เสน่ห์.....แอร์สาว!!

    ตอนที่ 7: เที่ยวบินยาวสู่ดินแดนโรแมนติก

    ตอนที่ 7: เที่ยวบินยาวสู่ดินแดนโรแมนติก


    เสียงประกาศเตือนเที่ยวบินของสนามบินนานาชาตินาริตะดังก้องกังวานสลับภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ บรรยากาศยามสายที่เกตบอร์ดดิ้งคลาคล่ำไปด้วยผู้โดยสารนานาชาติที่เตรียมตัวเดินทางข้ามทวีป ฉันยืนจัดปกเสื้อยูนิฟอร์มสีแดงเพลิงรัดรูปของตัวเองอยู่หน้ากระจกในห้องพักรับรองลูกเรือ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าหวานที่แต่งแต้มไว้อย่างประณีตสะท้อนความงามที่เปล่งประกายกว่าวันแรกอย่างเห็นได้ชัด


    แม้ว่าร่างกายของฉันจะยังคงมีความรู้สึกเมื่อยล้าและตึงเบาๆ บริเวณช่องรักและกลีบเนื้ออุ่นจากการกรำศึกรักอันดุเดือดกับเรียวบนเสื่อทาทามิเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ทว่าความรู้สึกเ๮๣่า๲ั้๲กลับไม่ได้ทำให้ฉันอ่อนแรงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม... มันกลับเติมเต็มความมั่นใจในเสน่ห์และ 'ทักษะบนเตียง' ของฉันให้พุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่งอย่างน่าอัศจรรย์ การได้เรียนรู้ลีลาเล้าโลมสไตล์หนุ่มโฮสต์โตเกียวทำให้ฉันเข้าใจจังหวะการควบคุมอารมณ์ชายหนุ่มได้ดีขึ้น ผิวพรรณของฉันดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลราวกับได้รับการบำรุงด้วยโอสถทิพย์แห่งความสุขสม


    "แหมๆๆ ยัยเดมี่จ๊ะ!" เสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยของพี่ก้อยดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่เดินเข้ามาโอบเอวฉันจากด้านข้าง "เมื่อคืนแอบหนีไปทำอะไรมาจ๊ะแม่คุณ? ทำไมวันนี้หน้าตาดูสดชื่น ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีออร่าวิบวับขนาดนี้เนี่ย แอบไปทำสปาโคลนญี่ปุ่นมาหรือแอบไปฟัดกับหนุ่มโตเกียวมากันแน่จ๊ะ?"


    "อุ๊ย พี่ก้อยก็..." ฉันแกล้งทำตาโตเอามือทาบอก หัวเราะคิกคักกลบเกลื่อนความลับอันแสนหวาน "สปงสปาอะไรกันคะ อากาศโตเกียวมันดีต่างหากล่ะคะ ผิวเดมี่ก็เลยดูอิ่มน้ำสุขภาพดีตามธรรมชาติค่ะพี่ก้อยขา"


    "จ้ะ เชื่อก็บ้าแล้วจ้ะ ยัยเด็กแสบ ตาเยิ้มหวานฉ่ำขนาดนี้ระวังหนุ่มฝรั่งบนเครื่องจะหลงหัวปักหัวปำนะยะ" พี่ก้อยส่ายหัวขำๆ พลางช่วยดึงชายกระโปรงรัดรูปของฉันให้เข้าที่ "แต่เตรียมใจไว้ให้ดีนะยะ เที่ยวบินข้ามทวีปไปปารีสเที่ยวนี้บินยาวนานเกือบสิบสี่ชั่วโมงเต็ม ผู้โดยสารโซนเฟิรสต์คลาสและบิสซิเนสคลาสเต็มเอี๊ยดทุกลำดับที่นั่ง มีทั้งนักธุรกิจ มหาเศรษฐี และพวกสายแฟชั่นระดับโลกเพียบ งานหนักแน่นอนจ้ะ"


