ทันทีที่หวังซีผอแง้มมุมม่านออกหานอวิ๋นซีก็เหยียบมือนางแล้วถามอย่างขุ่นมัวว่า “ยังไม่ถึงฤกษ์เ้าจะให้ข้าลงจากเกี้ยวแล้วหรือ?”
“ไม่ ไม่! ขะ...ข้าสะเพร่าเอง!” หวังซีผอพูดซ้ำๆอดทนต่อความเ็ปและไม่กล้าที่จะกรีดร้องออกมา
จากนั้นหานอวิ๋นซีก็ปล่อยนางเก็บเท้ากลับอย่างสง่างามและเอนกายลงบนเก้าอี้เกี้ยวอย่างเกียจคร้าน
ตระกูลหานข่มเหงนางด้วยวิธีต่างๆ อยู่เสมอทว่าก็ไม่ได้ปฏิบัติกับนางอย่างเลวร้ายในพิธีอภิเษกนี้เก้าอี้เกี้ยวกว้างและสบายมากพอให้นางนอนหลับ
นางคงไม่โง่ถึงขนาดกลับไปแล้วมาใหม่พรุ่งนี้จริงๆ หรอก หากกลับไปจริงๆละก็ อาจมีบางอย่างทำให้มาไม่ทันฤกษ์ในวันพรุ่งนี้ก็เป็ได้
จวนฉินอ๋องไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งการอภิเษก ด้วยเพราะเป็คำสั่งของฮ่องเต้แต่สามารถผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ได้และสุดท้ายก็คือตัวนางเองที่ต้องทนทุกข์ทรมาน
แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะไม่้าแต่งงานก็ตามแต่นางก็รู้ว่าอย่างไรก็จำเป็ต้องเข้าไปอยู่ในจวนฉินอ๋อง มิฉะนั้น ในท้ายที่สุดพระราชวังจะตำหนินางและผลักไสนางออกไปให้ตายเป็ผี
การอภิเษกของฉินอ๋องและนางเป็ที่ฮือฮาไปทั้งเมืองนางรออยู่ที่ประตูจวนฉินอ๋องนานขนาดนี้เื่ต้องแพร่งพรายไปถึงวังหลวงอย่างแน่นอน ตราบใดที่วังหลวงให้ความสนใจพรุ่งนี้จวนฉินอ๋องต้องเปิดประตูให้นาง ถึงจะไม่เต็มใจที่จะเปิดก็ตาม!!
เมื่อคิดเช่นนี้ หานอวิ๋นซีก็เปลี่ยนไปอยู่ในท่าที่สบายและนอนหลับไป
ขณะเดียวกัน อี้ไท่เฟยที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายก็ไม่สามารถนอนหลับได้นางรีบมาที่ประตูด้านข้างของจวนฉินอ๋องด้วยตนเอง แล้วมองผ่านรอยแตกของประตูก็เห็นข้างนอกเต็มไปด้วยสีแดงของงานเฉลิมฉลองใบหน้าที่อิ่มเอมของนางก็เปลี่ยนเป็มืดมน
“หมู่เฟย หานอวิ๋นซีเป็ผู้หญิงที่แปลกเหลือเกินคนข้างนอกต่างพูดว่านางเป็คนขี้ขลาด ทำไมวันนี้ถึงกล้าได้กล้าเสียเช่นนี้เล่า?เมื่อครู่วังหลวงก็ส่งคนมาถามว่าเกิดเื่อะไรขึ้นหรือไม่”มู่หรงหว่านหรูพูดด้วยสีหน้ากังวล
นางเป็บุตรสาวบุญธรรมของอี้ไท่เฟย อ่อนโยน ฉลาด และเชื่อฟังรับใช้อี้ไท่เฟยมาั้แ่เด็กนางห่วงใยอี้ไท่เฟยยิ่งกว่าบุตรสาวของอี้ไท่เฟยเองเสียอีก และคำว่า “หมู่เฟย”ก็แสดงถึงสถานะของนางในจวนฉินอ๋อง
“เ้าคนอัปลักษณ์ หาเื่ข้าถึงหน้าประตูจวนเลยสินะ?” อี้ไท่เฟยหรี่ตามองอย่างน่ากลัวดีดนิ้วส่งสัญญาณให้มู่หรงหว่านหรูส่งคนไปจัดการ
หรงหว่านหรูเผยสีหน้าตื่นตระหนก “หมู่เฟย! มันคงไม่ดีหากนางตายที่หน้าจวนของเราแล้วฮ่องเต้จะไม่โทษว่าเป็ความผิดของพี่ชายหรือไร?”
นอกจากนี้ยังมียามอยู่รอบๆ ประตูจวนฉินอ๋องมันไม่สมเหตุสมผลเลยที่คนคนหนึ่งจะตายที่หน้าประตูเช่นนี้แล้วฮ่องเต้ก็จะยิ่งให้ความสนใจกับเื่นี้อย่างแน่นอน
อี้ไท่เฟยไม่ได้เป็คนโง่ เมื่อนางคิดอย่างรอบคอบก็เข้าใจเหตุผลนี้ได้ในทันที“เข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็ให้นางอยู่ที่นี่ไป! ชิทำไมเ้าคนอัปลักษณ์ผู้นี้ถึงเ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้นะ?”
“หมู่เฟย เราควรทำอย่างไรดี หากถึงฤกษ์งามยามดีในวันพรุ่งนี้เราจะเปิดประตูหรือไม่?” มู่หรงหว่านหรูถามอย่างหมดหนทาง
“ฮึ่ย ถ้าอยากเข้าประตูนี้มากนัก ก็ปล่อยให้นางเข้ามาข้าอยากรู้เหลือเกินว่านางจะอยู่ได้นานแค่ไหนเชียว!”
อี้ไท่เฟยแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวอย่างไรก็ตามในจวนฉินอ๋องมีการป้องกันอย่างแ่า ไม่ว่าเื่จะใหญ่แค่ไหนก็ไม่สามารถแพร่งพรายออกไปได้
มู่หรงหว่านหรูพยักหน้าอย่างจำใจ ทว่าในแววตากลับเผยความพึงพอใจออกมา
นางเฝ้ารอให้หานอวิ๋นซีแต่งงานมานานแล้วและอี้ไท่เฟยมีความตั้งใจจะหมั้นหมายนางกับฉินอ๋องแต่น่าเสียดายที่นางมาจากภูมิหลังที่ต่ำต้อยจึงไม่สามารถเป็พระชายาเอกได้และเป็ได้แค่พระชายารองเท่านั้นนางกลัวว่าตำแหน่งชายาพระเอกจะถูกคนที่มีอำนาจคนอื่นแย่งไป
ผู้หญิงเสียโฉมอย่างหานอวิ๋นซีเป็เพียงเครื่องมือที่ฮ่องเต้ใช้เพื่อทำให้ฉินอ๋องอับอาย มีแต่จะทำให้ฉินอ๋องกับหมู่เฟยรังเกียจไม่แยแสและไม่มีที่ยืนอย่างแน่นอนและหากว่าพระชายาเอกของฉินอ๋องที่ไท่เฮากำหนดตายไปแล้ว ตำแหน่งก็ต้องว่างดังนั้นวิธีการนี้มันจึงเหมาะสมที่สุดสำหรับนาง
มู่หรงหว่านหรูอารมณ์ดี จับมืออี้ไท่เฟยและค่อยๆเดินไปกับนางอย่างระมัดระวัง
“เฮ้อ หากไท่เฮายกเ้าให้เฟยเยี่ยชีวิตนี้ถือว่าข้าได้ทำตามความปรารถนาแล้ว” ไท่อี้เฟยตบมือของมู่หรงหว่านหรูเบาๆด้วยท่าทางโศกเศร้า
“หมู่เฟย หว่านหรูคิดแค่เพียงอยากจะรับใช้ท่านไปตลอดชีวิตเท่านั้น”มู่หรงหว่านหรูรีบพูดออกมา
“การเป็ลูกสะใภ้ของข้าก็สามารถรับใช้ไปได้ตลอดชีวิตได้เหมือนกันหากมีเวลาว่างละก็ ไปอยู่ที่ห้องตำราฉินอ๋องให้บ่อยขึ้น เข้าใจหรือไม่?” อี้ไท่เฟยพูดด้วยรอยยิ้ม
มู่หรงหว่านหรูหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าลงอี้ไท่เฟยที่เห็นท่าทางที่น่าเอ็นดูของนาง ก็ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก
“หมู่เฟย คืนนี้ฉินอ๋องควรจะกลับมาได้แล้วไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้ใครจะเตะคานเกี้ยวเ้าสาวล่ะ?” มู่หรงหว่านหรูถามอีกครั้ง
“ไม่มีใครเตะก็ดีนะสิ ให้นางรอในเกี้ยวแบบนั้นต่อไปนั่นแหละ”น้ำเสียงของอี้ไท่เฟยพูดอย่างสบายๆ ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