่สําหรับมาเฟียอย่างเขาแล้วถือว่าเล็กน้อยมาก เขาสามารถทําอะไรก็ได้ที่เขา้า โดยไม่มีหลักฐานหรือมีร่องรอยหลงเหลื่อไว้ให้เห็น ถึงมีแต่ด้วยอิทธิพลของเขาก็ไม่มีฝ่ายไหนเข้ามาถึงตัวได้อยู่แล้ว
ไม่นานรถรีมูซีนสีดําคันหรูก็ได้มาจอดอยู่ไม่ห่างจาก ตัวบ้านไม้สีขาวสะอาดตา
“ ถึงแล้วครับนาย ” เซฟบอกผู้เป็นายเมื่อมาถึงที่ ที่ติดตามหญิงสาวมาจนรู้ว่าบ้านหลังนี้เป็ของหญิงสาว ที่พ่อแม่ของเธอได้ทิ้งไว้ให้หลังจากเสียไปเมื่อหลายปีก่อน จากนั้นมาหญิงสาวได้อาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านหลังนี้มาโดยตลอด นายของเขาก็ได้รู้เื่นี้แล้วเช่นกัน
ราฟาเอลเมื่อรับรู้ว่าถึงบ้านของหญิงสาวแล้วก็ได้สอดส่องสายตาออกไปนอกกระจกรถดูภายรอบนอกตัวบ้านที่เงียบสงัดเพราะด้วยหญิงสาวอยู่บ้านเพียงลําพังด้วย
“ ให้ผมจัดการเลยไหมครับ ”
“ ห้ามแตะต้องเธอ ” ราฟาเอลเอ่ยออกไปเสียงแข็ง
ด้วยสีหน้าและแววตา ทําให้เซฟถึงกับขนลุกในนํ้าเสียงและสีหน้าของนายเขาดูน่ากลัวมากอย่างมาก ดูนายเขาจะหวงหญิงสาวคนนี้มากเลยทีเดียว ทั้งที่เพิ่งจะเห็นกันไม่กี่นาที นี่ถ้าเกิดเขาเผลอไปแตะโดนตัวเธอ ได้ตายได้โดยไม่รู้ตัวเป็แน่ เซฟคิดในใจ
“ ฉันจัดการเองนายลงไปกดกริ่งรอให้เธอออกมาก็พอ ห้ามแตะต้องเธอเด็ดขาด เข้าใจไหม นอกนั้นฉันจัดการเอง ”
ราฟาเอลยํ้าอีกครั้ง เซฟถึงกับเสียวสันหลังขึ้นมาทันที
“ ครับนาย ” เซฟตอบรับพร้อมเปิดประตูลงจากรถทันที เดินตรงมายังประตูรั้วหน้าบ้านของหญิงสาวพร้อมกดกริ่งทันที
“กริ๊งๆๆ.…”
“ ใครมาน้า ” ลลิตาที่กําลังล้างชามอยู่รีบละมือจากชาม ชําระล้างมือจนสะอาดแล้ว มาเช็ดกับผ้าเสร็จเรียบร้อย เดินออกมาหน้าบ้านส่องสายตามองดูคนที่มาหาไปด้วย แต่ก็เอะใจที่ใครจะมาหาเธอในเวลานี้กันหญิงสาวมาถึงประตู มือเรียวยื่นมาจับประตูรั้วพร้อมเลือนเปิดออก ส่องสายตา ซ้าย ขวา มาเจอเข้ากับชายคนหนึ่งที่เธอ รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาขึ้นมาทันที