เปลี่ยนลิขิตสวรรค์

    บทที่ 38 น่าสนใจ

           ทุกคนชะงักไปเมื่อได้ยินปริศนานั้นชายชราปรมาจารย์ลำดับสองหันหน้าไปตามต้นเสียงก็พบกลับชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสีเขียวชายหนุ่มมีเม็ดเหงื่อไหลมาตามใบหน้าราวกับชายหนุ่มผู้นี้เร่งรีบเดินทางมาที่นี่อย่างไม่หยุดพัก

           “เว่ยเมิ่ง?” เสวี่ยฟางชะงักความจริงนางก็พอจะคิดๆไว้แล้วว่าน้องชายของนางจะมาที่นี่แน่นอนแต่ดูเหมือนว่าน้องชายของนางจะเร็วกว่าที่คิด

           ปรมาจารย์ลำดับสองหรี่ตาลงเพียงแค่ดูอย่างผิวเผินชายหนุ่มผู้มาใหม่ผู้นี้ดูแล้วไม่น่าจะใช้ยอดฝีมืออะไรทว่าสัญชาตญาณลึกๆของมันคล้ายกับว่าจะมีความรู้สึกอัปมงคลทุกครั้งที่คิดจะลงมือกับชายหนุ่มผู้นี้

           “เจ้าเป็นใคร” ชายชราเอ่ยอย่างเย็นชา

           “ตงฟางเว่ยเมิ่งแห่งหมู่บ้านน้ำตกสวรรค์”เว่ยเมิ่งให้คำตอบง่ายๆพลางปาดเหงื่อตามใบหน้า ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะมองหน้าชายชราในขณะที่ตอบเว่ยเมิ่งก้าวเท้าออกไปก้าวหนึ่ง ร่างของเขาไปปรากฎตัวอีกครั้งข้างเสวี่ยฟางที่กำลังยิ้มแห้งๆ

           “ท่านรู้ใช่หรือไม่กลับไปจะต้องเจออะไรบ้าง”เว่ยเมิ่งถลึงตาใส่เสวี่ยฟาง

           “แค่ก แค่ก เอาเป็นว่าเจ้าพาข้าออกจากที่นี้ให้ได้ก่อนเถอะ”เสวี่ยฟางพยายามเปลี่ยนเรื่อง

           เว่ยเมิ่งแค่นเสียง เขาเหลือบมองไปปรมาจารย์ลำดับที่สองที่กำลังจ้องเขม็งมาทางนี้“ต้องขออภัยด้วยสำหรับความซุกซนของพี่สาวข้านางจะต้องได้รับโทษสำหรับเรื่องที่มาก่อความวุ่นวายที่นี้แน่นอน” เว่ยเมิ่งกล่าวทว่ามือข้างหนึ่งของเว่ยเมิ่งกลับรวบข้อมือของเสวี่ยฟางไว้อย่างแผ่วเบา  นี่เป็นการบอกง่ายๆว่า......นางเป็นคนของข้า....หากเจ้าเจ้ามีปัญหาก็มาเจอกับข้าได้เลย

                  ชายชราแค่นเสียงถึงมันจะไม่ความรู้สึกไม่ดีกลับเรื่องนี้แต่มันจะยอมให้คนนอกมาหยามเกียรติของตำหนักเทวะได้อย่างไร?พลังของยอดฝีมือระดับแก่นแท้ปราณระเบิดออกมาที่ร่างของปรมาจารย์ลำดับสองชายชราพุ่งไปที่เว่ยเมิ่งด้วยความเร็วที่หน้าเหลือเชื่อมือข้างหนึ่งขอมันล่วงหยิบอาวุธวิเศษที่แปลกประหลาดออกมามันเป็นเขาวัวสีเงินที่ส่องแวววาวอย่างสง่างาม

           เว่ยเมิ่งมีสีหน้าเรียบเฉยเขาเดินขึ้นข้างหน้าบังตัวเสวี่ยฟางไว้“หยางหยาง ดูแลพี่สาวข้าด้วย” ผีเสื้อสีดำบินออกมาจากในเสื้อของเว่ยเมิ่งคล้ายกับจะตอบรับคำพูด เว่ยเมิ่งพุ่งตัวออกไป ชายหนุ่มกำหมัดต่อยออกไป

           หมัดเทพชี้ชะตา!

           หมัดเปล่าๆที่ไม่ธรรมดาของเว่ยเมิ่งปะทะเข้ากับเขาวัวสีเงินเสียงกระหึมดังขึ้นไปทั่วทั้งทะเลสาบชายชรามีสีหน้าเรียบเฉยมันบิดเขาวัวด้วยท่วงท่าพิสดาร ภาพของกระทิงสีเงินปรากฏตัวเบื้องหลังปรมาจารย์ลำดับสอง

           กระทิงเงินชนแผ่นดินสวรรค์!

