ตอนที่2
@หลายวันต่อมา
“คุณภพจะไปไหนแต่เช้าครับเนี่ย” จอมกับผาคนงานในสวน ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งผ่านมาที่หน้าบ้านของไตรภพพอดีเห็นเ้านายกำลังสตาร์ทรถ ผาจึงเอ่ยถามขึ้น เพราะปกติแล้วจะไม่ค่อยเห็นไตรภพออกไปไหนแต่เช้าวันอาทิตย์แบบนี้
“อยากรู้ก็ขึ้นมาสิ” เมื่อเ้านายชวนมีหรือทั้งสองคนจะไม่ไปทั้งสองะโขึ้นรถตามไปด้วย อยากรู้เหมือนกันว่าเ้านายของพวกเขาจะไปไหนแต่เช้าและเมื่อรถแล่นไปตามท้องถนนเรื่อยๆ
“นี่คุณภพพาพวกผมมาเที่ยวกรุงเทพเหรอครับนี่” จอมเอ่ยถามขึ้น เพราะเห็นว่าเ้านายกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ แต่ไตรภพไม่ได้จะพาจอมกับผามาเที่ยวหรอก
“เปล่า...พามาช่วยขนของ” ไตรภพหันไปตอบลูกน้องอย่างอารมณ์ดี แถมยังมีรอยยิ้มอีกด้วยผิดกับวันปกติที่ชอบทำหน้าเข้มอยู่ตลอดเวลาไม่รู้ว่าหงุดหงิดหรือเป็เพราะว่าอากาศเมืองไทยมันร้อน
“โถ่ไอ้พวกผมก็คิดว่าพามาเที่ยวซะอีก” ผาตอบอย่างเซ็งๆ แต่ก็พอจะรู้แล้วว่าเ้านายของพวกเขาจะพาไปขนของที่ไหน
“ถึงแล้ว...ลง” รถยนต์สี่ประตูคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านกลางใจเมืองกรุงเทพ
ทั้งสองหนุ่มผากับจอมลงจากรถแล้วมองไปรอบๆบ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เล็ก มีพื้นที่ไม่ได้กว้างมากพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็ตัวบ้าน ส่วนรอบๆก็จะมีแค่ทางเดินเล็กๆเท่านั้นผิดกับบ้านสวนของไตรภพ ที่มีพื้นที่กว้างขวางแถมร่มรื่นอีกด้วยมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ดูแล้วสดชื่นไปหมดไม่เหมือนกับที่บ้านหลังนี้ที่มีแต่ปูน แต่ก็สะอาดสะอ้านดี
“บ้านหลังนี้เหรอครับ”
“อือ เดี๋ยวช่วยขนของกันหน่อยนะ”
ทันใดนั้นพิเชษฐ์ก็ออกมาต้อนรับเมื่อเห็นว่าน้องชายขับรถมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว
“สวัสดีครับพี่เชษฐ์” ไตรภพเดินเข้าไปหาคนเป็พี่ที่ยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน พร้อมกับลูกน้องอีกสองคน ที่เดินตามมาด้วย จอมกับผายกมือไหว้พิเชษฐ์เช่นกันถึงพิเชษฐ์จะมีศักดิ์เป็พี่ชายของไตรภพก็จริง แต่อายุของทั้งสองคนก็ห่างกันมาก
“สวัสดี มาเร็วเหมือนกันนะนี่” ไตรภพอาศัยอยู่จังหวัดที่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพมากนักขับรถแค่ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว สมัยนี้ถนนดี เหยียบแป๊บเดียวก็ถึง
“พี่รบกวนด้วยนะ ฝากยัยแก้วยังไม่พอ แถมยังต้องให้มารับอีก” พิเชษฐ์พูดถึงตัวเองก็ตอนแรกว่าจะไปส่งลูกสาวด้วยตัวเอง แต่ติดธุระกะทันหันขึ้นพรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางแล้ว พิเชษฐ์จึงโทรไหว้วานให้ไตรภพมารับแก้วขวัญซึ่งไตรภพเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ไม่เป็ไรเลยครับพี่ มีอะไรก็บอกผมได้ ผมยินดี” ทั้งหมดพากันเดินเข้าไปนั่งในบ้านโดยมีพิเชษฐ์เป็คนบริการหาน้ำมาให้ทั้งสามคนดื่ม
“แก้ว…แก้วเอ้ย เสร็จหรือยังลูกคุณอามารับแล้วนะ” พิเชษฐ์ะโขึ้นไปชั้นบนของบ้านเรียกลูกสาวที่ยังไม่ยอมลงมาสักที
“มาแล้วค่า…”แก้วขวัญวิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านเธอส่งเสียงมาแต่ไกล เพราะได้ยินเสียงคุณพ่อร้องบอกว่าคุณอามาแล้วแก้วขวัญมีอาการตื่นเต้นเหมือนเด็กที่กำลังจะได้ไปเที่ยว
“คุณอาภพสวัสดีค่ะ” เสียงใสๆของแก้วขวัญเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือเรียวสวยของเธอไหว้คุณอาไตรภพและพี่ๆทั้งสองคนที่มากับคุณอาด้วย
“สวัสดี...ไงสาวน้อยพร้อมที่จะไปอยู่ในป่ากับอาหรือยัง” ไตรภพเอ่ยทักทายหลานสาวด้วยรอยยิ้ม