    "สบายมากค่ะพี่ก้อย สิบสี่ชั่วโมงบนฟากฟ้า... ถือเป็๲เวทีแสดงฝีมือและการบริการระดับพรีเมียมของเดมี่เลยค่ะ!" ฉันตอบรับอย่างมั่นใจเต็มร้อย


    พวกเราเดินขึ้นเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ลำใหญ่ที่จอดตระหง่านอยู่บนรันเวย์ แกลลีย์และเคบินชั้นหนึ่งถูกจัดเตรียมไว้อย่างหรูหราอลังการด้วยเบาะโดยสารแบบ Private Suite ที่มีประตูเลื่อนปิดมิดชิดเพื่อความเป็๲ส่วนตัวสูงสุด ฉันได้รับมอบหมายให้ประจำตำแหน่งดูแลผู้โดยสารแถวหน้าสุดฝั่งซ้าย ซึ่งเป็๲โซนของลูกค้าระดับท็อปพรีเมียม


    เมื่อถึงเวลาบอร์ดดิ้ง ผู้โดยสารชั้นหนึ่งเริ่มทยอยเดินเข้าสู่เคบิน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมหรูหราระดับเคาน์เตอร์ปารีสโชยอบอวลไปทั่วทางเดิน ฉันยืนประจำตำแหน่งส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยต้อนรับทุกคนอย่างมืออาชีพ


    และแล้ว... สายตาของฉันก็ต้องไปสะดุดเข้ากับผู้โดยสารหนุ่มที่นั่งประจำที่นั่ง 2A อย่างจัง!


    ชายหนุ่มคนนั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง สวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ดอย่างมีสไตล์แบบหนุ่มยุโรป ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาสีฟ้าครามดั่งน้ำทะเลลึกซึ้งชวนฝัน จมูกโด่งเป็๲สันคม และริมฝีปากหยักได้รูปที่มีหนวดเคราจางๆ ล้อมรอบอย่างมีเสน่ห์ดึงดูด บนตักของเขามีกล้องถ่ายรูปไลก้า (Leica) วินเทจราคาแพงระยับวางอยู่


    ทันทีที่สายตาของเราสบประสานกัน ฉัน๼ั๬๶ั๼ได้ทันทีถึงความแตกต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ ที่ฉันเคยเจอมา... แววตาสีฟ้าครามคู่นั้นไม่ได้จ้องมองฉันด้วยความหื่นกระหายแบบดิบเถื่อนอย่างเดียว แต่เขากลับจ้องมองฉันด้วยสายตาแห่งความหลงใหล ทึ่ง และชื่นชม ประหนึ่งศิลปินเอกที่กำลังค้นพบ 'งานศิลปะชิ้นเอก' ที่ตามหามาทั้งชีวิต


    "บงชูร์ (Bonjour)... ยินดีต้อนรับสู่เที่ยวบินสู่ปารีสค่ะคุณผู้ชาย" ฉันโน้มตัวลงทักทายเขาเป็๲ภาษาฝรั่งเศสอย่างอ่อนหวานพลางเสิร์ฟแก้วแชมเปญชั้นเลิศลงบนโต๊ะข้างที่นั่ง คอเสื้อยูนิฟอร์มคอกว้างเผยอออกพอเหมาะอวดเนินอกขาวเนียน


    ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ รอยยิ้มละลายใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา "บงชูร์ครับ... คุณพูดภาษาฝรั่งเศสได้ไพเราะมาก และเป็๲แอร์โฮสเตสที่งดงามและมีเสน่ห์ที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมาบนน่านฟ้านี้เลยครับ"


    น้ำเสียงทุ้มต่ำสำเนียงฝรั่งเศสอันแสนเซ็กซี่ของเขาทำเอาหัวใจของฉันเต้นระรัวแปลบปลาบ


    "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ เดมี่มีความยินดีเป็๲อย่างยิ่งที่จะได้ดูแลคุณตลอดเที่ยวบินนี้นะคะ" ฉันส่งยิ้มหวานสบตากับเขาอย่างท้าทาย


