บทที่ 3 อยู่ ๆ พลังพิเศษก็มา
ซีซีทาวน์ (See Sea Town)
ตอนนี้ฉันอยู่ที่ย่านช้อปปิ้งยอดนิยมของเมืองนีโอสยามซิตี้และเป็แหล่งท่องเทียวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศด้วย ที่นี่มีครบหมดทั้งร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ คาเฟ่ ร้านค้าแบรนด์แฟชั่น สินค้าแบรนด์ดังต่าง ๆ ที่มาของชื่อซีซีทาวน์ ก็เพราะตั้งอยู่บริเวณริมชายขอบของเมืองทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มองเห็นวิวทะเลได้แบบพาโนรามาเต็ม ๆ ตา ไร้สิ่งบดบัง
“ว้าย!! เลิศมากแก” เสียงเพร็ทตี้ปลุกฉันตื่นจากภวังค์ความคิดแล้วมองเห็นตัวเองในกระจก ช่างเพิ่งทำผมฉันเสร็จ จากผมยาว ๆ สีน้ำตาลแดงที่เคยเรียบตรงธรรมดาถูกดัดเป็ลอนคลายอ่อน ๆ ตามสมัยนิยม ใบหน้าขาว ๆ ของฉันที่ก่อนหน้านี้แทบจะไร้การแต่งเติมสีสันใด ๆ ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนจนฉันแทบจำตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว
“มหัศจรรย์เครื่องสำอางค์จริง ๆ งี้สินะที่เค้าว่าไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง จนเกือบนึกไปแล้วว่าตัวเองมีวิชาแปลงโฉมได้นะเนี่ย” ฉันพูดขึ้นทำเอาเพร็ทตี้หัวเราะโฮะ ๆ
“เป็ไง ๆ แกเชื่อฉันรึยังว่าช่างคนนี้เจ๋งอย่างที่ฉันบอกจริง ๆ”
ก่อนหน้านี้ฉันให้เพร็ทตี้ช่วยแนะนำบิวตี้ดีไซเนอร์หรือช่างเสริมสวยเก่ง ๆ มาช่วยปรับลุคใหม่ที่เหมาะสมให้ฉันหน่อย เพร็ทตี้ก็บอกฉันว่าไม่ต้องไปหาใครที่ไหนไกล ช่างที่เจ๋งจริง ๆ ยังเก่งกว่าช่างที่มีชื่อเสียงบางคนซะอีก และนางก็พาฉันมาพบช่างคนที่นางรู้จักที่นี่ ผลก็ออกมาเป็แบบนี้ ซึ่งมันโอเคเลยล่ะ โอเคมากด้วย ฝีมือดีขนาดที่ว่าลูกเป็ดก็ยังถูกเปลี่ยนให้เป็หงส์ได้เลยล่ะ
“จ้า แม่คนเก่ง เื่ความสวยความงามนี่ไม่เชื่อแกแล้วจะไปเชื่อใครได้อีกล่ะ ฉันนี่โชคดีจริง ๆ เลยมีแกเป็เพื่อน ขอบใจแกมาก” ฉันพูดยอเพร็ทตี้ ทำเอานางแทบจะตัวลอยได้
“สรุปว่าแกก็ใช้เครื่องสำอางค์แบรนด์ที่มิสเตอร์เคเค้าแนะนำก็แล้วกัน อ่อนโยน ออร์แกนิก ปลอดภัย เผลอกินเข้าไปก็ไม่เป็อันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น เลิศสุดในสามโลก ก็อุดหนุนซื้อกับพี่เคเค้าล่ะ แล้วต่อไปถ้าแกอยากจะแปลงโฉมในโอกาสพิเศษ แกก็มาใช้บริการที่นี่ได้ หรือจะติดต่อให้ไปแต่งหน้านอกสถานที่ก็ได้” เพร็ทตี้เชียร์มิสเตอร์เคสุดใจขาดดิ้น ฉันยิ้มให้เพร็ทตี้อย่างคนรู้ทัน พวกเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าแบรนด์เครื่องสำอางค์ที่นางกำลังเชียร์อยู่เนี่ย ออลเวย์เกรทเป็ผู้นำเข้ารายใหญ่ของประเทศ ซื้อของของบ้านตัวเองยังถูกกว่าตั้งเยอะ นางก็ยังจะให้ฉันซื้อกับมิสเตอร์เคอีก
