นางกล้าดียังไงมาถามว่าข้าเป็ตัวอะไร!
สีหน้าของอวิ๋นเสวี่ยเวยย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับนางเช่นนี้มาก่อน นับแต่ห้าปีก่อนหลังจากชิงไข่สัตว์เทพของอวิ๋นหรั่นเยว่มาได้ นางก็เปรียบเสมือนดวงจันทร์ที่ห้อมล้อมด้วยหมู่ดาวมาโดยตลอด
แม้แต่คนที่พูดจารุนแรงกับนางสักคำก็ยังไม่มี บุรุษต่างพากันยกย่อง สตรีต่างพากันประจบ ไม่ว่าไปที่ใดนางล้วนเป็ผู้ที่โดดเด่นที่สุด แต่สตรีผู้นี้ถึงกับกล้าถามว่านางเป็ตัวอะไร ช่างรนหาที่ตายนัก!
"บังอาจ! เ้าพูดกับศิษย์น้องเสวี่ยเวยเช่นนี้ อยากตายหรืออย่างไร! รีบคุกเข่าขอโทษศิษย์น้องเสวี่ยเวยเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าไม่เอาเ้าไว้แน่!!"
"ใช่! รีบคุกเข่าลง แล้วคืนหินิญญาให้ศิษย์พี่ชีเดี๋ยวนี้!!"
โดยไม่ต้องรอให้อวิ๋นเสวี่ยเวยเอ่ยปาก เหล่าศิษย์ชายในสำนักศึกษาก็ลุกขึ้นยืนพร้อมชี้หน้าอวิ๋นหรั่นเยว่ด้วยความโกรธ เมื่อครู่ทุกคนเห็นว่าสาวใช้ที่ถือกระบี่ข้างกายอวิ๋นหรั่นเยว่จากไปแล้ว และอวิ๋นหรั่นเยว่ดูเหมือนจะไม่มีพลังบำเพ็ญแม้แต่น้อย แต่ละคนจึงเริ่มใจกล้าขึ้นมา
"ฉัวะ!"
ทันใดนั้นมีเสียงหักดังขึ้น ทุกคนเห็นเพียงนิ้วมือหนึ่งนิ้วร่วงหล่นลงสู่พื้น จากนั้นคนที่ชี้หน้าอวิ๋นหรั่นเยว่ก็กุมมือตนเองพร้อมร้องโหยหวนด้วยความเ็ปแสนสาหัส
"อ๊าก! มือของข้า!"
ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเด็กชายตัวน้อยผู้นั้นหยิบกรรไกรสีดำสนิทออกมาั้แ่เมื่อใดไม่ทราบ เขาตวัดกรรไกรเพียงครั้งเดียวกลับตัดนิ้วมือของคนผู้นั้นให้ขาดสะบั้นได้จากระยะไกล!
"ฮิ ฮิ ห้ามชี้หน้าท่านแม่ของข้านะขอรับ" เสี่ยวอี้เลียนแบบเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นของสัตว์ประหลาดในแดนผี แสงสะท้อนจากกรรไกรตกกระทบลงบนเขี้ยวซี่เล็ก ๆ ของเขา ทำเอาทุกคนขนลุกซู่
ทุกคนพลันนึกขึ้นได้ว่าแม่ลูกคู่นี้มีวิชาของสำนักาาผีอยู่ ซึ่งวิชาของสำนักนี้ขึ้นชื่อว่าลึกลับและพิสดารที่สุด ในอดีตก่อนที่สำนักาาผีจะถูกกวาดล้าง เมื่อเหล่าผู้บำเพ็ญเห็นคนของสำนักาาผีต่างพากันหลบเลี่ยงให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว
อวิ๋นเสวี่ยเวยมองนิ้วมือบนพื้นด้วยสีหน้ามืดลง ส่วนชีหยวนจงก็ตวาดใส่อวิ๋นหรั่นเยว่ด้วยความโกรธว่า "ก่อนหน้านี้เ้ายังบอกว่าสำนักาาผีมิใช่มนต์ดำและไม่คิดทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เป็เช่นนี้ยังไม่ใช่มนต์ดำแล้วจะเป็อะไร!"
อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวอย่างไม่รีบร้อนว่า "เ้าเข้าใจผิดแล้ว วิชาอาคมไม่มีแบ่งแยกถูกผิดหรือดีชั่ว สิ่งสำคัญอยู่ที่ผู้ใช้เป็คนชั่วร้ายหรือไม่ ศิษย์ของพวกเ้าเป็ฝ่ายมีจิตสังหารต่อข้าก่อน ลูกชายของข้าจึงตัดนิ้วมือของเขา นี่คือผลกรรมที่สมควรได้รับ"
ชีหยวนจงโกรธจนแทบคลั่ง "เ้า..."
"วิชาอาคมไม่มีแบ่งแยกถูกผิดหรือดีชั่ว พูดได้ดี!"
