ในเวลาสาย เ้าจอมนั่งทำตาปริบ ๆ หลังหายจากจับไข้โดยมีพี่เปรมบดินทร์คอยดูแล ด้วยยังไม่กล้าที่จะออกไปวิ่งซุกซนที่ใด ดวงตากลมโตจึ่งทำได้เพียงมองคนพี่นั่งคัดตำราอยู่ไม่ห่าง วันนี้เขาไม่ได้ไปฝึกซ้อมที่เรือนพ่อครูปลั่งด้วยพี่เปรมเกรงว่าจักกลับไปจับไข้อีก แต่ตอนนี้เ้าเด็กเบื่อเหลือแสน และเปรมบดินทร์ก็เพิ่งจะคัดตำราเสร็จพอดิบพอดี
"เบื่อหรือเ้าจอม"
พี่เปรมหันหน้าไปถามเด็กน้อย เ้าเด็กทำหน้าครุ่นคิดเพียงครู่ แต่กลับไม่กล้าที่จะเอ่ยตอบ เห็นดังนั้นคนพี่จึ่งลุกขึ้นเก็บตำรับตำราแล้วเดินเข้าไปหาเด็กเล็กที่นั่งอยู่บนตั่งกลางเรือน
"พี่ถามเหตุใดจึ่งไม่ตอบพี่เล่าเ้าจอมแสบ"
"น้องไม่ได้เบื่อขอรับ เพียงแต่ตอนนี้น้องเพียงแค่คิดถึงคุณยายจันทร์ขอรับ"
"เช่นนั้นหรือ"
"ขอรับ"
"ลุกมานี่มา"
เปรมบดินทร์ดึงน้องให้ลุกขึ้นก่อนจะพาไปยังห้องอาบน้ำ
"จะไปไหนหรือขอรับ"
"ก็จะพาไปดูั์วัดอรุณฯน่ะซี อีกไม่กี่เพลาพี่และเ้าจอมแสบก็จะกลับไปเล่าเรียนแล้ว เช่นนั้นวันนี้จะพาไปดูั์ดังเช่นเคยกล่าวไว้"
เปรมบดินทร์จับจูงน้องเข้ามาในห้องอาบน้ำ จัดแจงปลดเปลื้องเสื้อผ้าจนร่างเล็กเปลือยเปล่า ถอนหายใจเสียหนึ่งหนเมื่อเห็นร่องรอยของก้านมะยมยังหลงเหลืออยู่บนก้นเ้าตัวเล็ก
" จริงด้วยขอรับ อีกไม่กี่เพลาก็ต้องกลับไปเรียนแล้ว ยังไม่อยากกลับแปลงนามเลยขอรับ"
"กลับไปเล่าเรียนเถิดหนา ประเดี๋ยวปิดภาคแล้วค่อยกลับมาเที่ยวเล่น"
"พี่เปรมก็จะกลับมา่ปิดภาคใช่ไหมขอรับ"
" ใช่ซี อาบพอแล้วเ้าจอมประเดี๋ยวจะกลับไปจับไข้อีกหน"
ราดน้ำล้างตัวทั่วร่างเล็กแล้วห่อพันด้วยผ้าก่อนจะอุ้มออกมาแต่งตัวจนเรียบร้อยหอมกรุ่น
"รู้สึกไม่สบายตัวหรือไม่เ้าจอม"
" ไม่ขอรับ พี่เปรมจะพาน้องไปดูแต่เพียงั์หรือขอรับ"
" แล้วอยากไปที่ใดอีก เดินตลาดไหวหรือไม่"
" ไหวขอรับ แวะตลาดด้วยซีขอรับ"
" ก็ย่อมได้ ไปกันเถิดหนา ประเดี๋ยวแดดจะยิ่งร้อน"
เปรมบดินทร์จูงมือน้องไปที่รถยนต์ การเดินทางครั้งนี้พวกเขาทั้งคู่ใช้รถยนต์เพราะเห็นเปนที่สะดวกสบายกว่าพายเรือหรือรถเมล์โดยสาร เ้าเด็กจึ่งได้นั่งยิ้มแต้ยามเมื่อคนพี่กำลังขับพาไปยังวัดอรุณราชวราราม
" ั์ตัวโตมากโขหนาพี่เปรม"
" เปนเช่นนั้น แล้วอย่างไร คล้ายกับที่คิดไว้หรือไม่"
ด้วยซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถนั้นมีั์ยืนเฝ้าอยู่ถึงสองคือ ั์กายสีขาว แลั์กายสีเขียว เป็ั์ศิลปะแบบจีน เปนปูนปั้นแลประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี มือถือตะบองใหญ่เป็อาวุธ
"คล้ายขอรับ แล้วเหตุใดจึ่งเรียกั์วัดแจ้งขอรับ"
"แต่เดิมชื่อวัดแจ้งน่ะซี ภายหลังจึ่งเปลี่ยนมาเปนวัดอรุณราชวราราม"
