Chapter 28 : ภารกิจพิชิตพยัคฆ์
“สเตจสอง?” เสียงเข้มกล่าวเมื่อมองไปยังภาพบนหน้าจอโทรทัศน์จอแบนเบื้องหน้าของเขา
“สตูนี้ลงทุนวะ บอสสเตจสองต้องใช้เงินไปกับเอไอขนาดไหนวะ” อีกเสียงข้างๆ เขากล่าว
มินที่ได้ยินประโยคดังกล่าวทำได้แค่ยิ้มมุมปากออกมาเท่านั้น เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะขนาดตัวของเขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้เ้าดีเอโก้มีสเตจสอง
ตอนที่ได้ว่ามันถูกปาร์ตี้ก็ของโค่นล้มลงได้ก็แอบเหวอไปครู่หนึ่ง แต่ชายหนุ่มกลับเหวอยิ่งกว่าเมื่อเห็นร่างแมวน้อยกระโจนเตะสองลอยกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่
ไม่เคยคิดว่าก่อนว่ามอนสเตอร์จากซิสเตมจะมีอะไรซับซ้อนถึงเพียงนี้ เพราะฉะนั้นในตอนนี้เขาถึงพยายามทำตัวเท่ๆ ราวกับว่ามันเป็เื่ธรรมดาที่มอนสเตอร์สตูดิโอของตนมีของเจ๋งๆ ไว้อวดชาวบ้านชาวช่องเขา
“แอคใหญ่เลยนะ รับบทคนคูลๆ เหรอ” เสียงหวานดังขึ้นเหน็บแนมเขา
มินหันขวับไปหาต้นเสียงทันที พร้อมมองส่งสายตาคาดโทษไปให้ ก่อนจะเอ่ยถามคำถามกับอีกฝ่ายเสียงแ่
“ไมไม่บอกว่าดีเอโก้มีสเตจสอง ข้อมูลในหน้ามอนสเตอร์วินโดว์ไม่เห็นโชว์เลย”
“ก็นายไม่ได้ถาม” มายตอบกลับกวนๆ กลับมา เธอแสยะยิ้มก่อนจะกล่าวเธอ
“ส่วนที่ในหน้าต่างมอนสเตอร์ไม่แสดงเพราะว่ามันยังไม่ผ่านเงื่อนไขไง”
“เงื่อนไขเหรอ? เงื่อนไขอะไร” เขาถาม
“เงื่อนไขที่ต้องโดนจัดการครั้งแรกยังไงล่ะ มันคือมิชชันลับน่ะ ถ้านายเปิดเข้าแอปฯ ตอนนี้น่าจะมีข้อความเด้งเข้าแล้วนะ” หญิงสาวอธิบาย
ชายหนุ่มรีบหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาทันทีพร้อมกับกดเข้าแอปฯ ออตเทอเรียอย่างไม่รีรอ เขากดไปที่หน้ากล่องข้อความและเปิดข้อความล่าสุดอ่านทันที
[มิชชันลับ: ร่างที่สองของข้า]
รายละเอียด: เมื่อไม่นานมานี้ดีเอโก้ได้ทำการเลื่อนระดับพลังจากเทียร์หนึ่งแรงก์เอฟไปยังเทียร์หนึ่งแรงก์ดีได้สำเร็จ ทำให้มันได้รับพลังใหม่มาแต่กระนั้น มันกลับไม่สามารถใช้พลังดังกล่าวได้
เงื่อนไข: โดนเพลเยอร์ครบ 6 คนจัดการครั้งแรก
รางวัล: ปลดล็อกอบิลิตี้ สเตจที่สอง (Second Stage)
[รับรางวัลแล้วเรียบร้อย]
ชายหนุ่มยกหน้าหงึกหงักหลังอ่านข้อความดังกล่าวจบ เขาหันไปหาหญิงสาวในชุดวันพีชผู้ซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ กันก่อนจะเอ่ยถาม
“ว่าแต่มีมิชชันลับแบบนี้เยอะปะ”
มายหลุดยิ้มออกมาเพราะรู้ว่าอีกฝ่าย้าจะสื่ออะไรเมื่อถามถึงเื่นี้ “มิชชันลับที่ถูกปลดล็อกตอนนี้มีอยู่สามอัน”
“งั้นเธอแกล้งๆ ลองใบ้มาหน่อยได้ปะ” เขากระซิบถามหญิงสาว
เพราะว่ามันคือมิชชันลับ ตามชื่อ มิชชันลับจะไม่มีเนื้อหาหรืออะไรให้เขาได้รู้ เขาจะต้องสำเร็จก่อนถึงจะได้รู้ว่าเนื้อหาและของรางวัลคืออะไร
แต่หลังจากนั้นเสี้ยววินาทีที่เขาถามคำถามดังกล่าวกับมาย พลันก็มีเสียงหุ่นยนต์ดังขึ้นในหัว
[ซิสเตมขอเตือนยูสเซอร์]
[ซิสเตมขอเตือนยูสเซอร์]
[ซิสเตมขอเตือนยูสเซอร์]
[วิธีการอันไม่สุจริตอันแหกกฎเป็สิ่งไม่ดี หากทำบ่อยครั้งจนติดเป็นิสัยอาจก่อให้เกิดความคิดที่ผิดศีลธรรมและจรรยาบรรณได้]
