ตอนที่ 1 ใต้หน้าผา
ณ เมืองบงกชขาว วันนี้มีพิธีกรรมสำคัญในการปลุกพร์ของรุ่นเยาว์ที่พร้อมเข้าสู่มรรคายุทธ ชายหนุ่มและหญิงสาวรุ่นเยาว์ที่อายุสิบห้าปีเกือบทั้งหมดต่างมารวมตัวกันที่ลานกว้างในใจกลางเมือง เป็การเปิดเผยสู่สายตาของสาธารณชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงความโปร่งใสว่าภายใต้การทดสอบ ผู้ทดสอบให้นั้นมิได้ปลอมแปลงข้อมูลหรือบิดเบือนใดๆ
ในคราวแรก การทดสอบพิธีกรรมพร์เพียงทำในที่ลับ ตระกูลที่มั่งคั่งทรัพย์สิน เมื่อบุตรหลานพร์ไม่ดีเลยติดสินบนกับคนของทางการ กระนั้น ปลอมแปลงก็ไม่ได้โดดเด่น เพียงระบุว่ามีพร์ปานกลางให้พอเข้าทำงานกับทางการได้ เช่นนี้ การปลอมแปลงข้อมูลต่อทางการก็เกิดขึ้นทุกหนแห่งราวกับเป็เื่ธรรมดา ไม่ทราบที่มาแน่ชัดในข่าวลือ กล่าวกันว่า มีผู้บิดเบือนข้อมูลเสนอต่อคนวัง จักรพรรดิพิโรธหนักสั่งปะาเก้าชั่วโคตร พร้อมกับปรับเปลี่ยนพิธีกรรมให้กระทำในที่แจ้ง ผลกระทบมาสู่เมืองบงกชขาวแห่งนี้ การติดสินบนหลังการเปลี่ยนแปลงพิธีจึงยากจะเป็ไปได้ แม้ผู้ทำผิดจะถูกปะาไปแล้ว หลายตระกูลยังคงสาปส่งความโง่เขลาของมันไปอีกช้านาน
ลานกว้างใจกลางเมือง ฝูงชนคับคั่งแออัด ยกเว้นบริเวณที่อาจารย์ของสถาบันบงกชขาวยืนประจำตำแหน่งกันคนละจุดเป็วงกลม เพื่อสร้างพื้นที่ให้กับเหล่ารุ่นเยาว์ในกลางวงล้อม อาจารย์ของสถาบันบงกชขาวที่มายืนอยู่มีจำนวนหกคน กระนั้น การยืนของพวกเขาก็ตีกรอบวงกลมได้ใหญ่โตทีเดียว เด็กรุ่นเยาว์อายุสิบห้าปีเกือบพันคนอยู่ในวงกลมนี้ มันเกี่ยวโยงถึงพลังภายในของเหล่าอาจารย์ที่คอยสกัดกั้นผู้คน ผนวกกับการประกาศกร้าวของพวกเขาว่าห้ามคนนอกก้าวเข้ามาข้างใน
ดินแดนแห่งนี้ชื่อัมหาธรณี อยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์ั พระราชโองการของจักรพรรดิัระบุไว้ว่า “ข้า้าพลังที่เข้มแข็ง ในดินแดนแห่งนี้ ัหลับัซ่อนอาจมีอยู่มาก ข้าจะมอบโอกาสในการปลุกัเหล่านี้ จงสร้างสถาบันการศึกษาที่เกื้อหนุนให้หนุ่มสาวก่อนอายุสิบห้าปีได้เข้าใจในเส้นทางะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในวันปลุกพร์”
สถาบันบงกชขาวกำเนิดขึ้นด้วยเหตุนี้ ไม่ใช่เพียงสถาบันบงกชขาวของเมืองบงกชขาว สถาบันลักษณะนี้กำเนิดขึ้นในทุกเมือง โดยอาศัยชื่อเมืองนั้นๆมาตั้งเป็ชื่อสถาบัน รับเด็กเข้าร่วมสถาบันั้แ่อายุเก้าขวบ ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ต่อให้จะฐานะร่ำรวยหรือยากจน แข็งแรงหรืออ่อนแอ ฉลาดหรือขลาดเขลา กล้าหาญหรือตาขาว เด็กชายหรือเด็กหญิง การเข้าร่วมสถาบันอยู่ใต้ความเห็นชอบของเด็กเท่านั้น ต่อให้บิดามารดาจะไม่เห็นชอบ แต่ถ้าเด็กเห็นชอบวิ่งตรงมาเข้าร่วม ถือว่าเป็ศิษย์ของสถาบันแล้ว หลังจากนั้นก็จะได้รับการคุ้มครองจากสถาบัน
แม้นบิดามารดามาตามตัวถึงที่ อาจารย์สถาบันจะคอยปกป้อง เลยมีเด็กหลายคนที่อาศัยเหตุผลนี้ในการหนีออกจากบ้าน เพราะทางบ้านนั้นยากจนแร้นแค้น และหลายคนที่อาศัยเหตุผลนี้เพื่อหนีตายจากความอดยากไม่มีที่พึ่งพิง สถาบันย่อมกลายเป็ศูนย์รวมเด็กหลายประเภท
ชูฉินอายุสิบห้าปีเมื่อสามเดือนก่อน เขาทั้งเฝ้ารอพิธีนี้ทั้งไม่เฝ้ารอพิธีนี้ คนเกิดมากำพร้าพ่อแม่ั้แ่เกิด ถูกหมอยาคนหนึ่งรับเลี้ยงดูแลั้แ่เด็ก หมอยาค่อนข้างมีชื่อเสียงขจรไกลไปถึงต่างเมือง ช่วยเหลือผู้คนและผู้ฝึกตนมามากมายเกินจะนับได้ มากฝีมือเพียงนี้ ลูกบุญธรรมที่เขารับมาย่อมถูกคาดหวังจากผู้คนอย่างยิ่งยวด ในกลุ่มของรุ่นเยาว์ ชูฉินยืนเคียงข้างกับหญิงสาวผู้หนึ่ง
รูปโฉมของนางโดดเด่นอย่างถึงที่สุด ความงามสะคราญล้างเมืองนี้ทำให้ผู้คนจับจ้องอย่างโง่งมไม่เว้นแม้แต่อิสตรีด้วยกัน “ซูโหรว” นอกจากความงามแล้ว นางคือว่าที่ยอดยุทธรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งเมืองบงกชขาว นางฉายแววพร์บนเส้นทางฝึกตนั้แ่อายุเก้าขวบ ในเื่นี้ได้รับการทำนายจากอาจารย์ทั้งหกคนที่ประจำอยู่ในสถาบันบงกชขาว ซึ่งต่างเป็ยอดฝีมือ
ซูโหรวมีความสนิทชิดเชื้อกับชูฉินไม่น้อย เดิมทีนางไม่ใช่คนของเมืองบงกชขาว ตอนนางยังเด็กเคยเป็โรคร้ายโรคหนึ่งที่เฟ้นหาแพทย์ไปทั่วก็มิอาจรักษาได้ จนเดินทางมาพบกับจูเก้อ หมอยาที่รับเลี้ยงชูฉินั้แ่เด็ก ชูฉินที่เป็ลูกมือคอยช่วยจูเก้อเลยได้ดูแลซูโหรวไปด้วย ด้วยเหตุนี้ ชายหญิงทั้งสองย่อมรู้จักกันดียิ่ง หลังจากซูโหรวหายดี นางคล้ายจะมาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ เข้าเรียนสถาบันบงกชขาวเช่นเดียวกันกับชูฉิน
ทุกคนในเมืองล้วนคาดเดาที่มาที่ไปในความไม่ธรรมดาของซูโหรว ทั้งข้ารับใช้ที่ติดตามก็มีพลังยุทธสูงผิดปกติ แน่่นอนว่า ชูฉินทราบในเื่นี้ดี กระนั้น ชายหนุ่มก็ไม่สนใจเื่ระดับความต่างชั้นเลยแม้แต่น้อย เขายังคงปฏิบัติต่อซูโหรวเฉกเช่นคนปกติ
“วันนี้ัซ่อนจะได้เผยตัว” ชูฉินเอ่ยหยอกล้อกับซูโหรว
หญิงสาวแย้มยิ้มน้อยๆ “เ้าสิัซ่อน”
การสนทนาหยอกล้อเล็กน้อยถูกตัดบทด้วยเสียงอันก้องกังวานของผู้าุโคนหนึ่ง “เหล่ารุ่นเยาว์เตรียมพร้อมให้ดี” สุรเสียงทรงอำนาจแผ่สะท้านไปทั่ว ผู้คนต่างมองหาต้นกำเนิดเสียงที่ไม่ทราบว่าดังมาจากทิศใด กระทั่ง หนึ่งคนเห็นปากบอกเล่า หนึ่งคนฟังปากบอกเล่า ฝูงชนล้วนมองขึ้นฟากฟ้าด้วยความตกตะลึงลาน มันเป็ชายชราคนหนึ่งที่เหยียบอากาศธาตุอันว่างเปล่า