    "ผมชื่อ 'ฌอง-ปิแอร์' (Jean-Pierre) ครับ... เป็๲ช่างภาพแฟชั่นและภาพถ่ายบุคคลจากปารีส ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณเดมี่" เขายกแก้วแชมเปญขึ้นแตะขอบแก้วเบาๆ สายตายังคงจับจ้องที่ดวงตาและริมฝีปากอิ่มของฉันไม่วางตา "ผมกำลังเดินทางกลับจากการจัดนิทรรศการภาพถ่ายที่โตเกียว... ไม่คิดเลยว่าจะได้พบแรงบันดาลใจชิ้นสำคัญบนเที่ยวบินขากลับแบบนี้"


    "แล้วแรงบันดาลใจที่ว่าคืออะไรเหรอคะคุณฌอง-ปิแอร์?" ฉันแกล้งถามเย้ายวน


    "ก็คือความงดงามตามธรรมชาติที่ซ่อนความร้อนแรงไว้ข้างในอย่างคุณไงครับ..." ฌอง-ปิแอร์ตอบพลางยิ้มละมุน "ผู้หญิงฝรั่งเศสอาจจะดูมั่นใจและเปิดเผย แต่สำหรับหญิงสาวชาวเอเชียอย่างคุณ มันมีทั้งความอ่อนหวาน นุ่มนวล และความเซ็กซี่เย้ายวนใจที่สะกดจิตใจผู้ชายได้อย่างน่าอัศจรรย์"


    หลังจากเครื่องบินเทคออฟขึ้นสู่ระดับความสูงเหนือน่านฟ้าอย่างราบรื่นและเข้าสู่๰่๥๹เวลาการบินยาว ฉันคอยเดินเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มตามรอบอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านที่นั่งของฌอง-ปิแอร์ ฉัน๼ั๬๶ั๼ได้เสมอว่าสายตาสีฟ้าครามของเขากำลังจับจ้องมองตามทรวดทรงองค์เอวและสะโพกกลมกลึงของฉันในยูนิฟอร์มรัดรูปอยู่ตลอดเวลา


    จนกระทั่งถึง๰่๥๹กลางดึก ไฟในเคบินชั้นหนึ่งถูกหรี่ลงจนสลัวเพื่อให้ผู้โดยสารพักผ่อน ฉันเดินเข้าไปช่วยปรับช่องแอร์และเก็บแก้วน้ำให้ผู้โดยสารท่านอื่น จังหวะที่ฉันเอื้อมแขนขึ้นสูงจนแผ่นหลังและสะโพกงอนงามตึงเปรี๊ยะ ฉันได้ยินเสียงกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปเบาๆ ดังมาจากที่นั่ง 2A


    *แชะ... แชะ...*


    ฉันหันขวับกลับไปมอง ฌอง-ปิแอร์กำลังถือกล้องไลก้าในมือ เขาลดกล้องลงช้าๆ พลางส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ ก่อนจะกวักมือเรียกฉันเข้าไปหาที่เบาะส่วนตัว


    ฉันก้าวเดินเข้าไปใกล้ที่นั่งของเขา โน้มตัวลงกระซิบถามด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า "แอบถ่ายรูปเดมี่เหรอคะคุณฌอง-ปิแอร์?"


    "ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทนะครับเดมี่..." ฌอง-ปิแอร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางหมุนหน้าจอด้านหลังกล้องให้ฉันดู "แต่แสงเงาและส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายคุณในวินาทีนั้น... มันช่างงดงามราวกับเทพธิดาวีนัส จนช่างภาพอย่างผมไม่อาจห้ามใจไม่ให้กดชัตเตอร์บันทึกความงามนี้ไว้ได้จริงๆ ครับ"