           เว่ยเมิ่งยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยแม้เห็นการโจมตีที่รุนแรงพุ่งตรงมาเขาคลายหมัดที่กำออกและเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือ

           ฝ่ามือเง็กเซียน!

           เขาวัวสีเงินปะทะเข้ากลับฝ่ามือของฮ่องเต้แห่งสวรรค์ เสียงกระหึมยิ่งกว่าครั้งไหนสายลมกระโชกรุนแรงพัดพาให้ทะเลสาบพรุ่งพล่านไปมาการปะทะกันของทั้งสองจบลงด้วยการเสมออีกครั้ง ทว่าชายชรายังคงไม่ยอมแพ้ภาพของกระทิงสีเงินเบื้องหลังเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ กระทิงสีเงินกู่ร้องคำรามชายชราแผดเสียงสะบัดมือออกหมุนวนเป็นคลื่น พลังแต่เดิมของชายชราพลันรุนแรงขึ้นอย่างมหาศาล

           เว่ยเมิ่งครั้งนี้กลับมีสีหน้าเย็นชาลงน้ำเสียงราบเรียบดังออกมาจากริมฝีปาก“ในเมื่อไม่อยากจบเรื่องนี้ดีๆ......เช่นนั้นก็อย่ามาหาว่าผู้แซ่ตงฟางโหดเหี้ยมแล้วกัน”

           ประกายสายฟ้าปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือของเว่ยเมิ่งนี่คืออวิชชาเทพอสนีบาตวิชาต้องห้ามประจำหมู่บ้านน้ำตกสวรรค์! ที่เว่ยเมิ่งใช้กระบวนท่านี้ออกมาไม่ใช่ว่าชายชราตรงหน้าแข็งแกร่งเสียจนรับมือไม่ไหวทว่า....เป็นเพราะเว่ยเมิ่งอยากลับบ้านแล้ว!

           ชายชรามีสีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเห็นประกายสายฟ้าทว่าหากจะหลบเลี่ยงตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วชายชรากัดฟันรีดพลังทั้งหมดออกไปในการโจมตีครั้งนี้

           กระทิงมารเขาเงินไร้ผู้ต้าน!

           อวิชชาเทพอสนีบาต!

           ปรมาจารย์ลำดับที่สองแห่งตำหนักเทวะมีนามว่ากระทิงเงินไร้พ่าย....มันคืออันดับสองแห่งตำหนักเทวะในรุ่นนี้ และหาทั้งทั่วแผ่นดินแม้แต่ในรุ่นเดียวกันก็ยากที่จะหายอดฝีมือที่ทัดเทียมกับมันในด้านการต่อสู้ทว่าน่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของมันในครั้งนี้ไม่เหมือนกับผู้อื่น.....

           ฝ่ามือสายฟ้าของเว่ยเมิ่งทะลวงผ่านการโจมตีของปรมาจารย์ลำดับสองอย่างง่ายดายเสียงกระหึมเมื่อการท่าไม้ตายของกระทิงเงินไร้พ่ายถูกทำลาย ร่างของชายชรากระอักเลือดออกมาคำโตสติของมันแทบจะเลือนหายไป

           ตูม!

           มือของปรมาจารย์ลำดับสองแทบจะแหลกสลาย เลือดเนื้อสีแดงของมันกระจายไปทั่วและที่น่าหวดเสียวก็คือฝ่ามือของเว่ยเมิ่งยังคงไม่หยุดฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าพรุ่งตรงไปยังชายชราอย่างอำมหิตผิดกับนิสัยปกติของเว่ยเมิ่ง

           พริบตานั้นร่างๆหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างของทั้งสองร่างนั้นยืนมือออกจับข้อมือเว่ยเมิ่งเสียงกระหึมขึ้นเมื่อร่างจับที่ข้อมือของเว่ยเมิ่งอย่างน่าตกใจการโจมตีของเว่ยเมิ่งกลับถูกหยุดไว้ได้!

           เว่ยเมิ่งมีสีหน้าเรียบเฉย “ปล่อยมือด้วย” เขาพูดกับร่างปริศนา

           ผู้มาใหม่นั้นเป็นชายชราที่มีรูปร่างสูงใหญ่หนวดเคราและผมสีขาวถูกตกแต่งมาอย่างดี ชายชราปล่อยมืออย่างว่าง่ายน้องรองของข้ามักจะมีอารมณ์รุนแรง ต้องขอโทษคุณชายด้วย”น้ำเสียงของชายชราแม้เต็มไปด้วยอำนาจแต่ก็ไม่ทำให้ผู้ฟังคล้ายถูกคุกคามกลับกันยังรู้สึกเกรงใจในตัวชายผู้นี้ด้วยซ้ำ แน่นอว่าไม่ใช้กับเว่ยเมิ่ง......