"อ้อ"
"ไปไหว้องค์พระประธานในอุโบสถประเดี๋ยวเถิด"
จับจูงมือน้องเข้าไปไหว้พระประธานในอุโบสถ คนน้องแลคนพี่ก้มกราบเสร็จแล้วจึ่งนั่งชมองค์พระประธานอยู่เพียงครู่
" งามนักขอรับ"
" พระประธานองค์นี้มีนามว่าพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก"
" ทวนอีกรอบได้ไหมขอรับ"
เ้าเด็กทำหน้ายุ่งด้วยฟังชื่อมิทัน
"พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก"
"อ้อ พี่เปรมเก่งจังขอรับ"
"หากตั้งใจเล่าเรียนก็จะเก่งเช่นนี้ ปะ ไปตลาดกัน"
ตลาดที่ว่าคือตลาดแถวย่านบางลำพู อันที่จริงไม่ใคร่จะเรียกตลาดได้นัก เหตุเพราะเปรมบดินทร์พาน้องมายังย่านที่เปนแหล่งค้าขายเครื่องดนตรีไทยแลเรือนสอนดนตรีไทยในย่านนี้ เ้าจอมทำตาโตเดินตามผู้พี่ไม่ห่าง ยามอยู่ภายในร้านซื้อขายเครื่องดนตรี เขาหมายใจจักซื้อบางสิ่งบางอย่างให้น้อง
"มาทางนี้เ้าจอม"
จับจูงน้องมาตรงหน้ารางระนาดหลายราง ดวงตากลมโตของเ้าจอมเกิดประกายสนใจใคร่ถูกอกถูกใจและตื่นเต้นกับเครื่องดนตรีตรงหน้า
"เรียนฆ้องใกล้จบหรือยัง"
"อีกสองเพลงขอรับ หากจบแล้วพี่กล้าว่าจักได้สอนตีเครื่องดนตรีอื่นได้"
"อ้อ งั้นก็ยังไม่ควรรีบร้อน คราวหน้าพี่จักพามาอีกหน วันนี้มาเลือกไม้แข็งไปก่อน พี่จักซื้อให้"
"พี่เปรมขอรับ วันก่อนน้องเพิ่งได้รับจากท่านเ้าคุณไปเองนะขอรับ"
"วันก่อนที่เ้าคุณพ่อให้เปนแบบไม้นวม พี่จะซื้อแบบไม้แข็งให้ ผู้ใหญ่ให้ของมิควรขัดหนาเ้าจอม"
"พี่เปรมขอรับ แต่.... "
" รับไว้เถิด พี่เพียงแค่อยากซื้อให้ คิดว่าเปนของปลอบขวัญก็ได้หนา อ้อ ช่วยพี่เลือกให้พ่อกล้าด้วยคู่หนึ่ง แต่อย่าได้เลือกคล้ายกันมากนัก เดี๋ยวจักหลงลืมปะปนกัน"
" ขอรับ ขอบพระคุณพี่เปรมมากขอรับ"
น้องยกมือไหว้ เปรมบดินทร์ยกมือรับไว้ ก่อนปล่อยให้เ้าเด็กได้เลือกไม้แข็งที่ชอบ จวบจนกระทั่งจ่ายอัฐเรียบร้อย จึ่งย่อตัวลงอุ้มน้องขึ้นมาเนื่องด้วยอากาศที่ร้อน หากปล่อยให้เดินตามคงช้ากว่าจะเดินถ้วนทั่ว
เปรมดินทร์ได้ขลุ่ยมาหนึ่งเลา เนื่องด้วยที่มีอยู่ที่เรือนเล็กนั้นใช้มานานหลายปีแล้ว
"ร้อนมากหรือ"
"นิดหน่อยขอรับ"
เอ่ยถามเมื่อเห็นเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าเล็ก เปรมบดินทร์ลังเล เขาอยากพาน้องไปทานข้าวแช่ เพราะไหน ๆ ก็มาถึงย่านบางลำพูแล้ว ข้าวแช่จึ่งเปนของว่างคลายร้อนที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คิดไต่ตรองในใจก็พาเ้าเด็กเดินจ้ำอ้าวขึ้นรถลัดเลาะไปยังปลายทางที่มีร้านขายข้าวแช่อันเลื่องชื่อ
"กินข้าวแช่กันสักประเดี๋ยวเถิด เคยกินหรือไม่"
"เคยขอรับ เพียงแต่นาน ๆ หนขอรับ"
"งั้นซี ข้าวแช่ที่นี่เลื่องชื่อนัก ไปกันเถอะ"
จับจูงน้องเข้ามาในร้านแล้วสั่งข้าวแช่มาคนละ ๑ ชุด ใน่เพลานี้เปน่เพลาเที่ยงพอดิบพอดี ผู้คนจึ่งเยอะกว่าปกติ
"พอจะกินได้ไหม"
สำรับข้าวแช่พร้อมอาหารเคียงถูกวางลงเบื้องหน้า มีข้าวแช่ ๒ ถ้วย แลกับข้าวอีก ๔ อย่าง คือ หมูฝอย ปลาหวาน ลูกกะปิทอด ผัดหัวไชโป๊ และน้ำลอยดอกมะลิ ซึ่งเปรมบดินทร์แลกจานหมูฝอยกับผัดหัวไชโป๊กับเ้าเด็กด้วยคิดว่าเ้าจอมคงไม่ทาน
"กินได้ขอรับ ผัดหัวไชโป๊จอมก็กินได้นะขอรับ"
เนื่องด้วยทางบ้านมีเชื้อสายจีน ดังนั้นเขาจึ่งกินผัดหัวไชโป๊ได้
"อ้อ เ้าจอมอ้าปาก"
คนพี่ตักลูกกะปิจ่อริมฝีปากคนน้องรอจนเด็กน้อยอ้าปากรับแล้วช้อนตักข้าวแช่ป้อนให้ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ ซึ่งเปนวิธีทานข้าวแช่ตามตำรับแท้ เ้าเด็กก็ว่าง่ายพี่ป้อนอะไรให้ก็อ้าปากรับแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ รสเค็มของลูกกะปิ ที่ตามด้วยข้าวแช่และน้ำลอยดอกมะลิหอม ๆ นั้นชื่นใจมากใน่อากาศร้อนเช่นนี้
"รสดีไหม"
"รสดีขอรับ อ๊ะหมูฝอย"
อ้าปากรับหมูฝอยเข้าปากซึ่งมีรสหวานช่วยตัดกับรสเค็มก่อนหน้านั้นช่างละมุนลิ้นยิ่งนัก เ้าจอมเพลิดเพลินกับของว่างมื้อนี้เปนอย่างมาก
"อิ่มหรือยัง หือ"
"อิ่มแล้วขอรับ"
ตอบหลังจากที่ดื่มน้ำใบเตยหอมเข้าไปขันใหญ่ ท่าทางของคนเปนน้องชวนให้เปรมบดินทร์รู้สึกเอ็นดู จึ่งยื่นมือออกไปบีบแก้มกลม ๆ ที่แดงระเรื่อเพราะอากาศร้อนนั้นอย่างหยอกล้อ
"อยากไปที่ใดอีกไหม"
"พี่เปรมล่ะขอรับ มีที่ใดอยากไปหรือไม่ขอรับ"
" เด็กคนนี้ พี่ถามใช่ให้มาย้อนคำพี่กลับ"
"ขอโทษขอรับ น้องเพียงแต่อยากให้พี่เปรมได้ทำกิจของพี่เปรมบ้างขอรับ ไม่ใคร่อยากให้ตามแต่ใจน้องเช่นนี้"
"พี่ไม่มีกิจงานกระไร จึ่งพาเที่ยวเล่นได้ หากวันใดที่พี่มีกิจมีงาน ก็ขอให้เข้าใจพี่ด้วยหนาว่าพี่ไม่อาจจะพาออกมาเที่ยวเล่นอย่างวันนี้ได้"
" ขอรับ ส่วนตอนนี้น้องอยากกลับเรือนขอรับ หากให้เดินอีกคงไม่ไหวแล้ว เพลียเหลือเกินขอรับ"
วงหน้าน่ารักเริ่มซีดอย่างฉายชัดถึงอาการอ่อนเพลียอย่างที่เ้าตัวว่า
" ก็เพิ่งฟื้นจากเจ็บไข้ มากลับเรือนกันเถิด"
เปรมบดินทร์จ่ายอัฐค่าอาหารแล้วจูงน้องออกมาจากร้าน แต่เ้าจอมที่ดูเหนื่อยเหลือประมาณก็ตัวลอยหวือด้วยคนพี่ก้มลงไปอุ้มขึ้นมา เ้าเด็กคงจะนึกชินเสียแล้ว จึ่งเอามือคล้องคอคนพี่แล้วเอนซุกไหล่
"เหนื่อยก็หลับเสีย ประเดี๋ยวถึงเรือนพี่จะปลุก"
" ขอรับพี่เปรม"
รับคำพร้อมกับผล็อยหลับไป แลคนพี่ก็ไม่ได้ปลุกยามเมื่อถึงเรือนดังคำว่าเพียงแต่อุ้มเ้าเด็กขึ้นไปนอนบนเตียงในหอนอนก็เท่านั้น
.............