ชายชราหนวดเคราสีขาวยาวดูสะอาดสะอ้าน สวมเสื้อผ้าชุดปักลายัลักษณะแบบบัณฑิต ในฝ่ามือข้างขวาถือหนังสือเล่มหนึ่ง “ข้าได้รับหน้าที่มาเป็ผู้ดูแลการทดสอบพร์ในปีนี้”
สีหน้าของผู้คนพาดผ่านด้วยความตกตะลึงงันขีดสุด ผู้เหยียบนภานั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ส่วนใหญ่อาศัยกันอยู่ในเมืองหลวงของัมหาธรณี ถึงแบบนั้นก็ใช่จะปรากฏตัวออกมาให้เห็นง่ายๆ ขั้นที่หก---ทะยานฟ้า ยอดฝีมือขั้นหกหนึ่งคนสามารถเป็ภัยคุกคามต่อหนึ่งอาณาจักรได้อย่างแท้จริง ในเมืองบงกชขาวที่เล็กจ้อยและกันดาร ยากจะนึกเหตุผลออกว่าสิ่งใดดึงดูดให้บุคคลระดับนี้มาที่นี่ ทั้งที่ปกติ ผู้มาทำการทดสอบอย่างมากสุดในประวัติศาสตร์หลายร้อยปีคือขั้นที่สี่ ทั่วไปอยู่ในขั้นที่สองถึงสาม
การปรากฏตัวของผู้าุโระดับทะยานฟ้ายิ่งสร้างความคาดหวังให้กับฝูงชนที่นี่ รุ่นเยาว์เกือบพันที่อยู่ข้างในวงกลม ส่วนใหญ่ล้วนเป็บุตรหลานของฝูงชนที่มายืนชมอยู่ ถ้าบุตรหลานสร้างผลงานอาจเข้าตาผู้าุโท่านนี้และถูกพาเข้าเมืองหลวงัมหาธรณีก็เป็ได้ สืบเนื่องจาก เครื่องแบบที่ผู้าุโสวมใส่มีชุดปักลายัทองคู่โดดเด่น มันเป็เครื่องแบบของวังั ราชวงศ์ัผู้ปกครองัมหาธรณี
ซูโหรวหางคิ้วกระตุกอย่างรุนแรง ยืนแข็งค้างอยู่ราวสามลมหายใจ ถึงกระนั้น ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดปกติของนางแต่อย่างใด เพราะพวกเขาเ่าั้ใหนักยิ่งกว่าซูโหรวจนไม่มีเวลาสังเกตคนรอบข้าง “ทุรกันดารเพียงนี้ยังตามกันมาได้” ซูโหรวสบถคำแ่เบาอย่างหงุดหงิดใจ
ผู้าุโทะยานฟ้าปราดมองไปทางฝูงชน ครั้นเห็นซูโหรวพลันเก็บสายตากลับไม่กวาดมองไปอีก ในแววตาของผู้าุโแฝงความประหลาดใจล้ำลึก อยากจะเหาะลงเข้าไปถามไถ่ความเป็มา
“กฎเกณฑ์การทดสอบง่ายดาย ทนแรงกดดันได้นานบ่งบอกถึงพร์ที่สูงยิ่ง ห้าวินาทีขั้นต่ำขั้นหนึ่ง สิบวินาทีขั้นต่ำขั้นสอง สี่สิบวินาทีขั้นต่ำขั้นสาม” ผู้าุโทะยานฟ้ากล่าวหยุดเพียงเท่านี้ไม่กล่าวเพิ่มเติมถึงขั้นสี่ ขั้นห้าหรือขั้นอื่นๆ เนื่องจากสายตาของเขากวาดประเมินแล้ว สูงสุดคงหยุดที่ขั้นต่ำขั้นสาม ถ้าไม่นับซูโหรวและชายหนุ่มที่น่าสนใจคนหนึ่ง
ในมุมหนึ่ง กลุ่มชายหนุ่มประมาณเจ็ดถึงแปดคนจับกลุ่มพูดคุยขณะส่งสายตาร้ายกาจไปทางชูฉิน การเป็คนสนิทของโฉมงามจะไม่กลายเป็ที่น่าอิจฉาของคนทั่วหล้าได้อย่างไร ฉันใดฉันนั้น ชายหนุ่มหลายคนต่างสาปแช่งชูฉินอยู่ทุกวี่ทุกวัน ภาวนาให้ฟ้าดินลงทัณฑ์มัน นอกจากจะเป็ลูกบุญธรรมของหมอยาที่เก่งกาจจนผู้คนเคารพนับถือไปทั่วลามไปถึงเมืองใกล้เคียง มันยังเป็คนสนิทของซูโหรวอีก!!