มิสเตอร์เคที่ว่าก็คือช่างที่แปลงโฉมให้ฉันนี่แหละ หน้าตาดี ผิวพรรณยิ่งดีมากชนิดที่ว่าผู้หญิงยังอาย อายุน่าจะต้นสามสิบ แต่หน้าอาจจะอ่อนกว่าอายุจริงก็ได้ใครจะรู้ และไม่รู้ว่าเป็ชายแท้รึเปล่า ดูนิ่ง ๆ พูดน้อย สายตาหวานเชื่อมที่เพร็ทตี้มองมิสเตอร์เคบอกฉันหมดแล้วว่านางคิดยังไงกับช่างหนุ่มคนนี้
“รู้แล้วย่ะ ไม่ต้องให้แกบอกฉันก็ติดใจพี่เค้าจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว...” เพร็ทตี้มองฉันตาเขียว “...ติดใจฝีมือพี่เค้าน่ะ ไม่ใช่ติดใจอย่างอื่น...เหมือนแก” ฉันพูดหยอกเพร็ทตี้ ทำเอานางค้อนควักแกมเขิน ฉันหัวเราะเบา ๆ มิสเตอร์เคก็ยิ้มบาง ๆ แต่ไม่พูดอะไร พูดน้อยจริงพ่อคุณ แล้วที่ยิ้มแบบนี้อยากจะรู้จริง ๆ ว่าคิดแบบเดียวกันกับเพร็ทตี้รึเปล่า
“อุ้ย!” ฉันลุกจากที่นั่งแล้วเกือบล้มเพราะขาเป็เหน็บ มิสเตอร์เคที่อยู่ใกล้ฉันที่สุดเข้ามาพยุงฉันไว้ ทันทีที่ฉันแตะตัวมิสเตอร์เค จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกถึงกระแสพลังบางอย่างแล้ววูบขึ้นมา แล้วในหัวฉันก็ปรากฏภาพประหลาดวาบขึ้น
มิสเตอร์เคกับเพร็ทตี้กำลังจูบกันอยู่! จูบกันดูดดื่มซะด้วย จูบกันที่นี่ในร้านนี้ตรงที่ฉันกำลังยืนอยู่นี่แหละ น่าจะเป็่เวลากลางคืนนะ เพราะในร้านเปิดไฟสว่างโร่ ตัวร้านที่เป็กระจกก็ถูกม่านปิดไว้หมด เหมือนร้านปิดทำการแล้ว…
“นั่งนานเกินไปน่ะสิ ตะคริวเลยกินขาแกใช่มะ” เสียงเพร็ทตี้ดึงสติฉันหลุดจากภาพที่เห็น ฉันกำลังอึ้งและงุนงงเลยไม่ตอบอะไรจนเพร็ทตี้สังเกตเห็นความผิดปกติของฉัน
“วิกกี้ แกเป็อะไรรึเปล่า ทำหน้าอย่างกับคนเห็นผี” ฉันกระแอมเบา ๆ พยายามสงบจิตสงบใจกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“ฉันหิวจนตาลายแล้วอ่ะแก ไปหาข้าวกินกันดีกว่า” ฉันตอบเพร็ทตี้ แล้วหันไปบอกมิสเตอร์เคให้คิดเงินค่าบริการ รวมทั้งซื้อเครื่องสำอางค์ทุกอย่างที่มิสเตอร์เคใช้บนใบหน้าฉันอย่างละชิ้นด้วย ทำเอามิสเตอร์เคยิ้มกว้างเลยทีเดียว ฉันหวนนึกไปถึงภาพที่เห็นก่อนหน้านี้แล้วหันไปมองเพร็ทตี้ที่กำลังมองฉันอย่างสงสัยอยู่เช่นกัน
‘ให้ตายสิ...นี่ฉันกลายเป็คนมีพลังพิเศษไปแล้วจริง ๆ เหรอ สามารถเห็นเหตุการณ์ในอดีตของคนที่ฉันแตะตัวได้อ่ะนะ วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนักหนาวะเนี่ย’