[โปรดเปลี่ยนความคิดของท่านเสียใหม่ก่อนที่ความดำมืดจะครอบงำ]
[ด้วยความปรารถนาดีจากซิสเตม]
“ค้าบบบ ผมไม่ทำหรอกค้าบ” ลากเสียงด้วยความเหนื่อยหน่ายหลังจากโดนซิสเตมสอนพร้อมกับเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” มายหัวเราะเสียงดังลั่นพร้อมกับกุมท้องน้อยของเธอเมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ กัน
“ทำเป็จริงจังไปได้ แค่พูดเล่นเอง” มินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงน้อยใจ
“อย่ามาขี้โม้ ฉันรู้หรอกนะว่าตอนที่นายถามอะ นายคิดจริง”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับส่งสายตาจ้องไปหามินด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะเอ่ยต่อ
“อย่าติดนิสัยรักสบายจนเกิดไปจนทำให้นายมีความคิดผิดๆ ฉันรู้ที่โลกเก่านายเจออะไรแย่ๆ มานักต่อนัก ทำให้ในตอนนี้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของนายทำให้นายเกิดี้เีขึ้นมา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านายจะใช้กลโกงได้”
“รู้แล้ว ขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อยพร้อมกับสำนึกผิดหลังจากโดนอีกฝ่ายสอน
“รู้แล้วก็ดี” เสียงหวานเอ่ยถามกลับยกมือมาตบที่บ่าของเขาสองสามทีก่อนจะพูดขึ้น “มาสนใจตรงหน้ากันดีกว่า”
ว่าแล้วก็หันกลับไปมองหน้าจอโทรทัศน์จอแบนที่กำลังฉายภาพของกลุ่มเด็กวัยรุ่นสี่คนและแมวหนึ่งตัวอยู่
“อุงหลบ!” เสียงะโของอันดังขึ้น เขากำลังลอยอยู่กลางอากาศหลังจากะโหลบการโจมตีอันรวดเร็วของเ้าดีเอโก้
เมื่อการโจมตีของมันไม่สำเร็จ เ้าแมวน้อยก็เปลี่ยนเป้าหมายไปอีกทาง ซึ่งก็คืออุงที่อยู่ใกล้จากจุดก่อนหน้าที่สุด
เมื่อได้ยินคำเตือนของพี่ชายของตน เด็กหนุ่มก็ไม่รอช้า ยกท่อนซุงที่กำลังพาดบ่าอยู่มากั้นด้านหน้าของตนทันที
แคว้ก! เสียงของเนื้อไม้ฉีกออกจากกันแตกเป็เสี่ยงๆ
เมื่อััได้ว่าท่อนซุงหนักกว่าร้อยกิโลกรัมในมือทั้งสองข้างของตนหายไป เด็กหนุ่มก็หน้าเปลี่ยนสีทันที เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่กันเขาจากการโจมตีของเ้ามอนสเตอร์ได้หายไปแล้ว
ไม่รอช้า ร่างกายของเด็กหนุ่มพลันมีขนสีเทางอกขึ้นตามตัวทันที พร้อมๆ กับเสียงดังอั้กและร่างของเขาก็ลอยไปกระแทกกับต้นไม้ด้านหลังเข้าอย่างจัง
“อูย ดีนะร่างแปลงทัน” อุงครางออกมา
“ก็บอกให้หลบไมไม่หลบ” อันที่ไม่รู้โผล่มาตอนไหนถามน้องชายของตนด้วยน้ำเสียงมาสบอารมณ์
“ก็นึกว่าจะกันได้” เขาตอบกลับไป
“อย่านึกสิ”
เมื่อเห็นสายตาคาดโทษจากพี่ชายของตัวเอง เด็กหนุ่มก็ทำได้แต่ยิ้มแห้งกลับไป
“เชี้ยบอย กูจะไม่ไหวแล้วนะ” เสียงะโของนนดังขึ้นเรียกความสนใจจากสองพี่น้อง
เมื่อสักครู่หลังจากที่ดีเอโก้จัดการอุงไป มันก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่นนต่อ เด็กหนุ่มควบคุมกระบี่ของตนให้เข้าฟาดฟันกับกรงเล็บของเ้าแมวน้อย
ถึงแม้ร่างกายของอีกฝ่ายจะหดเล็กลงหลายสิบเท่า แต่พลังของมันกลับไม่ลดหย่อนลงเลยแม้แต่น้อย ทำให้ในตอนนี้พลังฉีของเด็กหนุ่มลดร่อยหรอลงไปทุกที
“มาแล้วเพื่อนยาก” บอยพูดขึ้นหลังจากะโลงมาจากต้นไม้พลางง้างหมัดกลางอากาศ
เมื่อหางตาของดีเอโก้เห็นเงาดำกำลังพุ่งเข้ามาหามันจากเบื้องบน เ้าแมวน้อยก็ะโถอยหลังไปตั้งหลักทันที
“เมี๊ยว!” มันคำราม (ร้อง) ออกมา
“อย่าร้องเหมียวๆ ได้มะ มันน่ารำคาญ” บอยสบถใส่มอนสเตอร์เบื้องหน้า
กล่าวจบทั้งคู่ก็พุ่งประจันหน้าเข้าหากัน อุ้งเท้าหน้าของดีเอโก้ทั้งสองข้างกางออกจากเห็นกรงเล็บเรียวเล็ก มันกวาดไปมือกลางอากาศเบื้องหน้า
บอยใช้แขนข้างตนสอดเข้าไปที่ข้อมือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วเพื่อเบี่ยงการโจมตีของเ้าแมวน้อย มันครางในลำคอเสียงสั่นเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าสามารถเบี่ยงวิถีและทิศทางของอุ้งเท้าของมันได้
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตนไม่ได้ผล ไม่รอช้าดีเอโก้ะโถีบศัตรูเบื้องหน้าด้วยขาทั้งสองข้างของตัวเอง เด็กหนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวไม่นึกว่าเ้าแมวน้อยจะเปลี่ยนวิธีการโจมตีอย่างฉับพลัน เขาเบิกตากว้างพลางคิดในใจ หลบไม่ทัน!
แต่ทันใดนั้นเอง ขาแข้งของใครบางคนก็ลอยเข้าหาดีเอโก้อย่างรวดเร็ว เพราะว่าไม่ได้สนใจรอบข้าง ทำให้มันไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้เพียงเสี้ยววินาทีนั้น เด็กหนุ่มตัวขาวได้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆ เพื่อรอคอยโอกาสอยู่
ปัง!
เกิดเสียงดังลั่นไปทั่วป่าผืนนี้ พร้อมๆ กับภาพของเงาดำลอยพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ทะลุไปหลายสิบต้นไกลจากจุดเกิดเหตุกว่าหนึ่งร้อยเมตร
“ไม่ตายแฮะ” เสียงหวานเอ่ยก่อนจะทำสีหน้าเ็ปออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆ ย่อตัวชันเข่าพร้อมกับลูบไปมาเบาๆ ที่หน้าแข้งของตัวเอง
“เจ็บมากไหมพี่อัน อุงก็บอกแล้วว่าอย่าใช้ พลังมันเกิดกว่าระดับของพี่อันตอนนี้” เสียงทุ้มดังขึ้นไม่ไกลนัก
เ้าของชื่อซึ่งโดนเรียกทำหน้ามุ่ยส่งไปหาน้องชายของตัวเอง “ก็พี่นึกว่าจะจัดการมันได้นี่”
“อย่านึกสิ” เด็กหนุ่มเอ่ยกับพี่ชายของตนเสียงเรียบ
อันที่ได้ยินประโยคคุ้นหูก็พลันหันขวับมองอีกฝ่ายพร้อมกับเบิกตากว้าง “อุงย้อนพี่เหรอ”
“บ๊า ใครจะกล้าย้อนพี่ชายตัวเอง” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มกริ่ม
คนเป็พี่เดาะลิ้นอย่างอารมณ์เสียทันทีเมื่อพลาดท่าให้กับน้องชายของตน ไม่คิดว่าประโยคของเขาที่พูดกับอีกฝ่ายไปเมื่อไม่นานจะถูกส่งกลับมาหาเขาอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่นาทีให้หลัง
“พี่อันไหวไหมครับ” บอยที่มองเหตุการณ์อยู่พูดแทรกขึ้น
“พี่ไห-” เขาที่กำลังจะพูดว่าตนยังไหวก็ต้องถูกขัดขึ้นโดยน้องชายของเขา “ไหวก็บ้าแล้ว ขึ้นไปนั่งรอกับสองข้างบนเลย อย่ามาทำตัวห้าว”
เป็อีกครั้งที่อันต้องเดาะเล่นอย่างไม่สบอารมณ์เพราะน้องชายของตัวเอง แต่กระนั้นเขาก็ทำตามที่อีกฝ่ายสั่งอย่างว่าง่ายแต่ก็ไม่วายส่งสายตาคาดโทษไปหาอีกฝ่าย
“ไปๆ มาๆ เหลือสามคนแล้ว” นนกล่าว
“สี่ดิ ยังมีไอ้สามอีกคน” บอยสวนกลับทันควัน
“ระหว่างเราตายก่อนกับไอ้สามร่ายเวทย์ของมันเสร็จก่อน มึงว่าอันไหน” นนตอบพร้อมถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“มาแล้ว!”
เสียงะโเตือนของอันดังขึ้นมาจากบนต้นไม้ ทำให้ทั้งสามคนที่ยืนอยู่บนพื้นตั้งท่าเตรียมตัวทันที
แต่เหมือนจะสายไปสำหรับใครบางคน เมื่อนนหันไปยังทิศทางที่เ้าแมวโดนหน้าแข็งของอันเตะกระเด็นไปก่อนหน้านี้ พลันสายตาของเขาก็เห็นเงาดำตะคุ่มพุ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็ว
ตูม
ไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวอะไร ร่างของนนก็กระเด็นลอยไปไกลหลายสิบเมตรพร้อมกับกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ
“เชี้ยนน!” บอยะโเรียกชื่อเพื่อนสนิทของตนด้วยความใ
ขาของเด็กหนุ่มกำลังจะก้าววิ่งออกไปดูเพื่อนสนิทแต่ก็ไม่วายจะตั้งะโถอยหลังเมื่อหางตาของเขาเห็นเงาดำพุ่งมาหาอย่างรวดเร็ว
“เมี๊ยว!” ดีเอโก้ร้องคำรามเสียงเล็ก
กรงเล็บของมันข่วนผ่าอากาศมาจนเกิดเสียง ไม่รอช้า เด็กหนุ่มทำการเบี่ยงการโจมตีของอีกฝ่ายทันที และโชคดีที่เขาไหวตัวทันไม่งั้นสภาพของเขาตอนนี้อาจไม่ต่างจากนนที่กำลังยันตัวขึ้นมาทั้งๆ ที่กระอักเือยู่
อุงรีบวิ่งไปหานนก่อนจะพยุงร่างของเด็กหนุ่มไว้แล้วะโบนต้นไม้ไป เขาจัดท่าทางให้กับนนพิงลำต้นไม้ก่อนจะะโลงไปสมทบกับบอยที่พยายามเบี่ยงการโจมตีของเ้าแมวน้อยอยู่
เด็กหนุ่มง้างกำปั้นของเขาพร้อมกับะโพุ่งตรงไปยังเบื้องล่าง โดยในขณะเดียวกันมือของเขาก็พลันมีขนสีเทางอกออกมาปกคลุมไปทั่ว
“บอยหลบ” อุงกล่าวเสียงเรียบ
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายให้หลบ เขาก็ะโถอยหลังหล่นไปหลายเมตรทันที ส่วนเ้าดีเอโก้ที่จับััรังสีอำมหิตได้ก็กางกรงเล็บรอหมัดของมนุษย์ที่กำลังพุ่งมาหามันจากบนฟ้า
ทั้งกำปั้นของอุงใกล้ถึงตัวของเ้าแมวน้อย มันก็พลันยื่นอุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างมายัดหมัดของเขาเอาไว้ พลังที่ต้านกันจากทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดแรงลมกระจายโดยมีพวกเขาทั้งสองเป็จุดศูนย์กลาง
“เมี๊ยววววววว” ดีเอโก้ร้องคำรามด้วยเสียงเล็กๆ ของมันเมื่อเห็นว่าเ้ามนุษย์เบื้องหน้ามีพลังพอๆ กับตัวมันเลย
ฝ่ายอุงก็ไม่ต่างจากดีเอโก้เท่าไหร่นัก เด็กหนุ่มอดไม่ประหลาดใจไม่ได้ว่าสเตจที่สองของเ้าเสือร้ายตัวนี้ทำไมถึงมีพลังมากมายได้ถึงเพียงนี้กัน นี่มันดันเจี้ยนสำหรับแรงก์เอฟจริงหรือ
ถ้าเขาไม่รู้ว่าก่อนว่านี่คือดันเจี้ยนสำหรับปาร์ตี้ที่มีระดับเทียร์หนึ่งแรงก์เอฟจริงๆ เขาก็คงนึกว่าดันเจี้ยนนี้มีไว้สำหรับพวกเทียร์หนึ่งแรงก์ซีเป็อย่างต่ำแน่ๆ
“อ้ากกกก!” เมื่อเห็นว่าพลังของตนไม่อาจสยบอีกฝ่ายได้ เด็กหนุ่มจึงเค้นพลังทางหมดที่มีในตัวใส่ไปที่กำปั้นของตนทันที
ลมพายุพัดกระหน่ำแรงขึ้น พร้อมกับคลื่นพลังที่ะเิออกมาและ ตู้ม!