           เว่ยเมิ่งพยักหน้าให้กับคำพูดของชายชราผู้มาใหม่เว่ยเมิ่งเหลือบมองไปที่ปรมาจารย์ลำดับสองที่ตอนนี้มีสีหน้าขาดซีดและที่มุมปากมีคราบเลือด“ท่านแข็งแกร่งดีน่ะ” เว่ยเมิ่งยิ้มให้กับชายชราและเดินจากไป

           ชายชรารูปร่างสูงใหญ่แววตาวาวโรจน์เว่ยเมิ่งใช้มือโอบเอวเสวี่ยฟางไว้และกระโดดขึ้นไปหลังของวาฬครองนภา “ไป”เว่ยเมิ่งกล่าว

           วาฬครองนภาตอบรับร่างที่ใหญ่ดุจดังขุนเขาของมันว่ายผ่านท้องฟ้าจากไปจากขุนเขาเทวะโดยที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้

           “พี่ใหญ่”ปรมาจารย์ลำดับสองเอ่ยเบาๆเมื่อเห็นว่าชายชรารูปร่างสูงใหญ่มีท่าทีที่เหม่อลอย ปรมาจารย์ลำดับที่หนึ่งต้วนจางอู่มีสีหน้าครุ่นคิดและเมื่อได้ยินเสียงของปรมาจารย์ลำดับก็เพียงเอ่ยเบาๆโดยไม่หันมามอง

           “กลับไปรักษาตัวซะ”

           ปรมาจารย์ลำดับสองมีสีหน้าลังเลมันมีเรื่องที่อยากจะพูดอยู่แต่ก็ไม่สามารถฝืนอาการบาดเจ็บได้ความจริงมันบาดเจ็บภายในตั้งแต่กระบวนท่าแรกของเว่ยเมิ่งแล้วที่มันยังฝืนทนประลองกับเว่ยเมิ่งได้ก็เพราะความอดทนล้วนๆ ปรมาจารย์ลำดับสองจากไปเหลือเพียงแค่ต้วนจางอู่และพวกจ้าวตำหนักเทวะ

           “ท่านปรมาจารย์...” ต้วนฮูหยินพยายามเอ่ย

           “พาฉีเอ๋อร์ไปรักษาตัวซะ”ปรมาจารย์ลำดับที่หนึ่งตัดบท ต้วนฮูหยินกัดฟันนางโค้งคำนับให้กับชายชราและพาตัวบุตรชายจากไป จ้าวตำหนักที่อยู่เงียบเองก็เช่นกันทว่าก่อนที่มันจะจากไปดวงตาของจ้าวตำหนักพลันเหลือบเห็นมือขวาของปรมาจารย์ลำดับที่หนึ่งดวงตาของมันคล้ายมีประกายบางอย่างและหายไปอย่างรวดเร็ว

           ชายชราเมื่อเห็นว่าทุกคนจากไปแล้วก็พลันยกมือขวาขึ้นมาดูเมื่อครู่มันใช้มือข้างนี้หยุดการโจมตีของเว่ยเมิ่งไว้ได้ทว่าตอนนี้มือของมันกลับสั่นระริกไม่หยุดและผิวหนังบางส่วนก็เป็นสีดำราวกับไหม้เกรียม

           “ตงฟางเว่ยเมิ่ง......หมู่บ้านน้ำตกสวรรค์.......”ชายชราเอ่ยกับตนเองและมองไปยังซากศพที่ไร้ชีวิตขององค์รักษ์ทั้งเก้าของต้วนฮูหยิน “น่าสนใจ......ดูท่าครั้งนี้คงไม่น่าเบื่อเช่นครั้งตระกูลฝาน”

     

           “เจ้าจะบอกว่าไอ้เจ้าแก่ที่โผล่มาตอนท้ายมันมาตั้งนานแล้วอย่างั้นหรือ?” เสวี่ยฟางเอ่ยอย่างสงสัย

           “ใช่” เว่ยเมิ่งตอบ “ข้าคิดว่ามันน่าจะเฝ้ามองทุกอย่างอยู่ห่างๆและเมื่อข้ามาถึงมันก็พึ่งปรากฏตัวเพราะเห็นว่าข้ากำลังจะสังหารตาแก่....ตาแก่ที่ถือเขาวัวนั่นน่ะ”เดิมเว่ยเมิ่งไม่คิดที่จะลงมือกับปรมาจารย์ลำดับสองรุนแรงขนาดนั้นแต่พอดีเห็นว่ามีคนกำลังมองอยู่ห่างๆก็เลยเล่นบทอำมหิตเล็กน้อยล่อปรมาจารย์ลำดับหนึ่งออกมาเว่ยเมิ่งยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงฝ่ามือของตน ‘มือที่รับฝ่ามือของข้าไว้....ปานนี้คงใช้ไม่ได้ไปซักอาทิตย์หนึ่งล่ะ’

    คล้ายกับเรื่องเปลี่ยนลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน