12
ตอนที่ 12
“พ่อ..ท่านพ่อ...”
เหลิงเจียวเจียวกระตุกแขนเสื้อของเหลิวหยวนหลงอย่างแ่เบา รูปสภาพยามนี้ของหญิงสาวช่างน่าสมเพชเกินบรรยาย นางกล่าวทั้งน้ำตาร่ำไห้ขึ้นว่า
“ท่านต้องล้างแค้นให้ข้า...ให้ลูกสาวคนนี้...”
“ภารกิจที่สายหลักส่งมอบมาให้ หลู่อวี๋สาวรับใช้ของลูกยังไม่กลับมาจวบจนตอนนี้ เกรงว่านี่หาใช่เื่เล็กน้อยแล้ว...”
เหลิงเจียวเจียวฝืนพูดมากเกินไปจนสำลักเืสด ต้องบ้วนคายออกมาคำโต น้ำตาก็ยังเอ่อล้นผ่านดวงตาทั้งสองข้างไม่มีหยุด
เหลิงหยวนหลงรู้สึกะเืใจแทบรับไม่ได้ ขมวดคิ้วแน่นสีหน้าแววตาตั้งมั่น กุมมือของผู้เป็บุตรสาวกระชับและให้สัญญาด้วยวาจาหนักแน่นว่า
“ไม่ต้องห่วงลูกพ่อ! พ่อคนนี้จะไม่มีทางปล่อยนังเดรัจฉานนั่นไปโดยเปล่าแน่นอน! คราวนี้เป็ถึงคำสั่งจากท่านประมุขสายหลักโดยตรง ท่านจะต้องปกป้องพวกเราแน่แท้!”
“ขอบคุณ..ท่านพ่อ...”
เหลิงเจียวเจียวพยักหน้า ฝืนกล่าวต่อว่า
“แต่พิษในร่างกายของลูก...”
เหมือนว่านางลังเลใจที่จะพูดเกี่ยวกับเื่นี้ แต่ได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าการแสดงออกของเหลิงหยวนหลงพลันมืดทมิฬลงโดยพลัน ปิดปากเงียบอยู่สักครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปากสนทนาอีกสองสามคำ ก่นน้ำเสียงหนักแน่นปนโทสะลอดผ่านไรฟัน เพื่อขอให้ผู้เป็บุตรสาวจงมั่นใจ
“พ่อจะหาทางช่วยลูกเอง!”
….
เหลิงหยุนเจียวตื่นมาแต่เช้าตรู่ ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าและรับประทานอย่างว่องไว จากนั้นค่อยจูงมือเหลิงเจียวเหนียงเดินตรงไปที่คลังเก็บสมบัติประจำตระกูลเหลิง
เื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งจวนตระกูลเหลิง
กระทั่งยามองครักษ์สองคนที่มีหน้าที่เฝ้าคลังวันนี้ได้เห็นการมาถึงของสองแม่ลูก พวกเขาถึงกับมีสีหน้าซีดเผือด รีบก้มหน้าก้มตาทำเป็มองไม่เห็น และไม่กล้าวิ่งแจ้นปากสว่างไปรายงานประมุขด้วยเช่นกัน
เหลิงหยุนเจียวผ่านเข้าประตูคลังสมบัติได้อย่างง่ายดาย และกำลังกวาดเอาผลึกิญญาที่มีความบริสุทธิ์สูงเข้าถุงกระสอบซึ่งนำติดตัวมา ยืนคัดแยกของดีและไม่ดีกับลูกชายด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายอยู่สักครู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงะโลั่นด้วยความโกรธจัดดังขึ้นจากด้านนอก
“เหลิงหยุนเจียว! เ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่!?”
เหลิงหยวนหลงปรากฏตัวขึ้นพร้อมปรี่รีบข้ามประตูเข้ามา ดวงตาเบิกกว้างแทบถลนเดือดดาล สีหน้าท่าทางการแสดงออกดูโเี้ราวกับ้าฉีกกระชากร่างของหญิงสาวตรงหน้าให้แยกเป็ชิ้นๆ
เหลิงหยุนเจียวหมุนตัวเปลี่ยนเป็ท่ายืนพิงกำแพงอย่างเกียจคร้าน สองมือกอดแผ่นอกแน่น จ้องหน้าเหลิงหยวนหลงพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยขึ้นว่า
“โอ้? ปรากฏว่าเป็ท่านประมุขที่มาเยี่ยมเยือน แต่ไฉนสีหน้าดูหมองคล้ำ ดวงตายังแดงก่ำ สงสัยเมื่อคืนคงจะไม่ได้นอน?”
สภาพใบหน้าของเหลิงหยวนหลงในเวลานี้ดูอิดโรยกว่าเมื่อวานมาก โดยเฉพาะกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็สีแดงก่ำไม่ต่างจากคนอดหลับอดนอน ลมหายใจที่ไม่เสถียรผสานเข้ากับร่องรอยจิตสังหารที่แผ่ออกมาตลอดเวลาจนััได้ไม่ยาก
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบ เหลิงหยุนเจียวจึงอ้าปากหาววอดใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย ดูท่าทางจะเริ่มง่วงขึ้นมาเล็กน้อย
“เมื่อวานต้องมอบโอสถรงับพิษให้พี่เจียวเจียว ข้าจึงเสียสมุนไพรอันมีค่าไปไม่น้อย”
จะบอกว่ายอมให้โอสถระงับพิษกับเหลิงเจียวเจียวโดยไม่คิดสักแดง ก็คงเป็ไปไม่ได้จริงหรือไม่?