อุงและดีเอโก้กระเด็นแยกออกจากกันคนละฝาก หลังของทั้งคู่กระแทกต้นไม้ใหญ่จนหักโค่น
ลมหายใจโรยริน จะหมดแหล่ไม่หมดแหล่ เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นมองมือของตัวเองที่บัดนี้มีรอยฟกช้ำสีม่วงเป็จ้ำปรากฏขึ้นไปทั่วทั้งมือ เขามองมันพลางแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแ่กับตัวเอง
“ยังใช้ไม่ได้แฮะตัวเรา”
ส่วนด้านของดีเอโก้ แม้เ้าแมวน้อยจะกระเด็นกระแทกต้นไม้เช่นกัน แต่ไม่นานมันก็ลุกขึ้นมายืนสองเท้าพร้อมกับเลียขนตามตัวที่เลอะฝุ่น
ดวงตาสีส้มอมทองหันมองไปยังฝั่งตรงข้ามไกลกว่าร้อยเมตรที่ซึ่งเป็จุดที่อุงนอนอยู่บนซากต้นไม้ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวมันจึงพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆ เป็เชิงเย้ยหยัน
แม้การโจมตีเมื่อสักครู่จะทำให้มันเสียพลังไปมากกว่าครึ่งแต่นั่นก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ดีเอโก้มั่นใจว่า ด้วยพลังทั้งหมดที่มันเหลืออยู่นี้จะสามารถจัดการเหล่ามนุษย์ตัวจ้อยที่หมดสภาพทั้งหมดนี้ได้อย่างแน่นอน
“เชี้ยสาม มนตร์ห่ามนตร์เหวอะไรวะร่ายอย่างนาน”
บอยสบถออกมาเมื่อผ่านมากว่าสิบห้านาทีแล้ว เพื่อนสนิทของเขาที่กำลังร่ายเวทย์อยู่บนต้นไม้ยังไม่มีทีท่าจะมนตร์บทดังกล่าวจะร่ายเสร็จสิ้นเสียที
ั้แ่คบเป็เพื่อนกันมาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายร่ายเวทมนตร์บทไหนนานเท่านี้มาก่อนเลย อีกทั้งเขายังไม่แน่ใจด้วยว่าสามกำลังใช้เวทมนตร์อะไรกันแน่ ทำไมบทร่ายถึงได้ยาวขนาดนี้
และนั้นยิ่งทำให้เขากังวล ไม่ว่าจะกังวลว่าเขาอาจจะโดนเ้าแมวจัดการก่อนที่เพื่อนสนิทของเขาจะร่ายมนตร์เสร็จ จนทำให้การลงดันเจี้ยนครั้งนี้ที่มีเป้าหมายที่จะเอาชื่อของพวกเขาสลักไว้ที่บอร์ดหลังเคาน์เตอร์ต้องคว้าน้ำเหลวไม่เป็ท่า
และกังวลถึงความอันตรายที่สามใช้เวทมนตร์เกินกำลังของตัวเอง แม้บอยจะไม่ค่อยมีความรู้เื่เวทมนตร์ตะวันตกเท่าไหร่นักเพราะตัวเขาเองเป็สายกำลังภายใน
แต่เด็กหนุ่มรู้ดีว่าเวทมนตร์ที่มีบทร่ายอันยืดยาวนั้นเป็เวทมนตร์ชั้นสูง โดยเหล่านักเวทย์เรียกมนตราพวกนี้ว่าเวทมนตร์โบราณ ไม่ใช่เพราะความเก่าแก่แต่เพราะความดั้งเดิมในการร่ายคาถาต่างหากที่ทำให้วิธีร่ายเวทมนตร์เหล่านี้ถูกเรียกว่าโบราณ
ในปัจจุบันที่เหล่าผู้วิเศษได้พัฒนาศาสตร์เวทย์ไปได้ก้าวไกล ทำให้เกิดการคิดค้นการร่ายเวทย์แบบใหม่ที่ทันสมัยขึ้น
ทั้งการตัดคำร่ายและการย่นคาถาให้สั้นลงเพื่อความรวดเร็วในการร่ายมนตร์ อีกทั้งวิธีนี้ทำให้การร่ายมนตร์ไม่สิ้นเปลืองมานาไม่เหมือนกับการร่ายคาถาแบบเก่าที่กินมานาอีกด้วย