    ภาพถ่ายบนหน้าจอกล้องทำเอาฉันถึงกับลืมหายใจ... มันคือภาพของฉันจากมุมด้านข้าง ลำแสงสีส้มสลัวส่องกระทบใบหน้าหวานที่กำลังตั้งใจทำงาน ทรวดทรงอกอิ่มและสะโพกผายในชุดรัดรูปดูโดดเด่นและเซ็กซี่อย่างมีระดับไร้ที่ติ ฌอง-ปิแอร์จับภาพเสน่ห์ของฉันออกมาได้อย่างทรงพลังเหลือเกิน


    "สวยมากเลยค่ะ... คุณถ่ายทอดมุมมองของเดมี่ออกมาได้มหัศจรรย์มาก สมกับเป็๲ช่างภาพระดับโลกจริงๆ" ฉันเอ่ยชมจากใจจริง


    "ความงามของภาพถ่าย... มันขึ้นอยู่กับนางแบบครับเดมี่" ฌอง-ปิแอร์เลื่อนมือหนาและอบอุ่นมาจับปลายนิ้วมือของฉันไว้ช้าๆ นิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้หลังมือของฉันเบาๆ ส่งกระแสความร้อนระอุเข้าสู่หัวใจ "ในปารีส เราเรียกผู้หญิงที่จุดประกายแรงบันดาลใจแบบคุณว่า 'มิวส์' (Muse)... *Ma belle muse... Tu es tellement magnifique* (มิวส์คนสวยของผม... คุณช่างงดงามเหลือเกิน)"


    เขาสบตาฉันอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะหยิบการ์ดกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีลายมือภาษาฝรั่งเศสพร้อมภาพสเก็ตช์เรือนร่างหญิงสาวสุดเซ็กซี่ สอดเข้ามาในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนตรงหน้าท้องของฉันอย่างแ๶่๥เบา ๼ั๬๶ั๼จากปลายนิ้วของเขาที่เฉียดผ่านหน้าท้องทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว


    "นี่ที่อยู่สตูดิโอและห้องพักส่วนตัวของผมในปารีสครับเดมี่..." ฌอง-ปิแอร์กระซิบชิดริมหูฉัน "แต่เที่ยวบินนี้ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมง... และห้องน้ำเฟิรสต์คลาสด้านหน้านั้นก็กว้างขวางพอสำหรับเราสองคน คุณจะรังเกียจไหม... ถ้าผมอยากจะขอชื่นชมและ๼ั๬๶ั๼ 'แรงบันดาลใจ' ของผมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนนี้น่ะครับ?"


    คำเชิญชวนอันแสนหวานและสายตาเร่าร้อนของเขาทำให้อุณหภูมิในร่างกายของฉันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความคิดในหัวของฉันเริ่มเตลิดเปิดเปิงไปไกล ห้องน้ำชั้นเฟิรสต์คลาสของเครื่องบินลำนี้กว้างขวางและหรูหราดั่งห้องแต่งตัวส่วนตัว มีกระจกบานใหญ่และแสงไฟที่สมบูรณ์แบบ... ช่างเป็๲ฉากหลังที่เหมาะเจาะสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแห่งกามารมณ์อย่างแท้จริง


    หัวใจของฉันเต้นโครมครามขึ้นมาทันทีกับข้อเสนอสุดวาบหวามเหนือน่านฟ้าข้ามทวีป! ฉันเคยผ่านศึกดุดันกับกัปตันเอกชัย ผ่านเกมลีลาลิ้นสไตล์โฮสต์กับเรียว และตอนนี้... ชายหนุ่มฝรั่งเศสผู้เปี่ยมไปด้วยศิลปะแห่งความโรแมนติกกำลังยื่นข้อเสนออันเร่าร้อนให้ฉัน!


    เอาล่ะสิเดมี่... หนุ่มฝรั่งเศสเสน่ห์แรงขั้นเทพเปิดฉากรุกคืบกลางอากาศขนาดนี้ แอร์สาวผู้กระหายการเก็บแต้มอย่างเธอจะยอมปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือไปได้อย่างไรกัน!


    ---