นางไม่ใช่พวกคนใจบุญสุนทานชอบสร้างกุศลเสียหน่อย
ทุกคำพูดที่เหลิงหยุนเจียวเปิดปากเอ่ยออกมา ล้วนแต่มีเหตุผลที่ถูกคิดมาเป็อย่างดีรองรับทั้งสิ้น
เหลิงหยวนหลงยิ่งทวีความโกรธมากเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยิน เขาเดือดดาลสุดขั้วจนพูดไม่ออก และถึงกับยืดคอจับจ้องเหลิงหยุนเจียวตาเขม็งราวกับจะกินเืกินเนื้อ
บนมือเล็กจิ๋วของเหลิงเจียวเหนียงยังคงกำผลึกิญญาความบริสุทธิ์สูงก้อนหนึ่งเอาไว้แน่น
และถุงกระสอบอีกสองใบที่เหลิงหยุนเจียวสะพายอยู่บนหลังก็ยังอ้วนท้วมสมบูรณ์ คาดได้ว่าภายในนั้นคงเต็มไปด้วยผลึกิญญาจำนวนมากบรรจุอัดกันอยู่ ซึ่งบนชั้นเก็บของรอบข้างก็กลายเป็ความว่างเปล่าเกือบหมด
สองแม่ลูกคู่นี้มันหน้าเืเกินไปแล้ว!
สีหน้าของเหลิงหยวนหลงบิดเบี้ยวน่าเกลียดเกินบรรยาย เค้นเสียงเล็ดลอดผ่านซอกฝันอย่างเหี้ยมเกรียมว่า
“คุณหนูหก ถึงแม้ท่านจะเก็บค่าโอสถระงับพิษเมื่อวาน แต่ที่ขนไปมันไม่มากเกินไปหน่อยกระมัง?”
“มากเกินไปงั้นรึ?”
เหลิงหยุนเจียวแสร้งยกมือป้องปากทำเป็ประหลาดใจ
“ข้าเกรงว่าท่านประมุขจะเข้าใจผิดแล้ว ควรทราบโอสถระงับพิษที่ให้ไปเมื่อวาน กอปรไปด้วยสมุนไพรล้ำค่ามากชนิดเพียงใด สำหรับผลึกิญญาเหล่านี้ยังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ แต่เห็นว่าเราสองต่างเป็คนตระกูลเดียวกัน ข้าจึงเมตตาลดให้”
“หรือเป็ไปได้ไหมว่า...ท่านประมุขจะเห็นผลึกิญญาเหล่านี้มีค่ามากกว่าชีวิตของบุตรสาวตัวเอง?”
เมื่อได้ยินประโยคเช่นนี้ เหลิงหยวนหลงก็รู้สึกปวดร้าวดวงใจขึ้นพลัน หากเขาตอบว่าใช่ขึ้นมาจริงๆ มีหวังนังสารเลวคนนี้จะไม่มีทางหลอมกลั่นโอสถระงับพิษให้แก่เหลิงเจียวเจียวอีกอย่างแน่นอน
“ไม่...ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”
เหลิงหยวนหลงจำใจตอบ สีหน้าแววตาดูเศร้าสลดลงหลายส่วน แต่ทันใดนั้นก็มีสุ้มเสียงสดใสฟังเด่นชัดของเหลิงเจียวเหนียงดังขึ้นแทรกขึ้นมา
“แม่จ๋า เต็มจนยัดกระสอบไม่ไหวแล้วขอรับ”
เมื่อมองผลึกิญญาที่ยัดใส่ถุงกระสอบทั้งสามใบ ซึ่งแต่ละใบล้วนมีความสูงเกือบเท่าเหลิงเจียวเหนียงทั้งคน เหลิงหยุนเจียวก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ดีมากเ้าหนู ยัดได้เร็วใช้ได้”
เหลิงหยุนเจียวยกมือขึ้นลูบศีรษะของเหลิงเจียวเหนียงพร้อมเอ่ยปากชื่นชม เหลิงหยวนหลงที่เห็นถุงกระสอบบรรจุผลึกิญญาทั้งสามใบเ่าั้ สีหน้าก็มืดดำสนิทราวกับก้นหม้อไหม้เกรียม
ขณะที่เหลิงหยุนเจียวจูงมือลูกชายตัวเองเดินผ่านหน้าเหลิงหยวนหลง นางยังหันมากล่าวอีกว่า
“ผลึกิญญาเหล่านี้ล้วนได้รับการอนุเคราะห์จากท่านประมุขตระกูลเหลิงของเรา เอาล่ะ รีบพูดขอบคุณเขาเร็ว”
เหลิงเจียวเหนียงเงยหน้ามองเหลิงหยุนเจียวอยู่เล็กน้อย ก่อนจะชำเลืองไปทางท่านประมุขตระกูลที่กำลังปั้นสีหน้าราวกับจะร้องไห้
นี่ดูเหมือนกับว่า พวกเขากำลังมากลั่นแกล้งท่านประมุขตระกูลอยู่หรือไม่?