์เข้าข้างมันใช่หรือไม่? เหตุใดคนๆหนึ่งกลับได้มีโชควาสนาดีเช่นนี้ ทว่า กลุ่มชายหนุ่มจำนวนเจ็ดถึงแปดคนนี้มีความพิเศษกว่ากลุ่มอื่น มันเป็การรวมกลุ่มกันของลูกหลานคนที่มีฐานะภายในเมืองค่อนข้างจะเรียกว่าร่ำรวยในเมืองบงกชขาว สีหน้าของพวกเขาถมึงทึง ท่าทางไม่พึงพอใจนั้นเปิดเผยโจ่งแจ้งไม่คิดปิดบัง
โก่วหานเป็อีกคนที่ถูกรับรองโดยหกอาจารย์สถาบันบงกชขาวว่ามีพร์สูงส่ง เป็รองเพียงซูโหรวหนึ่งเดียวในเมืองนี้ ชายหนุ่มที่ตามเกี้ยวพาราสีซูโหรวมาตลอด ต้องรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นว่าชูฉินชิดใกล้กับซูโหรว เขาสืบเท้าเข้าไปหาชายหญิงทั้งสอง เอ่ยกล่าวอย่างไม่เกรงกลัว “แม่นางซู เหตุใดหมกมุ่นอยู่กับชูฉินนี่ อาจารย์ทั้งหกยังกล่าวว่ามันไร้พร์บนมรรคายุทธ หรือเพราะเป็บุตรบุญธรรมของท่านจูเก้อ ท่านจึงคาดหวังว่ามันจะเก่งและอาจารย์ทั้งหกมองผิดไป แม่นางซูอย่าได้ลืมนะว่า อาจารย์ทั้งหกนั้นถูกคัดมาจากวังัเป็ผู้บรรลุขั้นห้าทั้งหมด บางท่านใกล้จะกลายเป็ผู้ทะยานฟ้าแล้ว”
ขนาดโก่วหานที่หยิ่งยโสโอหัง เมื่อเรียกชื่อของจูเก้อก็อดต้องพูดด้วยความให้เกียรติมิได้ จูเก้อผู้นี้พลังฟ้าดินต่ำ แต่วิชาการแพทย์ล้ำลึก ขนาดอาจารย์ทั้งหกของสถาบันบงกชขาวยังต้องให้ความเคารพ ถึงกับตอบรับคำพร้อมกันทั้งหกคนว่า ถ้าถึงวันประชุมั พวกเขาจะช่วยเสนอตัวท่านจูเก้อต่อองค์จักรพรรดิัอย่างแน่นอน ถ้าตอนนั้นมาถึง ศักดิ์ฐานะของจูเก้อจะพุ่งทะยานสู่์
หากโก่วหานมิได้เกรงกลัวเลย เพราะเขาก็ถูกรับรองว่ามีพร์ที่หายากในรอบร้อยปี แม้จะยังเทียบเคียงซูโหรวไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บุคคลเช่นเขาถือว่ามีความสำคัญมากอยู่ดี
ซูโหรวทำเมินราวกับโก่วหานเป็อากาศธาตุ ไม่แม้แต่จะชำเลืองตามองมัน
“เหอะ! ชอบไปได้ทำตัวเยี่ยงสตรี” โก่วหานแค่นเสียงก่อนเดินจากไปกลับไปที่กลุ่มชายหนุ่มเ่าั้
ถ้าพิจารณาคำของโก่วหานให้ดี มันมีส่วนจริงอยู่มาก ถ้าเปรียบเทียบความองอาจแล้ว ซูโหรวกลับดูองอาจสมบุรุษเสียยิ่งกว่าชูฉินที่เป็บุรุษเสียอีก รวมทั้งบุคลิกภาพ ั์ตาของซูโหรวเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ในขณะที่ ั์ตาของชูฉินกระจ่างใสบริสุทธิ์ ซึ่งนี่เป็อีกเหตุผลที่ซูโหรวยังอยู่ที่เมืองบงกชขาว เมื่อนางให้เหตุผลกับองครักษ์ทั้งสองว่า “ข้าชอบสายตาของเขา ยุทธภพที่แก่งแย่งฆ่าฟัน เหตุใดสายตาคู่นั้นกลับดำรงอยู่ ข้าอยากรู้ ์้าให้มันดำรงอยู่นานแค่ไหน แท้จริงแล้ว ในยุทธภพสามารถอยู่อย่างมีความสุขปกติได้หรือไม่”