ในขณะนั้นเองชายหนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมสีฟ้าหิมะก็เดินออกมา เขามีรูปลักษณ์หล่อเหลา ดวงตาหงส์ลุ่มลึกดูอ่อนโยนและเปี่ยมเสน่ห์ จมูกโด่งเป็สัน ใบหน้าผุดผ่องดั่งหยก ในมือถือพัดจีบสีขาว มุมปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ ช่างเป็ผู้ที่มีสง่าราศีและภูมิฐานยิ่งนัก
อวิ๋นเสวี่ยเวยเบิกตากว้าง จากนั้นก็เกิดความยินดีในใจรีบก้าวเท้าเดินตรงไปยังชายหนุ่มผู้นั้น "รัชทายาทอู๋เนี่ยนท่านมาที่เมืองชื่ออวิ๋นเหตุใดจึงไม่บอกข้าสักคำเพคะ เสวี่ยเวยจะได้เตรียมตัวต้อนรับท่านล่วงหน้า"
รัชทายาทอู๋เนี่ยน? หรือจะเป็รัชทายาทจีอู๋เนี่ยนแห่งแคว้นศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยน?
ทุกคนที่ได้ยินคำเรียกขานนี้ต่างพากันใในใจ ในทวีปฉิงอวิ๋นมีมหาอำนาจเพียงสามแห่งเท่านั้น นั่นคือแคว้นโบราณศักดิ์สิทธิ์จิ่วโยวแห่งแดนใต้ รวมถึงแคว้นศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู และแคว้นศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยนแห่งแดนเหนือ ส่วนแคว้นเล็ก ๆ อื่น ๆ ล้วนเป็แคว้นบริวารของสามมหาอำนาจนี้ทั้งสิ้น
เมืองชื่ออวิ๋นตั้งอยู่ในเขตของแคว้นศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยน รวมถึงแคว้นซื่อเซี่ยงของชีหยวนจงก็เป็แคว้นบริวารของแคว้นศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยนเช่นกัน
จีอู๋เนี่ยนเป็โอรสของจักรพรรดิแห่งแคว้นศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยน และได้รับการแต่งตั้งเป็รัชทายาท ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาคือผู้ที่จะขึ้นเป็จักรพรรดิองค์ต่อไป ดังนั้นแม้แต่ชีหยวนจงเมื่อเห็นจีอู๋เนี่ยนก็ต้องก้มศีรษะคำนับ
อวิ๋นหรั่นเยว่มองจีอู๋เนี่ยน พลางคิดในใจว่ามิน่าเล่า อวิ๋นเสวี่ยเวยถึงเปลี่ยนจากท่าทางเทพธิดาผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง กลายเป็คนประจบประแจงได้ทันที ที่แท้ฐานะของชายผู้นี้สูงส่งเพียงนี้
เมื่อเทียบกับรัชทายาทของแคว้นบริวารเล็ก ๆ ในสายตาของอวิ๋นเสวี่ยเวยผู้ทะเยอทะยานแล้ว รัชทายาทจากมหาอำนาจย่อมมีความสำคัญมากกว่ามาก
จากนั้นจีอู๋เนี่ยนไม่ได้ตอบคำถามของอวิ๋นเสวี่ยเวย แต่เดินตรงไปยังสองแม่ลูกอวิ๋นหรั่นเยว่ "แม่นางท่านนี้ พวกท่านเป็ผู้สืบทอดของสำนักาาผีหรือ?"
โดยไม่ต้องรอให้อวิ๋นหรั่นเยว่ตอบ เสี่ยวอี้ก็พยักหน้าด้วยดวงตาเป็ประกาย "ใช่แล้วขอรับ ใช่แล้ว ท่านอาสุดหล่อ ท่านดูข้าคุ้นหน้าคุ้นตาบ้างหรือไม่ขอรับ?"
จีอู๋เนี่ยนชะงักไปเล็กน้อย คิดในใจว่าเขาเคยเจอเด็กชายผู้น่ารักคนนี้มาก่อนหรือ?
ขณะที่เขากำลังพยายามนึกทบทวนอย่างหนัก ก็ได้ยินเด็กชายพูดว่า "ท่านอา ท่านคิดว่าข้าเหมือนลูกชายที่พลัดพรากจากท่านมาหลายปีหรือไม่ขอรับ?"
แค่ก แค่ก แค่ก!
จีอู๋เนี่ยนถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง นี่มันเื่บ้าอะไรกัน เขาจะมีลูกชายตัวโตขนาดนี้ได้อย่างไร!
ใบหน้าสวยของอวิ๋นหรั่นเยว่ขึ้นสีระเรื่อ นางรีบเอามือปิดปากเสี่ยวอี้ พร้อมกล่าวอย่างขัดเขินว่า "ขออภัยด้วยเ้าค่ะ ลูกชายของข้ากำลังตามหาบิดาที่เขาไม่เคยพบหน้า เห็นท่านรูปงามเขาจึงคิดว่าท่านเป็บิดาของเขา"
"ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร เด็กพูดจาไม่มีพิษมีภัย" จีอู๋เนี่ยนโบกพัดเพื่อระบายความร้อนบนใบหน้า
อวิ๋นเสวี่ยเวยเห็นภาพนี้ก็กำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
เหตุใดจึงมีสตรีหน้าด้านเช่นนี้! อย่าคิดว่านางดูไม่ออกนะ สตรีผู้นี้ต้องตั้งใจใช้เล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้เพื่อดึงดูดความสนใจของจีอู๋เนี่ยนแน่นอน!