โดยวิธีดังกล่าวได้รับความนิยมเป็อย่างมากไปทั่วโลกและด้วยเหตุนี้เองทำให้การร่ายคาถายาวๆ จึงถูกเรียกว่าเวทมนตร์โบราณไป
ฉะนั้นการที่สามร่ายคาถายาวนานกว่าสิบห้านาทีแล้วแต่ยังไม่จบนั้นแสดงว่าคาถาที่เพื่อนสนิทของเขากำลังร่ายอยู่นั้นใช้มานามหาศาล
แม้มิติแห่งนี้จะเป็มิติลวงตาแต่พลังที่พวกเขาใช้นั้นถูกคัดลอกมาจากร่างจริงของพวกเขา บอยไม่อยากคิดเลยว่าหากสามใช้เวทมนตร์เกินกว่าความสามารถตน อาจมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับร่างจริงของเพื่อนสนิทของเขาก็เป็ได้
“เมี๊ยว”
เสียงร้องของสัตว์มีขนดังขึ้นเรียกความสนใจให้บอยหลุดจากภวังค์ เขาหันไปยังต้นเสียงทันที เผยให้เห็นภาพของดีเอโก้กำลังวิ่งสี่ขาพุ่งมาหาเขา
เด็กหนุ่มตั้งท่าร่างรอกับการโจมตีของอีกฝ่ายทันที ไม่รอช้าเขาวาดแขนไปมากลางอากาศก่อนจะกำหมัดแน่นพร้อมกับพุ่งเข้าหาเ้าแมวขนส้มเบื้องหน้า
ดีเอโก้กระโจนเข้าหาเด็กหนุ่มพร้อมกับกางกรงเล็บทั้งสองข้างของมัน การโจมตีของเ้าแมวยังคงแข็งแกร่งเช่นเคย ไม่มีแ่ลงเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าเมื่อครู่ก่อนหน้านี้มันจะต้านการโจมตีกับอุงและเสียพลังที่มีไปมากกว่าครึ่ง
บอยใช้ความวิชาของตนเข้าช่วยโดยการพยายามจะเบี่ยงการโจมตีของศัตรูตัวน้อยตรงหน้า ข้อมือของเขาสอดแทรกเข้าไปกลางช่องว่างระหว่างอกของอีกฝ่าย
มือซ้ายของเขาวาดอากาศออกไปทำให้ขาหน้าของเ้าดีเอโก้เอนไปทางขวาของมัน ก่อนที่บอยจะใช้จังหวะนั้นม้วนแขนของตน หมุนวนทวนเข็มนาฬิการอบๆ ขาหน้าของเ้าแม้วน้อยพร้อมกับใช้มือของเขาจับที่ข้อมืออีกฝ่ายแน่น
ในตอนนั้นเองที่มือข้างขวาของเด็กหนุ่มกำหมัดแน่น ง้างสุดแขนและต่อยไปที่กลางอกของมอนสเตอร์เบื้องหน้า ดีเอโก้เบิกตาโตขึ้นอย่างประหลาดใจ มันจึงรีบใช้ขาหน้าด้านซ้ายของมันที่ยังว่างอยู่ ข่วนเข้าไปที่มือขวาของบอยทันที
มุมปากของเด็กหนุ่มยกยิ้มขึ้นทันทีที่เห็นภาพดังกล่าว ก่อนที่เขาจะหุบแขนพร้อมกับใช้ข้อศอกกระทุ้งเข้าไปรับกับกรงเล็บของเ้าดีเอโก้
เ้าแมวน้อยไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก เมื่อเห็นว่ามนุษย์ตรงหน้ากำลังเอาข้อศอกเปล่าๆ มารับกรงเล็บของมัน
แต่ทันในนั้นเอง ความสงสัยใคร่รู้ของมันก็ได้รับการไขกระจ่าง เมื่อเสี้ยววินาทีที่กรงเล็บของมันจะถึงข้อศอกของเด็กหนุ่ม
พลันก็มีพลังงานบางอย่างก่อตัวเป็รูปหนาม ไม่ใช่ ดาบ ไม่สิ แต่เป็กรงเล็บต่างหาก และด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้เ้าดีเอโก้ไม่สามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายพ้น
ฉึก!