องครักษ์ต่างตอบกันเป็เสียงเดียวเลยว่า “ความสงบบนเส้นทางวรยุทธนั้นไม่มี นอกจากจะเป็อันดับหนึ่งในโลกหล้า”
ผู้าุโทะยานฟ้าไล่ทดสอบทีละคน กวาดสายตาไปที่คนไหนก็แผ่อำนาจกดดันโถมเข้าใส่ทีละคนพลางนับเวลาเสียงดังลั่นจงใจให้ทุกคนในที่นี้รับรู้ระยะเวลาที่ผ่านไป ผ่านไปแล้วหลายร้อยคน คนที่ยืนได้นานที่สุดคือสิบเอ็ดวินาทีขั้นต่ำขั้นสอง นั่นหมายความว่า ในอนาคต วรยุทธของเขาจะอยู่ที่ขั้นสองเป็อย่างน้อย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่เพิ่มไปมากกว่าที่วัดได้เท่าไหร่นัก ที่ปรากฏขึ้นมา มากสุดสามขั้น น้อยสุดคือไม่เพิ่มเลยตลอดชีวิต
หลังผ่านไปห้าร้อยกว่าคนแล้ว ผู้าุโทะยานฟ้ารู้สึกเอือมระอา เขาค่อนข้างไม่พอใจ สีหน้านั้นราวกับกำลังหยามิ่ ประดุจว่า สมแล้วที่เป็เมืองบ้านนอกทุรกันดาร คนมากพร์ยากจะปรากฏในแถบนี้ ชายชราแผดเสียง “ผู้ใดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ผู้มากฝีมือในกลุ่มรุ่นเยาว์ ชี้คนเ่าั้ออกมาจำนวนสามสิบคน ข้าจะทดสอบให้พวกเขาก่อน”
พิธีกรรมตรวจสอบพร์ แท้จริงแล้วมีความพิเศษอยู่ เพราะถ้ามีพร์ขั้นต่ำขั้นสาม สำนักหลายแห่งที่มีชื่อเสียงจะยอมให้เข้าร่วมด้วย ยิ่งขั้นต่ำขั้นสี่ขนาดสำนักใหญ่ทั้งแปดและวังัยังต้องขบคิดนำมาพิจารณาให้ละเอียด ขั้นต่ำขั้นห้าจะกลายเป็อัจฉริยะที่ถูกยอดฝีมือหมายปองแย่งชิง
ชื่อทั้งสามสิบนั้นถูกเสนอขึ้นมาโดยเหล่ารุ่นเยาว์เกือบพันคนนั้นเอง แม้จะถูกคัดออกไปกว่าครึ่ง หากเสียงของพวกเขายังคงมีน้ำหนักมาก เพราะต่างเป็ศิษย์ในสถาบันบงกชขาวรุ่นเดียวกัน
“ซูโหรว โก่วหาน ชูฉิน ข้าจะทดสอบเ้าทั้งสามหลังสุด” ผู้้าุโขั้นทะยานฟ้ากล่าวเสียงดังราวกับประกาศิต ภายใต้การเสนอชื่อนี้ สามคนนี้ถูกเสนอชื่อได้บ่อยที่สุด พวกเขากลายเป็ตัวสำคัญที่เก็บเอาไว้หลังสุด เพราะทดสอบให้คนมีพร์สูงก่อน เกรงจะทำให้คนอื่นหมดกำลังใจได้ ยิ่งเจอูเาที่สูง ความทะเยอทะยานและความหวังของคนเรายิ่งถดถอยลง
ขณะเดียวกัน ผู้าุโทะยานฟ้าก็รู้สึกสงสารชูฉินขึ้นมา ชายชราััได้ถึงความไร้พร์ของชูฉินชัดเจน เขาคิดไม่ออกเลยว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงถูกเสนอชื่อบ่อยสุด ฐานกระดูกย่ำแย่ คนแทบจะไร้พร์ทางมรรคายุทธ นี่ต่างจากการปะาเขาต่อหน้าสาธารณชนตรงไหน? อย่างไรเสีย ผู้าุโทะยานฟ้าจะกลับคำก็มิได้ พูดแล้วก็ต้องทำตามที่ตนเองพูด