และในขณะนั้นบนชั้นบนของโรงประมูล หลงเยี่ยเยี่ยนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ แววตาของเขาเย็นเยียบ รอบร่างราวกับมีเกล็ดน้ำแข็งปกคลุม ทำให้ลูกน้องที่อยู่ข้างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว และรู้สึกลึก ๆ ว่านายท่านดูเหมือนจะมีโทสะ
หากใครไม่รู้คงคิดว่านายท่านถูกสวมเขาเข้าให้แล้วเป็แน่
"หนวกหูเกินไป ไล่คนออกไปให้หมด" หลงเยี่ยเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า ก่อนจะหันหลังเดินจากริมหน้าต่างไป
เอ๊ะ? นายท่านจ้องมองสตรีที่สวมผ้าคลุมหน้าผู้นั้นอยู่นาน แต่ตอนนี้กลับสั่งให้ไล่คนออกไปอย่างนั้นหรือ?
ลูกน้องไม่กล้าขัดคำสั่ง รีบลงไปที่ชั้นล่างทันที
"ข้าคือจีอู๋เนี่ยนแห่งแคว้นศักดิ์สิทธิ์ต้าเหยี่ยน ไม่ทราบว่าแม่นางมีนามว่าอะไร หากมีเวลาข้าอยากจะสนทนากับแม่นางเื่ของสำนักาาผี" จีอู๋เนี่ยนกำลังแลกเปลี่ยนชื่อกับอวิ๋นหรั่นเยว่ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ไม่มีท่าทางวางอำนาจของรัชทายาทเลยแม้แต่น้อย
อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวว่า "ข้าชื่อจิ่วเยว่ พักอยู่ที่สำนักกระบี่เก้าดาราเ้าค่ะ"
นางใช้ชื่อปลอม เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยตัวตน คำว่า 'จิ่ว' นั้นดัดแปลงมาจากคำว่า 'หรั่น' และยังมีความหมายถึงการที่นางได้รับคำสั่งสอนจากอาจารย์ทั้งเก้าท่านในแดนผีจนได้เกิดใหม่ ประจวบเหมาะกับที่สำนักกระบี่เก้าดารามีคำว่า 'เก้า' อยู่ด้วย นางจึงใช้ชื่อปลอมว่า 'จิ่วเยว่' ซึ่งไม่ดูแปลกแยกจนเกินไป
"เก้าคืนสู่หนึ่ง หมุนเวียนเปลี่ยนผัน เป็ชื่อที่ไพเราะยิ่งนัก" จีอู๋เนี่ยนกล่าวชมพร้อมรอยยิ้ม
"แค่ก ๆ อย่ามารวมกลุ่มก่อความวุ่นวายหน้าโรงประมูล ผู้ใดก่อเื่จะถูกสังหารโดยไม่ละเว้นโปรดรีบออกไปเดี๋ยวนี้!" ลูกน้องของหลงเยี่ยเยี่ยนะโเสียงดัง ทำท่าทางขับไล่ผู้คน
อวิ๋นเสวี่ยเวยมองออกว่าเป้าหมายของการขับไล่คืออวิ๋นหรั่นเยว่ มุมปากจึงยกยิ้มเ็าแล้วกล่าวว่า "พวกเรามาเข้าร่วมงานประมูลมีบัตรเชิญแถวหน้า ส่วนคนที่ไม่มีบัตรเชิญก็รีบออกไปเสียเถิด"
ในสายตาของนาง อวิ๋นหรั่นเยว่เพิ่งมาถึงไม่มีทางที่จะมีบัตรเชิญของโรงประมูลโยวหลงได้ เพราะบัตรเชิญของงานประมูลครั้งนี้ถูกแย่งชิงจนหมดสิ้นั้แ่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว
จีอู๋เนี่ยนมองอวิ๋นหรั่นเยว่และพยายามช่วยคลี่คลายสถานการณ์ "ด้านหน้ามีโรงน้ำชา มิสู้ให้ข้าเลี้ยง..."
"พวกเรามีบัตรเชิญนะขอรับ ใบนี้ใช่หรือไม่?" ทันใดนั้นเด็กชายตัวน้อยก็หยิบบัตรเชิญสีดำทองออกมาจากอกเสื้อ
พริบตาที่อวิ๋นเสวี่ยเวยเห็นบัตรเชิญใบนั้น ดวงตาของนางเบิกกว้าง แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อราวกับเห็นผี ลูกน้องของหลงเยี่ยเยี่ยนก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน นี่มันไม่ใช่บัตรเชิญเฉพาะตัวของนายท่านหรอกหรือ?