Talk: มาแล้วเ้าข้าาาา หายไปหลายเพลาเลยย คิดถึงน้องจอมกับพี่เปรมกันละซี วันนี้เอาเกร็ดความรู้เื่วัดอรุณราชวรารามมาฝากนะคะ เพียงแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกค่ะ แต่วัดนี้สวยมาก ๆ เลยน๊า ใครเคยไปคงได้ชมพระปรางค์สวย ๆ ฝากแวะส่งกำลังใจแลไปวิ่งเล่นหน้าเรือนพี่เปรมได้ที่ #นิรันดร์กาลจารใจ นะคะ
วัดอรุณราชวราราม เป็วัดโบราณที่มีมาั้แ่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า "วัดมะกอก" แต่เมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระเ้าตากสินมหาราช มีพระราชประสงค์ย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี โดยกรีธาทัพมาทางชลมารค และมาถึงหน้าวัดมะกอกเอารุ่งสาง จึงเปลี่ยนชื่อเป็ "วัดแจ้ง" จวบจนสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ เถลิงถวัลยราชสมบัติ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์เสด็จต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ จึงทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ โดยพระราชทานนามวัดว่า "วัดอรุณราชวราราม" ด้านซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถ จะมีั์วัดแจ้งที่มีชื่อเสียงยืนเฝ้าอยู่ ั์กายสีขาว มีชื่อว่า "สหัสเดชะ" ั์กายสีเขียว มีชื่อว่า "ทศกัณฐ์" เป็ั์ศิลปะแบบจีน ปูนปั้นประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี มือถือตะบองใหญ่เป็อาวุธ ตรงบริเวณหน้าซุ้มทางเข้าพระอุโบสถ แฝงไว้ด้วยคติความเชื่อในการทำหน้าที่เป็เทพพิทักษ์ ปกปักรักษาสถานที่สำคัญทางศาสนา พระอุโบสถ ประดิษฐานพระประธานชื่อว่า "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก" เป็พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือแท่นไพทีบนฐานชุกชี กล่าวกันว่ารัชกาลที่ ๒ ทรงปั้นวงพระพักตร์พระพุทธรูปองค์นี้ด้วยพระองค์เอง
ที่มา:https://travel.kapook.com/view177489m
ข้าวแช่ : ข้าวแช่นั้นกล่าวกันว่าเข้ามาในสยามพร้อมกับชาวมอญที่อพยพเข้ามา
ข้าวแช่มีองค์ประกอบหลัก ๔ อย่างได้แก่ข้าวนึ่งอบเทียน น้ำลอยดอกมะลิ น้ำแข็ง และเครื่องเคียง ซึ่งเครื่องเคียงจะแตกต่างกันไปตามสูตรของแต่ละร้าน แต่โดยทั่วไปแล้วมักประกอบด้วย๑.ลูกกะปิ ๒.หมูหรือเนื้อฝอย ๓.ปลาหยองหรือปลาหวาน และ ไชโป๊ผัด รวมไปถึงผักสดต่าง ๆ
ส่วนลำดับการทานข้าวแช่ ควรเริ่มต้นด้วยของคาวที่สุดก่อน ไล่จากลูกกะปิ ตามด้วยปลาหวาน และเครื่องคาวอื่นๆ ที่มี ไปจนถึงของหวานอย่างหมูฝอยไปตามลำดับเพื่อตัดรส
ที่มาข้อมูลและรูปภาพ
:https://thestandard.co/khaochae/