เช้าวันต่อมา เฉินเซี่ยเดินทางมายังหลุมฝังศพของม่านเฉวเหมือนทุกๆวัน ทันทีที่มาถึงเขาก็ได้พบกับเด็กสาวคนเดิมที่เขาเจอเมื่อวานและวันนี้เด็กคนนั้นก็มาขุดบริเวณเดิมอีกแล้ว เฉินเซี่ยพยายามจะไม่โมโหเพราะเห็นว่านางยังเด็กอยู่ คราวนี้เขาเลือกที่จะเดินเข้ามาทักทายเด็กหญิงคนนั้นแทน
“วันนี้ขุดได้อะไรบ้างล่ะ?” เด็กหญิงได้ยินเสียงดังเล็ดลอดมากจากด้านหลัง นางใรีบลุกพรวดขึ้นโดยไม่ทันระวังจนเผลอไปเหยียบชายกระโปรงของตนเข้าเกือบล้ม แต่โชคดีที่เฉินเซี่ยเบี่ยงตัวมารับนางไว้ได้ทันพอดี เด็กหญิงตกอยู่ในอ้อมอกของบุรุษครั้งแรก แม้ว่านางจะยังเล็กแต่นางก็รู้สึกได้ว่าใจนางมันเต้นเร็วกว่าปกติมากหรือนี่จะเป็อาการตกหลุมรักกันแน่ วินาทีนั้นใบหน้าของเด็กน้อยร้อนวูบวาบเผยให้เห็นความแดงสดของแก้มทั้งสองข้าง ตาใสแป๋วเอาแต่จ้องมองชายตรงหน้าราวกับสติหลุดลอยไปแล้ว
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่า?”
“..........” เด็กหญิงยังคงอึ้งและมองหน้าเฉินเซี่ยราวกับว่าตอนนี้ นางได้หลุดเข้าไปในภวังค์แห่งความฝันเสียแล้ว อีกทั้งยังเป็ฝันดีเสียด้วย เฉินเซี่ยพยายามเขย่าให้นางรู้สึกตัวแต่ก็ไร้ผล จนกระทั่งเสียงแม่ของนางะโแทรกเข้ามา
“นี่เ้าจะทำอะไรน่ะ!!! ปล่อยนางนะ!!!”
“ข้าเห็นนางจะล้ม ข้าจึงเข้ามาพยุง”
“หนอย!!! คิดจะเป็ตาเฒ่ากินเนื้ออ่อนหรือไง เ้านี่ก็ช่างกระไร ข้าบอกให้รอตรงโน้นไม่ใช่หรือไง!!! หรือเ้าคิดว่าชายผู้นี้จะเลี้ยงดูเ้าแทนข้าได้ เห็นทีว่าข้าจะต้องตีเ้าบ้างแล้วล่ะ มานี่!!!” หญิงวัยกลางคนไม่ทันสืบหาความจริง ทันทีที่มาถึงนางก็ลากเด็กหญิงคนนั้นไปเฆี่ยนตีโดยที่ไม่รอให้เฉินเซี่ยอธิบายได้อะไรเลย เขาได้แต่ยืนมองแม่ที่กระชากแขนลูกไปตีและลากพากลับออกไป
“ิคัง ข้าควรทำอะไรหรือไม่ เด็กคนนั้นจะไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
“เื่ภายในครอบครัว คนนอกคงไม่เหมาะที่จะไปแสดงตนขอรับ” เฉินเซี่ยหันมองตามเด็กหญิงคนนั้นจนลับตา ก่อนจะหันมานั่งไว้อาลัยต่อหน้าหลุมศพของม่านเฉว ในขณะที่เฉินเซี่ยดึงตนกับไปสู่ความสงบ อีกฝ่ายกำลังถูกทรมานอย่างไร้ความปราณี ณ บ้านของตระกูลหลี่ในเผ่าจิ้งจอก หลี่ชางไห่ถูกมัดติดกับเสาร์บ้านและถูกแม่เลี้ยงของนางเฆี่ยนตีโดยไม่มีทีท่าว่าจะเบามือลงเลย จนกระทั่งพ่อของนางกลับมาถึงและห้ามไว้
“หยุดได้แล้ว!!! นี่เ้าทำอะไรของเ้าเนี้ย นางจะตายคามือเ้าอยู่แล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือไง!!!”
“หากท่านรู้ว่าวันนี้ลูกสาวสุดที่รักของท่านไปทำอะไรมา ท่านจะไม่พูดกับข้าเช่นนี้และไม่แน่ว่าคนที่ถือไม้ตีนาง อาจจะเป็ท่านแทน!!!”
“นางทำไร ชางไห่...บอกพ่อซิ เ้าไปทำอะไรมา?”
“เอ่อ คือ ลูก......ลูก....” ชางไห่แทบจะไม่มีแรงพูดตอบโต้ผู้เป็พ่อ เพราะนางโดนแม่เลี้ยงทำร้ายแทบจะปางตายแล้ว เนื้อตัวเต็มไปด้วยาแจากรอยหวายเืชุ่มไปหมด
“ว่ายังไง ชางไห่ เ้าไปทำอะไรมา?”