“อะไรนะ! แกมองเห็นฉันจูบกับพี่เคตอนที่แกแตะโดนตัวเค้าน่ะนะ” เพร็ทตี้ถึงกับอุทานเสียงหลง จนฉันต้องรีบบอกให้นางพูดเบา ๆ หน่อย เพราะตอนนี้เราอยู่ในร้านอาหาร ถึงแม้จะนั่งอยู่โซนนอกร้านติดริมทะเล เสียงลมพัดโกรกจนแทบจะกลบเสียงคุยไปหมดก็เถอะ เพร็ทตี้ทำหน้าเหวอเมื่อฟังฉันเล่าจบถึงเหตุการณ์ที่ฉันเห็น แต่ฉันไม่ได้บอกนางเื่ระลึกชาติได้หรอกนะ เื่นี้ฉันจะเก็บเป็ความลับไม่คิดจะบอกใครทั้งสิ้น ยกเว้นแต่คนที่เขามีพลังพิเศษล่วงนี้ได้เองอ่ะนะ
“ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ แกจะลองให้ฉันเทสต์แตะตัวแกดูดีมั้ย” ฉันแกล้งยื่นมือไปทำท่าจะแตะตัวนาง
“ไม่ได้!” เพร็ทตี้ทำท่าจะเอาช้อนที่ถืออยู่มาตีมือฉัน “ถึงแกจะเป็เพื่อนสนิทฉัน แต่เื่บางเื่ก็ให้มันอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวบ้างเถอะ ว่าแต่...ทำไมแกต้องมาเห็นเฉพาะเจาะจงเป็ฉากนั้นด้วยล่ะ” เพร็ทตี้ถามฉันอย่างสงสัยด้วยท่าทางเขินอายนิดหน่อย ฉันทำท่ายักไหล่บ่งบอกว่าไม่รู้
ที่จริงแล้วฉันคิดว่ามันน่าจะเป็เพราะตอนนั้นฉันกำลังอยากรู้ว่าว่ามิสเตอร์เคชอบเพร็ทตี้ด้วยรึเปล่า มันก็เลยทำให้ฉันเห็นภาพนั้นขึ้นมา แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจในพลังพิเศษนี้ของฉัน ยังไงก็ต้องลองทดสอบดูอีกรอบก่อน
“โอ้ย...ฉันอยากจะบ้า พลังพิเศษนี้ของแกมันทำให้ฉันอยากจะหลีกลี้หนีห่างแกไปให้ไกล ๆ เลยจริง ๆ” ฉันหัวเราะก่อนจะถามต่อด้วยความอยากรู้เต็มที่
“ว่าแต่...แกกับมิสเตอร์เคกินกันแล้วเหรอยะ”
“ว้าย! ยังหรอกย่ะ” เพร็ทตี้ปฏิเสธทันควัน “ก็อยากอยู่หรอกนะ แต่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่เอง สถานะของพวกเราตอนนี้มันคลุมเครือยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่”
“เอ้า! ไหงงั้นอ่ะ อะไรคือสถานะคลุมเครือไม่ชัดเจน แล้วดันจูบกันดูดดื่มปานนั้นเลยเนี่ยนะ” ฉันงงกับนางมาก
“ก็ตอนนั้นบรรยากาศมันพาไปไง แล้วฉันก็ชอบเค้า เค้าก็คงชอบฉันแหละมั้ง” เพร็ทตี้อธิบายด้วยท่าทางเซ็ง ๆ “แต่...โอ๊ยย...ไม่รู้สิ พี่เคเองเค้าก็ยังไม่พูดอะไร ส่วนตัวฉันเองก็ยังไม่ค่อยมั่นใจก็เลยไม่เอ่ยปากถามอะไรเค้า มันก็เลยเป็แบบนี้แหละ” คำตอบของเพร็ทตี้ทำเอาฉันถอนหายใจ ปกติเพร็ทตี้เป็คนที่เด็ดขาดกับทุกเื่แท้ ๆ แต่พอมาเป็เื่ความรักดันเป็แบบนี้ไปซะได้ นี่แหละหนอ...อานุภาพฮอร์โมนของหนุ่มสาววัยว้าวุ่น