กรงเล็บที่ก่อตัวจากพลังงานบางอย่างแทงเข้าไปที่อุ้งเท้าของเ้าแมวน้อยอย่างจัง เืสีแดงไหลกระฉูดไปทั่วบริเวณ มันร้องเสียงหลงก่อนจะะโถอยหลังไปตั้งหลักและรักษาระยะห่าง
บอยสะบัดแขนกว่าของเขาไปมาสองสามทีก่อนที่กรงเล็บพลังงานสีเหลืองจะสลายหายไปจากข้อศอกของเขา
‘ใช้จนได้แฮะ’ เด็กหนุ่มคิดในใจ
วิชาที่เขาใช้เมื่อสักครู่คือวิชาที่เรียกว่าเขี้ยวพยัคฆ์ บอยอาจจะใช้หมัดบ่อยจนใครหลายๆ ลืมไปว่าวิชาที่แท้จริงที่เด็กหนุ่มเรียนนั้นเรียกว่าหมัดพยัคฆ์ซึ่งตามความจริงแล้ว มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับหมัดมากเท่าไหร่นัก
เพราะพลังที่แท้จริงของวิชานี้คือการรวบรวมพลังฉีให้ไปอยู่ในจุดต่างๆ ของร่างกาย อย่างเช่นข้อศอก หัวเข่า ไหล่และที่สำคัญที่สุดเลยคือมือของผู้ใช้
แต่เพราะว่าวิชานี้ใช้พลังฉีเป็ซะส่วนใหญ่ ทำให้ผู้ที่เรียนวิชาที่มีระดับเทียร์ต่ำๆ นั้นไม่สามารถใช้ได้ สำนักพยัคฆ์กวางตุ้งจึงต้องสอนวิชาหมัดพื้นฐานให้กับเหล่าศิษย์ในสำนักเสียก่อน เมื่อใดก็ตามที่ศิษย์คนดังกล่าวมีความแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว พวกเขาจึงจะสอนวิชานี้ให้
ส่วนเหตุผลที่บอยผู้ซึ่งอยู่ระดับเทียร์หนึ่งแรงก์เอฟสามารถใช้วิชานี้ได้น่ะเหรอ ก็เพราะอาจารย์เห็นแววในตัวเขายังไงล่ะ
แม้จะไม่ใช่วิชาเต็มๆ เพราะตัวเขายังไม่สามารถควบคุมพลังฉีได้ดีแถมจุดตันเถียนของเขาก็ไม่ได้มีขนาดที่จะสามารถบรรจุลมปราณได้มากนัก ทำให้บอยไม่ค่อยอยากที่จะใช้วิชาที่กินพลังงานเช่นนี้บ่อยๆ
“ฟู่” บอยพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ครั้งหนึ่งเมื่อรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าของร่างกาย เขารีบปรับจังหวะการหายใจทันทีเพื่อให้ร่างกายมั่นคงต่อการเคลื่อนไหว
สายตาคมกริบจ้องไปยังมอนสเตอร์หน้าขนที่ยืนสองขาอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลจากเขามากนัก มันกำลังเลียอุ้งมือของตัวเองที่มีเืสีแดงสดไหลอยู่ แต่กระนั้นสายตาของมันก็ยังคงจับจ้องมาที่เขาโดยไม่เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มโจมตีเลยแม้แต่น้อย
เมื่อดีเอโก้เห็นว่ามนุษย์ตรงหน้าจ้องเขม็งมาที่มัน มันจึงเลิกเลียอุ้งเท้าของตนก่อนจะครางเสียงดังในลำคอด้วยความโมโหเพราะบุคคลตรงหน้าริอาจทำร้ายมันได้จนเืตกยางออก
“สงสัยจะต้องใช้จริงๆ” บอยพูดขึ้นอย่างเสียไม่ได้
เนื่องจากคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะใช้วิชาที่แท้จริงจากสำนักของตน เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็พลันรวบรวมพลังฉีไว้ที่ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างของตัวเอง
พลันที่เล็บมือของเขาก็ปรากฏพลังงานสีเหลืองเรืองแสงงอกออกมาเป็รูปทรงเล็บของสัตว์ประเภทแมว ไม่สิ คงต้องเรียกว่า ‘กรงเล็บเสือ’ ต่างหากถึงจะถูก
เด็กหนุ่มกางฝ่ามือของตนออกพร้อมตั้งท่าร่าง ก่อนจะคิดกับตัวเองในใจ ‘ยี่สิบวิ เรามีเวลาเพียงยี่สิบวิเท่านั้น’ เขาะเิพลังที่ฝ่าเท้าทันทีก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูอย่างไม่รีรอ ส่วนอีกฝ่ายที่เห็นภาพเบื้องหน้าก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน
เ้าดีเอโก้กางเล็บของมันออกพร้อมกับกระโจนเข้าหามนุษย์เบื้องหน้า มันร้องครางในลำคอก่อนจะตวัดกรงเล็บอันแสนคมดังใบมีดไปที่เด็กหนุ่ม บอยใช้กรงเล็บของตนรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ ก่อนจะตวัดมือของตนเหวี่ยงขึ้นไป้าโดยที่เล็บของเขายังคงเกี่ยวกับเล็บของอีกฝ่ายอยู่
เพราะว่าไม่ได้ยัน่ล่างของร่างกายไว้ให้มั่นคง ทำให้ร่างของเ้าแมวน้อยลอยขึ้นไปกลางอากาศจากแรงเหวี่ยงของเด็กหนุ่ม และทันใดนั้นเองบอยก็ะโขึ้นฟ้าพุ่งมาหามันอย่างรวดเร็ว
เล็บสีเหลืองเรืองแสงของเขาค่อยๆ ยาวขึ้นจนมีความยาวกว่าสามสิบเิเ เด็กหนุ่มง้างมือทั้งสองข้างของตนพร้อมกับข่วนเข้าไปที่ร่างของเ้าแมวน้อย
นี่คือโอกาสเดียวของเขา พลังทั้งหมดที่เขามีรวบรวมไว้ตรงนี้หมดแล้ว ถ้าหากคราวนี้พลาดไปแล้วล่ะก็ ปาร์ตี้ทั้งหมดหกคนในวันนี้ก็เตรียมกลับบ้านมือเปล่าได้เลย
ชิ้ง!
เด็กหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นทันทีมือการโจมตีของเขาถูกอีกฝ่ายรับได้แม้มันจะอยู่กลางอากาศก็ตาม
ดีเอโก้ใช้จังหวะที่บอยอึ้งอยู่ หมุนตัวกลางอากาศก่อนจะใช้ขาทั้งหมดถีบบอยเข้าที่ไหล่เข้าอย่างจังจนเด็กหนุ่มพุ่งลงไปกระแทกพื้นดิน เกิดเป็ฝุ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“แค่กแค่ก” เขาไอออกมาเพราะสำลักฝุ่นที่เข้าปากพลางมองไปยังเบื้องหน้าของตน
เพราะเวลานี้ เบื้องหน้าของเขา ดีเอโก้ได้มายืนรออยู่แล้ว และเนื่องจากเมื่อสักครู่บอยใช้พลังทั้งหมดที่ตัวเองมีไปแล้ว ทำให้ในตอนนั้นเขาร่างกายของเด็กหนุ่มไร้เรี่ยวแรงแม้จะขยับก็ไม่ได้
เ้าแมวน้อยยิ้มกริ่มโชว์เขี้ยวแหลมเมื่อเห็นว่าศัตรูของมันไม่มีทางสู้แล้ว มันค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่าย พร้อมกับกางกรงเล็บจากอุ้งมือทั้งสองข้าง
“จบกันไอ้ฉิบหาย” เมื่อเห็นภาพดังกล่าว เด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์และหลับตาเตรียมรับชะตากรรมของตน
แต่แล้ว
พลันก็มีเสียงหนึ่งของใครบางคนดังก้องไปทั่วผืนป่า “มึงจะทำไรเพื่อนกูไอ้แมวขี้เรื้อน”
บอยลืมตาขึ้นทันทีพร้อมกับมองไปยังต้นเสียง เผยให้เห็นภาพของเด็กหนุ่มในชุดคลุมซึ่งยืนอยู่บนกิ่งไม้สูง เขากำไม้เท้าแน่นพร้อมกับชี้ไปที่เ้ามอนสเตอร์หน้าขน พร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
ดีเอโก้ที่หันไปหาต้นเสียงเช่นกันก็ไม่วายเกิดความสงสัยขึ้นอีกครั้ง และก็เป็อีกครั้งหนึ่งที่ความสงสัยใคร่รู้ของมันได้รับการไขกระจ่างในเสี้ยววินาที
ลมจากที่ใดก็ไม่ทราบเริ่มโหมกระหน่ำไปทั่วบริเวณพร้อมกับร่างเงาสีขาวโปร่งใสของอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของมัน เงาสีขาวดังกล่าวก็พลันพุ่งทะยานเข้าหามันด้วยความเร็วสูง เร็วซะจนมันไม่สามารถไหวตัวได้ทัน
ฉึก ฉึก ฉึก!
ภาพสุดท้ายที่เ้าแมวน้อยเห็นคือโลกที่กลับด้านกับภาพของลิงโปร่งใสสีขาวซึ่งถืออาวุธคล้ายมีดที่มีสามง่าม
_______________________________________