“พร้อมค่ะแก้วจะไปลักกินผลไม้ของคุณอาให้หมดสวนเลย” แก้วขวัญโต้ตอบคุณอาของเธออย่างตื่นเต้นเธอกำลังคิดถึงภาพผลไม้ที่ดกเต็มต้น ที่คุณพ่อของเธอเคยเล่าให้ฟัง
“ตัวเล็กกะเปี๊ยกแค่นี้จะกินยังไงหมดฮึ” มือใหญ่จับศีรษะหลานสาวโยกไปโยกมาอย่างขี่เล่นจนเด็กสาวถึงกับต้องปัดมือใหญ่นั้นทิ้ง แล้วทำหน้าบูดๆใส่
“คอยดูแล้วกัน ว่าแต่...คุณอาขา...ไปถึงแก้วขอชิมทุเรียนลูกนึ่งได้ไหมคะ”
“ได้สิจะกินจนอ้วนให้พี่เชษฐ์กลับมาแล้วจำลูกสาวไม่ได้เลยก็ได้นะ” ไตรภพเย้าหลานสาวเล่นเพราะดูจากหุ่นแล้วขุนยังไงก็ไม่น่าจะอ้วนได้
“แก้วไม่ได้ตะกละขนาดนั้นสักหน่อย”
“เอาล่ะ เดี๋ยวพี่ต้องออกไปทำธุระหน่อยภพจะพักก่อนอีกสักพักก็ได้นะ เดินทางมาเหนื่อยๆ”
“ไม่เป็ไรครับพี่ ว่าแต่หลานสาวผม พร้อมหรือยังจะได้ให้ไอ้สองคนนี้มันช่วยขนของให้”
“พร้อมแล้วค่ะยกของพวกนี้ใส่รถคุณอาเสร็จ ก็ไปกันได้เลยค่ะ” แก้วขวัญบุ้ยหน้าไปทางกระเป๋ากับสัมภาระของตัวเองที่ถูกกองรวมกันไว้ใกล้ๆหน้าประตูทางเข้า
“หมดนี่เลยเหรอ” ไตรภพเลิกคิ้วสูงถามหลานสาวเพราะสัมภาระที่ถูกกองรวมกันไว้มันเยอะมากตอนแรกคิดว่าเป็ของพิเชษฐ์ที่จะไปดูงานที่เมืองนอกซะอีก
“ค่ะ หมดนี่เลย ทำไมเหรอคะ” แก้วขวัญไม่เข้าใจ ก็เธอไปตั้งสามเดือนแค่นี้ถือว่าน้อย แต่สำหรับผู้ชาย ของที่กองอยู่ตอนนี้มันเยอะมากมากถึงขนาดต้องหันไปมองดูรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน
“เอาอะไรไปบ้างนี่ ทำไมเยอะอย่างนี้”
“ก็เสื้อผ้าแล้วก็ของใช้อีกนิดหน่อยค่ะ” เธอใช้คำว่านิดหน่อยแต่ดูจากสิ่งที่กองอยู่มันไม่น่าจะใช้คำว่านิดหน่อยได้นะแต่คุณอาหนุ่มก็เลือกที่จะไม่ขัดใจ อยากเอาไปหมดนี่เขาก็ยินดีช่วยขน
“ไอ้สองคน ไปสิขนของขึ้นรถ” ไตรภพหันไปสั่งลูกน้องทั้งสองของเขาที่เอาสอยห้อยตามมาด้วย
“ครับ” ผากับจอมเริ่มช่วยกันขนของที่กองไว้ขึ้นรถโดยมีแก้วขวัญช่วยขนด้วย
“พ่อไปไม่นานอยู่ทางนี้ดูแลตัวเองด้วยนะลูก” พิเชษฐ์เอ่ยบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนเป็ห่วง
“ค่ะคุณพ่อ คุณพ่อไม่ต้องห่วงแก้วนะคะคุณพ่อไปทำงานให้สบายใจเลย แก้วโตแล้ว แก้วอยู่ได้” แก้วขวัญเป็คนไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนอะไรมากนักแล้วเธอก็ไม่อยากให้คุณพ่อของเธอเป็ห่วงด้วย เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนคนเป็พ่อรู้สึกสบายใจขึ้น
“ภพ พี่ฝากหลานด้วยนะ” พิเชษฐ์หันไปฝากฝังลูกสาวกับน้องชาย ที่นับถือกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ
“ครับ ไม่ต้องเป็ห่วงครับผมจะดูแลให้อย่างดี” สำหรับไตรภพเด็กสาวตัวเล็กแค่นี้เขาคิดว่าเขาช่วยดูแลให้ได้สบายอยู่แล้ว และแก้วขวัญเอง เธอก็เป็เด็กน่ารักแต่ถึงจะแอบดื้ออยู่บ้างตามนิสัยเด็กๆ แต่ไตรภพก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
“ขอบใจมาก ถ้าอย่างนั้นขับรถดีๆนะได้เวลาแล้ว พี่ต้องเข้าบริษัทไปเอาเอกสารอีกนิดหน่อย พรุ่งนี้จะเดินทางแล้ว” พิเชษฐ์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วก็เห็นว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องไปทำธุระแล้วจึงได้เอ่ยขึ้น
“ดูแลตัวเองด้วยนะครับพี่”
“คุณพ่อ...มาให้แก้วกอดหน่อย หอมแก้มด้วย ฟอด! ฟอด!” แก้วขวัญกอดคุณพ่อของเธอพร้อมกับหอมแก้มซ้าย แก้มขวา อย่างออดอ้อน เหมือนกับปกติที่เธอชอบทำเป็ประจำ
“เ้าลูกคนนี้มันขี้อ้อนจริงๆเมื่อไหร่จะโตสักทีหึ” คนเป็พ่อก็มักจะมองว่าลูกเป็เด็กเสมอในสายตาของท่านแต่แก้วขวัญกลับไม่ชอบให้ใครมาพูดว่าเธอเป็เด็ก
“แก้วไปนะคะ” ทั้งหมดล่ำลากันเสร็จก็ออกเดินทางทันที