“ลูกสาวตัวดีของท่านไปให้ท่านายทหารในเผ่าั นางยอมให้เขากอดราวกับนางไม่มีศักดิ์ศรีของลูกหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกเลย ดูท่านางจะตกหลุมรักคนที่แก่กว่านางเป็ร้อยปีด้วยซ้ำ”
“....ท่านพ่อ.....ลูก...เฮือก!!!” ชางไห่ไม่ทันจะได้อธิบายอะไร นางทนพิษาแไม่ไหวจึงหมดสติไปเสียก่อน พ่อของนางสั่งให้สาวใช้พานางกลับไปพักที่ห้องก่อนโดยไม่ได้ไต่สวนอะไรเพิ่มเพราะเขาเห็นว่าที่นางโดนมานั้นมันก็แทบปางตายอยู่แล้ว
“ท่านพี่ ท่านจะไม่ลงโทษอะไรนางบ้างเลยหรือ นางทำให้เผ่าจิ้งจอกของเราต้องอับอายนะเ้าคะ!!!”
“เ้าตีนางจนนางหมดสติขนาดนี้แล้ว เ้ายังไม่พอใจอีกหรือไง!!!” ผู้เป็พ่อไม่รอช้ารีบเดินตามชางไห่ไปที่ห้องเพื่อทำแผลและเช็ดตัวให้ ซึ่งเื่นี้สร้างความไม่พอใจให้กับแม่เลี้ยงเป็อย่างมาก นางเดินหน้าบึ้งเขาไปในห้องลูกสาวอีกคน ซึ่งลูกสาวคนนี้เป็ลูกสาวแท้ๆของนาง ทันทีที่เข้ามาถึงภายในห้องก็มีแต่กลิ่นน้ำหอม เครื่องประทินโฉมโชยไปทั่วทุกซอกทุกมุม หญิงสาววัยไล่เลี่ยกับชางไห่กำลังนั่งให้สาวใช้แต่งหน้าแต่งตัวให้อยู่
“เฮ้อ พ่อของเ้านี่ไม่เคยได้ใจแม่เลย”
“ทะเลาะกันอีกแล้วหรือเ้าคะ ข้าเริ่มจะรำคาญแล้วสิ คราวนี้เื่อะไรหรือเ้าคะ?”
“ก็เื่นังชางไห่นั่นแหละ วันนี้แม่จะตีมันแต่พ่อเ้ากลับมาห้ามแม่ไว้”
“คราวนี้นางทำผิดอะไรอีกล่ะเ้าคะ?”
“นางให้ท่าทหารในเผ่าัน่ะสิ แม่อุตส่าห์ให้ไปช่วยงานกลับไปเดินเร่ให้เขากอดเสียนี่ รู้ถึงไหนอับอายถึงนั่น!!!”
“กอดหรือเ้าคะ!!! แล้วคนที่กอดนางหล่อไหมเ้าคะท่านแม่?”
“หล่อแต่จนก็ไม่เหมาะสมกับเผ่าจิ้งจอกของเราหรอก แต่กับนางอาจจะเหมาะก็ได้ เพราะนางเองก็คงหาที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ว่าแต่เ้าเถอะห้ามทำตัวแบบนางเด็ดขาด!!!”
“โถ่ท่านแม่ ท่านก็รู้ว่าลูกไม่ไฝ่ต่ำถึงเพียงนั้นเพราะลูกไม่ใช่นางนะเ้าคะ”
“ดีมากลูกแม่ เ้าคือความหวังของเผ่าเรา ไม่แน่ว่าต่อไปเ้าอาจจะได้สืบทอดเผ่าจิ้งจอกต่อจากพ่อเ้า” เด็กหญิงยิ้มและหันไปให้สาวใช้แต่งหน้าแต่งตัวให้ตามเดิม เด็กหญิงคนนี้ชื่อว่าหลี่ชิวสุ่ย ลูกสาวแท้ๆของแม่เลี้ยง เด็กทั้งสองคนถูกดูแลเลี้ยงดูมาด้วยกันภายใต้การอบรมเลี้ยงดูของเหมยอิงภรรยาคนใหม่ของพ่อชางไห่ เนื่องด้วยพ่อของเขามักจะออกไปล่าสัตว์อยู่เป็ประจำทั้งชางไห่และชิว-สุ่ยจึงต้องใช้ชีวิตตามคำสั่งของแม่เลี้ยง ทว่า นางกลับเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสองแตกต่างกัน หลี่ชิวสุ่ยถูกเลี้ยงดูดุจไข่ในหิน ส่วนชางไห่นั้นถูกข่มเหงใช้งานสารพัดเยี่ยงทาส แต่นางก็ไม่เคยปริปากอะไรเพราะนางถูกแม่เลี้ยงขู่ไว้ว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่ง นางจะโดนไล่ออกจากบ้านและแน่นอนว่านางไม่มีที่อื่นให้ไปแล้วอีกทั้งไม่อยากทิ้งพ่อของนางไว้กับสองแม่ลูกคู่นี้ นางจึงต้องทนอยู่ในสภาพนี้โดยขัดอะไรมิได้