“เพร็ทตี้ พี่เคของแกเค้าเกือบจะเหมือนคนเป็ใบ้อยู่รอมร่อแล้วนะ แกจะไปหวังให้เค้าเป็ฝ่ายเอ่ยปากพูดอะไรกับแกก่อนคงต้องรอไปเป็ชาติล่ะมั้ง” ฉันพูดแกมประชด
“เออ...ช่างเื่ของฉันเถอะ! เดี๋ยวถึงเวลาของมันก็คงรู้เองแหละน่า” เพร็ทตี้พูดตัดบท ทำทีไปดูดน้ำผลไม้ในแก้ว แล้วพูดเปลี่ยนเื่ “มาพูดเื่ของแกเถอะ มีพลังพิเศษขึ้นมาแบบนี้จะเข้าเดอะนอร์รึเปล่า” ฉันทำท่าอ่อนอกอ่อนใจให้กับการเปลี่ยนเื่ของนาง ก่อนจะทำเป็ยิ้มมุมปาก เท้าคางแล้วเชิดหน้าตอบเพร็ทตี้ว่า
“เลดี้ฮันน่าเชิญฉันให้เข้าฝึกงานที่เดอะนอร์ั้แ่ก่อนที่ฉันจะรู้ว่าตัวเองมีพลังพิเศษซะอีก คุณคาน่าเป็คนมาแจ้งเองเลยย่ะ แล้วฉันก็ตอบตกลงไปแล้วด้วย”
“ว้ายยย...จริงเหรอยะ! นี่คุณคาน่าเค้าต้องมองเห็นอนาคตแกแน่ ๆ ลย พอเค้าแจ้งเลดี้ เลดี้ก็เลยให้รีบมาเชิญแกน่ะสิ ยังไงคนที่มีพลังพิเศษก็เป็ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่า”
“ก็คงงั้นมั้ง” ฉันพูดเออออตามเพร็ทตี้ไป แต่ฉันคิดว่า ที่เลดี้ฮันน่าเชิญฉันเพราะเธอคงรู้ว่าจิติญญาข้างในของฉันคือใครมากกว่าเหตุผลที่ฉันมีพลังพิเศษน่ะสิ
“อย่างนี้ก็ดีเลยแก มาช่วยทำให้ตระกูลโนเรียของพวกเรารุ่งเรืองเฟื่องฟูยิ่ง ๆ ขึ้นไปกันเถอะ”
“แหม...ใช้คำผิดมั้ยยะ มีฉันคนเดียวมั้ยที่เข้าเดอะนอร์ แกเลือกที่จะไปเป็ดีไซเนอร์ที่อื่นนี่” ฉันท้วงเพร็ทตี้ นางหัวเราะแหะ ๆ
“แล้วก็อีกอย่างนะ เดอะนอร์ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำประโยชน์ให้กับโลกนี้ ไม่ใช่เครื่องมือมาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองหรือตระกูลสักหน่อย” ฉันพูดจริงจัง
“โอ๊ย...แม่นางฟ้า อุดมการณ์สูงส่ง แกคิดจริง ๆ เหรอว่าทุกคนเค้าจะคิดแบบนี้” สิ่งที่เพร็ทตี้พูดทำให้ฉันถอนหายใจ นี่แหละคือสิ่งที่ฉันกังวล ไม่รู้ว่า 400 ปีที่ผ่านมานี้ เดอะนอร์ถูกดำเนินไปในทิศทางไหนกันแน่
“ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วยยะ นี่แก...ฉันมีข่าวเด็ดจากวงในมาเม้าท์ย่ะ” เพร็ทตี้ทำท่ามีลับลมคมใน หันมองซ้ายขวาแล้วทำท่ากระซิบกระซาบราวกับกลัวใครจะแอบได้ยินเข้า
“ข่าวอะไร?” ท่าทางของนางกระตุกต่อมอยากรู้อยากเห็นของฉันอย่างแรง พอได้ฟังนางเล่าข่าวเด็ดจบ ฉันถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
“.....”
----------------------------------------
ตอนหน้า ในที่สุดนางเอกของเราก็ได้กลับไปหาลูกรักที่เธอฟูมฟักมาั้แ่ชาติปางก่อนแล้วนะคะ